เงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐เมื่อได้หักตามมาตรา ๔๒ทวิ ถึง มาตรา๔๖แล้ว เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีให้หักลดหย่อนได้อีกดังต่อไปนี้

(๑) ลดหย่อนให้สำหรับ (ก)๑๒๙ ผู้มีเงินได้ ๓๐,๐๐๐บาท (ข)๑๓๐ สามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ ๓๐,๐๐๐บาท (ค)๑๓๑ บุตรชอบด้วยกฎหมายหรือบุตรบุญธรรมของผู้มีเงินได้ รวมทั้งบุตรชอบ ด้วยกฎหมายของสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ด้วย

(๑) ที่เกิดก่อนหรือใน พ.ศ. ๒๕๒๒หรือที่ได้รับเป็นบุตรบุญธรรมก่อน พ.ศ. ๒๕๒๒คนละ๑๕,๐๐๐บาท

(๒) ที่เกิดหลัง พ.ศ. ๒๕๒๒หรือที่ได้รับเป็นบุตรบุญธรรมในหรือหลัง พ.ศ. ๒๕๒๒คนละ๑๕,๐๐๐บาทแต่ วมกันต้องไม่เกินสามคน ในกรณีผู้มีเงินได้มีบุตรทั้งตาม

(๑) และ(๒) การหักลดหย่อนสำหรับบุตร ให้นำบุตรตาม

(๑) ทั้งหมดมาหักก่อน แล้วจึงนำบุตรตาม

(๒) มาหัก เว้นแต่ ในกรณีผู้มีเงินได้มีบุตร ตาม(๑) ที่มีชีวิตอยู่รวมเป็นจำนวนตั้งแต่สามคนขึ้นไป จะนำบุตรตาม

(๒) มาหักไม่ได้ แต่ถ้าบุตรตาม

(๑) มีจำนวนไม่ถึงสามคน ให้นำบุตรตาม

(๒) มาหักได้โดยเมื่อรวมกับบุตรตาม

(๑) แล้วต้องไม่เกิน สามคน การนับจำนวนบุตรให้นับเฉพาะบุตรที่มีชีวิตอยู่ตามลำดับอายุสูงสุดของ บุตรโดยให้นับรวมทั้งบุตรที่ไม่อยู่ในเกณฑ์ได้รับการหักลดหย่อนด้วย การหักลดหย่อนสำหรับบุตร ให้หักได้เฉพาะบุตรซึ่งมีอายุไม่เกินยี่สิบห้าปี และยังศึกษาอยู่ ในมหาวิทยาลัยหรือชั้ อุดมศึกษา หรือซึ่ เป็ผู้เยาว์หรือศาลสั่ ให้เป็นคนไร้ ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถอันอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดู แต่มิให้หักลดหย่อนสำหรับ บุตรดังกล่าวที่มีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วตั้งแต่ ๑๕,๐๐๐บาทขึ้นไปโดยเงิ ได้พึงประเมิน นั้นไม่เข้าลักษณะตามมาตรา ๔๒ การหักลดหย่อนสำหรับบุตรดังกล่าว ให้หักได้ตลอดปีภาษี ไม่ว่ากรณีที่ จะหักได้นั้นจะมีอยู่ตลอดปีภาษีหรือไม่ และในกรณีบุตรบุญธรรมนั้นให้หักลดหย่อนในฐานะบุตรบุญ ธรรมได้แต่ฐานะเดียว (ง) เบี้ยประกันภัยที่ผู้มีเงินได้จ่ายไปในปีภาษีสำหรับการประกันชีวิตของผู้มีเงิน ได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐บาท ทั้งนี้ เฉพาะในกรณีที่กรมธรรม์ประกันชีวิตมี มาตรา๔๗แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา๔๗(๑) (ก) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๑๖)พ.ศ.๒๕๓๔ มาตรา๔๗(๑) (ข) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๖)พ.ศ.๒๕๓๔ มาตรา๔๗(๑) (ค) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๖)พ.ศ.๒๕๓๔ กำหนดเวลาตั้งแต่สิบปีขึ้นไป และการประกันชีวิตนั้นได้เอาประกันไว้กับผู้รับประกันภัยที่ประกอบ กิจการประกันชีวิตในราชอาณาจักร๑๓๒ ในกรณีสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้มีการประกันชีวิต และความเป็นสามีภริยา ได้มีอยู่ตลอดปีภาษี ให้หักลดหย่อนได้ด้วยสำหรับเบี้ยประกัที่จ่ายสำหรับการประกันชีวิตของสามี หรือภริยานั้นตามเกณฑ์ในวรรคหนึ่ง๑๓๓ (จ)๑๓๔ (ยกเลิก) (ฉ)๑๓๕ บุตรของผู้มีเงินได้ซึ่งมีสิทธิหักลดหย่อนตามเงื่อนไขใน (ค) และยังศึกษา อยู่ในสถานศึกษาของทางราชการ สถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันศึกษาเอกชนหรือโรงเรียน ราษฎร์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนราษฎร์ ให้หักลดหย่อนเพื่อการศึกษาได้อีกคนละ๒,๐๐๐บาท (ช)๑๓๖ เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่ก หนดโดยกฎกระทรวงตามมาตรา๖๕ตรี

(๒) ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐บาท๑๓๗ ในกรณีสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้จ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนารองเลี้ยงชีพตาม วรรคหนึ่ง และความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษี ให้หักลดหย่อนได้ด้วยสำหรับเงินสะสมของ สามีหรือภริยาที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้นตามเกณฑ์ในวรรคหนึ่ง (ซ)๑๓๘ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่ผู้มีเงินได้จ่ายให้แก่ธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่น บริษัทประกันชีวิต สหกรณ์หรือนายจ้างสำหรับการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารอยู่อาศัย โดยจำนองอาคารที่ซื้อหรือสร้างเป็นประกันการกู้ยืมนั้นตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน๑๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี และประกาศในราชกิจจา นุเบกษาอาคารดังกล่าวให้หมายความรวมถึงอาคารพร้อมที่ดินด้วย (ฌ)๑๓๙ เงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมตามกฎหมายว่า ด้วยการประกันสัคมตามจำนวนที่จ่ ยจริง ในกรณีสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ ซึ่งเป็นผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบเข้า มาตรา ๔๗(๑) (ง) วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติ โดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อย แห่งชาติ ฉบับที่ ๓๗เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ลงวันที่ ๒๘กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔๗(๑) (ง) วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวล รัษฎากร(ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๑๖ มาตรา๔๗(๑) (จ) ยกเลิกโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๑๖) พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา๔๗(๑) (ฉ) เพิ่มโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๙)พ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา๔๗(๑) (ช) เพิ่มโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๔๗(๑) (ช) วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อย แห่งชาติ ฉบับที่ ๓๗เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ลงวันที่ ๒๘กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา๔๗(๑) (ซ) แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับ ที่ ๓๗เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ลงวันที่ ๒๘กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา๔๗(๑) (ฌ) เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๓๓ กองทุนประกันสังคมตามวรรคหนึ่ง และความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษี ให้หักลดหย่อนได้ ด้วยสำหรับเงินสมทบของสามีหรือภริยาที่จ่ายเข้ากองทุนประกัสังคมดังกล่าวตามเกณฑ์ในวรรค หนึ่ง๑๔๐ (ญ)๑๔๑ ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาของผู้มีเงินได้ รวมทั้งบิดามารดาของสามี หรือภริยาของผู้มีเงินได้คนละสามหมื่นบาทโดยบุคคลดังกล่าวต้องมีอายุหกสิบปีขึ้นไป มีรายได้ไม่ เพียงพอแก่การยังชีพ และอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์วิธีการ และ เงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด ค่าอุปการะเลี้ยงดูตามวรรคหนึ่ง ให้หักลดหย่อนสำหรับเงินได้พึงประเมิน ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๗ที่จะต้องยื่นรายการในปี พ.ศ. ๒๕๔๘เป็นต้นไป (ฎ)๑๔๒ ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา สามีหรือภริยา บุตรชอบด้วยกฎหมาย หรือบุตรบุญธรรมของผู้มีเงินได้ บิดามารดาหรือบุตรชอบด้วยกฎหมายของสามีหรือภริยาของผู้มีเงิน ได้ หรือบุคคลอื่นที่ผู้มีเงินได้เป็นผู้ดูแลตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคน พิ คนละหกหมื่นบาทโดยบุคคลดักล่ วต้องเป็คนพิารซึ่ งมีบัตรประจำตัวคนพิการตาม กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ หรือเป็นคนทุพพลภาพ มีรายได้ไม่ เพียงพอแก่การยังชีพและอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์วิธีการ และ เงื่อนไข รวมทั้งจำนวนคนพิการและคนทุพพลภาพในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้ที่อธิบดี ประกาศกำหนด การหักลดหย่อนสำหรับบุตรบุญธรรมให้หักได้ในฐานะบุตรบุญธรรมเพียงฐานะ เดียว ค่ อุปการะเลี้ยงดูตามวรรคหนึ่ ให้หัลดหย่อนสำหรับเงิ ได้พึ ประเมิ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๒ที่จะต้องยื่นรายการในปี พ.ศ. ๒๕๕๓เป็นต้นไป (๒)๑๔๓ ในกรณีสามีภริยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ การหักลดหย่อนตาม(๑) (ก) และ(ข) ให้หักลดหย่อนรวมกันได้ ๖๐,๐๐๐บาท (๓)๑๔๔ ในกรณีผู้มีเงิ ได้ิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย การหักลดหย่อนตาม(๑) (ข) (ค) และ(ฉ) ให้หักได้เฉพาะสามีหรือภริยาและบุตรที่อยู่ในประเทศไทย

