ข้อ ๑๐ ผู้ขอรับใบอนุญาตตามข้อ ๖
(๒) (ค) ต้อง
(๑) จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลในประเทศไทย
(๒) มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการหรือดำเนินการเกี่ยวกับการศึกษา วิจัย และ ให้คำปรึกษาทางวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๓๐ ก หนา้ ๑๒ ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๕
(๓) มีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วตั้งแต่หนึ่งล้านบาทขึ้นไป
(๔) มีจำนวนหุ้นของผู้มีสัญชาติไทยถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ด ซึ่งมีสิทธิใน การออกเสียงและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
(๕) มีกรรมการและกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันเป็นผู้มีสัญชาติไทยมากกว่ากึ่งหนึ่ง
(๖) มีผู้รับใบอนุญาตจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมบุคคลธรรมดาเป็น กรรมการบริหารของบริษัทมหาชน หรือเป็นกรรมการผู้จัดการ หรือผู้จัดการของบริษัทจำกัด ปฏิบัติงานประจำอยู่ในนิติบุคคลผู้ขอรับใบอนุญาตอย่างน้อยหนึ่งคน
(๗) มีเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานประจำอยู่ในนิติบุคคลผู้ขอรับใบอนุญาตอย่างน้อยสี่คน โดยต้องเป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาไม่ต่ากว่าระดับปริญญาตรีจากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรอง ด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือด้านอื่นที่เลขาธิการประกาศกำหนด และต้องมีลักษณะตามข้อ ๗ (๗) และ (๘)
(๘) ไม่เคยถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตเพราะมีส่วนร่วมในการจัดทำหรือให้การรับรองรายงาน การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในส่วนที่เป็นเท็จหรือเจตนาปกปิดข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ เว้นแต่ระยะเวลาได้ล่วงพ้นไปแล้วไม่น้อยกว่าสามปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
(๙) ไม่เคยถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตเพราะมีส่วนร่วมในการจัดทำหรือให้การรับรอง รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้วยความประมาทเลินเล่อหรือบกพร่องในสาระสำคัญจนอาจ เป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหาย เว้นแต่ระยะเวลาได้ล่วงพ้นไปแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับแต่ วันที่ถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต