This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระอภิธรรมปิฎก ·

เล่ม ๓๗ · กถาวัตถุปกรณ์

Other items in this volume

นิคหะ ที่ ๑นิคหะ ที่ ๒นิคหะ ที่ ๓นิคหะ ที่ ๔นิคหะ ที่ ๕นิคหะ ที่ ๖นิคหะ ที่ ๗นิคหะ ที่ ๘สุทธิกสังสันทนาโอปัมมสังสันทนาจตุกกนยสังสันทนาลักขณยุตติกตาวจนโสธนะปัญญัตตานุโยคคติอนุโยคอุปาทาปัญญัตตานุโยคกัลยาณวรรคอภิญญานุโยคญาตกานุโยคปกิณณกะปริหานิกถาพรหมจริยกถาโอธิโสกถาชหติกถาสัพพมัตถีติกถาอดีตขันธาติกถาเอกัจจมัตถีติกถาสติปัฏฐานกถาเหวัตถีติกถาปรูปหารกถาอัญญาณกถากังขากถาปรวิตารณากถาวจีเภทกถาทุกขาหารกถาจิตตฐิติกถากุกกุฬกถาอนุปุพพาภิสมยกถาโวหารกถานิโรธกถาพลกถาอริยันติกถาวิมุจจติกถาวิมุจจมานกถาอัฏฐมกกถาอัฏฐมกัสส อินทริยกถาทิพพจักขุกถาทิพพโสตกถายถากัมมูปคตญาณกถาสังวรกถาอสัญญกถาเนวสัญญานาสัญญายตนกถาคิหิสส อรหาติกถาอุปปัตติกถาอนาสวกถาสมันนาคตกถาอุเบกขาสมันนาคตกถาโพธิยา พุทโธติกถาลักษณกถานิยาโมกกันติกถาสมันนาคตกถา อีกกถาหนึ่งสัพพสัญโญชนปหานกถาวิมุตตกถาอเสกขญาณกถาวิปรีตกถานิยามกถาปฏิสัมภิทากถาสัมมติญาณกถาจิตตารัมมณกถาอนาคตญาณกถาปัจจุปปันนญาณกถาผลญาณกถานิยามกถาปฏิจจสมุปปาทกถาสัจจกถาอารุปปกถานิโรธสมาปัตติกถาอากาสกถาอากาโสสนิทัสสโนติกถาปฐวีธาตุ สนิทัสสนาตยาทิกถาจักขุนทริยสนิทัสสนันติอาทิกถากายกัมมสนิทัสสนันติกถาสังคหิตกถาสัมปยุตตกถาเจตสิกกถาทานกถาปริโภคมยปุญญกถาอิโตทินนกถาปฐวีกัมมวิปาโกติกถาชรามรณวิปาโกติกถาอริยธัมมวิปากกถาวิปาโก วิปากธัมมธัมโมติกถาฉคติกถาอันตราภวกถากามคุณกถากามกถารูปธาตุกถาอรูปธาตุกถารูปธาตุยา อายตนะกถาอรูเป รูปกถารูปังกัมมันติกถาชีวิตินทริยกถากัมมเหตุกถาอานิสังสกถาอมตารัมมณกถารูปังสารัมมณันติกถาอนุสยา อนารัมมณาติกถาญาณัง อนารัมมณันติกถาอตีตารัมมณกถาอนาคตารัมมณกถาวิตักกานุปติตกถาวิตักกวิปผารสัททกถานยถาจิตตัสสวาจาติกถานยถาจิตตัสสกายกัมมันติกถาอตีตานาคตปัจจุปปันนกถานิโรธกถารูปังมัคโคติกถาปัญจวิญญาณสมังคิมัคคภาวนากถาปัญจวิญญาณา กุสลาปีติกถาปัญจวิญญาณา สาโภคาติกถาทวีหิ สีเลหิ สมันนาคโตติกถาสิลัง