ปัญหาวาร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปญฺหาวาโร
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๑ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ ปัจฉิมอนุโลมติกปัฏฐาน ปัญหาวาร
อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆานญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆานญฺจ กฏตฺตารูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อนิทัสสอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยเหตุ- *ปัจจัย คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เหตุทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-*ขันธ์ และกฏัตตารูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยเหตุปัจจัย
อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม สนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา เหตู สนิทสฺสนสปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... อนิทสฺสนอปฺปฏิฆมูลเกเยว อิมินา การเณน สตฺต ปญฺหา วิภชิตพฺพา ฯ
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดยเหตุ- *ปัจจัย คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ในอนิทัสสนอัปปฏิฆมูลกะ พึงแจกหัวข้อปัจจัย ๗ ด้วยเหตุนี้
สนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย รูเป อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ ... วิจิกิจฺฉา ... อุทฺธจฺจํ ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย สนิทสฺสนสปฺปฏิฆา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย อารัมมณปัจจัย คือ บุคคลพิจารณาเห็นรูป โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภรูปนั้น ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ ฯลฯ วิจิกิจฉาฯลฯ อุทธัจจะ ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โดยอารัมมณปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่อนาคตัง-*สญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย จกฺขุํ ... กายํ สทฺเท คนฺเธ รเส ... โผฏฺฐพฺเพ อนิจฺจโต ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ สทฺทายตนํ โสตวิญฺญาณสฺส โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส อนิทสฺสนสปฺปฏิฆา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย อารัมมณปัจจัย คือ จักขุ ฯลฯ กาย เสียง กลิ่น รส ฯลฯ โผฏฐัพพะ โดยความเป็นของไม่เที่ยงฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น บุคคลฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ สัททายตนะ เป็นปัจจัยแก่โสตวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติ-*ญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ทานํ ทตฺวา สีลํ สมาทิยิตฺวา อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ ปจฺจเวกฺขติ ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ปจฺจเวกฺขติ ฌานา ... อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ปจฺจเวกฺขนฺติ ผลํ ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานํ ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานํ โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อริยา ปหีเน กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ {๒๒๐๗.๑} ปุพฺเพ สมุทาจิณฺเณ ... วตฺถุํ ... อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ อาโปธาตุํ กพฬึการํ อาหารํ ... อนิทสฺสนอปฺปฏิเฆ ขนฺเธ อนิจฺจโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ เจโตปริยญาเณน อนิทสฺสนอปฺปฏิฆ- จิตฺตสมงฺคิสฺส จิตฺตํ ชานาติ อากาสานญฺจายตนํ วิญฺญาณญฺจายตนสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อากิญฺจญฺญายตนํ เนวสญฺญานาสญฺญายตนสฺส อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ยถากมฺมูปคญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย อารัมมณปัจจัย คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรมแล้ว พิจารณากุศลกรรมนั้น พิจารณากุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฌาน ฯลฯ พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค พิจารณามรรค พิจารณาผล พิจารณานิพพาน นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณ-*ปัจจัย พระอริยะทั้งหลายพิจารณากิเลสที่ละแล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มแล้ว กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ อาโปธาตุ กวฬิงการาหาร ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยเจโต-*ปริยญาณ อากาสานัญจายตนะ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ โดยอารัมมณปัจจัย อากิญ-*จัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรมเป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณแก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
สนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อารมฺมณาธิปติ: รูปํ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา ราโค ... ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ฯ
สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย อธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลกระทำรูปให้นั้นเป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำรูปให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นราคะ ฯลฯ ทิฏฐิ เกิดขึ้น
อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อารมฺมณาธิปติ: จกฺขุํ ... กายํ สทฺเท คนฺเธ ... โผฏฺฐพฺเพ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา ราโค ... ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ฯ
อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย อธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ จักขุ ฯลฯ กาย เสียง กลิ่น ฯลฯ บุคคลกระทำโผฏฐัพพะให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำจักขุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ ฯลฯ ทิฏฐิ เกิดขึ้น
อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: ทานํ ทตฺวา สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... ตํ ครุํ กตฺวา ... ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ... อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา ... ผลา วุฏฺฐหิตฺวา ... ผลํ ครุํ กตฺวา ... นิพฺพานํ ครุํ กตฺวา ... นิพฺพานํ โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย วตฺถุํ ... อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ อาโปธาตุํ กพฬึการํ อาหารํ ... อนิทสฺสนอปฺปฏิเฆ ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา ราโค ... ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ฯ สหชาตาธิปติ: อนิทสฺสนอปฺปฏิฆาธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆานญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย อธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ กระทำกุศลกรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ ออกจากฌาน ฯลฯ พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล ฯลฯ กระทำผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ กระทำนิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล โดยอธิปติปัจจัย หทัยวัตถุ ฯลฯ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ อาโปธาตุ กวฬิงการาหาร ฯลฯ บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อม-*ยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำหทัยวัตถุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะฯลฯ ทิฏฐิ เกิดขึ้น ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยอธิปติปัจจัย
อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม สนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สหชาตาธิปติ: อนิทสฺสน- อปฺปฏิฆาธิปติ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย อนิทสฺสนอปฺปฏิมูลเก สตฺตปิ ปญฺหา วิภชิตพฺพา อธิปติ ติวิธรูปสงฺคเหน ฯ
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดย อธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรมเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดยอธิปติปัจจัย ในอนิทัสสนอัปปฏิฆมูลกะ พึงแจกหัวข้อปัจจัย ๗ อธิปติ โดยรูปสังคหะ ๓ อย่าง
อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อนุโลมํ โคตฺรภุสฺส อนุโลมํ โวทานสฺส โคตฺรภุ มคฺคสฺส โวทานํ มคฺคสฺส มคฺโค ผลสฺส ผลํ ผลสฺส อนุโลมํ ผลสมาปตฺติยา นิโรธา วุฏฺฐหนฺตสฺส เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย อนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โวทาน โคตรภู เป็นปัจจัยแก่มรรค โวทาน เป็นปัจจัยแก่มรรค มรรค เป็นปัจจัยแก่ผล ผล เป็นปัจจัยแก่ผล อนุโลมเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ เนวสัญญานาสัญญายตนะของบุคคลผู้ออกจากนิโรธ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ โดยอนันตรปัจจัย
อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อนนฺตรสทิสํ ฯ
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย สมนันตรปัจจัย เหมือนกับ อนันตรปัจจัย
อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิจฺจวารสทิสํ สาธุกํ กาตพฺพํ ฯ อญฺญมญฺญปจฺจเย ปฏิจฺจวาเร อญฺญมญฺญสทิสํ ฯ นิสฺสยปจฺจเย ปฏิจฺจวารสทิสํ ฯ
อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดยสหชาตปัจจัย พึงกระทำให้ดี เหมือนกับ ปฏิจจวาร ในอัญญมัญญปัจจัย เหมือนกับอัญญมัญญปัจจัย ในปฏิจจวาร ในนิสสยปัจจัย เหมือนกับปฏิจจวาร
สนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: วณฺณสมฺปทํ ปตฺถยมาโน ทานํ เทติ สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... วณฺณสมฺปทา สทฺธาย ปญฺญาย ราคสฺส ปตฺถนาย กายิกสฺส สุขสฺส กายิกสฺส ทุกฺขสฺส มคฺคสฺส ผลสมาปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลปรารถนาวรรณสมบัติ ให้ทาน ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ วรรณสมบัติ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา แก่ปัญญา แก่ราคะ แก่ความปรารถนา แก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย แก่มรรค แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย
อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: จกฺขุสมฺปทํ ปตฺถยมาโน ... กายสมฺปทํ ... สทฺทสมฺปทํ ... โผฏฺฐพฺพสมฺปทํ ปตฺถยมาโน ทานํ เทติ สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... อุตุํ ... เสนาสนํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... ฌานํ ... วิปสฺสนํ ... มคฺคํ ... อภิญฺญํ ... สมาปตฺตึ ... ปาณํ หนติ สงฺฆํ ภินฺทติ จกฺขุสมฺปทา ... โผฏฺฐพฺพสมฺปทา ... อุตุ ... เสนาสนํ สทฺธาย ปญฺญาย ราคสฺส ปตฺถนาย กายิกสฺส สุขสฺส กายิกสฺส ทุกฺขสฺส มคฺคสฺส ผลสมาปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลปรารถนาจักขุสมบัติ ฯลฯ กายสมบัติฯลฯ สัททสมบัติ ฯลฯ ปรารถนาโผฏฐัพพะแล้ว ให้ทาน ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ ฤดู ฯลฯ บุคคลเข้าไปอาศัยเสนาสนะแล้ว ให้ทาน ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ ฌาน ฯลฯ วิปัสสนา ฯลฯ มรรค อภิญญา ฯลฯ ฆ่าสัตว์ ทำลายสงฆ์ จักขุสมบัติ ฯลฯ โผฏฐัพพสมบัติ ฯลฯ ฤดู ฯลฯ เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาแก่ปัญญา แก่ราคะ แก่ความปรารถนา แก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย แก่มรรค แก่ผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย
อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯ ปกตูปนิสฺสโย: สทฺธํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... ฌานํ ... สมาปตฺตึ ... มานํ ชปฺเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ สีลํ ... ปญฺญํ ราคํ ปตฺถนํ กายิกํ สุขํ กายิกํ ทุกฺขํ โภชนํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ... สงฺฆํ ภินฺทติ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา ขนฺธา ... สทฺธา ปญฺญา ราโค ปตฺถนา กายิกํ สุขํ กายิกํ ทุกฺขํ ... โภชนํ สทฺธาย ปญฺญาย ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ มคฺคสฺส ผลสมาปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดย อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาแล้วให้ทาน ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ ฌาน ฯลฯ สมาบัติ ฯลฯ ก่อมานะ ถือทิฏฐิ บุคคลเข้าไปอาศัยศีล ฯลฯ ปัญญา ราคะ ความปรารถนา สุขทางกาย ทุกข์ทางกายฯลฯ โภชนะแล้ว ให้ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ฯลฯ ศรัทธา ปัญญา ราคะ ความปรารถนาสุขทางกาย ทุกข์ทางกาย ฯลฯ โภชนะ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา แก่ปัญญา ฯลฯ แก่มรรคแก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย
สนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ: ทิพฺเพน จกฺขุนา ... รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณปุเรชาต ได้แก่ ด้วยทิพพจักขุ ฯลฯ รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โดยปุเรชาตปัจจัย
อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... กายํ ... สทฺเท ... โผฏฺฐพฺเพ ... อนิจฺจโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ สทฺทายตนํ โสตวิญฺญาณสฺส ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ วตฺถุปุเรชาตํ: จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส กายายตนํ กายวิญฺญาณสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย ปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต ที่เป็น อารัมมณปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ กาย ฯลฯ เสียง ฯลฯ โผฏฐัพพะฯลฯ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น บุคคลฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ สัททายตนะ เป็นปัจจัยแก่โสตวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยปุเรชาตปัจจัย ที่เป็น วัตถุปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยปุเรชาตปัจจัย
อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ: วตฺถุํ ... อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ อาโปธาตุํ กพฬึการํ อาหารํ อนิจฺจโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ฯ วตฺถุปุเรชาตํ: วตฺถุ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆานํ ขนฺธานํ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย ปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต ที่เป็น อารัมมณปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ ฯลฯ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ อาโปธาตุกวฬิงการาหาร โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น ที่เป็น วัตถุปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสน-*อัปปฏิฆธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
สนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ: รูปายตนญฺจ วตฺถุ จ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆานํ ขนฺธานํ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่ อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต ได้แก่ รูปายตนะและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ จกฺขายตนญฺจ วตฺถุ จ ... โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ วตฺถุ จ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆานํ ขนฺธานํ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่ อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ และหทัยวัตถุฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรมโดยปุเรชาตปัจจัย
สนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ: รูปายตนญฺจ จกฺขายตนญฺจ จกฺขุวิญฺญาณสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่ อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต ได้แก่ รูปายตนะและจักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โดยปุเรชาตปัจจัย
อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: อนิทสฺสน- อปฺปฏิฆา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส กายสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย ปัจฉาชาตปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรมนี้ ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย
อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม สนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: อนิทสฺสน- อปฺปฏิฆา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส สนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส กายสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย เอวํ สตฺต ปญฺหา วิภชิตพฺพา ติวิธรูปสงฺคโห ฯ
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดย ปัจฉาชาตปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรมนี้ ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย พึงแจกหัวข้อปัจจัย ๗ อย่างนี้ รูปสังคหะ ๓ อย่าง
อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆานํ ขนฺธานํ อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย อนุโลมํ โคตฺรภุสฺส อนุโลมํ โวทานสฺส โคตฺรภุ มคฺคสฺส โวทานํ มคฺคสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย อาเสวนปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โวทาน โคตรภู เป็นปัจจัยแก่มรรคโวทาน เป็นปัจจัยแก่มรรค โดยอาเสวนปัจจัย
อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตา นานาขณิกา ฯ สหชาตา: อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆานญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา เจตนา วิปากานํ ขนฺธานํ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆานญฺจ กฏตฺตารูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย กัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก ที่เป็น สหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยกัมมปัจจัย ที่เป็น นานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์และกฏัตตารูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยกัมมปัจจัย
อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม สนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตา นานาขณิกา ฯ สหชาตา: อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา เจตนา สนิทสฺสนสปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา เจตนา สนิทสฺสนสปฺปฏิฆานํ กฏตฺตารูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย เอวํ สตฺต ปญฺหา สหชาตา นานาขณิกา อิมินา การเณน วิภชิตพฺพา ติวิธรูปสงฺคโห ฯ
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดย กัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก ที่เป็น สหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดยกัมมปัจจัย ที่เป็น นานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดยกัมมปัจจัย พึงแจกหัวข้อปัจจัย ๗ อย่างนี้ ให้เป็น สหชาต นานาขณิก โดยเหตุนี้ รูปสังคหะ๓ อย่าง
อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย วิปาโก อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ อนิทสฺสน- อปฺปฏิฆานญฺจ กฏตฺตารูปานํ วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย ขนฺธา วตฺถุสฺส วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย วิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ซึ่งเป็นวิบาก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยวิปากปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยวิปากปัจจัย ขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยวิปากปัจจัย
อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม สนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย วิปากา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา ขนฺธา สนิทสฺสนสปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา ขนฺธา สนิทสฺสนสปฺปฏิฆานํ กฏตฺตารูปานํ วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย เอวํ สตฺต ปญฺหา วิตฺถาเรตพฺพา ปวตฺติ ปฏิสนฺธิ ฯ
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย วิปากปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ซึ่งเป็นวิบาก เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดยวิปากปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดยวิปากปัจจัย หัวข้อปัจจัย ๗ พึงให้พิสดารอย่างนี้ ทั้งปวัตติ และปฏิสนธิ
อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา อาหารา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆานญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา อาหารา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆานญฺจ กฏตฺตารูปานํ อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย กพฬึกาโร อาหาโร อิมสฺส อนิทสฺสน- อปฺปฏิฆสฺส กายสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย อาหารปัจจัย คือ อาหารทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยอาหารปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ อาหารทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-*ขันธ์ และกฏัตตารูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยอาหารปัจจัย กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรมนี้ โดยอาหารปัจจัย
อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม สนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา อาหารา สนิทสฺสนสปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา อาหารา สนิทสฺสนสปฺปฏิฆานํ กฏตฺตารูปานํ อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย กพฬึกาโร อาหาโร อิมสฺส สนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส กายสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย เอวํ สตฺต ปญฺหา ปวตฺติ ปฏิสนฺธิ วิภชิตพฺพา สตฺตสุปิ กพฬึกาโร อาหาโร กาตพฺโพ ฯ
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดย อาหารปัจจัย คือ อาหารทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดยอาหารปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ อาหารทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดยอาหารปัจจัย กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรมนี้ โดยอาหารปัจจัย พึงแจกหัวข้อปัจจัย ๗ ทั้งปวัตติ และปฏิสนธิ อย่างนี้ พึงกระทำกวฬิงการาหารในหัวข้อปัจจัยทั้ง ๗
อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย จกฺขุนฺทฺริยํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส กายินฺทฺริยํ กายวิญฺญาณสฺส อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย อินทริยปัจจัย คือ จักขุนทรีย์ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยอินทริยปัจจัย
อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา อินฺทฺริยา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา อินฺทฺริยา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆานญฺจ กฏตฺตารูปานํ อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย รูปชีวิตินฺทฺริยํ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆานํ กฏตฺตารูปานํ อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย อินทริยปัจจัย คือ อินทรีย์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยอินทริยปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ อินทรีย์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-*ขันธ์ และกฏัตตารูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดยอินทริยปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยอินทริยปัจจัย
อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม สนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา อินฺทฺริยา สนิทสฺสนสปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา อินฺทฺริยา สนิทสฺสนสปฺปฏิฆานํ กฏตฺตารูปานํ อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย รูปชีวิตินฺทฺริยํ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆานํ กฏตฺตารูปานํ อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย เอวํ ปวตฺติ ปฏิสนฺธิ สตฺต ปญฺหา วิภชิตพฺพา รูปชีวิตินฺทฺริยญฺจ อนฺเต อนฺเต ฯ
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดย อินทริยปัจจัย คือ อินทรีย์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดยอินทริยปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ อินทรีย์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่กฏัตตา-*รูปทั้งหลายที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดยอินทริยปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดยอินทริยปัจจัย ทั้งปวัตติ และปฏิสนธิ พึงแจกหัวข้อปัจจัย ๗ อย่างนี้ พึงกระทำรูปชีวิตินทรีย์ในที่สุดๆ
อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย จกฺขุนฺทฺริยญฺจ จกฺขุวิญฺญาณญฺจ จกฺขุวิญฺญาณสหคตานํ ขนฺธานํ อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ กายินฺทฺริยญฺจ กายวิญฺญาณญฺจ กายวิญฺญาณสหคตานํ ขนฺธานํ อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่ อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยอินทริยปัจจัย คือ จักขุนทรีย์ และจักขุวิญญาณ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยจักขุ-*วิญญาณ โดยอินทริยปัจจัย ฯลฯ กายินทรีย์และกายวิญญาณ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ โดยอินทริยปัจจัย
อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส ฌานปจฺจเยน ปจฺจโย มคฺคปจฺจเยน ปจฺจโย สมฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ สมฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย ฌานปัจจัย เป็นปัจจัยโดย มัคคปัจจัย เป็นปัจจัยโดย สัมปยุตตปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยสัมปยุตตปัจจัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุเรชาตํ: จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส กายายตนํ กายวิญฺญาณสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย วิปปยุตตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยวิปปยุตตปัจจัย
อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตํ ปุเรชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สหชาตา: อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา ขนฺธา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา ขนฺธา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆานํ กฏตฺตารูปานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ขนฺธา วตฺถุสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย วตฺถุ ขนฺธานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุเรชาตํ: วตฺถุ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆานํ ขนฺธานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส กายสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย วิปปยุตตปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย ขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยวิปปยุตตปัจจัย หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย ที่เป็น ปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสน-*อัปปฏิฆธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรมนี้ ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย
อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม สนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สหชาตา: อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา ขนฺธา สนิทสฺสนสปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา ขนฺธา สนิทสฺสนสปฺปฏิฆานํ กฏตฺตารูปานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส สนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส กายสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย อวเสสา ปญฺจ ปญฺหา เอวํ วิตฺถาเรตพฺพา สหชาตา ปจฺฉาชาตา ฯ
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดย วิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตต-*สมุฏฐานรูปทั้งหลายที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆ-*ธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรมนี้ ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย พึงให้หัวข้อปัจจัยทั้ง ๕ ที่เหลือพิสดารอย่างนี้ มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต
สนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุเรชาตํ: รูเป อนิจฺจโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ... รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดย อัตถิปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาต ได้แก่ รูป โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสเกิดขึ้น เห็นรูปด้วยทิพพจักขุ รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โดยอัตถิปัจจัย
อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตํ ทฺวินฺนํ มหาภูตานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว มหาภูตา เอกสฺส มหาภูตสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย อนิทสฺสนสปฺปฏิฆา มหาภูตา อนิทสฺสนสปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ กฏตฺตารูปานํ อุปาทารูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย โผฏฺฐพฺพายตนํ จกฺขายตนสฺส รสายตนสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ เอกํ มหาภูตํ ทฺวินฺนํ มหาภูตานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว มหาภูตา เอกสฺส มหาภูตสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย อุตุสมุฏฺฐานา มหาภูตา อนิทสฺสนสปฺปฏิฆานํ อุปาทารูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย อสญฺญสตฺตานํ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตํ ทฺวินฺนํ มหาภูตานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว มหาภูตา ... ฯ
อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดย อัตถิปัจจัย คือ มหาภูตรูป ๑ ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๒ โดยอัตถิปัจจัย มหาภูตรูป ๒ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๑ โดยอัตถิปัจจัย มหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัย โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขายตนะ แก่รสายตนะ โดยอัตถิปัจจัย พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ มหาภูตรูป ๑ ที่เป็นอุตุสมุฏฐานรูป เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๒ โดยอัตถิปัจจัย มหาภูตรูป ๒ เป็นปัจจัยแก่มหาภูต-*รูป ๑ โดยอัตถิปัจจัย มหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นอุตุสมุฏฐานรูป เป็นปัจจัยแก่อุปาทารูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัย ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๑ ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๒ โดยอัตถิปัจจัย มหาภูตรูป ๒ ฯลฯ
อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม สนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: ปฏิจฺจวาเร นิสฺสยสทิสํ ฯ
อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดย อัตถิปัจจัย เหมือนกับ นิสสยปัจจัยในปฏิจจวาร
อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาตา: อนิทสฺสนสปฺปฏิฆา มหาภูตา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐนานํ รูปานํ กฏตฺตารูปานํ อุปาทารูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ยาว อสญฺญสตฺตา วิตฺถาเรตพฺพา ฯ ปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... กายํ ... สทฺเท ... โผฏฺฐพฺเพ อนิจฺจโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย อวเสสา จตฺตาโร ปญฺหา วิตฺถาเรตพฺพา ปฏิจฺจวาเร สหชาตสทิสา นินฺนานากรณา ฯ
อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย อัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ที่เป็น สหชาต ได้แก่ มหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป โดยอัตถิปัจจัยพึงให้พิสดาร ตลอดถึงพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ที่เป็น ปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ กาย ฯลฯ เสียง ฯลฯ โผฏฐัพพะ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยอัตถิปัจจัย หัวข้อปัจจัย ๔ ที่เหลือพึงให้พิสดาร เหมือนกับสหชาตปัจจัย ในปฏิจจวาร ไม่มีแตกต่างกัน
อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ อาหารํ อินฺทฺริยํ ฯ สหชาโต: อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ อาโปธาตุ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ กฏตฺตารูปานํ อุปาทารูปานํ อาโปธาตุ อินฺทฺริยสฺส กพฬึการาหารสฺส จ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ อาโปธาตุ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆานํ กฏตฺตารูปานํ ฯ {๒๒๔๕.๑} ปุเรชาตํ: วตฺถุํ ... อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ อาโปธาตุํ ... กพฬึการํ อาหารํ อนิจฺจโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ วตฺถุ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆานํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิมสฺส อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ รูปชีวิตินฺทฺริยํ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆานํ กฏตฺตารูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย เอวํ อวเสสา ฉ ปญฺหา วิภชิตพฺพา สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ อาหารํ อินฺทฺริยมฺปิ กาตพฺพา ฯ
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย อัตถิปัจจัย มี ๔ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทริย ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ อาโปธาตุ เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูปทั้งหลาย ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม และอาโปธาตุ เป็นปัจจัยแก่อินทรีย์ และกวฬิงการาหารโดยอัตถิปัจจัย พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย อาโปธาตุ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ที่เป็น ปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ ฯลฯ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ อาโปธาตุฯลฯ กวฬิงการาหาร โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัย ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรมนี้ ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรมนี้ โดยอัตถิปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัย พึงแจกหัวข้อปัจจัย ๖ ที่เหลืออย่างนี้ พึงกระทำ สหชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทริย
สนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุเรชาตํ: รูปายตนญฺจ วตฺถุ จ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆานํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่ อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาต ได้แก่ รูปายตนะ และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัย
อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา สนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา ขนฺธา จ มหาภูตา จ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อสญฺญสตฺตานญฺจ กาตพฺพา ฯ
อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่ สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏ-*ฐานรูปทั้งหลายที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ พึงกระทำ ตลอดถึงพวกอสัญญสัตว์
อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส ... ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ
อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่ อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม ฯลฯ
อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาตา: อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา ขนฺธา จ มหาภูตา จ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ ยาว อสญฺญสตฺตา กาตพฺพา ฯ ปุเรชาตํ: จกฺขายตนญฺจ วตฺถุ จ ... โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ วตฺถุ จ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆานํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย อวเสสา ปญฺหา วิภชิตพฺพา ฯ
อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่ อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม พึงกระทำ ตลอดถึงพวกอสัญญสัตว์ ที่เป็น ปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ และหทัยวัตถุ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัย พึงแจกหัวข้อปัจจัยที่เหลือ
สนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุเรชาตํ: รูปายตนญฺจ จกฺขายตนญฺจ จกฺขุวิญฺญาณสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่ อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาต ได้แก่ รูปายตนะ และจักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณโดยอัตถิปัจจัย
สนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตํ ปุเรชาตํ: รูปายตนญฺจ จกฺขายตนญฺจ จกฺขุวิญฺญาณญฺจ จกฺขุวิญฺญาณสหคตานํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นตฺถิวิคตปจฺจยํ อนนฺตรสทิสํ ฯ อวิคตปจฺจยํ อตฺถิสทิสํ ฯ
สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสน- *อัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ได้แก่ รูปายตนะ และจักขายตนะ และจักขุ-*วิญญาณ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ โดยอัตถิปัจจัย นัตถิปัจจัย และ วิคตปัจจัย เหมือนกับ อนันตรปัจจัย อวิคตปัจจัย เหมือนกับอัตถิปัจจัย
เหตุยา สตฺต อารมฺมเณ ตีณิ อธิปติยา นว อนนฺตเร เอกํ สมนนฺตเร เอกํ สหชาเต เอกวีส อญฺญมญฺเญ ฉ นิสฺสเย เอกวีส อุปนิสฺสเย ตีณิ ปุเรชาเต ฉ ปจฺฉาชาเต สตฺต อาเสวเน เอกํ กมฺเม สตฺต วิปาเก สตฺต อาหาเร สตฺต อินฺทฺริเย นว ฌาเน สตฺต มคฺเค สตฺต สมฺปยุตฺเต เอกํ วิปฺปยุตฺเต อฏฺฐ อตฺถิยา ปญฺจวีส นตฺถิยา เอกํ วิคเต เอกํ อวิคเต ปญฺจวีส ฯ
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๗ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓ ในอธิปติปัจจัย มี " ๙ ในอนันตรปัจจัย มี " ๑ ในสมนันตรปัจจัย มี " ๑ ในสหชาตปัจจัย มีวาระ ๒๑ ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๖ ในนิสสยปัจจัย มี " ๒๑ ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๓ ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๖ ในปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๗ ในอาเสวนปัจจัย มี " ๑ ในกัมมปัจจัย มี " ๗ ในวิปากปัจจัย มี " ๗ ในอาหารปัจจัย มี " ๗ ในอินทริยปัจจัย มี " ๙ ในฌานปัจจัย มี " ๗ ในมัคคปัจจัย มี " ๗ ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๑ ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๘ ในอัตถิปัจจัย มี " ๒๕ ในนัตถิปัจจัย มี " ๑ ในวิคตปัจจัย มี " ๑ ในอวิคตปัจจัย มี " ๒๕
เหตุปจฺจยา อธิปติยา สตฺต ... สหชาเต สตฺต อญฺญมญฺเญ เอกํ นิสฺสเย สตฺต วิปาเก สตฺต อินฺทฺริเย สตฺต มคฺเค สตฺต สมฺปยุตฺเต เอกํ วิปฺปยุตฺเต สตฺต อตฺถิยา สตฺต อวิคเต สตฺต ฯ
ในอธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๗ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๗ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗
เหตุสหชาตนิสฺสยอตฺถิอวิคตนฺติ สตฺต ฯ เหตุสหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยอตฺถิอวิคตนฺติ เอกํ ฯ เหตุสหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยสมฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตนฺติ เอกํ ฯ เหตุสหชาตนิสฺสยวิปฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตนฺติ สตฺต ฯ เหตุสหชาตนิสฺสยวิปากอตฺถิอวิคตนฺติ สตฺต ฯ เหตุสหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยวิปากอตฺถิอวิคตนฺติ เอกํ ฯ เหตุสหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยวิปากสมฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตนฺติ เอกํ ฯ เหตุสหชาตนิสฺสยวิปากวิปฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตนฺติ สตฺต ฯ เหตุสหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยวิปากวิปฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตนฺติ เอกํ ฯ เอวํ สพฺโพ คณนวาโร คเณตพฺโพ ฯ อนุโลมํ ฯ
ในสหชาตปัจจัย นิสสยปัจจัย อัตถิปัจจัย และอวิคตปัจจัย กับเหตุปัจจัยมีวาระ ๗ ในสหชาตปัจจัย อัญญมัญญปัจจัย นิสสยปัจจัย อัตถิปัจจัย และอวิคตปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๗ ในสหชาตปัจจัย อัญญมัญญปัจจัย นิสสยปัจจัย สัมปยุตตปัจจัย อัตถิปัจจัย และอวิคตปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๑ ในสหชาตปัจจัย นิสสยปัจจัย วิปปยุตตปัจจัย อัตถิปัจจัย และอวิคตปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๗ ในสหชาตปัจจัย นิสสยปัจจัย วิปากปัจจัย อัตถิปัจจัย และอวิคตปัจจัย กับเหตุ-*ปัจจัย มีวาระ ๗ ในสหชาตปัจจัย อัญญมัญญปัจจัย นิสสยปัจจัย วิปากปัจจัย อัตถิปัจจัย และอวิคตปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๑ ในสหชาตปัจจัย อัญญมัญญปัจจัย นิสสยปัจจัย วิปากปัจจัย สัมปยุตตปัจจัยอัตถิปัจจัย และอวิคตปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๑ ในสหชาตปัจจัย นิสสยปัจจัย วิปากปัจจัย วิปปยุตตปัจจัย อัตถิปัจจัย และอวิคต-*ปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๗ ในสหชาตปัจจัย อัญญมัญญปัจจัย นิสสยปัจจัย วิปากปัจจัย วิปปยุตตปัจจัยอัตถิปัจจัย และอวิคตปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๑ พึงนับคณวารทั้งหมดอย่างนี้ อนุโลม จบ
สนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรมโดย อารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย
อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม สนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม สนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส จ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส จ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม สนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส จ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ ธมฺโม สนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส จ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส จ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดย สหชาตปัจจัย อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดยสหชาตปัจจัย อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยอารัมมณปัจจัยเป็นปัจจัยโดย สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดย ปุเรชาตปัจจัย อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยสหชาตปัจจัย อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสน-*อัปปฏิฆธรรม โดยสหชาตปัจจัย อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสน-*สัปปฏิฆธรรม โดยสหชาตปัจจัย อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสน-*สัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยสหชาตปัจจัย
อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม สนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๒๒๕๗.๑} อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม สนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส จ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๒๒๕๗.๒} อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส จ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ปจฺฉาชาต- ปจฺจเยน ปจฺจโย กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส จ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม สนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส จ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๒๒๕๗.๓} อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม สนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส จ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส จ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย อารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดย สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดย ปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย ปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย กัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อินทริยปัจจัย อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดยสหชาตปัจจัยเป็นปัจจัยโดย ปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย กัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อาหารปัจจัยเป็นปัจจัยโดย อินทริยปัจจัย อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดยสหชาตปัจจัยเป็นปัจจัยโดย ปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย กัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อาหารปัจจัยเป็นปัจจัยโดย อินทริยปัจจัย อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสน-*อัปปฏิฆธรรม โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย ปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย กัมม-*ปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อินทริยปัจจัย อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสน-*อัปปฏิฆธรรม โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย ปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย กัมม-*ปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อินทริยปัจจัย อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสน-*อัปปฏิฆธรรม โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย กัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อาหารปัจจัยเป็นปัจจัยโดย อินทริยปัจจัย อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสน-*อัปปฏิฆธรรม โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย ปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย กัมม-*ปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อินทริยปัจจัย อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสน-*สัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย ปัจฉาชาต-*ปัจจัย เป็นปัจจัยโดย กัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อินทริย-*ปัจจัย
สนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส ... ปุเรชาตํ ฯ
สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ฯลฯ มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาต
อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา สนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อนิทสฺสน- สปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส ... สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ {๒๒๕๙.๑} อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา สนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส จ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส จ อนิทสฺสน- อปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อนิทสฺสน- สปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา สนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส จ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๒๒๕๙.๒} อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา สนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส จ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆสฺส จ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส จ ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่ สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดยสหชาตปัจจัย อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสน-*สัปปฏิฆธรรม โดยสหชาตปัจจัย อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสน-*อัปปฏิฆธรรม ฯลฯ มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สนิทัสสน-*สัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยสหชาตปัจจัย อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสน-*สัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยสหชาตปัจจัย อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สนิทัสสน-*สัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดยสหชาตปัจจัย อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สนิทัสสน-*สัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดยสหชาตปัจจัย
สนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส ... ปุเรชาตํ ฯ
สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ฯลฯ มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาต
สนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนสปฺปฏิโฆ จ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสน-*สัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย
นเหตุยา ปญฺจวีส นอารมฺมเณ ทฺวาวีส นอธิปติยา ปญฺจวีส นอนนฺตเร ปญฺจวีส นสมนนฺตเร ปญฺจวีส นสหชาเต ทฺวาทส นอญฺญมญฺเญ จตุวีส นนิสฺสเย นว นอุปนิสฺสเย ปญฺจวีส นปุเรชาเต พาวีส นปจฺฉาชาเต ปญฺจวีส นอาเสวเน ปญฺจวีส นกมฺเม ปญฺจวีส นวิปาเก จตุวีส นอาหาเร ปญฺจวีส นอินฺทฺริเย เตวีส นฌาเน ปญฺจวีส นมคฺเค ปญฺจวีส นสมฺปยุตฺเต จตุวีส นวิปฺปยุตฺเต พาวีส โนอตฺถิยา นว โนนตฺถิยา ปญฺจวีส โนวิคเต ปญฺจวีส โนอวิคเต นว ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๒๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๒๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มีวาระ ๒๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มี " ๒๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สหชาตปัจจัย มี " ๑๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มี " ๒๔ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นิสสยปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี " ๒๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๒๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๒๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๒๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี " ๒๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๒๔ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มี " ๒๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มี " ๒๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี " ๒๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี " ๒๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี " ๒๔ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๒๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัตถิปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี " ๒๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๒๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย มี " ๙
นเหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ พาวีส ปฐมคมนสทิสํ ฯ ... โนอวิคเต นว ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่ เหตุปัจจัย มีวาระ ๒๒ มีอธิบายเหมือนข้อความตามบาลีตอนต้น ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๙
นเหตุปจฺจยา นอารมฺมณปจฺจยา นอธิปติยา พาวีส ... นอนนฺตเร พาวีส นสมนนฺตเร พาวีส นสหชาเต นว นอญฺญมญฺเญ พาวีส นนิสฺสเย นว นอุปนิสฺสเย เอกวีส นปุเรชาเต พาวีส นปจฺฉาชาเต พาวีส ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ นสมฺปยุตฺเต พาวีส นวิปฺปยุตฺเต พาวีส โนอตฺถิยา นว โนนตฺถิยา พาวีส โนวิคเต พาวีส โนอวิคเต นว ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียํ ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัยและปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มีวาระ ๒๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๒๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๒ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙พึงนับอย่างนี้ ปัจจนียะ จบ
เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ สตฺต ... นอธิปติยา สตฺต นอนนฺตเร สตฺต นสมนนฺตเร สตฺต นอญฺญมญฺเญ สตฺต นอุปนิสฺสเย สตฺต นปุเรชาเต สตฺต นปจฺฉาชาเต สตฺต ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ สพฺพตฺถ สตฺต ฯ นสมฺปยุตฺเต สตฺต นวิปฺปยุตฺเต เอกํ โนนตฺถิยา สตฺต โนวิคเต สตฺต ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ฯลฯ ในปัจจัยทั้งปวง กับ ฯลฯ มี " ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗
เหตุ สหชาต นิสฺสย อตฺถิ อวิคตนฺติ นอารมฺมเณ สตฺต ... นอนนฺตเร สตฺต นสมนนฺตเร สตฺต นอญฺญมญฺเญ สตฺต ฯ อิธาปิ สงฺขิตฺตํ ฯ นสมฺปยุตฺเต สตฺต นวิปฺปยุตฺเต เอกํ โนนตฺถิยา สตฺต โนวิคเต สตฺต ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย สหชาตปัจจัย นิสสยปัจจัย อัตถิปัจจัย อวิคตปัจจัย มีวาระ ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ แม้ในที่นี้ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย
เหตุสหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยอตฺถิอวิคตนฺติ นอารมฺมเณ เอกํ สพฺพตฺถ เอกํ ... โนวิคเต เอกํ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมปจฺจนียํ ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย สหชาตปัจจัย อัญญมัญญปัจจัย นิสสยปัจจัย อัตถิปัจจัย อวิคตปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยทั้งปวง กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑พึงนับอย่างนี้ อนุโลมปัจจนียะ จบ
นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ ตีณิ ... อธิปติยา นว อนนฺตเร เอกํ สมนนฺตเร เอกํ สหชาเต เอกวีส อญฺญมญฺเญ ฉ นิสฺสเย เอกวีส อุปนิสฺสเย ตีณิ ปุเรชาเต ฉ ปจฺฉาชาเต สตฺต อาเสวเน เอกํ กมฺเม สตฺต วิปาเก สตฺต อาหาเร สตฺต อินฺทฺริเย นว ฌาเน สตฺต มคฺเค สตฺต สมฺปยุตฺเต เอกํ วิปฺปยุตฺเต อฏฺฐ อตฺถิยา ปญฺจวีส นตฺถิยา เอกํ วิคเต เอกํ อวิคเต ปญฺจวีส ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียานุโลมํ ฯ ปญฺหาวาโร นิฏฺฐิโต ฯ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆตฺติกํ พาวีสติมํ นิฏฺฐิตํ ฯ อนุโลมติกปฏฺฐานํ ปจฺฉิมํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๓ ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๑ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๖ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๑ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๖ ในปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๘ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๕ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒๕พึงนับอย่างนี้ ปัจจนียานุโลม จบ ปัญหาวาร จบ สนิทัสสนสัปปฏิฆัตติกะ ที่ ๒๒ จบ อนุโลมติกปัฏฐาน ภาคปลาย จบ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒๒. สนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ ๗. ปัญหาวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยเหตุปัจจัยในปฏิสนธิขณะ เหตุที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และกฏัตตารูปที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยเหตุปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นได้และกระทบได้โดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่จิตต-สมุฏฐานรูปที่เห็นได้และกระทบได้โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒) (เฉพาะบทที่มีสภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นมูล พึงจำแนกเป็น ๗วาระ ด้วยเหตุนี้)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๔๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๒. สนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ ๗. ปัญหาวาร อารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่เห็นได้และกระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งรูปโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินรูปนั้น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น วิจิกิจฉาจึงเกิดขึ้น อุทธัจจะจึงเกิดขึ้น โทมนัสจึงเกิดขึ้นบุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณโดยอารัมมณปัจจัยขันธ์ที่เห็นได้และกระทบได้เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณอนาคตังสญาณ และอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ กาย ... เสียง ... กลิ่น... รส ... โผฏฐัพพะโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ สัททายตนะเป็นปัจจัยแก่โสตวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ฯลฯ ขันธ์ที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณปุพเพนิวาสานุสสติญาณ อนาคตังสญาณ และอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้น พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ออกจากฌาน ฯลฯ พระอริยะออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรค พิจารณาผล พิจารณานิพพาน นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค ผล และอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย พระอริยะพิจารณากิเลสที่ละได้แล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้น ฯลฯ บุคคลเห็นแจ้งหทัยวัตถุ ... อิตถินทรีย์ ... ปุริสินทรีย์ ... ชีวิตินทรีย์ ... อาโปธาตุ... กวฬิงการาหาร ... ขันธ์ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยจิตที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ด้วยเจโตปริยญาณ อากาสานัญจายตนะเป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจา-ยตนะโดยอารัมมณปัจจัย อากิญจัญญายตนะเป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะฯลฯ ขันธ์ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณ และอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๔๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๒. สนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ ๗. ปัญหาวาร อธิปติปัจจัย
