ถ้านายทะเบียนเห็นว่าเครื่องหมายการค้าที่ขอจดทะเบียนรายใดหาก พิจารณาทั้งเครื่องหมายแล้ว มีลักษณะอันพึงรับจดทะเบียนได้ตามมาตรา ๖แต่เครื่องหมายการค้า รายนั้นมีส่วนหนึ่งส่วนใดหรือหลายส่วนเป็นสิ่งที่ใช้กันสามัญในการค้าขายสำหรับสินค้าบางอย่างหรือ บางจำพวก อันไม่ควรให้ผู้ขอจดทะเบียนรายหนึ่งรายใดถือเป็นสิทธิของตนแต่ผู้เดียวก็ดี หรือมี ลักษณะไม่บ่งเฉพาะก็ดให้นายทะเบียนมี สั่งอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ (๑)๑๓ สั่งให้ผู้ขอจดทะเบียนแสดงการปฏิเสธว่าไม่ขอถือเป็นสิทธิของตนแต่ผู้เดียวใน อันที่จะใช้ส่วนดังกล่ วของเครื่องหมายการค้ารายนั้น ทั้งนี้ ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งนั้น มาตรา ๑๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๑๔ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๑๕วรรคสองแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๑๗(๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า(ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ (๒)๑๔ สั่งให้ผู้ขอจดทะเบียนแสดงการปฏิเสธอย่างอื่นตามที่นายทะเบียนเห็นว่า จำเป็นต่อการกำหนดสิทธิจากการจดทะเบียนของเจ้าของเครื่องหมายการค้ารายนั้น ทั้งนี้ ภายในหก สิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งนั้น เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ให้ายทะเบียนมีอำนาจประกาศกำหนด สิ่งที่นายทะเบียนเห็นว่า เป็นสิ่งที่ใช้กันสามัญในการค้าขายสำหรับสินค้าบางอย่างหรือบางจำพวก ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งคำสั่งตามวรรคหนึ่งพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขอจด ทะเบียนทราบโดยไม่ชักช้า
คลังกฎหมาย / พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 / ส่วนที่ ๑ การขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 · 2534มาตรา ๑๗
ลิงก์อ้างอิงตรึงฉบับด้วย ?v=2534 — ถ้าวันหนึ่งมีฉบับแก้ไขถูกนำเข้า ลิงก์นี้จะยังชี้ฉบับเดิม
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256:b669819e5c48… · 2026-08-24