อเจตสิกันติกถาสีลัง นจิตตานุปริวัตตีติกถาสมาทานเหตุกกถาวิญญัตติสีลันติกถาอวิญญัตติ ทุสสีลยันติกถาติสโสปิ อนุสยกถาญาณกถาญาณังจิตตวิปปยุตตันติกถาอิทังทุกขันติกถาอิทธิพลกถาสมาธิกถาธัมมัฏฐิตตากถาอนิจจตากถาสังวโรกัมมันติกถากัมมกถาสัทโทวิปาโกติกถาสฬายตนกถาสัตตักขัตตุปรมกถาโกลังโกลเอกวีชีกถาชีวิตาโวโรปนกถาทุคคติกถาสัตตมภวิกกถากัปปัฏฐกถากุสลจิตตปฏิลาภกถาอนันตราปยุตตกถานิยตัสสนิยามกถานีวุตกถาสัมมุขีภูตกถาสมาปันโน อัสสาเทติกถาอสาตราคกถาธัมมตัณหา อัพยากตาติกถาธัมมตัณหา นทุกขสมุทโยติกถากุสลากุสลปฏิสันทหนกถาสฬายตนุปปัตติกถาอนันตรปัจจยกถาอริยรูปกถาอัญโญ อนุสโยติกถาปริยุฏฐาน จิตตวิปปยุตตันติกถาปริยาปันนกถาอัพยากตกถาอปริยาปันนกถาปัจจยตากถาอัญญมัญญปัจจยกถาอัทธากถาขณลยมุหุตตกถาอาสวกถาชรามรณกถาสัญญาเวทยิตกถาสัญญาเวทยิตกถา ที่ ๒สัญญาเวทยิตกถา ที่ ๓อสัญญสัตตูปิกากถากัมมูปจยกถานิคคหกถาปัคคหกถาสุขานุปปทานกถาอธิคัยหมนสิการกถารูปังเหตูติกถารูปังสเหตุกันติกถารูปังกุสลากุสลันติกถารูปังวิปาโกติกถารูปังรูปาวจรารูปาวจรันติกถารูปราโค รูปธาตุปริยาปันโนติอาทิกถาอัตถิ อรหโต ปุญญูปจโยติกถานัตถิ อรหโต อกาลมัจจูติกถาสัพพมิทัง กัมมโตติกถาอินทริยพัทธกถาฐเปตวา อริยมัคคันติกถานวัตตัพพัง สังโฆ ทักขิณัง ปฏิคคัณหาตีติกถานวัตตัพพัง สังโฆ ทักขิณัง วิโสเธตีติกถานวัตตัพพัง สังโฆ ภุญชตีติกถานวัตตัพพัง สังฆัสส ทินนัง มหัปผลันติกถานวัตตัพพัง พุทธัสส ทินนัง มหัปผลันติกถาทักขิณาวิสุทธิกถามนุสสโลกกถาธัมมเทสนากถากรุณากถาคันธชาติกถาเอกมัคคกถาฌานสังกันติกถาฌานันตริกกถาสมาปันโน สัททัง สุณาตีติกถาจักขุนา รูปัง ปัสสตีติกถากิเลสชหนกถาสุญญตากถาสามัญญผลกถาปัตติกถาตถตากถากุสลกถาอัจจันตนิยามกถาอินทริยกถาอสัญจิจจกถาญาณกถานิรยปาลกถาติรัจฉานกถามัคคกถาญาณกถาสาสนกถาอวิวิตตกถาสัญโญชนกถาอิทธิกถาพุทธกถาสัพพทิสากถาธรรมกถากรรมกถาปรินิพพานกถากุสลจิตตกถาอาเนญชกถาธัมมาภิสมยกถากถาทั้ง ๓อัพยากตกถาอาเสวนปัจจยตากถาขณิกกถาเอกาธิปปายกถาอรหันตวัณณกถาอิสสริยกามการิกากถาราคปฏิรูปกาทิกถาอปรินิปผันนกถาอุทาน

