คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา ·

เล่ม ๓๑

ข้ออื่นในเล่มนี้

ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา สุตมยญาณกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ญาณกถา อภิญเญยยนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ปฐมภาณวาร - สัจนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ญาณกถา ทุติยภาณวารขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ญาณกถา ตติยภาณวาร - ปริญเญยยนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ตติยภาณวาร - ปหาตัพพนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค จตุตถภาณวาร - ภาเวตัพพนิเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค สัจฉิกาตัพพนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ลักขณัตติกนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ทุกขสัจนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา สมุทยสัจนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา นิโรธสัจนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค มัคคสัจนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค สีลมยญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค สมาธิภาวนามยญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ธรรมฐิติญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค สัมมสนญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา อุทยัพพยญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ภังคานุปัสสนาญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา อาทีนวญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา สังขารุเปกขาญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค โคตรภูญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค มรรคญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ผลญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา วิมุตติญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ปัจจเวกขณญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา วัตถุนานัตตญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา โคจรนานัตตญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค จริยานานัตตญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ภูมินานัตตญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ธรรมนานัตตญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ญาณปัญจกนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ปฏิสัมภิทาญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ญาณัตตยานิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา อานันตริกสมาธิญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา อรณวิหารญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา นิโรธสมาปัตติญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ปรินิพพานญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา สมสีสัฏฐญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา สัลเลขัฏฐญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา วีริยารัมภญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา อัตถสันทัสนญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ทัสนวิสุทธิญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ขันติญาณปริโยคาหณญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ปเทสวิหารญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา วิวัฏฏญาณฉักกนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา อิทธิวิธญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา โสตธาตุวิสุทธิญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา เจโตปริยญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา บุพเพนิวาสานุสติญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ทิพจักขุญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา อาสวักขยญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา สัจญาณจตุกทวยนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา สุทธิกปฏิสัมภิทาญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค อินทริยปโรปริยัตตญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค อาสยานุสยญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ยมกปาฏิหาริยญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา มหากรุณาสมาปัตติญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา สัพพัญญุตญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ทิฐิกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค อานาปาณกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค อินทรียกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค วิโมกขกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๖. คติกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๗. กรรมกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๘. วิปัลลาสกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๙. มรรคกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑๐. มัณฑเปยยกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค ยุคนัทธกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค สัจจกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค โพชฌงคกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค เมตตากถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค ๕. วิราคกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค ปฏิสัมภิทากถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค ๗. ธรรมจักรกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค ๘. โลกุตรกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค พลกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค สุญญกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค มหาปัญญากถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค อิทธิกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค ๓. อภิสมยกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค วิเวกกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค ๕. จริยากถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค ๖. ปาฏิหาริยกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค ๗. สมสีสกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค ๘. สติปัฏฐานกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค ๙. วิปัสสนากถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค ๑๐. มาติกากถา

ศาสนา

ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ทัสนวิสุทธิญาณนิทเทส

อรรถกถาแปลไทย

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๔๙ บรรทัด๑ ฉบับ

อรรถกถาแปลไทย · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๔๐. อรรถกถาทัสนวิสุทธิญาณนิทเทส

[๒๔๒] พึงทราบวินิจฉัยในทัสนวิสุทธิญาณนิทเทสดังต่อไปนี้.

บทว่า สพฺเพ ธมฺมา เอกสงฺคหิตา - ธรรมทั้งปวง ท่านสงเคราะห์เป็นหมวดเดียวกัน ได้แก่ ธรรมที่เป็นสังขตะและอสังขตะ ทั้งหมด ท่านสงเคราะห์คือกำหนดด้วยหมวดเดียวกัน.

บทว่า ตถฏฺเฐน - โดยสภาพถ่องแท้ คือโดยสภาพเป็นจริง.

อธิบายว่า โดยมีอยู่ตามสภาพของตนๆ.

บทว่า อนตฺตฏฺเฐน - โดยสภาพมิใช่ตัวตน คือโดยสภาพเว้นจากตัวตนอันได้แก่ผู้กระทำและผู้เสวย.

บทว่า สจฺจฏฺเฐน - โดยสภาพจริง คือโดยสภาพที่ไม่ผิดจากความจริง.

อธิบายว่า โดยความเป็นสภาพของตนไม่เป็นอย่างอื่น.

บทว่า ปฏิเวธฏฺเฐน - โดยสภาพควรแทงตลอด คือควรแทงตลอดด้วยญาณ.

ในบทนี้พึงทราบการแทงตลอด โดยความไม่ลุ่มหลงและโดยอารมณ์ด้วยญาณอันเป็นโลกุตระ.

บทว่า อภิชานนฏฺเฐน - โดยสภาพที่ควรรู้ยิ่ง คือโดยสภาพที่ควรรู้ยิ่งธรรมนั้นๆ โดยอารมณ์ด้วยญาณอันเป็นโลกิยะ โดยความไม่หลง และโดยอารมณ์ด้วยญาณอันเป็นโลกุตระ.

ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า สพฺพํ ภิกฺขเว อภิญฺเญยฺยํ - ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สิ่งทั้งปวงควรรู้ยิ่ง.

____________________________

สํ. สฬา. เล่ม ๑๘/ข้อ ๔๙

บทว่า ปริชานนฏฺเฐน - โดยสภาพที่ควรกำหนดรู้ คือโดยสภาพที่ควรกำหนดรู้ธรรมทั้งหลายที่รู้ยิ่งแล้วโดยสภาวะด้วยญาณอันเป็นโลกิยะและโลกุตระโดยนัยที่กล่าวแล้วนั่นแหละ โดยความไม่เที่ยงเป็นต้น และโดยการออกไปเป็นต้น

เหมือนที่ตรัสไว้ว่า สพฺพํ ภิกฺขเว ปริญฺเญยฺยํ - ดูก่อนภิกษุทั้งปวง สิ่งทั้งปวงควรกำหนดรู้.

____________________________

สํ. สฬา. เล่ม ๑๘/ข้อ ๕๐

บทว่า ธมฺมฏฺเฐน - โดยสภาพที่เป็นธรรม คือโดยสภาพที่เป็นธรรมมีการทรงไว้ซึ่งสภาพเป็นต้น.

บทว่า ธาตฏฺเฐน - โดยสภาพที่เป็นธาตุ คือโดยสภาพที่เป็นธาตุมีความไม่มีชีวะเป็นต้น.

บทว่า ญาตฏฺเฐน - โดยสภาพที่อาจรู้ คือโดยสภาพที่อาจรู้ด้วยญาณอันเป็นโลกิยะและโลกุตระ.

พึงทราบว่ามีสภาพอาจรู้แม้ในบทนี้เหมือนอย่างที่ท่านกล่าวไว้ว่า ทิฏฺฐํ - รูปที่เห็น, สุตํ - เสียงที่ได้ยิน, มุตํ - อารมณ์ ๓ ที่รู้, วิญฺญาตํ - ธรรมที่รู้แล้วเป็นรูป โดยอรรถมีสภาพที่อาจเห็นได้เป็นต้น ฉะนั้น.

บทว่า สจฺฉิกิริยฏฺเฐน - โดยสภาพที่ควรทำให้แจ้ง คือโดยสภาพที่ควรทำให้ประจักษ์โดยอารมณ์.

บทว่า ผุสนฏฺเฐน - โดยสภาพที่ควรถูกต้อง คือโดยสภาพที่ควรถูกต้องบ่อยๆ โดยอารมณ์ของสภาพที่ทำให้ประจักษ์แล้ว.

บทว่า อภิสมยฏฺเฐน - โดยสภาพที่ควรตรัสรู้ คือโดยสภาพที่ควรตรัสรู้ด้วยญาณอันเป็นโลกิยะ.

ถึงแม้ท่านกล่าวญาณหนึ่งๆ ว่า ปัญญาในสภาพถ่องแท้เป็นญาณในวิวัฏฏะ คือนิพพาน จริง. ปัญญาที่ควรรู้ยิ่งเป็นญาณในสภาพที่ควรรู้. ปัญญาที่ควรทำให้แจ้งเป็นญาณในสภาพที่ควรถูกต้อง.

อนึ่ง ท่านกล่าวไว้ในอรรถกถาว่า

สมวาเย ขเณ กาเล สมูเห เหตุทิฏฺฐิสุ ปฏิลาเภ ปหาเน จ ปฏิเวเธ จ ทิสฺสติ. พระโยคาวจรย่อมปรากฏในหมู่ ขณะ กาล ที่ประชุม เหตุ ทิฏฐิ การได้ การละ และในการแทงตลอด.

ในการพรรณนาคาถา ท่านกล่าวอรรถแห่งปฏิเวธแห่งอภิสมยศัพท์. แต่ถึงดังนั้นในที่นี้พึงทราบสภาพต่างๆ แห่งธรรมเหล่านั้นด้วยอรรถตามที่กล่าวแล้ว. เพราะในอรรถกถานั่นแหละ ท่านกล่าวถึงการตรัสรู้ธรรมด้วยสามารถแห่งญาณอันเป็นโลกิยะ.

บทว่า กามจฺฉนฺโท นานตฺตํ - กามฉันทะเป็นความต่างๆ.

ความว่า กามฉันทะเป็นสภาพต่างๆ เพราะมีอารมณ์ต่างๆ โดยมีความฟุ้งซ่าน.

พึงทราบกิเลสทั้งหมด ด้วยประการฉะนี้.

บทว่า เนกฺขมฺมํ เอกตฺตํ - เนกขัมมะเป็นอันเดียวกัน.

ความว่า เนกขัมมะมีสภาพเป็นอันเดียวกันโดยมีจิตเป็นเอกัคตา และโดยไม่มีความฟุ้งซ่านของอารมณ์ต่างๆ.

พึงทราบกุศลทั้งปวงด้วยประการฉะนี้.

ในที่นี้พึงทราบความต่างแห่งอกุศลทั้งหลายมีพยาบาทเป็นต้น ที่ท่านย่อไว้โดยไปยาลด้วยอรรถตามที่กล่าวแล้ว.

อนึ่ง พึงทราบความต่างของธรรมเบื้องต่ำๆ มีวิตกวิจารเป็นต้น โดยเป็นสภาพหยาบกว่าธรรมเบื้องสูงๆ. เพราะการแทงตลอดความต่างๆ และความเป็นอันเดียวกัน ท่านสงเคราะห์เป็นอันเดียวกัน ย่อมสำเร็จด้วยการแทงตลอดสัจจะในขณะแห่งมรรค. ฉะนั้น พระสารีบุตรเถระจึงยกบทว่า ปฏิเวโธ ขึ้นแล้วแสดงถึงการตรัสรู้สัจจะ.

บทว่า ปริญฺญา ปฏิเวธํ ปฏิวิชฺฌติ - พระโยคาวจรย่อมแทงตลอดทุกขสัจ เป็นการแทงตลอดด้วยการกำหนดรู้ คือตรัสรู้ด้วยปริญญาภิสมยะ.

ในบทที่เหลือมีนัยนี้.

จริงอยู่ ในกาลตรัสรู้สัจจะ ในขณะมรรคเป็นอันเดียวกันแห่งมรรคญาณ ย่อมมีกิจ ๔ อย่าง คือปริญญา ๑ ปหานะ ๑ สัจฉิกิริยา ๑ ภาวนา ๑.

เหมือนอย่างเรือทำกิจ ๔ อย่างในขณะเดียวกัน ไม่ก่อน ไม่หลัง คือ ละฝั่งใน ๑ ตัดกระแสน้ำ ๑ นำสินค้าไป ๑ ถึงฝั่งนอก ๑ ฉันใด. พระโยคาวจรย่อมตรัสรู้สัจจะ ๔ ในขณะเดียวกัน ไม่ก่อน ไม่หลัง คือ ตรัสรู้ทุกข์ด้วยการกำหนดรู้ ๑ ตรัสรู้สมุทัยด้วยการละ ๑ ตรัสรู้มรรคด้วยการเจริญ ๑ ตรัสรู้นิโรธด้วยการทำให้แจ้ง ๑ ฉันนั้น.

ท่านอธิบายไว้อย่างไร.

อธิบายไว้ว่า พระโยคาวจรกระทำนิโรธให้เป็นอารมณ์ ย่อมบรรลุ ย่อมเห็น ย่อมแทงตลอดสัจจะ ๔ ด้วยสามารถกิจ.

เหมือนอย่างว่า เรือละฝั่งในฉันใด พระโยคาวจรกำหนดรู้ทุกข์อันเป็นมรรคญาณฉันนั้น. เรือตัดกระแสน้ำฉันใด พระโยคาวจรละสมุทัยฉันนั้น. เรือนำสินค้าไปฉันใด พระโยคาวจรเจริญมรรค เพราะเป็นปัจจัยมีเกิดร่วมกันเป็นต้นฉันนั้น. เรือถึงฝั่งนอกฉันใด พระโยคาวจรทำให้แจ้งนิโรธอันเป็นฝั่งนอกฉันนั้น.

พึงทราบข้ออุปมาอุปมัย ด้วยประการฉะนี้.

บทว่า ทสฺสนํ วิสุชฺฌติ - ทัสนะย่อมหมดจด คือญาณทัสนะย่อมถึงความหมดจดด้วยการละกิเลสอันทำลายมรรคนั้นๆ.

บทว่า ทสฺสนํ วิสุทฺธํ - ทัสสนะหมดจดแล้ว คือญาณทัสนะถึงความหมดจดแล้วโดยถึงความหมดจดแห่งกิจของมรรคญาณนั้นในขณะเกิดผลนั้นๆ.

ท่านกล่าวมรรคผลญาณในที่สุด โดยสำเร็จด้วยมรรคผลญาณแห่งปัญญา แทงตลอดความต่าง และความเป็นอันเดียวกัน ซึ่งท่านสงเคราะห์ธรรมทั้งปวงเป็นอันเดียวกัน.

จบอรรถกถาทัสนวิสุทธิญาณนิทเทส -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร