เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่านักโทษเด็ดขาดซึ่งศาลมีค้าพิพากษาว่าเป็นผู้กระท้า ความผิดในความผิดตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๓ จะกระท้าความผิดซ้าภายหลังพ้นโทษ ศาลอาจมีค้าสั่ง ก้าหนดมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษตามที่พนักงานอัยการร้องขอโดยก้าหนด มาตรการเดียวหรือหลายมาตรการตามควรแก่กรณีก็ได้ มาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ ได้แก่
(๑) ห้ามเข้าใกล้ผู้เสียหายจากการกระท้าความผิด
(๒) ห้ามท้ากิจกรรมที่เสี่ยงต่อการกระท้าความผิด
(๓) ห้ามเข้าเขตก้าหนด
(๔) ห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล
(๕) ห้ามก่อให้เกิดอันตรายต่อละแวกชุมชนที่ตนพักอาศัย
(๖) ให้พักอาศัยในสถานที่ที่ก้าหนด
(๗) ให้พักอาศัยในสถานบ้าบัดที่ก้าหนดหรือให้ไปอยู่ภายใต้การดูแลในสถานบ้าบัดภายใต้ การด้าเนินการของหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งได้รับการรับรองโดยกระทรวงสาธารณสุขตามที่ศาลเห็นสมควร
(๘) ให้ปฏิบัติตามค้าสั่งของเจ้าพนักงานหรือผู้ดูแลสถานที่พักอาศัยหรือสถานบ้าบัด
(๙) ให้มารายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติหรือได้รับการเยี่ยมจากพนักงานคุมประพฤติหรือ อาสาสมัครคุมประพฤติหรือเจ้าหน้าที่อื่นตามระยะเวลาที่ก้าหนด เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๖ ก หนา้ ๑๓ ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๕
(๑๐) ให้ใช้มาตรการทางการแพทย์ หรือมาพบหรือรับการตรวจรักษาจากแพทย์หรือบุคคลอื่นใด ตามที่ศาลหรือพนักงานคุมประพฤติก้าหนด
(๑๑) ให้เข้ารับการบ้าบัดฟื้นฟูแก้ไขหรือเข้าร่วมกิจกรรมตามที่ศาลหรือพนักงานคุมประพฤติ ก้าหนด
(๑๒) ให้แจ้งพนักงานคุมประพฤติทราบถึงการเปลี่ยนสถานที่ท้างานหรือการเปลี่ยนงาน
(๑๓) ให้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวในการเฝ้าระวัง ศาลอาจก้าหนดระยะเวลาการเฝ้าระวังในแต่ละมาตรการตามที่เห็นสมควรแต่ไม่เกินสิบปีนับแต่ วันพ้นโทษ การมีค้าสั่งตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลค้านึงถึงพฤติการณ์แห่งความรุนแรงของคดี สาเหตุแห่ง การกระท้าความผิด ประวัติการกระท้าความผิด ภาวะแห่งจิต นิสัย และลักษณะส่วนตัวอื่นของผู้กระท้า ความผิด ความปลอดภัยของผู้เสียหายและสังคม โอกาสในการกระท้าความผิดซ้า การแก้ไขฟื้นฟู ผู้กระท้าความผิด และความได้สัดส่วนของการใช้มาตรการที่ต้องกระทบสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องถูกบังคับด้วย หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการมีค้าสั่งของศาลตามมาตรานี ให้เป็นไปตามที่ก้าหนด ในข้อบังคับของประธานศาลฎีกาโดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา