มาตรา ๔
ระเบียบคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าด้วยการกำหนดตำแหน่งนักกฎหมายกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๕๑ · ๒๕๕๑
นักกฎหมายกฤษฎีกาแต่ละชั้นตามข้อ ๓ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ ต้องห้ามของการเป็นข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนโดยดำรง ตำแหน่งเป็นผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญหรือนิติกร ในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและต้องมี คุณสมบัติเฉพาะ ดังต่อไปนี้
(๑) นักกฎหมายกฤษฎีกา ชั้นที่ ๑ ๑. ได้รับปริญญาตรีทางกฎหมายขึ้นไป ๒. เป็นข้าราชการพลเรือนในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่ งดำรง ตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๘ขึ้นไป ๓. มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ในด้านการร่างกฎหมายการให้ ความเห็นทางกฎหมายและการบริหารราชการแผ่นดิน ในระดับผู้ทรงคุณวุฒิ
(๒) นักกฎหมายกฤษฎีกา ชั้นที่ ๒ ๑. ได้รับปริญญาตรีทางกฎหมายขึ้นไป ๒. เป็นข้าราชการพลเรือนในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่ งดำรง ตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๖ขึ้นไป ๓. มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ในด้านการร่างกฎหมาย การให้ ความเห็นทางกฎหมายและการบริหารราชการแผ่นดิน ในระดับผู้เชี่ยวชาญ ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๕/ตอนที่๑๓ก/หน้า ๒๐/๑๗มกราคม๒๕๕๑
(๓) นักกฎหมายกฤษฎีกา ชั้นที่ ๓ ๑. ได้รับปริญญาตรีทางกฎหมายขึ้นไป ๒. เป็นข้าราชการพลเรือนในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่ งดำรง ตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๔ขึ้นไป ๓. มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ในด้านการร่างกฎหมายการให้ ความเห็นทางกฎหมายและการบริหารราชการแผ่นดิน ในระดับผู้ชำนาญการ หลักเกณฑ์การกำหนดความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ของนักกฎหมาย กฤษฎีกาแต่ละชั้นตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่ อ.ก.พ. กรมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กำหนดซึ่งอย่างน้อยต้องคำนึงถึงเรื่องดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) ความรู้เกี่ยวกับระบบกฎหมายและเนื้อหากฎหมายของประเทศ
(๒) ความรู้ทางทฤษฎีหรือหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับหลักนิติธรรม การร่างกฎหมายการ ตีความกฎหมายและระบบการบริหารราชการแผ่นดิน
(๓) ความสามารถในการประยุกต์ใช้กฎหมาย
(๔) ความสามารถในการศึกษาวิจัยทางกฎหมายหรือเปรียบเทียบกฎหมายทั้งของใน ประเทศและต่างประเทศ
(๕) ประสบการณ์ในการปฏิบัติงานด้านกฎหมายระดับประเทศ
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน