ให้ยกเลิกความใน
(๒) ของมาตรา ๔๐ แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบัน บริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกา จัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ และให้ใช้ ความต่อไปนี้แทน “(๒) เมื่อพ้นวันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๘” ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๓๕ ก หนา้ ๓ ราชกิจจานุเบกษา ๒ มิถุนายน ๒๕๖๕ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๔๐ แห่งพระราชกฤษฎีกา จัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกา จัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ กำหนดให้สถาบัน บริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) เป็นอันยุบเลิกเมื่อมีการจัดตั้งธนาคารที่ดินหรือองค์การอื่น ที่มีวัตถุประสงค์ในลักษณะทำนองเดียวกับธนาคารที่ดิน หรือเมื่อพ้นวันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๕ เนื่องจากปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการจัดตั้งธนาคารที่ดินหรือองค์การอื่นที่มีวัตถุประสงค์ในลักษณะทำนอง เดียวกับธนาคารที่ดิน แต่การดำเนินการดังกล่าวยังไม่แล้วเสร็จภายในวันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๕ ดังนั้น จึงสมควรขยายระยะเวลาการยุบเลิกสถาบัน เพื่อให้สถาบันดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ได้ต่อไปในระหว่างที่ดำเนินการจัดตั้งธนาคารที่ดินหรือองค์การอื่นที่มี วัตถุประสงค์ในลักษณะทำนองเดียวกับธนาคารที่ดิน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๘ พระราชกฤษฎีกา จัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๖๘ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖8 เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการ ธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์การมหาชน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้