๓. โกฏฐิตสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๒. สีหนาทวรรค ๓. โกฏฐิตสูตร ๓. โกฏฐิตสูตร ว่าด้วยพระมหาโกฏฐิตะ
ครั้งนั้นแล ท่านพระมหาโกฏฐิตะเข้าไปหาท่านพระสารีบุตรถึงที่อยู่ สนทนาปราศรัยพอเป็นที่บันเทิงใจ พอเป็นที่ระลึกถึงกันแล้วนั่ง ณ ที่สมควร ได้ถามท่านพระสารีบุตรดังนี้ว่า “ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า ‘กรรมใดให้ผลในปัจจุบัน ขอกรรมนั้นจงให้ผลในอนาคตแก่เราเถิด’ ได้ไหม”ท่านพระสารีบุตรกล่าวว่า “ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย” “ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า ‘กรรมใดให้ผลในอนาคต ขอกรรมนั้นจงให้ผลในปัจจุบันแก่เราเถิด’ ได้ไหม” “ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย” “ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า ‘กรรมใดให้ผลเป็นสุข ขอกรรมนั้นจงให้ผลเป็นทุกข์แก่เราเถิด’ ได้ไหม” “ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย” “ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า ‘กรรมใดให้ผลเป็นทุกข์ ขอกรรมนั้นจงให้ผลเป็นสุขแก่เราเถิด’ ได้ไหม” “ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย” “ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า ‘กรรมใดให้ผลสำเร็จแล้ว ขอกรรมนั้นจงไม่ให้ผลสำเร็จแก่เราเถิด’ ได้ไหม” “ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย” “ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า ‘กรรมใดยังไม่ให้ผลสำเร็จ ขอกรรมนั้นจงให้ผลสำเร็จแก่เราเถิด’ ได้ไหม”@เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ องฺ.ฉกฺก. (แปล) ๒๒/๖๓/๕๗๗, องฺ.ทสก. (แปล) ๒๔/๒๑๗/๓๕๗,@อภิ.ก. ๓๗/๖๓๕/๓๘๕, ๘๙๐-๘๙๑/๕๐๖-๕๐๗
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๔๕๙}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๒. สีหนาทวรรค ๓. โกฏฐิตสูตร “ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย” “ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า ‘กรรมใดให้ผลมาก ขอกรรมนั้นจงให้ผลน้อยแก่เราเถิด’ ได้ไหม” “ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย” “ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า ‘กรรมใดให้ผลน้อย ขอกรรมนั้นจงให้ผลมากแก่เราเถิด’ ได้ไหม” “ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย” “ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า ‘กรรมใดให้ผล ขอกรรมนั้นจงไม่ให้ผลแก่เราเถิด’ ได้ไหม” “ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย” “ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า ‘กรรมใดไม่ให้ผล ขอกรรมนั้นจงให้ผลแก่เราเถิด’ ได้ไหม” “ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย” “ท่านสารีบุตร เมื่อผมถามท่านว่า ‘ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหม-จรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลในปัจจุบัน ขอกรรมนั้นจงให้ผลในอนาคตแก่เราเถิด ได้ไหม’ ท่านก็ตอบว่า ‘ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย’ เมื่อผมถามท่านว่า ‘ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลในอนาคต ขอกรรมนั้นจงให้ผลในปัจจุบันแก่เราเถิด ได้ไหม’ ท่านก็ตอบว่า ‘ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย’ เมื่อผมถามท่านว่า ‘ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลเป็นสุข ขอกรรมนั้นจงให้ผลเป็นทุกข์แก่เราเถิด ได้ไหม’ ท่านก็ตอบว่า ‘ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย’ เมื่อผมถามท่านว่า ‘ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลเป็นทุกข์ ขอกรรมนั้นจงให้ผลเป็นสุขแก่เราเถิด ได้ไหม’ ท่านก็ตอบว่า ‘ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย’ เมื่อผมถามท่านว่า ‘ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลสำเร็จแล้ว ขอกรรมนั้นจงไม่ให้ผลสำเร็จแก่เราเถิด ได้ไหม’ ท่านก็ตอบว่า ‘ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย’
