This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระอภิธรรมปิฎก ·

เล่ม ๓๗ · กถาวัตถุปกรณ์

Other items in this volume

นิคหะ ที่ ๑นิคหะ ที่ ๒นิคหะ ที่ ๓นิคหะ ที่ ๔นิคหะ ที่ ๕นิคหะ ที่ ๖นิคหะ ที่ ๗นิคหะ ที่ ๘สุทธิกสังสันทนาโอปัมมสังสันทนาจตุกกนยสังสันทนาลักขณยุตติกตาวจนโสธนะปัญญัตตานุโยคคติอนุโยคอุปาทาปัญญัตตานุโยคกัลยาณวรรคอภิญญานุโยคญาตกานุโยคปกิณณกะปริหานิกถาพรหมจริยกถาโอธิโสกถาชหติกถาสัพพมัตถีติกถาอดีตขันธาติกถาเอกัจจมัตถีติกถาสติปัฏฐานกถาเหวัตถีติกถาปรูปหารกถาอัญญาณกถากังขากถาปรวิตารณากถาวจีเภทกถาทุกขาหารกถาจิตตฐิติกถากุกกุฬกถาอนุปุพพาภิสมยกถาโวหารกถานิโรธกถาพลกถาอริยันติกถาวิมุจจติกถาวิมุจจมานกถาอัฏฐมกกถาอัฏฐมกัสส อินทริยกถาทิพพจักขุกถาทิพพโสตกถายถากัมมูปคตญาณกถาสังวรกถาอสัญญกถาเนวสัญญานาสัญญายตนกถาคิหิสส อรหาติกถาอุปปัตติกถาอนาสวกถาสมันนาคตกถาอุเบกขาสมันนาคตกถาโพธิยา พุทโธติกถาลักษณกถานิยาโมกกันติกถาสมันนาคตกถา อีกกถาหนึ่งสัพพสัญโญชนปหานกถาวิมุตตกถาอเสกขญาณกถาวิปรีตกถานิยามกถาปฏิสัมภิทากถาสัมมติญาณกถาจิตตารัมมณกถาอนาคตญาณกถาปัจจุปปันนญาณกถาผลญาณกถานิยามกถาปฏิจจสมุปปาทกถาสัจจกถาอารุปปกถานิโรธสมาปัตติกถาอากาสกถาอากาโสสนิทัสสโนติกถาปฐวีธาตุ สนิทัสสนาตยาทิกถาจักขุนทริยสนิทัสสนันติอาทิกถากายกัมมสนิทัสสนันติกถาสังคหิตกถาสัมปยุตตกถาเจตสิกกถาทานกถาปริโภคมยปุญญกถาอิโตทินนกถาปฐวีกัมมวิปาโกติกถาชรามรณวิปาโกติกถาอริยธัมมวิปากกถาวิปาโก วิปากธัมมธัมโมติกถาฉคติกถาอันตราภวกถากามคุณกถากามกถารูปธาตุกถาอรูปธาตุกถารูปธาตุยา อายตนะกถาอรูเป รูปกถารูปังกัมมันติกถาชีวิตินทริยกถากัมมเหตุกถาอานิสังสกถาอมตารัมมณกถารูปังสารัมมณันติกถาอนุสยา อนารัมมณาติกถาญาณัง อนารัมมณันติกถาอตีตารัมมณกถาอนาคตารัมมณกถาวิตักกานุปติตกถาวิตักกวิปผารสัททกถานยถาจิตตัสสวาจาติกถานยถาจิตตัสสกายกัมมันติกถาอตีตานาคตปัจจุปปันนกถานิโรธกถารูปังมัคโคติกถาปัญจวิญญาณสมังคิมัคคภาวนากถาปัญจวิญญาณา กุสลาปีติกถาปัญจวิญญาณา สาโภคาติกถาทวีหิ สีเลหิ สมันนาคโตติกถาสิลัง