This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระอภิธรรมปิฎก ·

เล่ม ๓๗ · กถาวัตถุปกรณ์

Other items in this volume

นิคหะ ที่ ๑นิคหะ ที่ ๒นิคหะ ที่ ๓นิคหะ ที่ ๔นิคหะ ที่ ๕นิคหะ ที่ ๖นิคหะ ที่ ๗นิคหะ ที่ ๘สุทธิกสังสันทนาโอปัมมสังสันทนาจตุกกนยสังสันทนาลักขณยุตติกตาวจนโสธนะปัญญัตตานุโยคคติอนุโยคอุปาทาปัญญัตตานุโยคกัลยาณวรรคอภิญญานุโยคญาตกานุโยคปกิณณกะปริหานิกถาพรหมจริยกถาโอธิโสกถาชหติกถาสัพพมัตถีติกถาอดีตขันธาติกถาเอกัจจมัตถีติกถาสติปัฏฐานกถาเหวัตถีติกถาปรูปหารกถาอัญญาณกถากังขากถาปรวิตารณากถาวจีเภทกถาทุกขาหารกถาจิตตฐิติกถากุกกุฬกถาอนุปุพพาภิสมยกถาโวหารกถานิโรธกถาพลกถาอริยันติกถาวิมุจจติกถาวิมุจจมานกถาอัฏฐมกกถาอัฏฐมกัสส อินทริยกถาทิพพจักขุกถาทิพพโสตกถายถากัมมูปคตญาณกถาสังวรกถาอสัญญกถาเนวสัญญานาสัญญายตนกถาคิหิสส อรหาติกถาอุปปัตติกถาอนาสวกถาสมันนาคตกถาอุเบกขาสมันนาคตกถาโพธิยา พุทโธติกถาลักษณกถานิยาโมกกันติกถาสมันนาคตกถา อีกกถาหนึ่งสัพพสัญโญชนปหานกถาวิมุตตกถาอเสกขญาณกถาวิปรีตกถานิยามกถาปฏิสัมภิทากถาสัมมติญาณกถาจิตตารัมมณกถาอนาคตญาณกถาปัจจุปปันนญาณกถาผลญาณกถานิยามกถาปฏิจจสมุปปาทกถาสัจจกถาอารุปปกถานิโรธสมาปัตติกถาอากาสกถาอากาโสสนิทัสสโนติกถาปฐวีธาตุ สนิทัสสนาตยาทิกถาจักขุนทริยสนิทัสสนันติอาทิกถากายกัมมสนิทัสสนันติกถาสังคหิตกถาสัมปยุตตกถาเจตสิกกถาทานกถาปริโภคมยปุญญกถาอิโตทินนกถาปฐวีกัมมวิปาโกติกถาชรามรณวิปาโกติกถาอริยธัมมวิปากกถาวิปาโก วิปากธัมมธัมโมติกถาฉคติกถาอันตราภวกถากามคุณกถากามกถารูปธาตุกถาอรูปธาตุกถารูปธาตุยา อายตนะกถาอรูเป รูปกถารูปังกัมมันติกถาชีวิตินทริยกถากัมมเหตุกถาอานิสังสกถาอมตารัมมณกถารูปังสารัมมณันติกถาอนุสยา อนารัมมณาติกถาญาณัง อนารัมมณันติกถาอตีตารัมมณกถาอนาคตารัมมณกถาวิตักกานุปติตกถาวิตักกวิปผารสัททกถานยถาจิตตัสสวาจาติกถานยถาจิตตัสสกายกัมมันติกถาอตีตานาคตปัจจุปปันนกถานิโรธกถารูปังมัคโคติกถาปัญจวิญญาณสมังคิมัคคภาวนากถาปัญจวิญญาณา กุสลาปีติกถาปัญจวิญญาณา สาโภคาติกถาทวีหิ สีเลหิ สมันนาคโตติกถาสิลัง อเจตสิกันติกถาสีลัง นจิตตานุปริวัตตีติกถาสมาทานเหตุกกถาวิญญัตติสีลันติกถาอวิญญัตติ ทุสสีลยันติกถาติสโสปิ อนุสยกถาญาณกถาญาณังจิตตวิปปยุตตันติกถาอิทังทุกขันติกถาอิทธิพลกถาสมาธิกถาธัมมัฏฐิตตากถาอนิจจตากถาสังวโรกัมมันติกถากัมมกถาสัทโทวิปาโกติกถาสฬายตนกถาสัตตักขัตตุปรมกถาโกลังโกลเอกวีชีกถาชีวิตาโวโรปนกถาทุคคติกถาสัตตมภวิกกถากัปปัฏฐกถากุสลจิตตปฏิลาภกถาอนันตราปยุตตกถานิยตัสสนิยามกถานีวุตกถาสัมมุขีภูตกถาสมาปันโน อัสสาเทติกถาอสาตราคกถาธัมมตัณหา อัพยากตาติกถาธัมมตัณหา นทุกขสมุทโยติกถากุสลากุสลปฏิสันทหนกถาสฬายตนุปปัตติกถาอนันตรปัจจยกถาอริยรูปกถาอัญโญ อนุสโยติกถาปริยุฏฐาน จิตตวิปปยุตตันติกถาปริยาปันนกถาอัพยากตกถาอปริยาปันนกถาปัจจยตากถาอัญญมัญญปัจจยกถาอัทธากถาขณลยมุหุตตกถาอาสวกถาชรามรณกถาสัญญาเวทยิตกถาสัญญาเวทยิตกถา ที่ ๒สัญญาเวทยิตกถา ที่ ๓อสัญญสัตตูปิกากถากัมมูปจยกถานิคคหกถาปัคคหกถาสุขานุปปทานกถาอธิคัยหมนสิการกถารูปังเหตูติกถารูปังสเหตุกันติกถารูปังกุสลากุสลันติกถารูปังวิปาโกติกถารูปังรูปาวจรารูปาวจรันติกถารูปราโค รูปธาตุปริยาปันโนติอาทิกถาอัตถิ อรหโต ปุญญูปจโยติกถานัตถิ อรหโต อกาลมัจจูติกถาสัพพมิทัง กัมมโตติกถาอินทริยพัทธกถาฐเปตวา อริยมัคคันติกถานวัตตัพพัง สังโฆ ทักขิณัง ปฏิคคัณหาตีติกถานวัตตัพพัง สังโฆ ทักขิณัง วิโสเธตีติกถานวัตตัพพัง สังโฆ ภุญชตีติกถานวัตตัพพัง สังฆัสส ทินนัง มหัปผลันติกถานวัตตัพพัง พุทธัสส ทินนัง มหัปผลันติกถาทักขิณาวิสุทธิกถามนุสสโลกกถาธัมมเทสนากถากรุณากถาคันธชาติกถาเอกมัคคกถาฌานสังกันติกถาฌานันตริกกถาสมาปันโน สัททัง สุณาตีติกถาจักขุนา รูปัง ปัสสตีติกถากิเลสชหนกถาสุญญตากถาสามัญญผลกถาปัตติกถาตถตากถากุสลกถาอัจจันตนิยามกถาอินทริยกถาอสัญจิจจกถาญาณกถานิรยปาลกถาติรัจฉานกถามัคคกถาญาณกถาสาสนกถาอวิวิตตกถาสัญโญชนกถาอิทธิกถาพุทธกถาสัพพทิสากถาธรรมกถากรรมกถาปรินิพพานกถากุสลจิตตกถาอาเนญชกถาธัมมาภิสมยกถากถาทั้ง ๓อัพยากตกถาอาเสวนปัจจยตากถาขณิกกถาเอกาธิปปายกถาอรหันตวัณณกถาอิสสริยกามการิกากถาราคปฏิรูปกาทิกถาอปรินิปผันนกถาอุทาน

Scripture · พระอภิธรรมปิฎก

เนวสัญญานาสัญญายตนกถา

ข้อ ๘๕๒–๘๖๖พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถุปกรณ์15 items2 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

Front matter of the printed edition

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ เนวสัญญานาสัญญายตนกถา

สกวาที ไม่พึงกล่าวว่าสัญญามีอยู่ในเนวสัญญานาสัญญายตนภพ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. เป็นอสัญญภพ เป็นอสัญญคติ เป็นอสัญญสัตตาวาส เป็นอสัญญสงสาร เป็นอสัญญโยนิ เป็นอสัญญัตตภาวปฏิลาภ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เป็นสัญญภพ สัญญคติ สัญญสัตตวาส สัญญสงสาร สัญญโยนิ สัญญัตตภาวปฏิลาภ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า เป็นสัญญภพ เป็นสัญญคติ ฯลฯ เป็นสัญญัตตภาวปฏิลาภ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ไม่พึงกล่าวว่าสัญญมีอยู่ในเนวสัญญานาสัญญายตนภพ

ส. ไม่พึงกล่าวว่าสัญญามีอยู่ในเนวสัญญานาสัญญายตนภพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นเอกโวการภพ คติ ฯลฯ อัตตภาวปฏิลาภ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เป็นจตุโวการภพ เป็นจตุโวการคติ ฯลฯ อัตตภาวปฏิลาภ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า เป็นจตุโวการภพ คติ ฯลฯ อัตตภาวปฏิลาภ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ไม่พึงกล่าวว่าสัญญามีอยู่ในเนวสัญญายตนภพ

ป. ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย และนั้นเป็นอสัญญภพ เป็นอสัญญคติ เป็นอสัญญสัตตาวาส เป็นอสัญญสงสาร เป็นอสัญญโยนิ เป็นอสัญญัตตภาวปฏิลาภ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่ในเนวสัญญานาสัญญายตนภพ และนั้นก็เป็น อสัญญภพ เป็นอสัญญคติ เป็นอสัญญสัตตาวาส เป็นอสัญญสงสาร เป็นอสัญญโยนิ เป็นอสัญญัตตภาวปฏิลาภ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย และนั้นเป็นเอกโว- การภพ คติ ฯลฯ อัตตภาวปฏิลาภ หรือ? @ ภพมีขันธ์ ๔ คืออรูปขันธ์ ๔ ได้แก่อรูปภพ ส. ถูกแล้ว ป. ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่ในเนวสัญญายตนภพ และนั้นก็เป็นเอก โวการภพ คติ สัตตาวาส สงสาร โยนิ อัตตภาวปฏิลาภ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่ในเนวสัญญานาสัญญายตนภพ และนั้นเป็น สัญญภพ สัญญคติ ฯลฯ สัญญัตตภาวปฏิลาภ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย และนั้นเป็นสัญญภพ สัญญคติ ฯลฯ สัญญัตตภาวปฏิลาภ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่ในเนวสัญญานาสัญญายตนภพ และนั้นเป็น จตุโวการภพ คติ ฯลฯ อัตตภาวปฏิลาภ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย และนั้นเป็นจตุโวการ- ภพ ฯลฯ อัตตภาวปฏิลาภ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่ในเนวสัญญานาสัญญายตนภพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เนวสัญญานาสัญญายตนภพ เป็นจตุโวการภพ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า เนวสัญญานาสัญญายตนภพเป็นจตุโวการภพ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ไม่พึงกล่าวว่าสัญญามีอยู่ในเนวสัญญานายตนภพ

ส. เนวสัญญานาสัญญายตนภพ เป็นจตุโวการภพ แต่ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามี อยู่ในเนวสัญญานาสัญญายตนภพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อากาสานัญจายตนภพ เป็นจตุโวการภพ แต่ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่ ในอากาสานัญจายตนภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เนวสัญญานาสัญญายตนภพ เป็นจตุโวการภพ แต่ไม่พึงกล่าวว่า สัญญา มีอยู่ในเนวสัญญานาสัญญายตนภพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. วิญญาณัญจายตนภพ ฯลฯ อากิญจัญญายตนภพ เป็นจตุโวการภพ แต่ไม่ พึงกล่าวว่าสัญญามีอยู่ในอากิญจัญญยตนภพ หรือ? ป. ไม่กล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. อากาสานัญจายตนภพเป็นจตุโวการภพ สัญญามีอยู่ในภพนั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เนวสัญญานาสัญญายตนภพเป็นจตุโวการภพ สัญญามีอยู่ในภพนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. วิญญาณัญจายตนภพ ฯลฯ อากิญจัฌญายตนภพ เป็นจตุโวการภพ สัญญา มีอยู่ในภพนั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เนวสัญญานาสัญญายตนภพเป็นจตุโวการภพ สัญญามีอยู่ในภพนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ไม่พึงกล่าวว่าสัญญามีอยู่ หรือว่าไม่มีอยู่ ในเนวสัญญานาสัญญายตนภพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เนวสัญญานาสัญญายตนภพเป็นจตุโวการภพ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า เนวสัญญานาสัญญายตนภพเป็นจตุโวการภพ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ไม่พึงกล่าวว่าสัญญามีอยู่ หรือว่า ไม่มีอยู่ในเนวสัญญานาสัญญายตนภพ

ส. เนวสัญญานาสัญญายตนภพเป็นจตุโวการภพ แต่ไม่พึงกล่าวว่าสัญญามี อยู่ หรือว่าไม่มีอยู่ ในเนวสัญญานาสัญญายตนภพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อากาสานัญจายตนภพ ฯลฯ วิญญาณัญจายตนภพ ฯลฯ อากิญจัญญาย- ตนภพ เป็นจตุโวการภพ แต่ไม่พึงกล่าวว่าสัญญามีอยู่ หรือว่าไม่มีอยู่ ในอากิญจัญญายตนภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. อากาสานัญจายตนภพเป็นจตุโวการภพ สัญญามีอยู่ในภพนั้นหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เนวสัญญานาสัญญายตนภพ เป็นจตุโวการภพ สัญญามีอยู่ในภพนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. วิญญาณัญจายตนภพ ฯลฯ อากิญจัญญายตนภพ เป็นจตุโวการภพ สัญญามีอยู่ในภพนั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เนวสัญญานาสัญญายตนภพ เป็นจตุโวการภพ สัญญามีอยู่ในภพนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. ไม่พึงกล่าวว่า ในเนวสัญญานาสัญญายตนภพ หาควรกล่าวไม่ว่า มี สัญญาหรือว่าไม่มีสัญญา หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. เป็นเนวสัญญานาสัญญายตนภพ มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่าเป็นเนวสัญญานาสัญญายตนภพ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าว ว่า ในเนวสัญญานาสัญญายตนภพ หาควรกล่าวไม่ว่ามีสัญญาหรือ? ว่า ไม่มีสัญญา

ส. เพราะทำอธิบายว่า เป็นเนวสัญญานาสัญญายตนภพ จึงหาควรกล่าวไม่ว่า สัญญามีอยู่หรือว่าไม่มีอยู่ ในเนวสัญญานาสัญญายตนภพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะทำอธิบายว่า เป็นอทุกขมสุขเวทนา จึงหาควรกล่าวไม่ว่าเวทนา หรือว่ามิใช่เวทนา ในอทุกขมสุขเวทนา หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ เนวสัญญานาสัญญายตนกถา จบ วรรคที่ ๓ จบ -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย