ข้อ ๑ ผู้รับสัมปทานซึ่งประสงค์จะพิสุจนว่าไม้ใดที่มีอยู่ในเข พื้นที่ตามสมปทานที่รัฐมนตรีมีคำสั่งตามมาตรา ๖๘ ทวี หรือที่สิทธิการ ทำกิจการที่ได้รับสมปทานสิ้นสดลงตามมาตรา ๖๘ ตรี หรือตามมาตรา แห่งพระราชภหนดแก้ใขเพิ่มเดิมพระราชบัญญติมไม้ พุทธศกรา ๒๔๘๔ พ.ศ. ๒๕๓๒ หรือในกรณีที่สมปหานสิ้นสุดลงเนื่องจากทาง ราชการได้ใช้สิทธิเพิกถอนสัมปทานเพราะเหตุที่ผู้รับสมปทานไม่ปฏิบัติ ฉบับพิเศษ เล่ม ๑๐๖ ตอนที่ ๒๓ หน้า๑๑ ราชกิจจานเบกษา 8 เป็นไม้ที่ตนได้ทำไม้ ตามข้อกำหนดหรือเงื่อนไขที่กำหนดในสมปทาน ข้อกำหนดและเงื่อนไขที่กำหนดในสมปทาน โดยถูกต้องตามกฎหมาย ที่ต้องสิ้นสุดลง ให้ยนคำขอพิสุจน์ตามแบบคำขอท้ายกฎกระทรวงนี้ต่ รัฐมนตรี โดยจัดห
(๑) กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓ บัญรายการไม้ที่ขอพิสจน โดยแสดงชนิดไม้ ขนาดยาว และขนาดโตของไม้แต่ละรายการ บริเวณที่ตั้งของไม้ พร้อมทั้งมีหมายเหตุ ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับสภาพการทำไม้แต่ละรายการตามสมควร เช่น เป็นไม้ที่ไตตัดหอนเป็นท่อนแล้วหรือไม่ หรือเป็นไม้ที่ได้ประทับตราชกลาก แล้วหรือไม่ เป็นต้น ขนาดโตของไม้ ให้วัดโดยรอบลำต้น หรือในกรณไม้ที่ยังมได้ตัดหอนเป็นท่อน ณ จุดกิ่งกลางของท่อน ให้วัด ณ จุดตรงที่ห่างจาก หน้าตัดด้านโคน ๘๐ เซนติเมตร
(๒) แผนที่สังเขป แสดงบริเวณตำแหน่งที่ตั้งของไม้ที่ขอพิสุจน์ พร้อมทั้งระบุจำนวนไม้ที่ขอพิสูจน์ในแต่ละบริเวณ
(๓) บัญชีรายการพยานหลักฐานและเอกสารที่เกี่ยวข้องอันจำเป็น โดยประมาณ ที่จะอ้างเป็นหลักฐานเพื่อการพิสุจน์ พร้อมทั้งให้แนบสำเนาเอกสาร หลักฐานที่อยู่ในความครอบครองของผู้รับสัมปทานมาด้วย การยืนคำขอต่อรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นผ่านพนักงานเจ้าหน้าที่ ตำแหน่งมาไม้เขตแห่งท้องที่ที่สมปทานนั้นอยู่ในเขตอำนาจ พนักงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าวได้รับคำขอพิสูจนแล้ว พิสูจนให้แก่ผู้รับสมปทานไว้เป็นหลักฐาน และเมื่อ ให้ออกใบรับคำขอ ฉบับพิเศษ เล่ม ๑๐๖ ตอนที่ ๒๓ หน้า ๑๒ ราชกิจจานุเบกษา 6 กุมภาพันธ์ ๒๕๓๒ ผู้รับสมปทานจะต้องชี้แจงอธิบายเพื่อพิสุจน์ให้เห็นว่า