กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๒๒
(๔) นอกจากต้องมี คุณสมบัติตามมาตรา ๒๒
(๔) (ก) หรือ (ข) แล้วแต่กรณี แล้ว ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ ต้องห้ามดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
(๒) มีอายุไม่ต่ากว่าสี่สิบปี
(๓) ไม่เป็นข้าราชการหรือพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ
(๔) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือดำรงตำแหน่งใด ๆ ในพรรคการเมือง
(๕) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ
(๖) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(๗) ไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับ ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๘) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ
(๙) ไม่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ารวย ผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ
(๑๐) ไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ หรือผู้จัดการ หรือดำรงตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงาน คล้ายคลึงกันนั้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๒๒
(๔) (ข) ต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่ง อย่างใดดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) เคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ากว่าอธิบดีหรือเทียบเท่า หรือไม่ต่ากว่าอธิบดีผู้พิพากษา หรือไม่ต่ากว่าอธิบดีอัยการ
(๒) เคยเป็นอาจารย์ประจำในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐในวิชาสาขานิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ อาชญาวิทยา หรือสาขาอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของ ก.ตร. และ ดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ากว่ารองศาสตราจารย์ แต่ในกรณีที่ดำรงตำแหน่ง รองศาสตราจารย์ต้องดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ ก หนา้ ๑๕ ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๕
(๓) ทำงานหรือเคยทำงานด้านประชาสังคมหรือคุ้มครองสิทธิมนุษยชนมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปี
(๔) ทำงานหรือเคยทำงานด้านสื่อสารมวลชนหรือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปี