ในกรณีดังกล่าวในมาตราก่อนนั้น ถ้าศาลใดศาลหนึ่งได้พิพากษาคดีแล้ว และได้มีการยื่น อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษานั้น คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ ขอให้มีคำสั่งให้ งดการพิจารณาคดีชั้นอุทธรณ์นั้นไว้ก่อนจนกว่าอีกศาลหนึ่งจะได้พิพากษาคดีอีกเรื่องหนึ่งเสร็จแล้วก็ได้ และถ้าได้มี การอุทธรณ์คดีเรื่องหลังนี้ก็ให้ศาลอุทธรณ์รวมวินิจฉัยคดีทั้งสองนั้นโดยคำพิพากษาเดียวกัน ถ้าคดีเรื่องหลังนั้นไม่มี อุทธรณ์ให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งมาตรา ๑๔๖ มาตรา ๑๐ ถ้าไม่อาจดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลชั้นต้นที่มีเขตศาลเหนือคดีนั้นได้โดยเหตุ สุดวิสัย คู่ความฝ่ายที่เสียหายหรืออาจเสียหายเพราะการนั้นจะยื่นคำขอฝ่ายเดียวโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้น ซึ่ง ตนมีภูมิลำเนาหรืออยู่ในเขตศาลในขณะนั้นก็ได้ และให้ศาลนั้นมีอำนาจทำคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่เห็นสมควร เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
คลังกฎหมาย / ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง / หมวด๑ เขตอำนาจศาล
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง · 2477มาตรา ๙
ลิงก์อ้างอิงตรึงฉบับด้วย ?v=2477 — ถ้าวันหนึ่งมีฉบับแก้ไขถูกนำเข้า ลิงก์นี้จะยังชี้ฉบับเดิม
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256:a9300687cb1a… · 2026-08-24