ข้อ ๑ ให้จัดชั้นเงินกองทุนของธนาคาร ดังต่อไปนี้
(๑) เงินกองทุนชั้นที่หนึ่ง ประกอบด้วย (ก) ทุนชำระแล้ว ซึ่งรวมทั้งส่วนล้ำมูลค่าหุ้นที่ธนาคารได้รับ และเงินที่ธนาคารได้รับ จากการออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของธนาคาร (ข) เงินสำรองที่ได้จัดสรรตามมาตรา ๔๒ (ค) เงินสำรองที่ได้จัดสรรจากกำไรสุทธิเมื่อสิ้นงวดบัญชีตามมติที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น หรือตามข้อบังคับธนาคาร แต่ไม่รวมเงินสำรองเพื่อการลดค่าของสินทรัพย์และเงินสำรองเพื่อการชำระหนี้ (ง) กำไรสุทธิคงเหลือจากการจัดสรร เงินกองทุนส่วนที่ระบุใน (ก) (ข) (ค) และ (ง) ให้หักผลขาดทุนที่เกิดขึ้นในทุกงวดบัญชี ออกก่อน และให้หักค่าแห่งกู๊ดวิลล์ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด และให้หักมูลค่าของหุ้นที่ธนาคารได้ซื้อคืนตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัดออกจากเงินกองทุน ใน (ก) และ (ง) ด้วยวิธีราคาตามมูลค่าตามแนวปฏิบัติทางการบัญชีเกี่ยวกับหุ้นซื้อคืนของกิจการหรือ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
(๒) เงินกองทุนชั้นที่สอง ประกอบด้วย เล่ม ๑๒๓ ตอนที่ ๑๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ มกราคม ๒๕๔๙ (ก) เงินสำรองจากมูลค่าที่เพิ่มขึ้นจากการตีราคาที่ดินและอาคารตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด (ข) เงินสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นปกติ ซึ่งได้กันไว้ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ทั้งนี้ ให้นับเข้าเป็นเงินกองทุนได้ไม่เกินร้อยละหนึ่งจุดสองห้าของยอดสินทรัพย์เสี่ยง (ค) เงินสำรองจากการตีราคาตราสารทุนประเภทเผื่อขายตามมาตรฐานการบัญชี เรื่อง การบัญชีสำหรับเงินลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุน ทั้งนี้ ให้ธนาคารถือปฏิบัติดังต่อไปนี้ ๑) ในกรณีที่มูลค่าสุทธิจากการตีราคาเป็นส่วนเกินทุน ให้ธนาคารนับส่วนเกินทุน ดังกล่าวเป็นเงินกองทุนของงวดการบัญชีรอบระยะเวลาหกเดือนของธนาคารได้ไม่เกินร้อยละสี่สิบห้า ของยอดมูลค่าสุทธิส่วนเกินทุนดังกล่าว ๒) ในกรณีที่มูลค่าสุทธิจากการตีราคาเป็นส่วนขาดทุน ให้ธนาคารหักส่วนที่ ขาดทุนดังกล่าวออกจากเงินกองทุนทั้งสิ้นของงวดการบัญชีรอบระยะเวลาหกเดือนของธนาคาร (ง) เงินที่ธนาคารได้รับเนื่องจากการออกตราสารแสดงสิทธิในหนี้ระยะยาวเกินห้าปี ที่มีสิทธิด้อยกว่าเจ้าหนี้สามัญ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ทั้งนี้ เงินกองทุนชั้นที่สองจะต้องมีเงินจำนวนสูงสุดไม่เกินเงินกองทุนชั้นที่หนึ่ง