ให้ลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และคงจัดเก็บในอัตราร้อยละสิบของเงินได้ สำหรับเงินได้พึงประเมินที่ผู้มีเงินได้ซึ่งเป็นผู้ถือตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศได้รับจากบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา ๔ ซึ่งเมื่อคำนวณภาษีตามมาตรา ๕๐
(๒) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงกว่าร้อยละสิบของเงินได้ ทั้งนี้ สำหรับเงินได้พึงประเมินในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) เงินได้ที่เป็นเงินเทียบเท่าเงินปันผลที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ ตามมาตรา ๔ จ่ายให้แก่ผู้ถือตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ
(๒) เงินได้ที่เป็นตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา ๔ เป็นผู้ออกให้เพิ่ม เนื่องจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น ได้รับเงินปันผลหรือเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับเงินปันผลหรือหุ้นปันผลจากการถือหลักทรัพย์ ต่างประเทศเพื่อการออกตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ ในกรณีที่เงินได้พึงประเมินตามวรรคหนึ่ง เมื่อคำนวณภาษีเงินได้หักณที่จ่าย ตามมาตรา ๕๐
(๒) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายไม่เกินร้อยละสิบของเงินได้ ให้ผู้มีเงินได้มีสิทธิได้รับยกเว้นไม่ต้องนำเงินได้ดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ เมื่อผู้มีเงินได้ ยอมให้ผู้จ่ายเงินได้หักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา ๕๐
(๒) แห่งประมวลรัษฎากร ในอัตราร้อยละสิบ ของเงินได้นั้น เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก หนา้ ๓๐ ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๖ ให้ผู้มีเงินได้ซึ่งถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายไว้แล้วในอัตราร้อยละสิบของเงินได้ตามวรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง เมื่อถึงกำหนดยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำเงินได้ พึงประเมินนั้นมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ ทั้งนี้ เฉพาะกรณีที่ผู้มีเงินได้ไม่ขอรับเงินภาษีที่ถูกหักไว้นั้นคืน หรือไม่ขอเครดิตเงินภาษีที่ถูกหักไว้นั้น ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ผู้มีเงินได้ซึ่งได้รับสิทธิตามมาตรานี้ จะต้องไม่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคล ที่มิใช่นิติบุคคล