สภาวธรรมที่เห็นได้และกระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลยินดีเพลิดเพลินรูปให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินรูปนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลยินดีเพลิดเพลินจักษุ ฯลฯ กาย ... เสียง ... กลิ่น ... รส ... โผฏฐัพพะให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็น ไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้ว พิจารณากุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ ออกจากฌาน ฯลฯ พระอริยะออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล ฯลฯ พิจารณาผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ พิจารณานิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ... นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค และผลโดยอธิปติปัจจัย บุคคลยินดีเพลิดเพลินหทัยวัตถุ ... อิตถินทรีย์ ... ปุริสินทรีย์ ... ชีวิตินทรีย์ ... อาโปธาตุ ... กวฬิงการาหาร ... ขันธ์ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นเพราะทำความยินดีเพลิดเพลินหทัยวัตถุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอธิปติปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นได้และกระทบได้โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๔๘}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๒. สนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ ๗. ปัญหาวาร เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้โดยอธิปติปัจจัย (๒) (บทที่มีสภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นมูล พึงจำแนกเป็น ๗ วาระพึงจำแนกอธิบดีธรรมโดยสงเคราะห์เข้าในรูป ๓ อย่าง) อนันตรปัจจัย
สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัยอนุโลมเป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โวทาน โคตรภูเป็นปัจจัยแก่มรรคโวทานเป็นปัจจัยแก่มรรค มรรคเป็นปัจจัยแก่ผล ผลเป็นปัจจัยแก่ผล อนุโลมเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ เนวสัญญานาสัญญายตนะของท่านผู้ออกจากนิโรธเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติโดยอนันตรปัจจัย (๑) สมนันตรปัจจัย
สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยสมนันตรปัจจัย (ปัจจัยนี้เหมือนกับอนันตรปัจจัย)สหชาตปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้โดยสหชาตปัจจัย (พึงทำให้เหมือนกับปฏิจจวาร ในอัญญมัญญปัจจัยเหมือนกับอัญญมัญญปัจจัย ในปฏิจจวาร ในนิสสยปัจจัย เหมือนกับปฏิจจวาร)อุปนิสสยปัจจัย
สภาวธรรมที่เห็นได้และกระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะและปกตูป-นิสสยะ ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๔๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๒. สนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ ๗. ปัญหาวาร ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเมื่อปรารถนาวรรณสมบัติ จึงให้ทาน สมาทานศีลรักษาอุโบสถ ฯลฯ วรรณสมบัติเป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ฯลฯ ปัญญา ... ราคะ ... ความปรารถนา ... สุขทางกาย ... ทุกข์ทางกาย ... มรรคและผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะและปกตูป-นิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเมื่อปรารถนาจักขุสมบัติ ฯลฯ เมื่อปรารถนากายสมบัติ ... สัททสมบัติ ... โผฏฐัพพสมบัติ จึงให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ ... บุคคลอาศัยอุตุ ... เสนาสนะแล้วให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ ... ทำฌาน ... วิปัสสนา ... มรรค ... อภิญญา ... สมาบัติให้เกิดขึ้น ฆ่าสัตว์ ฯลฯ ทำลายสงฆ์ จักขุสมบัติ ฯลฯ โผฏฐัพพสมบัติ ... อุตุ ... เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ฯลฯ ปัญญา ... ราคะ ฯลฯ ความปรารถนา ... สุขทางกาย ... ทุกข์ทางกาย ... มรรคและผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะอนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาแล้วให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ ... ทำฌาน ... สมาบัติให้เกิดขึ้น มีมานะ ถือทิฏฐิ อาศัยศีล ฯลฯ ปัญญา... ราคะ ฯลฯ ความปรารถนา ... สุขทางกาย ... ทุกข์ทางกายและโภชนะแล้วให้ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์ ศรัทธา ฯลฯ ปัญญา ... ราคะ ฯลฯ ความปรารถนา... สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย และโภชนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ฯลฯ ปัญญา ... มรรคและผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑) ปุเรชาตปัจจัย
สภาวธรรมที่เห็นได้และกระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้ และกระทบไม่ได้โดยปุเรชาตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๕๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๒. สนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ ๗. ปัญหาวาร บุคคลเห็นแจ้งรูปโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลินเพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินรูปนั้น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิ ฯลฯ วิจิกิจฉา ฯลฯ อุทธัจจะ ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณโดยปุเรชาตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะอารัมณปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ กาย ... เสียง ฯลฯ โผฏฐัพพะโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ สัททายตนะเป็นปัจจัยแก่โสตวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยปุเรชาตปัจจัย วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยปุเรชาตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะ อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งหทัยวัตถุ ... อิตถินทรีย์ ... ปุริสินทรีย์ ... ชีวิตินทรีย์ ... อาโปธาตุ ... กวฬิงการาหารโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยงฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยปุเรชาตปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่เห็นได้กระทบได้และที่เห็นไม่ได้กระทบไม่ได้เป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คืออารัมมณปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ รูปายตนะและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยปุเรชาตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้และที่เห็นไม่ได้กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณ-ปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ จักขายตนะและหทัยวัตถุ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยปุเรชาตปัจจัย (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๕๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๒. สนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่เห็นได้กระทบได้และที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ รูปายตนะและจักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณโดยปุเรชาตปัจจัย (๑) ปัจฉาชาตปัจจัย
สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยปัจฉาชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยปัจฉาชาต-ปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นได้และกระทบได้โดยปัจฉาชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนซึ่งเห็นได้และกระทบได้โดยปัจฉาชาตปัจจัย (๒)(พึงจำแนกเป็น ๗ วาระอย่างนี้ สงเคราะห์รูป ๓ อย่าง) (๗)อาเสวนปัจจัย
สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ซึ่งเกิดหลังๆ โดยอาเสวน-ปัจจัย อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โวทาน โคตรภูเป็นปัจจัยแก่มรรค โวทานเป็นปัจจัยแก่มรรคโดยอาเสวนปัจจัย (๑)กัมมปัจจัย
สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ ได้และกระทบไม่ได้โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๕๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๒. สนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ ๗. ปัญหาวาร นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิบากและกฏัตตารูปที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยกัมมปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นได้และกระทบได้โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่จิตต- สมุฏฐานรูปที่เห็นได้และกระทบได้โดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปที่เห็นได้และกระทบได้โดยกัมมปัจจัย (๒) (พึงจำแนกสหชาตะ และนานาขณิกะ เป็น ๗ วาระ อย่างนี้ ด้วยเหตุนี้ สงเคราะห์รูป ๓ อย่าง) (๗) วิปากปัจจัย
สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็น ไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยวิปากปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยวิปากปัจจัย ฯลฯ ขันธ์เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุโดยวิปากปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นได้และกระทบได้โดยวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปที่เห็นได้และกระทบได้โดยวิปากปัจจัย ในปฏิสนธิขณะขันธ์ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปที่เห็นได้และกระทบได้โดยวิปากปัจจัย (๒) (พึงขยายให้พิสดารเป็น ๗ วาระอย่างนี้ พึงขยายปวัตติกาลและปฏิสนธิกาล) (๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๕๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๒. สนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ ๗. ปัญหาวาร อาหารปัจจัย
สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอาหารปัจจัย ได้แก่ อาหารที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอาหารปัจจัยในปฏิสนธิขณะ อาหารที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และกฏัตตารูปที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอาหารปัจจัย กวฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอาหารปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นได้และกระทบได้โดยอาหารปัจจัย ได้แก่ อาหารที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปที่เห็นได้และกระทบได้โดยอาหารปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ อาหารที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปที่เห็นได้และกระทบได้โดยอาหารปัจจัยกวฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เห็นได้และกระทบได้โดยอาหารปัจจัย (๒) (พึงจำแนกปวัตติกาล และปฏิสนธิกาลเป็น ๗ วาระอย่างนี้ แม้วาระทั้ง ๗พึงเพิ่มกวฬิงการาหารด้วย) (๗) อินทรียปัจจัย
สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้ และกระทบไม่ได้โดยอินทรียปัจจัย ได้แก่ จักขุนทรีย์เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ กายินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยอินทรียปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอินทรียปัจจัย ได้แก่ อินทรีย์ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอินทรียปัจจัยในปฏิสนธิขณะ อินทรีย์ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และกฏัตตารูปที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอินทรียปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอินทรียปัจจัย (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๕๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๒. สนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นได้และกระทบได้โดยอินทรียปัจจัย ได้แก่ อินทรีย์ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปที่เห็นได้และกระทบได้โดยอินทรียปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ อินทรีย์ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปที่เห็นได้และกระทบได้โดยอินทรียปัจจัยรูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปที่เห็นได้และกระทบได้โดยอินทรียปัจจัย (๒) (พึงจำแนกปวัตติกาลและปฏิสนธิกาลเป็น ๗ วาระ อย่างนี้ ส่วนรูปชีวิตินทรีย์พึงเพิ่มในตอนท้ายๆ) (๗)
สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้และที่เห็นไม่ได้กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอินทรียปัจจัย ได้แก่ จักขุนทรีย์และจักขุวิญญาณเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณโดยอินทรียปัจจัย ฯลฯ กายินทรีย์และกายวิญญาณเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณโดยอินทรีย-ปัจจัย (๑) ฌานปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยฌานปัจจัย เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตต-ปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยสัมปยุตตปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ วิปปยุตตปัจจัย
สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้ และกระทบไม่ได้โดยวิปปยุตตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาตะ ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยวิปปยุตต-ปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ สหชาตะ ปุเรชาตะ และปัจฉาชาตะ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๕๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๒. สนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ ๗. ปัญหาวาร สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยวิปปยุตตปัจจัยขันธ์เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุโดยวิปปยุตตปัจจัย หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์โดยวิปปยุตตปัจจัย ปุเรชาตะ ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยวิปปยุตตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นได้และกระทบได้โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะ และปัจฉาชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐาน-รูปที่เห็นได้และกระทบได้โดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปที่เห็นได้และกระทบได้โดยวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนซึ่งเห็นได้และกระทบได้โดยวิปปยุตตปัจจัย (๒) (พึงขยายวาระทั้ง ๕ ที่เหลือให้พิสดารอย่างนี้ พึงขยายสหชาตะ และ ปัจฉาชาตะให้พิสดาร) อัตถิปัจจัย
สภาวธรรมที่เห็นได้และกระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาตะ ฯลฯ บุคคลเห็นแจ้งรูปโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุรูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณโดยอัตถิปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้โดยอัตถิปัจจัย ได้แก่ มหาภูตรูป ๑ ที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้เป็นปัจจัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๕๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๒. สนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ ๗. ปัญหาวาร แก่มหาภูตรูป ๒ โดยอัตถิปัจจัย มหาภูตรูป ๒ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๑ โดยอัตถิปัจจัย มหาภูตรูปที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปซึ่งเห็นไม่ได้แต่กระทบได้โดยอัตถิปัจจัย โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขายตนะ ฯลฯ รสายตนะโดยอัตถิปัจจัย ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... มหาภูตรูป ๑ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๒ โดยอัตถิปัจจัย มหาภูตรูป ๒ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๑ โดยอัตถิปัจจัย มหาภูตรูปที่มีอุตุเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่อุปาทายรูปที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้โดยอัตถิปัจจัย สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๑ ที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๒ โดยอัตถิปัจจัย มหาภูตรูป ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นได้และกระทบได้โดยอัตถิปัจจัย (๒) (ปัจจัยนี้เหมือนกับนิสสยปัจจัยในปฏิจจวาร) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ สหชาตะ ได้แก่ มหาภูตรูปที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่จิตต- สมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย (พึงขยายให้พิสดารจนถึงอสัญญสัตตพรหม) ปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ กาย ... เสียง ฯลฯ โผฏฐัพพะโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยอัตถิปัจจัย (๓) (พึงขยาย ๔ วาระที่เหลือให้พิสดารเหมือนกับสหชาตปัจจัยในปฏิจจวารไม่มีแตกต่างกัน) (๗)
สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาตะ ปุเรชาตะ ปัจฉาชาตะอาหาระ และอินทรียะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓และจิตตสมุฏฐานรูปที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ใน
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๕๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๒. สนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ ๗. ปัญหาวาร ปฏิสนธิขณะ ฯลฯ อาโปธาตุเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ ฯลฯ อาโปธาตุเป็นปัจจัยแก่อิตถินทรีย์ฯลฯ กวฬิงการาหารโดยอัตถิปัจจัย ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม อาโปธาตุเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย ปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งหทัยวัตถุ ... อิตถินทรีย์ ... ปุริสินทรีย์ ... ชีวิตินทรีย์ ... อาโปธาตุ ... กวฬิงการาหารโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย กวฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย (พึงจำแนก ๖ วาระที่เหลืออย่างนี้ พึงเพิ่มสหชาตะ ปัจฉาชาตะ อาหาระ และอินทรียะ) (๗)
สภาวธรรมที่เห็นได้กระทบได้และที่เห็นไม่ได้กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาตะได้แก่ รูปายตนะและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้และที่เห็นไม่ได้กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นได้และกระทบได้โดยอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เห็นไม่ได้กระทบไม่ได้และมหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปที่เห็นได้และกระทบได้โดยอัตถิปัจจัยในปฏิสนธิขณะ (ย่อ สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหมพึงจัดไว้ด้วย) (๑) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้และที่เห็นไม่ได้กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้โดยอัตถิปัจจัย (ย่อ) (๒)
สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้และที่เห็นไม่ได้กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๕๘}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๒. สนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ ๗. ปัญหาวาร สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่เห็นไม่ได้กระทบไม่ได้และมหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่จิตต-สมุฏฐานรูปที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ ฯลฯ (พึงเพิ่มจนถึงอสัญญสัตตพรหม) ปุเรชาตะ ได้แก่ จักขายตนะและหทัยวัตถุ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะและหทัย-วัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย (๓) (พึงจำแนก ๔วาระที่เหลือ) (๗)
สภาวธรรมที่เห็นได้กระทบได้และที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาตะได้แก่ รูปายตนะและจักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณโดยอัตถิปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เห็นได้กระทบได้ ที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้และที่เห็นไม่ได้กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่างคือ สหชาตะและปุเรชาตะ ได้แก่ รูปายตนะจักขายตนะและจักขุวิญญาณเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณโดยอัตถิปัจจัย (๑) (นัตถิปัจจัยและวิคตปัจจัยเหมือนกับอนันตรปัจจัย อวิคตปัจจัยเหมือนกับอัตถิปัจจัย) ๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร สุทธนัย
เหตุปัจจัย มี ๗ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๑ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๑ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๒๑ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๖ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๒๑ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๕๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๒. สนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ ๗. ปัญหาวาร ปุเรชาตปัจจัย มี ๖ วาระ ปัจฉาชาตปัจจัย มี ๗ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๑ วาระ กัมมปัจจัย มี ๗ วาระ วิปากปัจจัย มี ๗ วาระ อาหารปัจจัย มี ๗ วาระ อินทรียปัจจัย มี ๙ วาระ ฌานปัจจัย มี ๗ วาระ มัคคปัจจัย มี ๗ วาระ สัมปยุตตปัจจัย มี ๑ วาระ วิปปยุตตปัจจัย มี ๘ วาระ อัตถิปัจจัย มี ๒๕ วาระ นัตถิปัจจัย มี ๑ วาระ วิคตปัจจัย มี ๑ วาระ อวิคตปัจจัย มี ๒๕ วาระ เหตุสภาคนัย
อธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๗ วาระ สหชาตปัจจัย ” มี ๗ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๑ วาระ นิสสยปัจจัย ” มี ๗ วาระ วิปากปัจจัย ” มี ๗ วาระ อินทรียปัจจัย ” มี ๗ วาระ มัคคปัจจัย ” มี ๗ วาระ สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ วิปปยุตตปัจจัย ” มี ๗ วาระ อัตถิปัจจัย ” มี ๗ วาระ อวิคตปัจจัย ” มี ๗ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๖๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๒. สนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ ๗. ปัญหาวาร เหตุสามัญญฆฏนา (๙)
ปัจจัย ๕ คือ เหตุ สหชาตะ นิสสยะ อัตถิ และอวิคตะ มี ๗ วาระ ปัจจัย ๖ คือ เหตุ สหชาตะ อัญญมัญญะ นิสสยะ อัตถิ และอวิคตะ มี๑ วาระ ปัจจัย ๗ คือ เหตุ สหชาตะ อัญญมัญญะ นิสสยะ สัมปยุตตะ อัตถิและอวิคตะ มี ๑ วาระ ปัจจัย ๖ คือ เหตุ สหชาตะ นิสสยะ วิปปยุตตะ อัตถิ และอวิคตะ มี ๗วาระ (อวิปาก ๔) ปัจจัย ๖ คือ เหตุ สหชาตะ นิสสยะ วิปากะ อัตถิ และอวิคตะ มี ๗ วาระ ปัจจัย ๗ คือ เหตุ สหชาตะ อัญญมัญญะ นิสสยะ วิปากะ อัตถิ และอวิคตะมี ๑ วาระ ปัจจัย ๘ คือ เหตุ สหชาตะ อัญญมัญญะ นิสสยะ วิปากะ สัมปยุตตะ อัตถิและอวิคตะ มี ๑ วาระ ปัจจัย ๗ คือ เหตุ สหชาตะ นิสสยะ วิปากะ วิปปยุตตะ อัตถิ และอวิคตะมี ๗ วาระ ปัจจัย ๘ คือ เหตุ สหชาตะ อัญญมัญญะ นิสสยะ วิปากะ วิปปยุตตะ อัตถิและอวิคตะ มี ๑ วาระ (สวิปากะ ๕) (พึงนับวาระที่จะต้องนับทั้งหมดอย่างนี้) อนุโลม จบ ๒. ปัจจนียุทธาร
สภาวธรรมที่เห็นได้และกระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้ และกระทบไม่ได้โดยอารัมมณปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และปุเรชาตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้โดยสหชาตปัจจัย (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๖๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๒. สนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นได้และกระทบได้โดยสหชาตปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ โดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และปุเรชาตปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นได้กระทบได้และที่เห็นไม่ได้กระทบไม่ได้โดยสหชาตปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้และที่เห็นไม่ได้กระทบไม่ได้โดยสหชาตปัจจัย (๕) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นได้กระทบได้และที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้โดยสหชาตปัจจัย (๖) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นได้กระทบได้ที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้และที่เห็นไม่ได้กระทบไม่ได้โดยสหชาตปัจจัย (๗)
สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็น ไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย ปุเรชาต-ปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย กัมมปัจจัย อาหารปัจจัย และอินทรียปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นได้และกระทบได้โดยสหชาตปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย กัมมปัจจัย อาหารปัจจัย และอินทรียปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้โดยสหชาตปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย กัมมปัจจัย อาหารปัจจัย และอินทรียปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นได้กระทบได้และที่เห็นไม่ได้กระทบไม่ได้โดยสหชาตปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย กัมมปัจจัยอาหารปัจจัย และอินทรียปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้และที่เห็นไม่ได้กระทบไม่ได้โดยสหชาตปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย กัมมปัจจัยอาหารปัจจัย และอินทรียปัจจัย (๕)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๖๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๒. สนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นได้กระทบได้และที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้โดยสหชาตปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย กัมมปัจจัย อาหารปัจจัยและอินทรียปัจจัย (๖) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นได้กระทบได้ที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้และที่เห็นไม่ได้กระทบไม่ได้โดยสหชาตปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัยกัมมปัจจัย อาหารปัจจัย และอินทรียปัจจัย (๗)
สภาวธรรมที่เห็นได้กระทบได้และที่เห็นไม่ได้กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาตะ (๑) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้และที่เห็นไม่ได้กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นได้และกระทบได้โดยสหชาตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้และที่เห็นไม่ได้กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้โดยสหชาตปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้และที่เห็นไม่ได้กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะ และปุเรชาตะ (๓) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้และที่เห็นไม่ได้กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นได้กระทบได้และที่เห็นไม่ได้กระทบไม่ได้โดยสหชาตปัจจัย (๔) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้และที่เห็นไม่ได้กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้และที่เห็นไม่ได้กระทบไม่ได้โดยสหชาตปัจจัย (๕) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้และที่เห็นไม่ได้กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นได้กระทบได้และที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้โดยสหชาตปัจจัย (๖) สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้และที่เห็นไม่ได้กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาว-ธรรมที่เห็นได้กระทบได้ที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้และที่เห็นไม่ได้กระทบไม่ได้โดยสหชาตปัจจัย (๗)
สภาวธรรมที่เห็นได้กระทบได้และที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาตะ (๑) สภาวธรรมที่เห็นได้กระทบได้ ที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ และที่เห็นไม่ได้กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้โดยสหชาตปัจจัยและปุเรชาต-ปัจจัย (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๖๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๒. สนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ ๗. ปัญหาวาร ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร สุทธนัย
นเหตุปัจจัย มี ๒๕ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๒๒ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๒๕ วาระ นอนันตรปัจจัย มี ๒๕ วาระ นสมนันตรปัจจัย มี ๒๕ วาระ นสหชาตปัจจัย มี ๑๒ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย มี ๒๔ วาระ นนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย มี ๒๕ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๒๒ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๒๕ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๒๕ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๒๕ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๒๔ วาระ นอาหารปัจจัย มี ๒๕ วาระ นอินทรียปัจจัย มี ๒๓ วาระ นฌานปัจจัย มี ๒๕ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๒๕ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย มี ๒๔ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๒๒ วาระ โนอัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ โนนัตถิปัจจัย มี ๒๕ วาระ โนวิคตปัจจัย มี ๒๕ วาระ โนอวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๖๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๒. สนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ ๗. ปัญหาวาร นเหตุทุกนัย นอารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๒๒ วาระ (เหมือนกับข้อความตอนต้น) โนอวิคตปัจจัย ” มี ๙ วาระ นเหตุติกนัย นอธิปติปัจจัย กับนเหตุปัจจัยและนอารัมมณปัจจัย มี ๒๒ วาระ นอนันตรปัจจัย ” ” มี ๒๒ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” ” มี ๒๒ วาระ นสหชาตปัจจัย ” ” มี ๙ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” ” มี ๒๒ วาระ นนิสสยปัจจัย ” ” มี ๙ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” ” มี ๒๑ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” ” มี ๒๒ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” ” มี ๒๒ วาระ ฯลฯ นสัมปยุตตปัจจัย ” ” มี ๒๒ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๒๒ วาระ โนอัตถิปัจจัย ” ” มี ๙ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” ” มี ๒๒ วาระ โนวิคตปัจจัย ” ” มี ๒๒ วาระ โนอวิคตปัจจัย ” ” มี ๙ วาระ (พึงนับอย่างนี้) ปัจจนียะ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๖๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๒. สนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ ๗. ปัญหาวาร ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ เหตุทุกนัย
นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๗ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๗ วาระ นอนันตรปัจจัย ” มี ๗ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” มี ๗ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๗ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๗ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๗ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๗ วาระ ฯลฯ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๗ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๗ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๗ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๗ วาระเหตุสามัญญฆฏนา
นอารัมมณปัจจัย กับปัจจัย ๕ คือ เหตุ สหชาตะ นิสสยะ อัตถิ และอวิคตะ มี ๗ วาระ ฯลฯ นอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ นสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ (แม้ในข้อความนี้ก็ย่อไว้) นสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ โนนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ โนวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๖๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๒. สนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ ๗. ปัญหาวาร นอารัมมณปัจจัย กับปัจจัย ๖ คือ เหตุ สหชาตะ อัญญมัญญะ นิสสยะ อัตถิและอวิคตะ มี ๑ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ) โนวิคตปัจจัยกับ ฯลฯ มี ๑ วาระ (พึงนับอย่างนี้) อนุโลมปัจจนียะ จบ ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม นเหตุทุกนัย
อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ อธิปติปัจจัย ” มี ๙ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ สมนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ สหชาตปัจจัย ” มี ๒๑ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๖ วาระ นิสสยปัจจัย ” มี ๒๑ วาระ อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ ปุเรชาตปัจจัย ” มี ๖ วาระ ปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๗ วาระ อาเสวนปัจจัย ” มี ๑ วาระ กัมมปัจจัย ” มี ๗ วาระ วิปากปัจจัย ” มี ๗ วาระ อาหารปัจจัย ” มี ๗ วาระ อินทรียปัจจัย ” มี ๙ วาระ ฌานปัจจัย ” มี ๗ วาระ มัคคปัจจัย ” มี ๗ วาระ สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๖๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒๒. สนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ ๗. ปัญหาวาร วิปปยุตตปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๘ วาระ อัตถิปัจจัย ” มี ๒๕ วาระ นัตถิปัจจัย ” มี ๑ วาระ วิคตปัจจัย ” มี ๑ วาระ อวิคตปัจจัย ” มี ๒๕ วาระ (พึงนับอย่างนี้) ปัจจนียานุโลม จบ ปัญหาวาร จบ สนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ จบ ธัมมานุโลมติกปัฏฐานสุดท้าย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๖๖๘}
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๔๑ อภิธรรมปิฎกที่ ๘ ปัฏฐาน ภาค ๒ จบ
อรรถกถา
ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกอรรถกถายึดที่ข้อ ๒๑๗๕ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสนิทัสสนติกะ
แม้ในสนิทัสสนติกะ ผู้ศึกษาพึงถือเอาเนื้อความด้วยอำนาจแห่งบาลีที่เหมือนกัน.
ก็ในติกะนี้ ผู้ศึกษาพึงย่อวาระทั้งหลายที่มาแล้วในพระบาลีเทียบเคียงในปัจจัยทั้งหลายที่เทียบเคียงกันโดยนัยที่กล่าวไว้แล้ว พึงทราบวิธีนับแล.
วรรณนาแห่งติกปักฐานในธัมมานุโลม จบ. -----------------------------------------------------