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๔๖๐}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๒. สีหนาทวรรค ๓. โกฏฐิตสูตร เมื่อผมถามท่านว่า ‘ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดยังไม่ให้ผลสำเร็จ ขอกรรมนั้นจงให้ผลสำเร็จแก่เราเถิด ได้ไหม’ ท่านก็ตอบว่า ‘ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย’ เมื่อผมถามท่านว่า ‘ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลมาก ขอกรรมนั้นจงให้ผลน้อยแก่เราเถิดได้ไหม’ ท่านก็ตอบว่า ‘ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย’ เมื่อผมถามท่านว่า ‘ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลน้อย ขอกรรมนั้นจงให้ผลมากแก่เราเถิดได้ไหม’ ท่านก็ตอบว่า ‘ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย’ เมื่อผมถามท่านว่า ‘ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผล ขอกรรมนั้นจงไม่ให้ผลแก่เราเถิด ได้ไหม’ท่านก็ตอบว่า ‘ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย’ เมื่อผมถามท่านว่า ‘ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดไม่ให้ผล ขอกรรมนั้นจงให้ผลแก่เราเถิด ได้ไหม’ท่านก็ตอบว่า ‘ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย’ เมื่อเป็นเช่นนั้น บุคคลจะอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์อะไร” ท่านพระสารีบุตรกล่าวว่า “ผู้มีอายุ บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อเห็นสิ่งที่ยังไม่เห็น เพื่อบรรลุสิ่งที่ยังไม่บรรลุ เพื่อทำให้แจ้งสิ่งที่ยังไม่ทำให้แจ้ง เพื่อตรัสรู้สิ่งที่ยังไม่ตรัสรู้ คือ บุคคลอยู่ประพฤติพรมหจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อรู้สิ่งที่ยังไม่รู้ เพื่อเห็นสิ่งที่ยังไม่เห็น เพื่อบรรลุสิ่งที่ยังไม่บรรลุ เพื่อทำให้แจ้งสิ่งที่ยังไม่ทำให้แจ้ง เพื่อตรัสรู้สิ่งที่ยังไม่ตรัสรู้ว่า ‘นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิทา’ ผู้มีอายุ บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคก็เพื่อรู้สิ่งที่ยังไม่รู้เพื่อเห็นสิ่งที่ยังไม่เห็น เพื่อบรรลุสิ่งที่ยังไม่บรรลุ เพื่อทำให้แจ้งสิ่งที่ยังไม่ทำให้แจ้งเพื่อตรัสรู้สิ่งที่ยังไม่ตรัสรู้นี้แล” โกฏฐิตสูตรที่ ๓ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๔๖๑}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต โกฏฐิตสูตร
๑๓ อถโข อายสฺมา มหาโกฏฺฐิโต เยนายสฺมา สารีปุตฺโต เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา สารีปุตฺเตน สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา มหาโกฏฺฐิโต อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ เอตทโวจ กินฺนุ โข อาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ สมฺปรายเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ โน หิทํ อาวุโส ฯ {๒๑๗.๑} กึ ปนาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ สมฺปรายเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ โน หิทํ อาวุโส ฯ กินฺนุ โข อาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ สุขเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ ทุกฺขเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ โน หิทํ อาวุโส กึ ปนาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ ทุกฺขเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ สุขเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ โน หิทํ อาวุโส ฯ กินฺนุโข อาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ ปริปกฺกเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ อปริปกฺกเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ โน หิทํ อาวุโส ฯ กึ ปนาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ อปริปกฺกเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ ปริปกฺกเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ โน หิทํ อาวุโส ฯ กินฺนุ โข อาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ พหุเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ อปฺปเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ โน หิทํ อาวุโส ฯ กึ ปนาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ อปฺปเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ พหุเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ โน หิทํ อาวุโส ฯ กินฺนุ โข อาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ เวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ อเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ โน หิทํ อาวุโส ฯ กึ ปนาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ อเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ เวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ โน หิทํ อาวุโส ฯ {๒๑๗.๒} กินฺนุ โข อาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ สมฺปรายเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน โน หิทํ อาวุโสติ วเทสิ กึ ปนาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ สมฺปรายเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน โน หิทํ อาวุโสติ วเทสิ กินฺนุ โข อาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ สุขเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ ทุกฺขเวทนียํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน โน หิทํ อาวุโสติ วเทสิ กึ ปนาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ ทุกฺขเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ สุขเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน โน หิทํ อาวุโสติ วเทสิ กินฺนุ โข อาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ ปริปกฺกเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ อปริปกฺกเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน โน หิทํ อาวุโสติ วเทสิ กึ ปนาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ อปริปกฺกเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ ปริปกฺกเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน โน หิทํ อาวุโสติ วเทสิ กินฺนุ โข อาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ พหุเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ อปฺปเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน โน หิทํ อาวุโสติ วเทสิ {๒๑๗.๓} กึ ปนาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ อปฺปเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ พหุเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน โน หิทํ อาวุโสติ วเทสิ กินฺนุ โข อาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ เวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ อเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน โน หิทํ อาวุโส วเทสิ กึ ปนาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ อเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ เวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน โน หิทํ อาวุโสติ วเทสิ อถ กิมตฺถํ จรหาวุโส ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ {๒๑๗.๔} ยํ โขสฺส อาวุโส อญฺญาตํ อทิฏฺฐํ อปฺปตฺตํ อสจฺฉิกตํ อนภิสเมตํ ตสฺส ญาณาย ทสฺสนาย ปตฺติยา สจฺฉิกิริยาย อภิสมยาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสติ อิทํ ทุกฺขนฺติ โขสฺส อาวุโส อยํ ทุกฺขสมุทโยติ โขสฺส อาวุโส อยํ ทุกฺขนิโรโธติ โขสฺส อาวุโส อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ โขสฺส อาวุโส อญฺญาตํ อทิฏฺฐํ อปฺปตฺตํ อสจฺฉิกตํ อนภิสเมตํ ตสฺส ญาณาย ทสฺสนาย ปตฺติยา สจฺฉิกิริยาย อภิสมยาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสติ อิทํ โขสฺส อาวุโส อญฺญาตํ อทิฏฺฐํ อปฺปตฺตํ อสจฺฉิกตํ อนภิสเมตํ ตสฺส ญาณาย ทสฺสนาย ปตฺติยา สจฺฉิกิริยาย อภิสมถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ
ครั้งนั้นแล ท่านพระมหาโกฏฐิตะเข้าไปหาท่านพระสารีบุตร ถึงที่อยู่ ได้ปราศรัยกับท่านพระสารีบุตร ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว ได้ถามท่านพระสารีบุตรว่าดูกรอาวุโสสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดที่ให้ผลในปัจจุบัน ขอกรรมนั้นจงให้ผลในสัมปรายภพแก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอ ฯ ท่านพระสารีบุตรกล่าวว่า ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้ ฯ ม. ดูกรอาวุโสสารีบุตร ก็บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดที่ให้ผลในสัมปรายภพ ขอกรรมนั้นจงให้ผลในปัจจุบันแก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอ ฯ สา. ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้ ฯ ม. ดูกรอาวุโสสารีบุตร ก็บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลเป็นสุข ขอกรรมนั้นจงให้ผลเป็นทุกข์แก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอ ฯ สา. ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้ ฯ ม. ดูกรอาวุโสสารีบุตร ก็บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลเป็นทุกข์ ขอกรรมนั้นจงให้ผลเป็นสุขแก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอ ฯ สา. ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้ ฯ ม. ดูกรอาวุโสสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลเสร็จแล้ว ขอกรรมนั้นจงไม่ให้ผลเสร็จแล้วแก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอ ฯ สา. ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้ ฯ ม. ดูกรอาวุโสสารีบุตร ก็บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดยังไม่ให้ผลเสร็จแล้ว ขอกรรมนั้นจงให้ผลเสร็จแล้วแก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอ ฯ สา. ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้ ฯ ม. ดูกรอาวุโสสารีบุตร ก็บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลมาก ขอกรรมนั้นจงให้ผลน้อยแก่เราดังนี้ ได้หรือหนอ ฯ สา. ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้ ฯ ม. ดูกรอาวุโสสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลน้อย ขอกรรมอันนั้นจงให้ผลมากแก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอ ฯ สา. ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้ ฯ ม. ดูกรอาวุโสสารีบุตร ก็บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดยังให้ผล ขอกรรมนั้นจงไม่ให้ผลแก่เราดังนี้ ได้หรือหนอ ฯ สา. ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้ ฯ ม. ดูกรอาวุโสสารีบุตร ก็บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดไม่ให้ผล ขอกรรมนั้นจงให้ผลแก่เราดังนี้ ได้หรือหนอ ฯ สา. ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้ ฯ ม. ดูกรอาวุโสสารีบุตร เมื่อเราถามท่านว่า ดูกรอาวุโสสารีบุตรบุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลในปัจจุบัน ขอกรรมนั้นจงให้ผลในสัมปรายภพแก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอท่านตอบว่า ดูกรอาวุโสไม่ใช่อย่างนี้ เมื่อเราถามว่า ดูกรอาวุโสสารีบุตรก็บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลในสัมปรายภพ ขอกรรมนั้นจงให้ผลในปัจจุบันแก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอท่านก็ตอบว่า ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้ เมื่อเราถามว่า บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลเป็นสุขขอกรรมนั้นจงให้ผลเป็นทุกข์แก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอ ท่านตอบว่า ดูกรอาวุโสไม่ใช่อย่างนี้ เมื่อเราถามว่า ดูกรอาวุโสสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลเป็นทุกข์ ขอกรรมนั้นจงให้ผลเป็นสุขแก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอ ท่านก็ตอบว่า ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้ เมื่อเราถามว่า ดูกรอาวุโสสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลเสร็จแล้ว ขอกรรมนั้นจงไม่ให้ผลเสร็จแล้วแก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอ ท่านก็ตอบว่า ดูกรอาวุโสไม่ใช่อย่างนี้ เมื่อเราถามว่า ดูกรอาวุโสสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดไม่ให้ผลเสร็จแล้ว ขอกรรมนั้นจงให้ผลเสร็จแล้วแก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอ ท่านก็ตอบว่า ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้ เมื่อเราถามว่า ดูกรอาวุโสสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลมาก ขอกรรมนั้นจงให้ผลน้อยแก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอ ท่านก็ตอบว่า ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้เมื่อเราถามว่า ดูกรอาวุโสสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลน้อย ขอกรรมนั้นจงให้ผลมากแก่เราดังนี้ ได้หรือหนอ ท่านก็ตอบว่า ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้ เมื่อเราถามว่าดูกรอาวุโสสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดยังให้ผล ขอกรรมนั้นจงไม่ให้ผลแก่เรา ดังนี้ได้หรือหนอ ท่านก็ตอบว่า ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้ เมื่อเราถามว่า ดูกรอาวุโสสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดไม่ให้ผล ขอกรรมนั้นจงให้ผลแก่เรา ดังนี้ ได้หรือหนอ ท่านก็ตอบว่า ดูกรอาวุโส ไม่ใช่อย่างนี้ ดูกรอาวุโส ก็เมื่อเป็นเช่นนั้น บุคคลจะอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อประโยชน์อะไร ฯ ส. ดูกรอาวุโส สิ่งใดแล ที่ยังไม่รู้ ไม่เห็น ไม่บรรลุ ไม่กระทำให้แจ้ง ไม่ตรัสรู้ บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อรู้เพื่อเห็น เพื่อบรรลุ เพื่อกระทำให้แจ้ง เพื่อตรัสรู้สิ่งนั้น ดูกรอาวุโส สิ่งที่ยังไม่รู้ ไม่เห็น ไม่บรรลุ ไม่กระทำให้แจ้ง ไม่ตรัสรู้ว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัยนี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อรู้ เพื่อเห็น เพื่อบรรลุ เพื่อกระทำให้แจ้ง เพื่อตรัสรู้สิ่งนั้นดูกรอาวุโส สิ่งนี้แลที่ยังไม่รู้ ไม่เห็น ไม่บรรลุ ไม่กระทำให้แจ้ง ไม่ตรัสรู้บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อรู้ เพื่อเห็น เพื่อบรรลุเพื่อกระทำให้แจ้ง เพื่อตรัสรู้ สิ่งนั้น ฯ จบสูตรที่ ๓