(๔) ในกรณีผู้มีเงินได้ถึงแก่ความตายในระหว่างปีภาษี ให้หักลดหย่อนได้เสมือน ผู้ตายมีชีวิตอยู่ตลอดปีภาษีที่ผู้นั้นถึงแก่ความตาย มาตรา ๔๗(๑) (ฌ) วรรคสอง เพิ่มโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๖)พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา๔๗(๑) (ญ) เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๖) พ.ศ. ๒๕๔๘ มาตรา๔๗(๑) (ฎ) เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ ๓๗) พ.ศ. ๒๕๕๒ มาตรา๔๗(๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๘)พ.ศ. ๒๕๕๕ มาตรา๔๗(๓) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๒๕ (๕)๑๔๕ ในกรณีผู้มีเงินได้เป็นกองมรดก ให้หักลดหย่อนได้ ๓๐,๐๐๐บาท (๖)๑๔๖ ในกรณีผู้มีเงินได้เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่ิติบุคคลให้หัก ลดหย่อนได้ตาม(๑) (ก) สำหรับผู้เป็นหุ้นส่วนหรือบุคคลในคณะบุคคลแต่ละคนซึ่งเป็นผู้อยู่ในประเทศ ไทยแต่รวมกันต้องไม่เกิน ๖๐,๐๐๐บาท (๗)๑๔๗ เมื่อได้หักลดหย่อนตาม (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) หรือ

(๖) แล้ว เหลือเท่าใดให้ หักลดหย่อนได้อีกสำหรับเงินบริจาคดังต่อไปนี้ โดยให้หักได้เท่าจำนวนที่บริจาคแต่ต้องไม่เกินร้อยละ ๑๐ของเงินที่เหลือนั้น (ก) เงินที่บริจาคแก่สถานพยาบาลและสถานศึกษาของทางราชการ (ข) เงินที่บริจาคเป็นสาธารณประโยชน์แก่องค์การหรือสถานสาธารณกุศล หรือแก่สถานพยาบาลและสถานศึกษาอื่นนอกจากที่กล่าวใน (ก) ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีประกาศ กำหนดในราชกิจจานุเบกษา

ลิงก์อ้างอิงตรึงฉบับด้วย ?v=2481 — ถ้าวันหนึ่งมีฉบับแก้ไขถูกนำเข้า ลิงก์นี้จะยังชี้ฉบับเดิม

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256:6f35e9ddb537 · 2026-08-24

ประมวลรัษฎากร มาตรา ๔๗