Scripture · พระอภิธรรมปิฎก

คติอนุโยค

Text only · no interpretationข้อ ๗๖–๙๑พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถุปกรณ์16 items2 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

Pali and translation

Front matter of the printed edition

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ คติอนุโยค

Item ๗๖Commentary

ปุคฺคโล สนฺธาวติ อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ ปรสฺมา โลกา อิมํ โลกนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ โส ปุคฺคโล สนฺธาวติ อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ ปรสฺมา โลกา อิมํ โลกนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. บุคคลท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลนั้นเอง ท่องเที่ยวไปจากโลกนี้ไปสู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวว่าอย่างนั้น ฯลฯ

Item ๗๗

ปุคฺคโล สนฺธาวติ อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ ปรสฺมา โลกา อิมํ โลกนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺโญ ปุคฺคโล สนฺธาวติ อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ ปรสฺมา โลกา อิมํ โลกนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. บุคคลท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลอื่นท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Item ๗๘

ปุคฺคโล สนฺธาวติ อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ ปรสฺมา โลกา อิมํ โลกนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ โส จญฺโญ จ สนฺธาวติ อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ ปรสฺมา โลกา อิมํ โลกนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. บุคคลท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลนั้นเองด้วย บุคคลอื่นด้วย ท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จาก โลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Item ๗๙

ปุคฺคโล สนฺธาวติ อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ ปรสฺมา โลกา อิมํ โลกนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ เนว โส สนฺธาวติ น อญฺโญ สนฺธาวติ อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ ปรสฺมา โลกา อิมํ โลกนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. บุคคลท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลนั้นเอง ก็มิได้ท่องเที่ยวไป บุคคลอื่นก็มิได้ท่องเที่ยวไป จากโลก นี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Item ๘๐

ปุคฺคโล สนฺธาวติ อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ ปรสฺมา โลกา อิมํ โลกนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ โส ปุคฺคโล สนฺธาวติ อญฺโญ ปุคฺคโล สนฺธาวติ โส จญฺโญ จ สนฺธาวติ เนว โส สนฺธาวติ น อญฺโญ สนฺธาวติ อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ ปรสฺมา โลกา อิมํ โลกนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. บุคคลท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลนั้นเองท่องเที่ยวไป บุคคลอื่นท่องเที่ยวไป บุคคลนั้นเองด้วย บุคคลอื่นด้วย ท่องเที่ยวไป บุคคลนั้นก็มิได้ท่องเที่ยวไป บุคคลอื่นก็มิได้ท่องเที่ยวไป จาก โลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Item ๘๑

น วตฺตพฺพํ ปุคฺคโล สนฺธาวติ อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ ปรสฺมา โลกา อิมํ โลกนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา ส สตฺตกฺขตฺตุปรมํ สนฺธาวิตฺวาน ปุคฺคโล ทุกฺขสฺสนฺตกโร โหติ สพฺพสญฺโญชนกฺขยาติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ ปุคฺคโล สนฺธาวติ อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ ปรสฺมา โลกา อิมํ โลกนฺติ ฯ

ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า บุคคลนั้นท่องเที่ยวไปเจ็ดครั้งเป็นอย่างยิ่ง แล้วจะเป็นผู้ทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ เพราะสิ้นสัญโญชน์ทั้งปวง ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริงมิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ถ้าอย่างนั้น บุคคลก็ท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ นะสิ

Item ๘๒

น วตฺตพฺพํ ปุคฺคโล สนฺธาวติ อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ ปรสฺมา โลกา อิมํ โลกนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา อนมตคฺโคยํ ภิกฺขเว สํสาโร ปุพฺพา โกฏิ น ปญฺญายติ อวิชฺชานีวรณานํ สตฺตานํ ตณฺหาสญฺโญชนานํ สนฺธาวตํ สํสรตนฺติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ ปุคฺคโล สนฺธาวติ อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ ปรสฺมา โลกา อิมํ โลกนฺติ ฯ

ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลก นี้ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย การท่องเที่ยวไปของ สัตว์ทั้งหลาย ผู้มีอวิชชาเป็นเครื่องกั้น มีตัณหาเป็นเครื่องผูกพัน แล่นไปอยู่ ท่องเที่ยว @ ขุ. อิติวุตฺตก. ข้อ ๒๐๒ หน้า ๒๔๓ ไปอยู่นี้ มีเบื้องต้นเบื้องปลายที่ตามรู้ไม่ได้ เงื่อนต้นไม่ปรากฏ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่ จริงมิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ถ้าอย่างนั้นบุคคลก็ท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ นะสิ

Item ๘๓

ปุคฺคโล สนฺธาวติ อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ ปรสฺมา โลกา อิมํ โลกนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ เสฺวว ปุคฺคโล สนฺธาวติ อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ ปรสฺมา โลกา อิมํ โลกนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ {๘๓.๑} เสฺวว ปุคฺคโล สนฺธาวติ อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ ปรสฺมา โลกา อิมํ โลกนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ โกจิ มนุสฺโส หุตฺวา เทโว โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ เสฺวว มนุสฺโส โส เทโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เสฺวว มนุสฺโส โส เทโวติ ฯ อามนฺตา ฯ มนุสฺโส หุตฺวา เทโว โหติ เทโว หุตฺวา มนุสฺโส โหติ มนุสฺสภูโต อญฺโญ เทโว อญฺโญ มนุสฺสภูโต เสฺววายํ สนฺธาวตีติ มิจฺฉา ฯเปฯ {๘๓.๒} สเจ หิ สนฺธาวติ เสฺวว ปุคฺคโล อิโต จุโต ปรํ โลกํ อนญฺโญ เหวํ มรณํ น เหหิติ ปาณาติปาโตปิ นูปลพฺภติ กมฺมํ อตฺถิ กมฺมวิปาโก อตฺถิ กตานํ กมฺมานํ วิปาโก อตฺถิ กุสลากุสเล วิปจฺจมาเน เสฺววายํ สนฺธาวตีติ มิจฺฉา ฯเปฯ {๘๓.๓} เสฺวว ปุคฺคโล สนฺธาวติ อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ ปรสฺมา โลกา อิมํ โลกนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ โกจิ มนุสฺโส หุตฺวา ยกฺโข โหติ เปโต โหติ เนรยิโก โหติ ติรจฺฉานคโต โหติ โอฏฺโฐ โหติ โคโณ โหติ คทฺรโภ โหติ สูกโร โหติ มหิโส โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ เสฺวว มนุสฺโส โส มหิโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ {๘๓.๔} เสฺวว มนุสฺโส โส มหิโสติ ฯ อามนฺตา ฯ มนุสฺโส หุตฺวา มหิโส โหติ มหิโส หุตฺวา มนุสฺโส โหติ มนุสฺสภูโต อญฺโญ มหิโส อญฺโญ มนุสฺสภูโต เสฺววายํ สนฺธาวตีติ มิจฺฉา ฯเปฯ {๘๓.๕} สเจ หิ สนฺธาวติ เสฺวว ปุคฺคโล อิโต จุโต ปรํ โลกํ อนญฺโญ เหวํ มรณํ น เหหิติ ปาณาติปาโตปิ นูปลพฺภติ กมฺมํ อตฺถิ กมฺมวิปาโก อตฺถิ กตานํ กมฺมานํ วิปาโก อตฺถิ กุสลากุสเล วิปจฺจมาเน เสฺววายํ สนฺธาวตีติ มิจฺฉา ฯเปฯ {๘๓.๖} เสฺวว ปุคฺคโล สนฺธาวติ อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ ปรสฺมา โลกา อิมํ โลกนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ โกจิ ขตฺติโย หุตฺวา พฺราหฺมโณ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ เสฺวว ขตฺติโย โส พฺราหฺมโณติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ {๘๓.๗} อตฺถิ โกจิ ขตฺติโย หุตฺวา เวสฺโส โหติ สุทฺโท โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ เสฺวว ขตฺติโย โส สุทฺโทติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ {๘๓.๘} อตฺถิ โกจิ พฺราหฺมโณ หุตฺวา เวสฺโส โหติ สุทฺโท โหติ ขตฺติโย โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ เสฺวว พฺราหฺมโณ โส ขตฺติโยติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ {๘๓.๙} อตฺถิ โกจิ เวสฺโส หุตฺวา สุทฺโท โหติ ขตฺติโย โหติ พฺราหฺมโณ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ เสฺวว เวสฺโส โส พฺราหฺมโณติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ {๘๓.๑๐} อตฺถิ โกจิ สุทฺโท หุตฺวา ขตฺติโย โหติ พฺราหฺมโณ โหติ เวสฺโส โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ เสฺวว สุทฺโท โส เวสฺโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ {๘๓.๑๑} เสฺวว ปุคฺคโล สนฺธาวติ อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ ปรสฺมา โลกา อิมํ โลกนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หตฺถจฺฉินฺโน หตฺถจฺฉินฺโนว โหติ ปาทจฺฉินฺโน ปาทจฺฉินฺโนว โหติ หตฺถปาทจฺฉินฺโน หตฺถปาทจฺฉินฺโนว โหติ กณฺณจฺฉินฺโน นาสจฺฉินฺโน กณฺณนาสจฺฉินฺโน องฺคุลิจฺฉินฺโน อฬจฺฉินฺโน กณฺฑรจฺฉินฺโน กุณิหตฺถโก ผณหตฺถโก กุฏฺฐิโย คณฺฑิโย กิลาสิโย โสสิโย อปมาริโย โอฏฺโฐ โคโณ คทฺรโภ สูกโร มหิโส มหิโสว โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. บุคคลท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลนั้นเองท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลนั้นเองท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บางคนเป็นมนุษย์แล้วเป็นเทวดาก็มีหรือ ป. ถูกแล้ว ส. มนุษย์ก็คนนั้นแหละ เทวดาก็คนนั้นแหละ (เป็นคนเดียวกัน) หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. มนุษย์ก็คนนั้นแหละ เทวดาก็คนนั้นแหละ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลเป็นมนุษย์แล้วเป็นเทวดา เป็นเทวดาแล้วเป็นมนุษย์ เป็นผู้เกิดเป็น มนุษย์ เทวดาเป็นอื่น ผู้เกิดเป็นมนุษย์ก็เป็นอื่น (เป็นคนละคน) คำว่า บุคคลนั้นเอง ท่องเที่ยวไป นี้ผิด ฯลฯ ก็ถ้าว่า บุคคลท่องเที่ยวไป บุคคลนั้นเองเคลื่อนจากโลกนี้ไป สู่โลกอื่น ไม่ใช่บุคคลอื่น เมื่อเป็นเช่นนี้ ความตายก็จักไม่มี แม้ปาณาติบาตก็หยั่งเห็นไม่ได้ กรรมมีอยู่ ผลของกรรมมีอยู่ ผลของกรรมทั้งหลายที่ทำแล้วมีอยู่ เมื่อกุศลและอกุศลให้ผลอยู่ คำว่า บุคคลนั้นเองท่องเที่ยวไป นี้ผิด ฯลฯ @ สํ. นิ. ข้อ ๔๒๑ หน้า ๒๑๒ ส. บุคคลนั้นเองท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บางคนเป็นมนุษย์แล้วเป็นยักษ์ ... เป็นเปรต ... เป็นสัตว์นรก ... เป็นสัตว์ เดียรัจฉาน ... เป็นอูฐ ... เป็นลา ... เป็นโค ... เป็นสุกร ... เป็นกระบือ ... ก็มีหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มนุษย์ก็คนนั้นแหละ กระบือก็คนนั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. มนุษย์ก็คนนั้นแหละ กระบือก็คนนั้นแหละ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลเป็นมนุษย์แล้วเป็นกระบือ เป็นกระบือแล้วเป็นมนุษย์ เป็นผู้เกิด เป็นมนุษย์ กระบือเป็นอื่น ผู้เกิดเป็นมนุษย์ก็เป็นอื่น คำว่า บุคคลนั้นเองท่องเที่ยวไป นี้ผิด ฯลฯ ก็ถ้าว่า บุคคลท่องเที่ยวไป บุคคลนั้นเองเคลื่อนจากโลกนี้ ไปสู่โลกอื่น ไม่ใช่บุคคลอื่น เมื่อ เป็นเช่นนี้ ความตายก็จักไม่มี แม้ปาณาติบาตก็จะหยั่งเห็นไม่ได้ กรรมมีอยู่ ผลของกรรมมีอยู่ ผลของกรรมทั้งหลายที่ทำแล้วมีอยู่ เมื่อกุศลและอกุศลให้ผลอยู่ คำว่า บุคคลนั้นเองท่องเที่ยว ไป นี้ผิด ฯลฯ ส. บุคคลนั้นเองท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บางคนเป็นกษัตริย์แล้วเป็นพราหมณ์ก็มีหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กษัตริย์ก็คนนั้นแหละ พราหมณ์ก็คนนั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บางคนเป็นกษัตริย์แล้วเป็นแพศย์ ... เป็นศูทรก็มี หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กษัตริย์ก็คนนั้นแหละ ศูทรก็คนนั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บางคนเป็นพราหมณ์แล้วเป็นแพศย์ ... เป็นศูทร ... เป็นกษัตริย์ก็มีหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พราหมณ์ก็คนนั้นแหละ กษัตริย์ก็คนนั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บางคนเป็นแพศย์แล้วเป็นศูทร ... เป็นกษัตริย์ ... ไปเป็นพราหมณ์ ก็มีหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. แพศย์ก็คนนั้นแหละ พราหมณ์ก็คนนั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บางคนเป็นศูทรแล้วเป็นกษัตริย์ ... เป็นพราหมณ์ ... เป็นแพศย์ ก็มีหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ศูทรก็คนนั้นแหละ แพศย์ก็คนนั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลนั้นเองท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. คนมือด้วยก็ไปเป็นคนมือด้วยเทียวหรือ ... คนเท้าด้วนก็ไปเป็นคนเท้า ด้วนเทียวหรือ ... คนด้วนทั้งมือและเท้าก็ไปเป็นคนด้วนทั้งมือและเท้าเทียวหรือ ... คนหูวิ่น ... คนจมูกโหว่ ... คนทั้งหูวิ่นทั้งจมูกโหว่ ... คนนิ้วด้วน ... คนนิ้วแม่มือด้วน ... คนเอ็นใหญ่ ขาด ... คนมือหงิก ... คนมือแป ... คนเป็นโรคเรื้อน ... คนเป็นต่อม ... คนเป็นโรคกลาก ... คนเป็นโรคมองคร่อ ... คนเป็นโรคลมบ้าหมู ... อูฐ ... โค ... ลา ... สุกร ... กระบือ ก็ไปเป็น กระบือเทียวหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Item ๘๔

น วตฺตพฺพํ เสฺวว ปุคฺคโล สนฺธาวติ อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ ปรสฺมา โลกา อิมํ โลกนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ โสตาปนฺโน ปุคฺคโล มนุสฺสโลกา จุโต เทวโลกํ อุปปนฺโน ตตฺถปิ โสตาปนฺโนว โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ {๘๔.๑} หญฺจิ โสตาปนฺโน ปุคฺคโล มนุสฺสโลกา จุโต เทวโลกํ อุปปนฺโน ตตฺถปิ โสตาปนฺโนว โหติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ เสฺวว ปุคฺคโล สนฺธาวติ อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ ปรสฺมา โลกา อิมํ โลกนฺติ ฯ

ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลนั้นเองท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลก อื่นสู่โลกนี้ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. บุคคลผู้เป็นโสดาบัน เคลื่อนจากมนุษยโลกเข้าถึงเทวโลกแล้ว คงเป็น โสดาบันเทียวแม้ในเทวโลกนั้น มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า บุคคลผู้เป็นโสดาบันเคลื่อนจากมนุษยโลก เข้าถึงเทวโลกแล้ว คงเป็นโสดาบันเทียวแม้ในเทวโลกนั้น ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า บุคคลนั้นเองท่อง เที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้

Item ๘๕

โสตาปนฺโน ปุคฺคโล มนุสฺสโลกา จุโต เทวโลกํ อุปปนฺโน ตตฺถปิ โสตาปนฺโนว โหตีติ กตฺวา เตน จ การเณน เสฺวว ปุคฺคโล สนฺธาวติ อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ ปรสฺมา โลกา อิมํ โลกนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปนฺโน ปุคฺคโล มนุสฺสโลกา จุโต เทวโลกํ อุปปนฺโน ตตฺถปิ มนุสฺโส โหตีติ กตฺวา ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. ท่านทำความตกลงแล้วว่า บุคคลผู้เป็นโสดาบันเคลื่อนจากมนุษยโลก เข้า ถึงเทวโลกแล้ว คงเป็นโสดาบันเทียวแม้ในเทวโลกนั้น และด้วยเหตุนั้น (จึงวินิจฉัยว่า) บุคคลนั้นเทียวท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ท่านได้ทำความตกลงว่า บุคคลผู้เป็นโสดาบันเคลื่อนจากมนุษยโลกเข้าถึง เทวโลกแล้ว คงเป็นมนุษย์แม้ในเทวโลกนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Item ๘๖

เสฺวว ปุคฺคโล สนฺธาวติ อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ ปรสฺมา โลกา อิมํ โลกนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อนญฺโญ อวิคโต สนฺธาวตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. บุคคลนั้นเองท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ไม่เป็นอื่น ไม่แปรผัน ท่องเที่ยวไป หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Item ๘๗

อนญฺโญ อวิคโต สนฺธาวตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หตฺถจฺฉินฺโน หตฺถจฺฉินฺโนว โหติ ปาทจฺฉินฺโน ปาทจฺฉินฺโนว โหติ หตฺถปาทจฺฉินฺโน หตฺถปาทจฺฉินฺโนว โหติ กณฺณจฺฉินฺโน นาสจฺฉินฺโน กณฺณนาสจฺฉินฺโน องฺคุลิจฺฉินฺโน อฬจฺฉินฺโน กณฺฑรจฺฉินฺโน กุณิหตฺถโก ผณหตฺถโก กุฏฺฐิโย คณฺฑิโย กิลาสิโย โสสิโย อปมาริโย โอฏฺโฐ โคโณ คทฺรโภ สูกโร มหิโส มหิโสว โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. ไม่เป็นอื่น ไม่แปรผัน ท่องเที่ยวไป หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. คนมือด้วนก็ไปเป็นคนมือด้วนเทียวหรือ ... คนเท้าด้วนก็ไปเป็นคนเท้า ด้วนเทียวหรือ ... คนด้วนทั้งมือและเท้าก็ไปเป็นคนด้วนทั้งมือและเท้าเทียวหรือ ... คนหูวิ่น ... คนจมูกโหว่ ... คนทั้งหูวิ่นจมูกโหว่ ... คนนิ้วด้วน ... คนนิ้วแม่มือด้วน ... คนเอ็นใหญ่ขาด ... คนมือหงิก ... คนมือแป ... คนเป็นโรคเรื้อน ... คนเป็นต่อม ... คนเป็นโรคกลาก ... คน เป็นโรคมองคร่อ ... คนเป็นโรคลมบ้าหมู ... อูฐ ... โค ... ลา ... สุกร ... กระบือก็ไปเป็น กระบือเทียวหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Item ๘๘

เสฺวว ปุคฺคโล สนฺธาวติ อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ ปรสฺมา โลกา อิมํ โลกนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ สรูโป สนฺธาวตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สรูโป สนฺธาวตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตํ ชีวํ ตํ สรีรนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ {๘๘.๑} สเวทโน ฯเปฯ สสญฺโญ ฯเปฯ สสงฺขาโร ฯเปฯ สวิญฺญาโณ สนฺธาวตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สวิญฺญาโณ สนฺธาวตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตํ ชีวํ ตํ สรีรนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. บุคคลนั้นเองท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นผู้มีรูปท่องเที่ยวไปหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เป็นผู้มีรูปท่องเที่ยวไปหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้นหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เป็นผู้มีเวทนา ฯลฯ เป็นผู้มีสัญญา ฯลฯ เป็นผู้มีสังขาร ฯลฯ เป็นผู้ มีวิญญาณท่องเที่ยวไปหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เป็นผู้มีวิญญาณท่องเที่ยวไปหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้นหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Item ๘๙

เสฺวว ปุคฺคโล สนฺธาวติ อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ ปรสฺมา โลกา อิมํ โลกนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อรูโป สนฺธาวตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรูโป สนฺธาวตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺญํ ชีวํ อญฺญํ สรีรนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ {๘๙.๑} อเวทโน ฯเปฯ อสญฺโญ ฯเปฯ อสงฺขาโร ฯเปฯ อวิญฺญาโณ สนฺธาวตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ อวิญฺญาโณ สนฺธาวตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺญํ ชีวํ อญฺญํ สรีรนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. บุคคลนั้นเองท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นผู้ไม่มีรูปท่องเที่ยวไปหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เป็นผู้ไม่มีรูปท่องเที่ยวไป หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ชีพเป็นอื่น สรีระก็เป็นอื่น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เป็นผู้ไม่มีเวทนา ฯลฯ เป็นผู้ไม่มีสัญญา ฯลฯ เป็นผู้ไม่มีสังขาร ฯลฯ เป็นผู้ไม่มีวิญญาณท่องเที่ยวไปหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เป็นผู้ไม่มีวิญญาณท่องเที่ยวไปหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ชีพเป็นอื่น สรีระก็เป็นอื่น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Item ๙๐

เสฺวว ปุคฺคโล สนฺธาวติ อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ ปรสฺมา โลกา อิมํ โลกนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปํ สนฺธาวตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ รูปํ สนฺธาวตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตํ ชีวํ ตํ สรีรนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ {๙๐.๑} เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ สงฺขารา ฯเปฯ วิญฺญาณํ สนฺธาวตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ วิญฺญาณํ สนฺธาวตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตํ ชีวํ ตํ สรีรนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. บุคคลนั้นแหละท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. รูปท่องเที่ยวไปหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. รูปท่องเที่ยวไปหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้นหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณท่องเที่ยวไปหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. วิญญาณท่องเที่ยวไปหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Item ๙๑

เสฺวว ปุคฺคโล สนฺธาวติ อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ ปรสฺมา โลกา อิมํ โลกนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปํ น สนฺธาวตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ รูปํ น สนฺธาวตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺญํ ชีวํ อญฺญํ สรีรนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ {๙๑.๑} เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ สงฺขารา ฯเปฯ วิญฺญาณํ น สนฺธาวตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ วิญฺญาณํ น สนฺธาวตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺญํ ชีวํ อญฺญํ สรีรนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ขนฺเธสุ ภิชฺชมาเนสุ โส เจ ภิชฺชติ ปุคฺคโล อุจฺเฉทา ภวติ ทิฏฺฐิ ยา พุทฺเธน วิวชฺชิตา ขนฺเธสุ ภิชฺชมาเนสุ โน เจ ภิชฺชติ ปุคฺคโล ปุคฺคโล สสฺสโต โหติ นิพฺพาเนน สมสโมติ คติอนุโยโค ฯ

ส. บุคคลนั้นแหละ ท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. รูปไม่ท่องเที่ยวไปหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. รูปไม่ท่องเที่ยวไปหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ชีพเป็นอื่น สรีระก็เป็นอื่นหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณ ไม่ท่องเที่ยวไปหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. วิญญาณไม่ท่องเที่ยวไปหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ชีพเป็นอื่น สรีระก็เป็นอื่น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. หากว่า บุคคลแตกดับไปในเมื่อขันธ์ทั้งหลายแตกดับไป ก็เป็นอุจเฉททิฏฐิ ที่พระพุทธเจ้าทรงเว้นขาดแล้ว หากว่า บุคคลไม่แตกดับไปในเมื่อขันธ์ทั้งหลายแตกดับไป บุคคล ก็จะเที่ยง (และดังนั้น) จะเสมอเหมือนกับนิพพาน. คติอนุโยค จบ. -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย