ข้อ ๑๐ ให้ผู้รับอนุญาตนำหรือสั่งยาแผนโบราณเข้ามาในราชอาณาจักรปฏิบัติดังต่อไปนี้
(๑) จัดทำป้ายด้วยวัตถุถาวรสีเขียว ขนาดกว้างไม่น้อยกว่า ๒๐ เซนติเมตร และยาวไม่น้อยกว่า ๗๐ เซนติเมตร และมีข้อความว่า “สถานที่นำหรือสั่งยาแผนโบราณเข้ามาในราชอาณาจักร” เป็นตัว อักษรไทยสีขาว สูงไม่น้อยกว่า ๓ เซนติเมตร
(๒) จัดทำป้ายด้วยวัตถุถาวรสีเขียว ขนาดกว้างไม่น้อยกว่า ๒๐ เซนติเมตร และยาวไม่น้อยกว่า ๕๐ เซนติเมตร และมีข้อความเป็นตัวอักษรไทยสีขาว สูงไม่น้อยกว่า ๓ เซนติเมตร แสดงชื่อตัวและ ชื่อสกุลของผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการของสถานที่นำหรือสั่งยาแผนโบราณเข้ามาในราชอาณาจักร เล่ม ๑๒๙ ตอนที่ ๕๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๕
(๓) จัดทำบัญชีการนำหรือสั่งยาแผนโบราณเข้ามาในราชอาณาจักรตามแบบ ย.บ.๙ ท้ายกฎกระทรวงนี้ ทุกครั้งที่นำหรือสั่งยาแผนโบราณแต่ละอย่างเข้ามา และจัดทำบัญชีการขายยาแผนโบราณ ที่นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรตามแบบ ย.บ.๑๐ ท้ายกฎกระทรวงนี้ ทุกครั้งที่ขายยาแผนโบราณนั้น
(๔) ในการนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร ให้จัดเก็บตัวอย่างยาทุกครั้งการผลิตในจำนวนเพียงพอ สำหรับการตรวจสอบคุณภาพไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปีหลังจากวันสิ้นอายุ สำหรับยาแผนโบราณที่ไม่ กำหนดวันสิ้นอายุต้องเก็บตัวอย่างไว้ไม่น้อยกว่าห้าปีหลังจากวันที่ผลิต โดยทำบัญชีไว้เป็นหลักฐาน
(๕) จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับการนำหรือสั่งเข้ามาซึ่งยาที่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาไว้แต่ละ ตำรับตามแบบ ย.บ.๑๑ ท้ายกฎกระทรวงนี้ จำนวนหนึ่งชุด พร้อมด้วยสำเนาอีกหนึ่งชุด และยื่นต่อ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาภายในวันที่ ๓๑ มีนาคม ของปีถัดไป และเมื่อเจ้าหน้าที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้รับเรื่องและตรวจสอบแล้ว ให้คืนชุดสำเนาแก่ผู้รับอนุญาต จัดเก็บไว้เพื่อเป็นหลักฐานต่อไป
(๖) ดำเนินการนำเข้ายาที่มีคุณภาพมาตรฐานตามที่รัฐมนตรีกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๗) กรณีมีการจัดเก็บยาของตนคืนไม่ว่าจากสาเหตุใดก็ตาม ต้องแจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการ อาหารและยาภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่เริ่มมีการดำเนินการดังกล่าวตามแบบ ย.บ.๗ ท้ายกฎกระทรวงนี้