ในกรณีที่เจ้าพนักงานประเมินมีเหตุอันควรเชื่อว่ากลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติ ของนิติบุคคลในเครือใดแสดงข้อมูลตามแบบรายงานข้อมูลตามมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษี ระหว่างประเทศที่ได้ยื่นไว้ ไม่ว่าจะได้ยื่นไว้ที่ประเทศใด ไม่ถูกต้องตามความจริงหรือไม่ครบถ้วน หรือกิจการร่วมค้าหรือกิจการร่วมค้าลูกใดได้แสดงรายการตามแบบแสดงรายการไว้ไม่ถูกต้องตามความจริง หรือไม่ครบถ้วน ให้เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจออกหมายเรียกนิติบุคคลในเครือ กิจการร่วมค้า หรือกิจการร่วมค้าลูกนั้นมาไต่สวนและออกหมายเรียกพยาน กับสั่งให้นิติบุคคลในเครือ กิจการร่วมค้า กิจการร่วมค้าลูก หรือพยานนั้นนำบัญชี เอกสาร หรือหลักฐานอื่นอันควรแก่เรื่องมาแสดงได้ แต่ต้องให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวันนับแต่วันส่งหมาย ทั้งนี้ การออกหมายเรียกดังกล่าว จะต้องกระทำภายในกำหนดเวลา ดังต่อไปนี้
(๑) ภายในห้าปีนับแต่วันที่กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติของนิติบุคคลในเครือนั้นได้ยื่นแบบรายงาน ข้อมูลตามมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ สำหรับกรณีนิติบุคคลในเครือ และพยานที่เกี่ยวข้อง
(๒) ภายในห้าปีนับแต่วันที่กิจการร่วมค้าหรือกิจการร่วมค้าลูกได้ยื่นแบบแสดงรายการ สำหรับกรณีกิจการร่วมค้า กิจการร่วมค้าลูก และพยานที่เกี่ยวข้อง กำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง หากปรากฏหลักฐานหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่า นิติบุคคลในเครือ กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติของนิติบุคคลในเครือ กิจการร่วมค้า หรือกิจการร่วมค้าลูกนั้นมีเจตนาหลีกเลี่ยง ภาษีหรือเป็นกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการคืนภาษีส่วนเพิ่ม อธิบดีจะอนุมัติให้ขยายเวลา เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๘๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗ การออกหมายเรียกดังกล่าวเกินห้าปีก็ได้ แต่ต้องไม่เกินเจ็ดปีนับแต่วันที่กำหนดไว้ใน (๑) หรือ
(๒) แล้วแต่กรณี แต่กรณีการขยายเวลาเพื่อประโยชน์ในการคืนภาษี ให้ขยายได้ไม่เกินกำหนดเวลา ตามที่มีสิทธิขอคืนภาษี