ข้อ ๔ พยำนผู้เชี่ยวชำญซึ่งมีสิทธิได้รับค่ำป่วยกำรตำมข้อ ๒ (๒) และ
(๓) ต้องเป็น พยำนผู้เชี่ยวชำญซึ่งเจ้ำหน้ำที่เรียกมำให้ถ้อยคำหรือทำควำมเห็น เฉพำะในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) หน่วยงำนของรัฐที่เป็นต้นสังกัดมิได้มีบุคลำกรซึ่งมีควำมรู้ ควำมเชี่ยวชำญในเรื่องที่จะ เรียกพยำนผู้เชี่ยวชำญมำให้ถ้อยคำหรือทำควำมเห็น หรือควำมเห็นของผู้เชี่ยวชำญซึ่งสังกัดหน่วยงำน ของรัฐแตกต่ำงจำกควำมเห็นของผู้เชี่ยวชำญซึ่งคู่กรณีอ้ำง
(๒) เรื่องที่จะพิจำรณำนั้นต้องกำรควำมรู้ควำมสำมำรถสูงหรือควำมเชี่ยวชำญทำงเทคนิค เป็นกำรเฉพำะ เช่น กำรประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม สุขอนำมัยของประชำชน และ
(๓) ควำมเห็นของผู้เชี่ยวชำญที่จะเรียกมำให้ถ้อยคำหรือทำควำมเห็นเป็นสำระสำคัญ ในกำรจัดทำคำสั่งทำงปกครอง เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๓ ก หนา้ ๓ ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ มกราคม ๒๕๖๖ กำรเรียกพยำนผู้เชี่ยวชำญมำให้ถ้อยคำหรือทำควำมเห็นตำมวรรคหนึ่ง ต้องคำนึงถึงควำมคุ้มค่ำ ประสบกำรณ์เฉพำะด้ำน และควำมเป็นกลำงของพยำนผู้เชี่ยวชำญ และต้องได้รับควำมเห็นชอบ จำกหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐที่เจ้ำหน้ำที่สังกัด หรือผู้ซึ่งหัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐดังกล่ำวมอบหมำย หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐอำจจัดทำบัญชีพยำนผู้เชี่ยวชำญหรือจะใช้บัญชีรำยชื่อผู้เชี่ยวชำญ ของศำลยุติธรรมหรือบัญชีรำยชื่อพยำนผู้เชี่ยวชำญของศำลอื่นก็ได้