Scripture · พระอภิธรรมปิฎก · Other items in this volumeเล่ม ๓๗ · กถาวัตถุปกรณ์
รูปธาตุยา อายตนะกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination
Front matter of the printed edition
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ รูปธาตุยา อายตนะกถา
๑๒๒๑สกวาที อัตภาพอันมีอายตนะ ๖ มีอยู่ในรูปธาตุ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. ในอรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ในรูปธาตุนั้น มีคันธายตนะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ในรูปธาตุนั้น มีชิวหายตนะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ในรูปธาตุนั้น มีรสายตนะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ในรูปธาตุนั้น มีกายายตนะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ในรูปธาตุนั้น มีโผฏฐัพพายตนะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๒๒๒ส. ในรูปธาตุนั้น ไม่มีคันธายตนะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ในรูปธาตุนั้น ไม่มีฆานายตนะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ในรูปธาตุนั้น ไม่มีรสายตนะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ในรูปธาตุนั้น ไม่มีชิวหายตนะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ในรูปธาตุนั้น ไม่มีโผฏฐัพพายตนะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ในรูปธาตุนั้น ไม่มีกายายตนะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๒๒๓ส. ในรูปธาตุนั้น มีจักขายตนะ และรูปายตนะด้วย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ในรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะ และคันธายตนะด้วย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ในรูปธาตุนั้น มีจักขายตนะ และรูปายตนะด้วย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ในรูปธาตุนั้น มีชิวหายตนะ และรสายตนะด้วย ฯลฯ ในรูปธาตุนั้น มีกายายตนะ และมีโผฏฐัพพายตนะด้วย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๒๒๔ส. ในรูปธาตุนั้น มีโสตายตนะ และสัททายตนะด้วย ฯลฯ ในรูปธาตุนั้นมี มนายตนะ และธัมมายตนะด้วย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ในรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะ และคันธายตนะด้วย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ในรูปธาตุนั้น มีมนายตนะ และธัมมายตนะด้วย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ในรูปธาตุนั้น มีชิวหายตนะ และรสายตนะด้วย ฯลฯ ในรูปธาตุนั้น มี กายายตนะ และมีโผฏฐัพพายตนะด้วย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๒๒๕ส. ในรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะ แต่ไม่มีคันธายตนะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ในรูปธาตุนั้น มีจักขายตนะ แต่ไม่มีรูปายตนะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ในรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะ แต่ไม่มีคันธายตนะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ในรูปธาตุนั้น มีโสตายตนะ แต่ไม่มีสัททายตนะ ฯลฯ ในรูปธาตุนั้น มีมนายตนะ แต่ไม่มีธัมมายตนะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๒๒๖ส. ในรูปธาตุนั้น มีชิวหายตนะ แต่ไม่มีรสายตนะ ฯลฯ ในรูปธาตุนั้น มี กายายตนะ แต่ไม่มีโผฏฐัพพายตนะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ในรูปธาตุนั้น มีจักขายตนะ แต่ไม่มีรูปายตนะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ในรูปธาตุนั้น มีกายายตนะ แต่ไม่มีโผฏฐัพพายตนะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ในรูปธาตุนั้น มีโสตายตนะ แต่ไม่มีสัททายตนะ ฯลฯ ในรูปธาตุนั้น มี มนายตนะ แต่ไม่มีธัมมายตนะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๒๒๗ส. ในรูปธาตุนั้น มีจักขายตนะ มีรูปายตนะ และเห็นรูปนั้นได้ด้วยจักษุ นั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ในรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะ มีคันธายตนะ และสูดกลิ่นนั้นด้วยฆานะ นั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ในรูปธาตุนั้น มีจักขายตนะ มีรูปายตนะ และเห็นรูปนั้นได้ด้วยจักษุ นั้นหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ในรูปธาตุนั้น มีชิวหายตนะ มีรสายตนะ และลิ้มรสนั้นได้ด้วยชิวหา นั้น ฯลฯ ในรูปธาตุนั้น มีกายายตนะ มีโผฏฐัพพายตนะ และถูกต้อง โผฏฐัพพะนั้นได้ด้วยกายนั้นหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๒๒๘ส. ในรูปธาตุนั้น มีโสตายตนะ มีสัททายตนะ ฯลฯ ในรูปธาตุนั้น มีมนายตนะ มีธัมมายตนะ และรู้แจ้งธรรมนั้นด้วยมโนนั้นหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ในรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะ มีคันธายตนะ และสูดกลิ่นนั้นได้ด้วย ฆานะนั้นหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ในรูปธาตุนั้น มีมนายตนะ มีธัมมายตนะ และรู้แจ้งธรรมนั้นได้ด้วยมโน นั้นหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ในรูปธาตุนั้น มีชิวหายตนะ มีรสายตนะ ฯลฯ ในรูปธาตุนั้น มีกายาย ตนะ มีโผฏฐัพพายตนะ และถูกต้องโผฏฐัพพะนั้นได้ด้วยกายนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๒๒๙ส. ในรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะ มีคันธายตนะ แต่สูดกลิ่นนั้นด้วยฆานะนั้น ไม่ได้หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ในรูปธาตุนั้น มีจักขายตนะ มีรูปายตนะ แต่เห็นรูปนั้นด้วยจักษุนั้นไม่ ได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ในรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะ มีคันธายตนะ แต่สูดกลิ่นนั้นด้วยฆานะ นั้นไม่ได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ในรูปธาตุนั้น มีโสตายตนะ มีสัททายตนะ ฯลฯ ในรูปธาตุนั้น มี มนายตนะ มีธัมมายตนะ แต่รู้แจ้งธรรมนั้นด้วยมโนนั้นไม่ได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๒๓๐ส. ในรูปธาตุนั้น มีชิวหายตนะ มีรสายตนะ ฯลฯ ในรูปธาตุนั้น มีกายาย- ตนะ มีโผฏฐัพพายตนะ แต่ถูกต้องโผฏฐัพพะนั้นด้วยกายนั้นไม่ได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ในรูปธาตุนั้น มีจักขายตนะ มีรูปายตนะ แต่เห็นรูปนั้นด้วยจักษุนั้น ไม่ได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ในรูปธาตุนั้น มีกายายตนะ มีโผฏฐัพพายตนะ แต่ถูกต้องโผฏฐัพพะ นั้นด้วยกายนั้นไม่ได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ในรูปธาตุนั้น มีโสตายตนะ มีสัททายตนะ ฯลฯ ในรูปธาตุนั้น มีม- นายตนะ มีธัมมายตนะ แต่รู้แจ้งธรรมนั้นด้วยมโนนั้นไม่ได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๒๓๑ส. ในรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะ มีคันธายตนะ และสูดกลิ่นนั้นได้ด้วย ฆานะนั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ในรูปธาตุนั้น มีกลิ่นเกิดแต่รากไม้ กลิ่นเกิดแต่แก่น กลิ่นเกิดแต่ เปลือก กลิ่นเกิดแต่ใบ กลิ่นเกิดแต่ดอก กลิ่นเกิดแต่ผล กลิ่นสด กลิ่นเป็นพิษ กลิ่นหอม กลิ่นเหม็น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๒๓๒ส. ในรูปธาตุนั้น มีชิวหายตนะ มีรสายตนะ และลิ้มรสนั้นได้ด้วยชิวหา นั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ในรูปธาตุนั้น มีรสเกิดแต่รากไม้ รสเกิดแต่ลำต้น รสเกิดแต่เปลือก รสเกิดแต่ใบ รสเกิดแต่ดอก รสเกิดแต่ผล รสเปรี้ยว หวาน ขม เผ็ด เค็ม ปร่า เฝื่อน ฝาด ดี ไม่ดี หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๒๓๓ส. ในรูปธาตุนั้น มีกายายตนะ มีโผฏฐัพพายตนะ และบุคคลถูกต้อง โผฏฐัพพะนั้นได้ด้วยกายนั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ในรูปธาตุนั้น มีสัมผัสแข็ง อ่อน ละเอียด หยาบ สุขสัมผัส ทุกข- สัมผัส หนัก เบา หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๒๓๔ป. ไม่พึงกล่าวว่า อัตภาพอันมีอายตนะ ๖ มีอยู่ในรูปธาตุ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ในรูปธาตุนั้น มีฆานนิมิต ชิวหานิมิต กายนิมิต มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า ในรูปธาตุนั้น มีฆานนิมิต ชิวหานิมิต กายนิมิต ด้วยเหตุนั้นนะ ท่านจึงต้องกล่าวว่า อัตภาพอันมีอายตนะ ๖ มีอยู่ในรูปธาตุ รูปธาตุยา อายตนกถา จบ -----------------------------------------------------