อเจตสิกันติกถาสีลัง นจิตตานุปริวัตตีติกถาสมาทานเหตุกกถาวิญญัตติสีลันติกถาอวิญญัตติ ทุสสีลยันติกถาติสโสปิ อนุสยกถาญาณกถาญาณังจิตตวิปปยุตตันติกถาอิทังทุกขันติกถาอิทธิพลกถาสมาธิกถาธัมมัฏฐิตตากถาอนิจจตากถาสังวโรกัมมันติกถากัมมกถาสัทโทวิปาโกติกถาสฬายตนกถาสัตตักขัตตุปรมกถาโกลังโกลเอกวีชีกถาชีวิตาโวโรปนกถาทุคคติกถาสัตตมภวิกกถากัปปัฏฐกถากุสลจิตตปฏิลาภกถาอนันตราปยุตตกถานิยตัสสนิยามกถานีวุตกถาสัมมุขีภูตกถาสมาปันโน อัสสาเทติกถาอสาตราคกถาธัมมตัณหา อัพยากตาติกถาธัมมตัณหา นทุกขสมุทโยติกถากุสลากุสลปฏิสันทหนกถาสฬายตนุปปัตติกถาอนันตรปัจจยกถาอริยรูปกถาอัญโญ อนุสโยติกถาปริยุฏฐาน จิตตวิปปยุตตันติกถาปริยาปันนกถาอัพยากตกถาอปริยาปันนกถาปัจจยตากถาอัญญมัญญปัจจยกถาอัทธากถาขณลยมุหุตตกถาอาสวกถาชรามรณกถาสัญญาเวทยิตกถาสัญญาเวทยิตกถา ที่ ๒สัญญาเวทยิตกถา ที่ ๓อสัญญสัตตูปิกากถากัมมูปจยกถานิคคหกถาปัคคหกถาสุขานุปปทานกถาอธิคัยหมนสิการกถารูปังเหตูติกถารูปังสเหตุกันติกถารูปังกุสลากุสลันติกถารูปังวิปาโกติกถารูปังรูปาวจรารูปาวจรันติกถารูปราโค รูปธาตุปริยาปันโนติอาทิกถาอัตถิ อรหโต ปุญญูปจโยติกถานัตถิ อรหโต อกาลมัจจูติกถาสัพพมิทัง กัมมโตติกถาอินทริยพัทธกถาฐเปตวา อริยมัคคันติกถานวัตตัพพัง สังโฆ ทักขิณัง ปฏิคคัณหาตีติกถานวัตตัพพัง สังโฆ ทักขิณัง วิโสเธตีติกถานวัตตัพพัง สังโฆ ภุญชตีติกถานวัตตัพพัง สังฆัสส ทินนัง มหัปผลันติกถานวัตตัพพัง พุทธัสส ทินนัง มหัปผลันติกถาทักขิณาวิสุทธิกถามนุสสโลกกถาธัมมเทสนากถากรุณากถาคันธชาติกถาเอกมัคคกถาฌานสังกันติกถาฌานันตริกกถาสมาปันโน สัททัง สุณาตีติกถาจักขุนา รูปัง ปัสสตีติกถากิเลสชหนกถาสุญญตากถาสามัญญผลกถาปัตติกถาตถตากถากุสลกถาอัจจันตนิยามกถาอินทริยกถาอสัญจิจจกถาญาณกถานิรยปาลกถาติรัจฉานกถามัคคกถาญาณกถาสาสนกถาอวิวิตตกถาสัญโญชนกถาอิทธิกถาพุทธกถาสัพพทิสากถาธรรมกถากรรมกถาปรินิพพานกถากุสลจิตตกถาอาเนญชกถาธัมมาภิสมยกถากถาทั้ง ๓อัพยากตกถาอาเสวนปัจจยตากถาขณิกกถาเอกาธิปปายกถาอรหันตวัณณกถาอิสสริยกามการิกากถาราคปฏิรูปกาทิกถาอปรินิปผันนกถาอุทาน

Scripture · พระอภิธรรมปิฎก

อัจจันตนิยามกถา

Text only · no interpretationข้อ ๑๗๙๒–๑๘๐๐พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถุปกรณ์9 items2 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

Pali and translation

Front matter of the printed edition

อจฺจนฺตนิยามกถา

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ อัจจันตนิยามกถา

Item ๑๗๙๒Commentary

อตฺถิ ปุถุชฺชนสฺส อจฺจนฺตนิยามตาติ ฯ อามนฺตา ฯ มาตุฆาตโก อจฺจนฺตนิยโต ปิตุฆาตโก ฯเปฯ อรหนฺตฆาตโก ฯเปฯ รุหิรุปฺปาทโก ฯเปฯ สงฺฆเภทโก อจฺจนฺตนิยโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ ปุถุชฺชนสฺส อจฺจนฺตนิยามตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อจฺจนฺตนิยตสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉา อุปฺปชฺเชยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อจฺจนฺตนิยตสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉา อุปฺปชฺเชยฺย โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ ปุถุชฺชนสฺส อจฺจนฺตนิยามตาติ ฯ

สกวาที ปุถุชนมีความแน่นอนโดยส่วนเดียว หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ทำมาตุฆาตเป็นผู้แน่นอนโดยส่วนเดียว บุคคลผู้ทำปิตุฆาต ฯลฯ บุคคลผู้ทำอรหันตฆาต ฯลฯ บุคคลผู้ทำโลหิตุบาท ฯลฯ บุคคลผู้ทำสังฆ- เภท เป็นผู้แน่นอนโดยส่วนเดียว หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ปุถุชนมีความแน่นอนโดยส่วนเดียว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. วิจิกิจฉา พึงเกิดแก่บุคคลผู้แน่นอนโดยส่วนเดียว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า วิจิกิจฉา พึงเกิดแก่บุคคลผู้แน่นอนโดยส่วนเดียว ก็ต้องไม่กล่าว ว่า ปุถุชนมีความแน่นอนโดยส่วนเดียว

Item ๑๗๙๓

อจฺจนฺตนิยตสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉา นุปฺปชฺเชยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปหีนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปหีนาติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปตฺติมคฺเคนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สกทาคามิมคฺเคน ฯเปฯ อนาคามิมคฺเคน ฯเปฯ อรหตฺตมคฺเคนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กตเมน มคฺเคนาติ ฯ อกุสเลน มคฺเคนาติ ฯ อกุสโล มคฺโค นิยฺยานิโก ขยคามี โพธคามี อปจยคามี อนาสโว ฯเปฯ อสงฺกิเลสิโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อกุสโล มคฺโค อนิยฺยานิโก ฯเปฯ สงฺกิเลสิโกติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อกุสโล มคฺโค อนิยฺยานิโก ฯเปฯ สงฺกิเลสิโก โน วต เร วตฺตพฺเพ อจฺจนฺตนิยตสฺส ปุคฺคลสฺส วิจิกิจฺฉา อกุสเลน มคฺเคน ปหีนาติ ฯ

ส. วิจิกิจฉา ไม่พึงเกิดแก่บุคคลผู้แน่นอนโดยส่วนเดียว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ละวิจิกิจฉาได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ละวิจิกิจฉาได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ละได้ด้วยโสดาปัตติมรรค หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ละได้ด้วยสกทาคามิมรรค ฯลฯ ละได้ด้วยอนาคามิมรรค ฯลฯ ละได้ ด้วยอรหัตมรรค หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ละได้ด้วยมรรคไหน ป. ด้วยมรรคฝ่ายอกุศล ส. มรรคฝ่ายอกุศลเป็นธรรมนำออก ให้ถึงความสิ้นทุกข์ ให้ถึงความตรัสรู้ ให้ถึงนิพพาน ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯลฯ ไม่เป็นอารมณ์ของ สังกิเลส หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. มรรคฝ่ายอกุศลไม่เป็นธรรมนำออก ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลส มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า มรรคฝ่ายอกุศลไม่เป็นธรรมนำออก ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสัง กิเลส ก็ต้องไม่กล่าวว่า วิจิกิจฉา อันบุคคลผู้แน่นอนโดยส่วนเดียวละ ได้ด้วยมรรคฝ่ายอกุศล

Item ๑๗๙๔

สสฺสตทิฏฺฐิยา นิยตสฺส ปุคฺคลสฺส อุจฺเฉททิฏฺฐิ อุปฺปชฺเชยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สสฺสตทิฏฺฐิยา นิยตสฺส ปุคฺคลสฺส อุจฺเฉททิฏฺฐิ อุปฺปชฺเชยฺย โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ ปุถุชฺชนสฺส อจฺจนฺตนิยามตาติ ฯ

ส. อุจเฉททิฏฐิพึงเกิดแก่บุคคลผู้แน่นอนโดยสัสสตทิฏฐิ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า อุจเฉททิฏฐิพึงเกิดแก่บุคคลผู้แน่นอนโดยสัสสตทิฏฐิ ก็ต้องไม่ กล่าวว่า ปุถุชนมีความแน่นอนโดยส่วนเดียว

Item ๑๗๙๕

สสฺสตทิฏฺฐิยา นิยตสฺส ปุคฺคลสฺส อุจฺเฉททิฏฺฐิ นุปฺปชฺเชยฺยาติ ฯ เชยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปหีนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปหีนาติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปตฺติมคฺเคนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สกทาคามิมคฺเคน ฯเปฯ อนาคามิมคฺเคน ฯเปฯ อรหตฺตมคฺเคนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กตเมน มคฺเคนาติ ฯ อกุสเลน มคฺเคนาติ ฯ อกุสโล มคฺโค ฯเปฯ โน วต เร วตฺตพฺเพ สสฺสตทิฏฺฐิยา นิยตสฺส ปุคฺคลสฺส อุจฺเฉททิฏฺฐิ อกุสเลน มคฺเคน ปหีนาติ ฯ

ส. อุจเฉททิฏฐิไม่พึงเกิดแก่บุคคลผู้แน่นอนโดยสัสสตทิฏฐิ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ละอุจเฉททิฏฐิได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ละอุจเฉททิฏฐิได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ละได้ด้วยโสดาปัตติมรรค หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ละได้ด้วยสกทาคามิมรรค ฯลฯ ด้วยอนาคามิมรรค ฯลฯ ด้วยอรหัตมรรค หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ละได้ด้วยมรรคไหน ป. ละได้ด้วยมรรคฝ่ายอกุศล ส. มรรคฝ่ายอกุศล ฯลฯ ก็ต้องไม่กล่าวว่า อุจเฉททิฏฐิอันบุคคลผู้แน่นอน โดยสัสสตทิฏฐิละได้ด้วยมรรคฝ่ายอกุศล

Item ๑๗๙๖

อุจฺเฉททิฏฺฐิยา นิยตสฺส ปุคฺคลสฺส สสฺสตทิฏฺฐิ อุปฺปชฺเชยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อุจฺเฉททิฏฺฐิยา นิยตสฺส ปุคฺคลสฺส สสฺสตทิฏฺฐิ อุปฺปชฺเชยฺย โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ ปุถุชฺชนสฺส อจฺจนฺตนิยามตาติ ฯ

ป. สัสสตทิฏฐิพึงเกิดแก่บุคคลผู้แน่นอนโดยอุจเฉททิฏฐิ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า สัสสตทิฏฐิพึงเกิดแก่บุคคลผู้แน่นอนโดยอุจเฉททิฏฐิ ก็ต้องไม่ กล่าวว่า ปุถุชนมีความแน่นอนโดยส่วนเดียว

Item ๑๗๙๗

อุจฺเฉททิฏฺฐิยา นิยตสฺส ปุคฺคลสฺส สสฺสตทิฏฺฐิ นุปฺปชฺเชยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปหีนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปหีนาติ ฯ อามนฺตา ฯ โส ตาปตฺติมคฺเคนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สกทาคามิมคฺเคน ฯเปฯ อรหตฺตมคฺเคนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กตเมน มคฺเคนาติ ฯ อกุสเลน มคฺเคนาติ ฯ อกุสโล มคฺโค ฯเปฯ โน วต เร วตฺตพฺเพ อุจฺเฉททิฏฺฐิยา นิยตสฺส ปุคฺคลสฺส สสฺสตทิฏฺฐิ อกุสเลน มคฺเคน ปหีนาติ ฯ

ส. สัสสตทิฏฐิไม่พึงเกิดแก่บุคคลผู้แน่นอนโดยอุจเฉททิฏฐิ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ละสัสสตทิฏฐิได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ละสัสสตทิฏฐิได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ละได้ด้วยโสดาปัตติมรรค หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ละได้ด้วยสกทาคามิมรรค ฯลฯ ด้วยอรหัตมรรค หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ด้วยมรรคไหน ป. ด้วยมรรคฝ่ายอกุศล ส. มรรคฝ่ายอกุศล ฯลฯ ก็ต้องไม่กล่าวว่า สัสสตทิฏฐิ อันบุคคลผู้แน่นอน โดยอุจเฉททิฏฐิ ละได้ด้วยมรรคฝ่ายอกุศล

Item ๑๗๙๘

น วตฺตพฺพํ อตฺถิ ปุถุชฺชนสฺส อจฺจนฺตนิยามตาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล สมนฺนาคโต โหติ เอกนฺตกาฬเกหิ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ โส สกึ นิมุคฺโค นิมุคฺโคว โหตีติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ อตฺถิ ปุถุชฺชนสฺส อจฺจนฺตนิยามตาติ ฯ

ป. ไม่พึงกล่าวว่า ปุถุชนมีความแน่นอนโดยส่วนเดียว หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลก นี้ เป็นผู้ประกอบด้วยธรรมฝ่ายอกุศล เป็นธรรมดำโดยส่วนเดียว บุคคลนั้นเป็นผู้จมลงแล้วครั้งหนึ่ง ก็จมลงอยู่นั่นเอง ดังนี้ เป็นสูตร มีอยู่จริง มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ถ้าอย่างนั้น ปุถุชนก็มีความแน่นอนโดยส่วนเดียว น่ะสิ

Item ๑๗๙๙

วุตฺตํ ภควตา อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล สมนฺนาคโต โหติ เอกนฺตกาฬเกหิ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ โส สกึ นิมุคฺโค นิมุคฺโคว โหตีติ กตฺวา เตน จ การเณน อตฺถิ ปุถุชฺชนสฺส อจฺจนฺตนิยามตาติ ฯ อามนฺตา ฯ วุตฺตํ ภควตา อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล อุมฺมุชฺชิตฺวา นิมุชฺชตีติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺพกาลํ อุมฺมุชฺชิตฺวา นิมุชฺชตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลก นี้ เป็นผู้ประกอบด้วยธรรมฝ่ายอกุศล เป็นธรรมดำโดยส่วนเดียว บุคคลนั้นเป็นผู้จมลงแล้วครั้งหนึ่ง ก็จมอยู่นั่นเอง เพราะทำอธิบายดังนี้ และโดยเหตุนั้น ท่านจึงสันนิษฐานว่า ปุถุชนมีความแน่นอนโดยส่วน เดียว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลก นี้ ผุดขึ้นแล้ว กลับจมลง ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผุดขึ้นแล้ว กลับจมลงทุกครั้ง หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Item ๑๘๐๐

วุตฺตํ ภควตา อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล สมนฺนาคโต โหติ เอกนฺตกาฬเกหิ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ โส สกึ นิมุคฺโค นิมุคฺโคว โหตีติ กตฺวา เตน จ การเณน อตฺถิ ปุถุชฺชนสฺส อจฺจนฺตนิยามตาติ ฯ อามนฺตา ฯ วุตฺตํ ภควตา อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล อุมฺมุชฺชิตฺวา ฐิโต โหติ อุมฺมุชฺชิตฺวา วิปสฺสติ วิโลเกติ อุมฺมุชฺชิตฺวา ปตรติ อุมฺมุชฺชิตฺวา ปติคาธปฺปตฺโต โหตีติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺพกาลํ อุมฺมุชฺชิตฺวา ปติคาธปฺปตฺโต โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อจฺจนฺตนิยามกถา ฯ -------

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลก นี้ เป็นผู้ประกอบด้วยธรรมฝ่ายอกุศล เป็นธรรมดำโดยส่วนเดียว บุคคลนั้นเป็นผู้จมลงแล้วครั้งหนึ่ง ก็จมอยู่นั่นเอง เพราะทำอธิบายดังนี้ และโดยเหตุนั้น ท่านจึงสันนิษฐานว่า ปุถุชนมีความแน่นอนโดยส่วน เดียว หรือ? ป. ถูกแล้ว @ อํ. สตฺตก. ข้อ ๑๕ หน้า ๑๑ ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลก นี้ ผุดขึ้นแล้วทรงตัวอยู่ ผุดขึ้นแล้วเห็นแจ้งเหลียวแลดูว่ายข้ามไป ผุดขึ้นแล้ว ไปถึงที่พำนักได้ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผุดขึ้นแล้ว ไปถึงที่พำนักได้ทุกครั้ง หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ อัจจันตนิยามกถา จบ -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย