ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑) ควบคุมการจอดรถในที่จอดรถให้เป็นไปตามระเบียบการจอดรถ
(๒) เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจอดรถในที่จอดรถตามอัตราและวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติ ท้องถิ่น วิธีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต้องไม่มีลักษณะให้ผู้เสียค่าธรรมเนียมต้องไปเสียค่าธรรมเนียม ณ สถานที่อื่นนอกจากสถานที่ที่จอดรถ
(๓) สั่งให้ผู้จอดรถในที่ที่มีกฎหมายห้ามจอดรถตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกเคลื่อนย้าย รถออกไปจากที่ดังกล่าว ในกรณีที่ไม่พบผู้ขับขี่รถนั้น จะใช้เครื่องมือบังคับไม่ให้เคลื่อนย้ายรถหรือ เคลื่อนย้ายรถไปไว้ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่นก็ได้ พนักงานเจ้าหน้าที่ตำแหน่งใดจะมีอำนาจตาม
(๓) ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น เมื่อมีการดำเนินการตาม
(๓) ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคสอง มีอำนาจเรียกเก็บค่าใช้จ่าย ในการใช้เครื่องมือบังคับไม่ให้เคลื่อนย้ายรถ ค่าเคลื่อนย้ายในกรณีมีการเคลื่อนย้าย และค่าดูแลรักษารถ ให้เป็นไปตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่นโดยต้องไม่เกินอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวงและ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกเช่นเดียวกับพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๗ ก หนา้ ๒๑๒ ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ในการดำเนินการตามวรรคสาม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจดำเนินการตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่ใช้บังคับกับพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกและให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา ๘
(๑) มีอำนาจว่ากล่าวตักเตือนหรือเปรียบเทียบได้ตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก เช่นเดียวกับพนักงานสอบสวน หรือจะส่งให้พนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจสอบสวนตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญาดำเนินการเปรียบเทียบก็ได้ ในการตราข้อบัญญัติท้องถิ่นตามมาตรานี้ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหารือกับหัวหน้า หน่วยงานของเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกที่มีอำนาจ ในเขตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น เพื่อวางหลักเกณฑ์การใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกและการใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้สอดคล้องและไม่ซ้าซ้อนกัน