This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระอภิธรรมปิฎก ·

เล่ม ๓๗ · กถาวัตถุปกรณ์

Other items in this volume

นิคหะ ที่ ๑นิคหะ ที่ ๒นิคหะ ที่ ๓นิคหะ ที่ ๔นิคหะ ที่ ๕นิคหะ ที่ ๖นิคหะ ที่ ๗นิคหะ ที่ ๘สุทธิกสังสันทนาโอปัมมสังสันทนาจตุกกนยสังสันทนาลักขณยุตติกตาวจนโสธนะปัญญัตตานุโยคคติอนุโยคอุปาทาปัญญัตตานุโยคกัลยาณวรรคอภิญญานุโยคญาตกานุโยคปกิณณกะปริหานิกถาพรหมจริยกถาโอธิโสกถาชหติกถาสัพพมัตถีติกถาอดีตขันธาติกถาเอกัจจมัตถีติกถาสติปัฏฐานกถาเหวัตถีติกถาปรูปหารกถาอัญญาณกถากังขากถาปรวิตารณากถาวจีเภทกถาทุกขาหารกถาจิตตฐิติกถากุกกุฬกถาอนุปุพพาภิสมยกถาโวหารกถานิโรธกถาพลกถาอริยันติกถาวิมุจจติกถาวิมุจจมานกถาอัฏฐมกกถาอัฏฐมกัสส อินทริยกถาทิพพจักขุกถาทิพพโสตกถายถากัมมูปคตญาณกถาสังวรกถาอสัญญกถาเนวสัญญานาสัญญายตนกถาคิหิสส อรหาติกถาอุปปัตติกถาอนาสวกถาสมันนาคตกถาอุเบกขาสมันนาคตกถาโพธิยา พุทโธติกถาลักษณกถานิยาโมกกันติกถาสมันนาคตกถา อีกกถาหนึ่งสัพพสัญโญชนปหานกถาวิมุตตกถาอเสกขญาณกถาวิปรีตกถานิยามกถาปฏิสัมภิทากถาสัมมติญาณกถาจิตตารัมมณกถาอนาคตญาณกถาปัจจุปปันนญาณกถาผลญาณกถานิยามกถาปฏิจจสมุปปาทกถาสัจจกถาอารุปปกถานิโรธสมาปัตติกถาอากาสกถาอากาโสสนิทัสสโนติกถาปฐวีธาตุ สนิทัสสนาตยาทิกถาจักขุนทริยสนิทัสสนันติอาทิกถากายกัมมสนิทัสสนันติกถาสังคหิตกถาสัมปยุตตกถาเจตสิกกถาทานกถาปริโภคมยปุญญกถาอิโตทินนกถาปฐวีกัมมวิปาโกติกถาชรามรณวิปาโกติกถาอริยธัมมวิปากกถาวิปาโก วิปากธัมมธัมโมติกถาฉคติกถาอันตราภวกถากามคุณกถากามกถารูปธาตุกถาอรูปธาตุกถารูปธาตุยา อายตนะกถาอรูเป รูปกถารูปังกัมมันติกถาชีวิตินทริยกถากัมมเหตุกถาอานิสังสกถาอมตารัมมณกถารูปังสารัมมณันติกถาอนุสยา อนารัมมณาติกถาญาณัง อนารัมมณันติกถาอตีตารัมมณกถาอนาคตารัมมณกถาวิตักกานุปติตกถาวิตักกวิปผารสัททกถานยถาจิตตัสสวาจาติกถานยถาจิตตัสสกายกัมมันติกถาอตีตานาคตปัจจุปปันนกถานิโรธกถารูปังมัคโคติกถาปัญจวิญญาณสมังคิมัคคภาวนากถาปัญจวิญญาณา กุสลาปีติกถาปัญจวิญญาณา สาโภคาติกถาทวีหิ สีเลหิ สมันนาคโตติกถาสิลัง อเจตสิกันติกถาสีลัง นจิตตานุปริวัตตีติกถาสมาทานเหตุกกถาวิญญัตติสีลันติกถาอวิญญัตติ ทุสสีลยันติกถาติสโสปิ อนุสยกถาญาณกถาญาณังจิตตวิปปยุตตันติกถาอิทังทุกขันติกถาอิทธิพลกถาสมาธิกถาธัมมัฏฐิตตากถาอนิจจตากถาสังวโรกัมมันติกถากัมมกถาสัทโทวิปาโกติกถาสฬายตนกถาสัตตักขัตตุปรมกถาโกลังโกลเอกวีชีกถาชีวิตาโวโรปนกถาทุคคติกถาสัตตมภวิกกถากัปปัฏฐกถากุสลจิตตปฏิลาภกถาอนันตราปยุตตกถานิยตัสสนิยามกถานีวุตกถาสัมมุขีภูตกถาสมาปันโน อัสสาเทติกถาอสาตราคกถาธัมมตัณหา อัพยากตาติกถาธัมมตัณหา นทุกขสมุทโยติกถากุสลากุสลปฏิสันทหนกถาสฬายตนุปปัตติกถาอนันตรปัจจยกถาอริยรูปกถาอัญโญ อนุสโยติกถาปริยุฏฐาน จิตตวิปปยุตตันติกถาปริยาปันนกถาอัพยากตกถาอปริยาปันนกถาปัจจยตากถาอัญญมัญญปัจจยกถาอัทธากถาขณลยมุหุตตกถาอาสวกถาชรามรณกถาสัญญาเวทยิตกถาสัญญาเวทยิตกถา ที่ ๒สัญญาเวทยิตกถา ที่ ๓อสัญญสัตตูปิกากถากัมมูปจยกถานิคคหกถาปัคคหกถาสุขานุปปทานกถาอธิคัยหมนสิการกถารูปังเหตูติกถารูปังสเหตุกันติกถารูปังกุสลากุสลันติกถารูปังวิปาโกติกถารูปังรูปาวจรารูปาวจรันติกถารูปราโค รูปธาตุปริยาปันโนติอาทิกถาอัตถิ อรหโต ปุญญูปจโยติกถานัตถิ อรหโต อกาลมัจจูติกถาสัพพมิทัง กัมมโตติกถาอินทริยพัทธกถาฐเปตวา อริยมัคคันติกถานวัตตัพพัง สังโฆ ทักขิณัง ปฏิคคัณหาตีติกถานวัตตัพพัง สังโฆ ทักขิณัง วิโสเธตีติกถานวัตตัพพัง สังโฆ ภุญชตีติกถานวัตตัพพัง สังฆัสส ทินนัง มหัปผลันติกถานวัตตัพพัง พุทธัสส ทินนัง มหัปผลันติกถาทักขิณาวิสุทธิกถามนุสสโลกกถาธัมมเทสนากถากรุณากถาคันธชาติกถาเอกมัคคกถาฌานสังกันติกถาฌานันตริกกถาสมาปันโน สัททัง สุณาตีติกถาจักขุนา รูปัง ปัสสตีติกถากิเลสชหนกถาสุญญตากถาสามัญญผลกถาปัตติกถาตถตากถากุสลกถาอัจจันตนิยามกถาอินทริยกถาอสัญจิจจกถาญาณกถานิรยปาลกถาติรัจฉานกถามัคคกถาญาณกถาสาสนกถาอวิวิตตกถาสัญโญชนกถาอิทธิกถาพุทธกถาสัพพทิสากถาธรรมกถากรรมกถาปรินิพพานกถากุสลจิตตกถาอาเนญชกถาธัมมาภิสมยกถากถาทั้ง ๓อัพยากตกถาอาเสวนปัจจยตากถาขณิกกถาเอกาธิปปายกถาอรหันตวัณณกถาอิสสริยกามการิกากถาราคปฏิรูปกาทิกถาอปรินิปผันนกถาอุทาน

Scripture · พระอภิธรรมปิฎก

อมตารัมมณกถา

ข้อ ๑๓๐๘–๑๓๒๐พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถุปกรณ์13 items2 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

Pali and translation

Front matter of the printed edition

อมตารมฺมณกถา

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ อมตารัมมณกถา

Item ๑๓๐๘

อมตารมฺมณํ สญฺโญชนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อมตํ สญฺโญชนิยํ คนฺถนิยํ โอฆนิยํ โยคนิยํ นีวรณิยํ ปรามฏฺฐํ อุปาทานิยํ สงฺกิเลสิกนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อมตํ อสญฺโญชนิยํ อคนฺถนิยํ ฯเปฯ อสงฺกิเลสิกนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อมตํ อสญฺโญชนิยํ ฯเปฯ อสงฺกิเลสิกํ โน วต เร วตฺตพฺเพ อมตารมฺมณํ สญฺโญชนนฺติ ฯ

สกวาที สัญโญชน์มีอมตะเป็นอารมณ์ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. อมตะเป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ เป็นอารมณ์ของคันถะ เป็นอารมณ์ของ โอฆะ เป็นอารมณ์ของโยคะ เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ เป็นอารมณ์ของ ปรามาสะ เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นอารมณ์สังกิเลส หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อมตะไม่เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ ไม่เป็นอารมณ์ของคันถะ ฯลฯ ไม่ เป็นอารมณ์ของสังกิเลส มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า อมตะไม่เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ ฯลฯ ไม่เป็นอารมณ์ของ สังกิเลส ก็ต้องไม่กล่าวว่า สัญโญชน์มีอมตะเป็นอารมณ์

Item ๑๓๐๙

อมตํ อารพฺภ ราโค อุปฺปชฺชตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อมตํ ราคฏฺฐานิยํ รชนิยํ กมนิยํ มทนิยํ พนฺธนิยํ มุจฺฉนิยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อมตํ น ราคฏฺฐานิยํ น รชนิยํ น กมนิยํ น มทนิยํ น พนฺธนิยํ น มุจฺฉนิยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อมตํ น ราคฏฺฐานิยํ น รชนิยํ น กมนิยํ น มทนิยํ น พนฺธนิยํ น มุจฺฉนิยํ โน วต เร วตฺตพฺเพ อมตํ อารพฺภ ราโค อุปฺปชฺชตีติ ฯ

ส. ราคะปรารภอมตะเกิดขึ้นได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อมตะเป็นที่ตั้งแห่งราคะ อันจิตพึงยินดี พึงใคร่ พึงมัวเมา พึงผูกพัน พึงสยบอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อมตะไม่เป็นที่ตั้งแห่งราคะ อันจิตไม่พึงยินดี ไม่พึงใคร่ ไม่พึงมัวเมา ไม่พึงผูกพัน ไม่พึงสยบอยู่ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า อมตะไม่เป็นที่ตั้งแห่งราคะ อันจิตไม่พึงยินดี ไม่พึงใคร ไม่พึง มัวเมา ไม่พึงผูกพัน ไม่พึงสยบอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ราคะปรารภอมตะ เกิดขึ้นได้

Item ๑๓๑๐

อมตํ อารพฺภ โทโส อุปฺปชฺชตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อมตํ โทสฏฺฐานิยํ โกปฏฺฐานิยํ ปฏิฆฏฺฐานิยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อมตํ น โทสฏฺฐานิยํ น โกปฏฺฐานิยํ น ปฏิฆฏฺฐานิยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อมตํ น โทสฏฺฐานิยํ น โกปฏฺฐานิยํ น ปฏิฆฏฺฐานิยํ โน วต เร วตฺตพฺเพ อมตํ อารพฺภ โทโส อุปฺปชฺชตีติ ฯ

ส. โทสะปรารภอมตะ เกิดขึ้นได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อมตะเป็นที่ตั้งแห่งโทสะ เป็นที่ตั้งแห่งความโกรธ เป็นที่ตั้งแห่งความ กระทบกระเทือน หรือ? @อภิ. ก. แปล ๓๗/๖๙ ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อมตะไม่เป็นที่ตั้งแห่งโทสะ ไม่เป็นที่ตั้งแห่งความโกรธ ไม่เป็นที่ตั้งแห่ง ความกระทบกระเทือน มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า อมตะไม่เป็นที่ตั้งแห่งโทสะ ไม่เป็นที่ตั้งแห่งความโกรธ ไม่เป็น ที่ตั้งแห่งความกระทบกระเทือน ก็ต้องไม่กล่าวว่า โทสะปรารภอมตะเกิด ขึ้นได้

Item ๑๓๑๑

อมตํ อารพฺภ โมโห อุปฺปชฺชตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อมตํ โมหฏฺฐานิยํ อญฺญาณกรณํ อจกฺขุกรณํ ปญฺญานิโรธิยํ วิฆาตปกฺขิยํ อนิพฺพานสํวตฺตนิยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อมตํ น โมหฏฺฐานิยํ น อญฺญาณกรณํ น อจกฺขุกรณํ ปญฺญาวุฑฺฒิยํ อวิฆาตปกฺขิยํ นิพฺพานสํวตฺตนิยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อมตํ น โมหฏฺฐานิยํ น อญฺญาณกรณํ ฯเปฯ นิพฺพานสํวตฺตนิยํ โน วต เร วตฺตพฺเพ อมตํ อารพฺภ โมโห อุปฺปชฺชตีติ ฯ

ส. โมหะ ปรารภอมตะเกิดขึ้นได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อมตะเป็นที่ตั้งแห่งโมหะ ทำความไม่รู้ ทำความไม่เห็น เกื้อกูลแก่ความ ดับสูญแห่งปัญญา เป็นไปในฝ่ายทำลายปัญญา ไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อมตะไม่เป็นที่ตั้งแห่งโมหะ ไม่กระทำความไม่รู้ เกื้อกูลแก่ความเจริญ แห่งปัญญา ไม่เป็นไปในฝ่ายทำลายปัญญา เป็นไปเพื่อนิพพาน มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า อมตะไม่เป็นที่ตั้งแห่งโมหะ ไม่กระทำความไม่รู้ ฯลฯ เป็นไป เพื่อนิพพาน ก็ต้องไม่กล่าวว่า โมหะปรารภอมตะ เกิดขึ้นได้

Item ๑๓๑๒

รูปํ อารพฺภ สญฺโญชนา อุปฺปชฺชนฺติ รูปํ สญฺโญชนิยํ คนฺถนิยํ ฯเปฯ สงฺกิเลสิกนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อมตํ อารพฺภ สญฺโญชนา อุปฺปชฺชนฺติ อมตํ สญฺโญชนิยํ คนฺถนิยํ ฯเปฯ สงฺกิเลสิกนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. สัญโญชน์ ปรารภรูปเกิดขึ้นได้ และรูปเป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ เป็น อารมณ์ของคันถะ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลส หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัญโญชน์ปรารภอมตะเกิดขึ้นได้ และอมตะเป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ เป็นอารมณ์ของคันถะ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของกิเลส หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Item ๑๓๑๓

รูปํ อารพฺภ ราโค อุปฺปชฺชติ รูปํ ราคฏฺฐานิยํ รชนิยํ กมนิยํ มทนิยํ พนฺธนิยํ มุจฺฉนิยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อมตํ อารพฺภ ราโค อุปฺปชฺชติ อมตํ ราคฏฺฐานิยํ ฯเปฯ มุจฺฉนิยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. ราคะปรารภรูปเกิดขึ้นได้ รูปเป็นที่ตั้งแห่งราคะ อันจิตพึงยินดี พึงใคร่ พึงมัวเมา พึงผูกพัน พึงสยบอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ราคะปรารภอมตะเกิดขึ้นได้ และอมตะเป็นที่ตั้งแห่งราคะอันจิตพึงยินดี ฯลฯ พึงสยบอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Item ๑๓๑๔

รูปํ อารพฺภ โทโส อุปฺปชฺชติ รูปํ โทสฏฺฐานิยํ โกปฏฺฐานิยํ ปฏิฆฏฺฐานิยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อมตํ อารพฺภ โทโส อุปฺปชฺชติ อมตํ โทสฏฺฐานิยํ โกปฏฺฐานิยํ ปฏิฆฏฺฐานิยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. โทสะปรารภรูปเกิดขึ้นได้ และรูปเป็นที่ตั้งแห่งโทสะ เป็นที่ตั้งแห่งความ โกรธ เป็นที่ตั้งแห่งความกระทบกระเทือน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โทสะปรารภอมตะเกิดขึ้นได้ และอมตะเป็นที่ตั้งแห่งโทสะ เป็นที่ตั้งแห่ง ความโกรธ เป็นที่ตั้งแห่งความกระทบกระเทือน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Item ๑๓๑๕

รูปํ อารพฺภ โมโห อุปฺปชฺชติ รูปํ โมหฏฺฐานิยํ อญฺญาณกรณํ ฯเปฯ อนิพฺพานสํวตฺตนิยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อมตํ อารพฺภ โมโห อุปฺปชฺชติ อมตํ โมหฏฺฐานิยํ อญฺญาณกรณํ ฯเปฯ อนิพฺพานสํวตฺตนิยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. โมหะปรารภรูปเกิดขึ้นได้ และรูปเป็นที่ตั้งแห่งโมหะ กระทำความไม่รู้ ฯลฯ ไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โมหะปรารภอมตะเกิดขึ้นได้ และอมตะเป็นที่ตั้งแห่งโมหะ กระทำ ความไม่รู้ ฯลฯ ไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Item ๑๓๑๖

อมตํ อารพฺภ สญฺโญชนา อุปฺปชฺชนฺติ อมตํ อสญฺโญชนิยํ อคนฺถนิยํ อโนฆนิยํ อโยคนิยํ อนีวรณิยํ อปรามฏฺฐํ อนุปาทานิยํ อสงฺกิเลสิกนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปํ อารพฺภ สญฺโญชนา อุปฺปชฺชนฺติ รูปํ อสญฺโญชนิยํ อคนฺถนิยํ ฯเปฯ อสงฺกิเลสิกนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. สัญโญชน์ปรารภอมตะเกิดขึ้นได้ แต่อมตะไม่เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ ไม่เป็นอารมณ์ของคันถะ ไม่เป็นอารมณ์ของโอฆะ ไม่เป็นอารมณ์ของ โยคะ ไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสะ ไม่เป็น อารมณ์ของอุปาทาน ไม่เป็นอารมณ์ของสังกิเลส หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัญโญชน์ปรารภรูปเกิดขึ้นได้ แต่รูปไม่เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ ไม่ เป็นอารมณ์ของคันถะ ฯลฯ ไม่เป็นอารมณ์ของสังกิเลส หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Item ๑๓๑๗

อมตํ อารพฺภ ราโค อุปฺปชฺชติ อมตํ น ราคฏฺฐานิยํ น รชนิยํ น กมนิยํ น มทนิยํ น พนฺธนิยํ น มุจฺฉนิยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปํ อารพฺภ ราโค อุปฺปชฺชติ รูปํ น ราคฏฺฐานิยํ ฯเปฯ น มุจฺฉนิยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. ราคะปรารภอมตะเกิดขึ้นได้ แต่อมตะไม่เป็นที่ตั้งแห่งราคะอันจิตไม่พึง ยินดี ไม่พึงใคร่ ไม่พึงมัวเมา ไม่พึงผูกพัน ไม่พึงสยบอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ราคะปรารภรูปเกิดขึ้นได้ แต่รูปไม่เป็นที่ตั้งแห่งราคะ อันจิตไม่พึงยินดี ฯลฯ ไม่พึงสยบอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Item ๑๓๑๘

อมตํ อารพฺภ โทโส อุปฺปชฺชติ อมตํ น โทสฏฺฐานิยํ น โกปฏฺฐานิยํ น ปฏิฆฏฺฐานิยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปํ อารพฺภ โทโส อุปฺปชฺชติ รูปํ น โทสฏฺฐานิยํ น โกปฏฺฐานิยํ น ปฏิฆฏฺฐานิยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. โทสะปรารภอมตะเกิดขึ้นได้ และอมตะไม่เป็นที่ตั้งแห่งโทสะ ไม่เป็นที่ ตั้งแห่งความโกรธ ไม่เป็นที่ตั้งแห่งความกระทบกระเทือน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โทสะปรารภรูปเกิดขึ้นได้ แต่รูปไม่เป็นที่ตั้งแห่งโทสะ ไม่เป็นที่ตั้งแห่ง ความโกรธ ไม่เป็นที่ตั้งแห่งความกระทบกระเทือน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Item ๑๓๑๙

อมตํ อารพฺภ โมโห อุปฺปชฺชติ อมตํ น โมหฏฺฐานิยํ น อญฺญาณกรณํ ฯเปฯ นิพฺพานสํวตฺตนิยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปํ อารพฺภ โมโห อุปฺปชฺชติ รูปํ น โมหฏฺฐานิยํ น อญฺญาณกรณํ ฯเปฯ นิพฺพานสํวตฺตนิยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. โมหะปรารภอมตะเกิดขึ้นได้ แต่อมตะไม่เป็นที่ตั้งแห่งโมหะ ไม่ทำความ ไม่รู้ ฯลฯ เป็นไปเพื่อนิพพาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โมหะปรารภรูปเกิดขึ้นได้ แต่รูปไม่เป็นที่ตั้งแห่งโมหะ ไม่กระทำความไม่รู้ ฯลฯ เป็นไปเพื่อนิพพาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Item ๑๓๒๐

น วตฺตพฺพํ อมตารมฺมณํ สญฺโญชนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา นิพฺพานํ นิพฺพานโต สญฺชานาติ นิพฺพานํ นิพฺพานโต สญฺชานิตฺวา นิพฺพานํ มญฺญติ นิพฺพานสฺมึ มญฺญติ นิพฺพานโต มญฺญติ นิพฺพานํ เมติ มญฺญติ นิพฺพานํ อภินนฺทตีติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ อมตารมฺมณํ สญฺโญชนนฺติ ฯ อมตารมฺมณกถา ฯ

ป. ไม่พึงกล่าวว่า สัญโญชน์มีอมตะเป็นอารมณ์ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า (ปุถุชน ...) หมายรู้นิพพานโดยความเป็น นิพพาน ครั้นหมายรู้นิพพานโดยความเป็นนิพพานแล้ว ย่อมสำคัญ นิพพาน ย่อมสำคัญในนิพพาน ย่อมสำคัญโดยความเป็นนิพพาน ย่อมสำคัญนิพพานว่าของเรา ย่อมชื่นชมนิพพาน ดังนี้ เป็นสูตรมี อยู่จริง มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ถ้าอย่างนั้น สัญโญชน์ก็มีอมตะเป็นอารมณ์ น่ะสิ อมตารัมมณกถา จบ -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย