ข้อ ๒ เมื่อผู้รักษำกำรตำมกฎหมำยหรือนำยกรัฐมนตรีประกาศรำยชื่อกฎหมำยและ หน่วยงำนของรัฐที่รับผิดชอบกำรประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมำยตามมาตรา ๓๙
(๒) แล้ว จะกำหนด ระยะเวลาแล้วเสร็จในกำรประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมำยไว้ด้วยก็ได้ และให้ประกาศไว้ในระบบกลำง ภำยในวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ในกรณีที่ยังไม่อำจใช้ระบบกลำงได้ กำรประกาศตำมวรรคหนึ่งให้ดำเนินกำรผ่ำนระบบ เทคโนโลยีสำรสนเทศของหน่วยงำนของรัฐที่รับผิดชอบกำรประเมินผลสัมฤทธิ์ พร้อมทั้งแจ้งให้ คณะกรรมกำรพัฒนำกฎหมำยทรำบด้วย ให้ไว้ ณ วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖2 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชำ นำยกรัฐมนตรี เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๑๓๒ ก หนา้ ๔ ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๓๔ วรรคหนึ่ง แห่งพระรำชบัญญัติหลักเกณฑ์กำรจัดทำร่ำงกฎหมำยและกำรประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมำย พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติให้กำรประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมำยต้องกระทำอย่ำงน้อยทุกห้ำปีนับแต่วันที่กฎหมำยนั้นมีผลใช้บังคับ หรือทุกรอบระยะเวลาอื่นตำมที่กำหนดในกฎกระทรวง เพื่อให้กำรประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมำยที่มี ผลใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระรำชบัญญัติหลักเกณฑ์กำรจัดทำร่ำงกฎหมำยและกำรประเมินผลสัมฤทธิ์ ของกฎหมำย พ.ศ. ๒๕๖๒ มีผลใช้บังคับ ในวำระเริ่มแรกและครั้งต่อ ๆ ไป มีรอบระยะเวลากำรประเมิน ผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้