ให้นำความในพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับโดยอนุโลมแก่การกลับไปใช้สิทธิ ในบำเหน็จบำนาญตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๔๙๔ ของบุคคลดังต่อไปนี้
(๑) ข้าราชการซึ่งรับราชการอยู่ในวันก่อนวันที่บทบัญญัติหมวด ๓ แห่งพระราชบัญญัติ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙ ใช้บังคับ ซึ่งต้องลาออกจากราชการเนื่องจากได้รับ การคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลปกครองและได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองและต้องเข้าเป็นสมาชิกกองทุน ตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ทั้งนี้ ต้องได้รับการแต่งตั้งไม่เกินวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๘
(๒) ข้าราชการซึ่งรับราชการอยู่ในวันก่อนวันที่บทบัญญัติหมวด ๓ แห่งพระราชบัญญัติ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙ ใช้บังคับ ซึ่งลาออกจากราชการและกลับเข้ารับราชการ ตั้งแต่วันที่บทบัญญัติหมวด ๓ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับ ทั้งนี้ ต้องกลับเข้ารับราชการ ไม่เกินวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๘
(๓) ข้าราชการส่วนท้องถิ่นซึ่งเคยเป็นสมาชิกกองทุนตามมาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙และเป็นสมาชิกกองทุนตามมาตรา ๗๐/๑ แห่งพระราชบัญญัติ ดังกล่าว
(๔) พนักงานมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐซึ่งเคยเป็นสมาชิกกองทุนตามมาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙และเป็นสมาชิกกองทุนตามมาตรา ๗๐/๖ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว
(๕) ผู้รับบำนาญอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ซึ่งเคยเป็นบุคคลตาม (๑) (๒) หรือ
(๓) ในวันก่อนวันออกจากราชการ หรือเคยเป็นบุคคลตาม
(๔) ในวันก่อนวันพ้นสภาพการเป็นพนักงาน มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการให้เป็นไปตามวรรคหนึ่ง ให้บทนิยามคำว่า “ข้าราชการ” ตามพระราชบัญญัตินี้ หมายความรวมถึงบุคคลตาม (๑) (๒) (๓) และ
(๔) และให้นำบทบัญญัติ เกี่ยวกับข้าราชการและผู้รับบำนาญตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๔๙๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาใช้บังคับกับบุคคลตาม (๑) (๒) (๓) (๔) และ
(๕) โดยอนุโลม ในกรณีที่ข้าราชการส่วนท้องถิ่นตาม
(๓) ได้แสดงความประสงค์ตามมาตรา ๕ ให้มีสิทธิได้รับ บำเหน็จบำนาญตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๔๙๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตั้งแต่วันออกจากราชการ โดยบำเหน็จบำนาญให้จ่ายจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น ในการนี้ ให้นับเวลาราชการต่อเนื่องกับ การเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น และให้นำระเบียบที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดมาใช้บังคับแก่การขอรับ บำเหน็จบำนาญของข้าราชการส่วนท้องถิ่นดังกล่าวโดยอนุโลม เล่ม ๑๓๑ ตอนที่ ๗๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ในกรณีที่ผู้รับบำนาญตาม
(๕) ซึ่งเคยเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นตาม
(๓) ได้แสดงความประสงค์ ตามมาตรา ๖ ให้มีสิทธิได้รับบำนาญตามหลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๔๙๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตั้งแต่วันออกจากราชการ โดยบำนาญให้จ่ายจากกองทุนบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น ในกรณีที่พนักงานมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐตาม
(๔) ได้แสดงความประสงค์ตามมาตรา ๕ ให้มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๔๙๔ และที่ แก้ไขเพิ่มเติม ตั้งแต่วันพ้นสภาพการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ โดยให้นับเวลาราชการ ต่อเนื่องกับการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ทั้งนี้ การคำนวณบำเหน็จบำนาญของ พนักงานมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐนั้น ให้คำนวณโดยใช้เงินเดือนเดือนสุดท้ายตามที่กำหนดใน กฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดบัญชีอัตราเงินเดือนเพื่อใช้ในการคำนวณเงินสะสม เงินสมทบ เงินชดเชย และบำเหน็จบำนาญของพนักงานมหาวิทยาลัย