ให้เลขาธิการ ป.ป.ส. หรือผู้ได้รับมอบหมายจากเลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นผู้รับผิดชอบ และควบคุมการดำเนินการทดลองเพาะปลูกพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควาย ในเขตพื้นที่ตามมาตรา ๓ เพื่อส่งต่อให้องค์การเภสัชกรรมหรือสถาบันการศึกษาตามมาตรา ๕ ดำเนินการตามมาตรา ๗ และมาตรา ๘ แล้วแต่กรณี โดยอย่างน้อยต้องมีมาตรการควบคุมและตรวจสอบ ดังต่อไปนี้
(๑) ที่มาของพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควายที่จะเพาะปลูก ต้องได้รับอนุญาตตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติด หรือได้รับอนุญาตให้นำไปใช้ประโยชน์ตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด ว่าด้วยการตรวจรับ การตรวจพิสูจน์ การเก็บรักษา การทำลาย การนำไปใช้ประโยชน์ และการรายงานยาเสพติด
(๒) สถานที่เพาะปลูก (ก) จัดให้มีป้ายแสดงไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สถานที่เพาะปลูก โดยเป็นป้าย ที่ทำจากวัสดุถาวร และมีข้อความเป็นตัวอักษรไทยที่มีขนาดเหมาะสม ระบุว่าเป็นสถานที่เพาะปลูกพืชฝิ่น และพืชเห็ดขี้ควายตามพระราชกฤษฎีกานี้ (ข) จัดทำแนวเขตพื้นที่เพาะปลูกที่มีความมั่นคงแข็งแรงและเห็นได้ชัด (ค) แสดงแบบแปลนของตัวอาคาร ชั้น โรงเรือน หรือแปลงเพาะปลูก ณสถานที่เพาะปลูก (ง) ประตูทางเข้าออกพื้นที่เพาะปลูกทำจากวัสดุแข็งแรงและทนทาน สามารถป้องกัน การเข้าถึงจากบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง และจำกัดจำนวนประตูเข้าออกให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น โดยคำนึงถึงทางหนีไฟด้วย
(๓) การรักษาความปลอดภัย (ก) ติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณพื้นที่เพาะปลูกและบริเวณประตูทางเข้าออก โดยมีระบบ บันทึกความจำและให้สำรองข้อมูลโดยอาจถ่ายโอนข้อมูลไว้ในอุปกรณ์รูปแบบอื่น ทั้งนี้ ให้จัดเก็บไว้ เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน (ข) ควบคุมการเข้าถึงจากบุคคลภายนอก โดยติดตั้งกุญแจล็อกหรือการควบคุม การเข้าออกผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และกำหนดบัญชีรายชื่อบุคคลผู้มีสิทธิเข้าออกพื้นที่ ในกรณี ที่บุคคลภายนอกจะเข้ามาศึกษาดูงานต้องได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ ป.ป.ส. หรือผู้ได้รับมอบหมาย จากเลขาธิการ ป.ป.ส. (ค) จัดทำแผนรักษาความปลอดภัยบริเวณพื้นที่เพาะปลูกและพื้นที่โดยรอบ (ง) จัดให้มีรายชื่อผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัย พร้อมทั้งกำหนดช่องทางการติดต่อ กรณีฉุกเฉิน เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ออกนอกพื้นที่ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๘ (จ) จัดให้มีมาตรการตรวจสอบมิให้บุคคลที่เกี่ยวข้องลักลอบนำพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควาย (ฉ) ในกรณีที่พืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควายถูกโจรกรรม สูญหาย หรือถูกทำลาย ต้องแจ้ง สถานีตำรวจในท้องที่ทราบโดยเร็ว
(๔) สถานที่จัดเก็บพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควายจะต้องแยกเป็นสัดส่วน และจัดเก็บในที่ซึ่งมั่นคง แข็งแรง และมีกุญแจใส่ไว้ หรือเครื่องป้องกันอย่างอื่นที่มีสภาพเท่าเทียมกัน
(๕) การขนส่ง (ก) แจ้งกำหนดการขนส่งพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควายไปยังพื้นที่ตามมาตรา ๔ หรือมาตรา ๕ เป็นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดต้นทางและปลายทางไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนการขนส่ง (ข) จัดให้มียานพาหนะที่มีระบบป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง และการมองเห็น จากบุคคลภายนอก (ค) จัดให้มีภาชนะบรรจุพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควายที่มีการปิดผนึกหรือระบบนิรภัยป้องกัน มิให้มีการเข้าถึงพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควายในระหว่างการขนส่งได้โดยง่าย จนกระทั่งขนส่งไปถึงผู้รับ (ง) จัดให้มีผู้รับผิดชอบควบคุมการขนส่งและรักษาความปลอดภัยอย่างน้อยสองคน
(๖) การทำลายพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควายที่เหลือจากการศึกษาวิจัย ให้ผู้รับผิดชอบดำเนินการ ทำลายด้วยวิธีทำลายสภาพหรือทำให้พืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควายเสื่อมสภาพไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก โดยแจ้งเลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบก่อนการทำลายไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน
(๗) การรายงาน (ก) ให้จัดทำบัญชีรับจ่ายพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควาย และรายงานให้เลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบทุกสามเดือนนับแต่วันที่เริ่มต้นเพาะปลูก (ข) ให้รายงานความคืบหน้าผลการศึกษาวิจัยการทดลองเพาะปลูกพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควาย ให้เลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบทุกหกเดือนนับแต่วันที่เริ่มต้นเพาะปลูก