ข้อ ๑๓ การนำผ่านซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ทุกประเภท ผู้รับอนุญาตต้อง
(๑) นำใบอนุญาตส่งออกของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของประเทศที่ส่งออก ที่มาพร้อมกับ วัตถุออกฤทธิ์นั้นมาให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ด่านตรวจสอบวัตถุออกฤทธิ์ เพื่อทำการตรวจสอบ
(๒) นำผ่านวัตถุออกฤทธิ์ ตามประเภท ชนิด จำนวนหรือปริมาณที่ระบุไว้ในใบอนุญาตนำผ่าน และไม่เกินจำนวนหรือปริมาณที่ระบุไว้ในใบอนุญาตนำผ่าน
(๓) จัดให้มีการป้องกันตามสมควรเพื่อมิให้วัตถุออกฤทธิ์ที่นำผ่านสูญหายหรือมีการนำไปใช้ โดยมิชอบ
(๔) ห้ามเปลี่ยนแปลงการส่งวัตถุออกฤทธิ์ไปยังจุดหมายอื่นที่มิได้ระบุไว้ในใบอนุญาตส่งออก ที่ส่งมาพร้อมกับวัตถุออกฤทธิ์ เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของประเทศ ผู้ออกใบอนุญาตนั้น และเลขาธิการ อย. ให้ความเห็นชอบแล้ว ในกรณีที่ไม่อาจส่งวัตถุออกฤทธิ์ ไปยังจุดหมายที่กำหนดได้ ให้จัดการส่งวัตถุออกฤทธิ์นั้นกลับไปยังประเทศที่ส่งออกภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่วัตถุออกฤทธิ์ดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักร
(๕) กรณีที่ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนแปลงการส่งวัตถุออกฤทธิ์ไปยังจุดหมายอื่นตาม
(๔) ให้ถือว่าวัตถุออกฤทธิ์นั้นได้ส่งออกจากประเทศที่ออกใบอนุญาตเข้ามาในราชอาณาจักร ในกรณีเช่นนี้ ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (ก) ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายจากเลขาธิการ อย. สลักหลังสำเนาใบอนุญาต ของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของประเทศที่ส่งออกนั้น โดยแจ้งวัน เดือน ปี และปริมาณที่แท้จริง ของวัตถุออกฤทธิ์ที่ส่งออก และส่งสำเนานั้นกลับไปให้เจ้าหน้าที่ของประเทศต้นทางผู้ออกใบอนุญาต พร้อมทั้งจัดทำสำเนาเก็บรักษาไว้ที่สำนักงาน อย. หนึ่งฉบับ (ข) ในการส่งออกซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ไปยังจุดหมายใหม่ดังกล่าว เมื่อผู้รับอนุญาต นำใบอนุญาตนำเข้าของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของประเทศผู้รับใหม่มามอบให้สำนักงาน อย. แล้ว จึงจะได้รับการพิจารณาออกใบอนุญาตเฉพาะคราวเพื่อส่งออก เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๗ (ค) ให้ผู้รับอนุญาตแนบสำเนาใบอนุญาตเฉพาะคราวนั้นไปพร้อมกับวัตถุออกฤทธิ์ ที่ส่งไปยังจุดหมายใหม่ด้วยหนึ่งฉบับ และให้สำนักงาน อย. จัดส่งสำเนาใบอนุญาตส่งออกเฉพาะคราว เพื่อส่งออกซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ไปยังเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของประเทศผู้รับใหม่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ ของประเทศผู้รับจัดส่งกลับมา และให้เลขาธิการ อย. จัดให้มีการตรวจสอบสำเนาใบอนุญาตเฉพาะคราว ที่ส่งกลับมานั้น
(๖) กรณีที่เป็นการนำผ่านซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ หรือประเภท ๒ ต้องมีหนังสือ แจ้งให้ผู้ ควบคุมยานพาหนะที่ใช้บรรทุกทราบก่อนผ่านเข้ามาในราชอาณาจักร และต้องกำกับให้ผู้ควบคุม ยานพาหนะจัดให้มีการป้องกันตามสมควร เพื่อมิให้วัตถุออกฤทธิ์สูญหายหรือมีการนำเอาวัตถุออกฤทธิ์ ที่อยู่ในยานพาหนะไปใช้โดยมิชอบ ในกรณีที่มีการขนถ่ายวัตถุออกฤทธิ์ออกจากยานพาหนะที่ใช้บรรทุก ไปยังยานพาหนะอื่น ต้องดำเนินการให้ผู้ควบคุมยานพาหนะที่ใช้บรรทุกมาแจ้งให้พนักงานศุลกากร ณที่นั้นทราบก่อน และให้พนักงานศุลกากรนั้นมีหน้าที่ควบคุมวัตถุออกฤทธิ์ในระหว่างขนถ่าย เมื่อขนถ่ายเสร็จ ให้ดำเนินการให้ผู้ควบคุมยานพาหนะที่รับขนถ่ายวัตถุออกฤทธิ์จัดให้มีการป้องกันตามสมควร เพื่อมิให้ วัตถุออกฤทธิ์สูญหายหรือมีการนำวัตถุออกฤทธิ์ที่อยู่ในยานพาหนะนั้นไปใช้โดยมิชอบ การดำเนินการนำผ่านวัตถุออกฤทธิ์ตาม
(๕) ให้ผู้รับอนุญาตส่งวัตถุออกฤทธิ์ออกนอก ราชอาณาจักรโดยดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่วัตถุออกฤทธิ์ดังกล่าวเข้ามา ในราชอาณาจักร หากไม่ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้วัตถุออกฤทธิ์นั้น ตกเป็นของกระทรวงสาธารณสุข และให้กระทรวงสาธารณสุขหรือผู้ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขมอบหมาย ทำลายหรือนำไปใช้ประโยชน์ได้ตามระเบียบที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด