คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา ·

เล่ม ๓๑

ข้ออื่นในเล่มนี้

ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา สุตมยญาณกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ญาณกถา อภิญเญยยนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ปฐมภาณวาร - สัจนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ญาณกถา ทุติยภาณวารขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ญาณกถา ตติยภาณวาร - ปริญเญยยนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ตติยภาณวาร - ปหาตัพพนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค จตุตถภาณวาร - ภาเวตัพพนิเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค สัจฉิกาตัพพนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ลักขณัตติกนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ทุกขสัจนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา สมุทยสัจนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา นิโรธสัจนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค มัคคสัจนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค สีลมยญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค สมาธิภาวนามยญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ธรรมฐิติญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค สัมมสนญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา อุทยัพพยญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ภังคานุปัสสนาญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา อาทีนวญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา สังขารุเปกขาญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค โคตรภูญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค มรรคญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ผลญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา วิมุตติญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ปัจจเวกขณญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา วัตถุนานัตตญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา โคจรนานัตตญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค จริยานานัตตญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ภูมินานัตตญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ธรรมนานัตตญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ญาณปัญจกนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ปฏิสัมภิทาญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ญาณัตตยานิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา อานันตริกสมาธิญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา อรณวิหารญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา นิโรธสมาปัตติญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ปรินิพพานญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา สมสีสัฏฐญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา สัลเลขัฏฐญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา วีริยารัมภญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา อัตถสันทัสนญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ทัสนวิสุทธิญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ขันติญาณปริโยคาหณญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ปเทสวิหารญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา วิวัฏฏญาณฉักกนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา อิทธิวิธญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา โสตธาตุวิสุทธิญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา เจโตปริยญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา บุพเพนิวาสานุสติญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ทิพจักขุญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา อาสวักขยญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา สัจญาณจตุกทวยนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา สุทธิกปฏิสัมภิทาญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค อินทริยปโรปริยัตตญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค อาสยานุสยญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา ยมกปาฏิหาริยญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา มหากรุณาสมาปัตติญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา สัพพัญญุตญาณนิทเทสขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ทิฐิกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค อานาปาณกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค อินทรียกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค วิโมกขกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๖. คติกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๗. กรรมกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๘. วิปัลลาสกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๙. มรรคกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑๐. มัณฑเปยยกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค ยุคนัทธกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค สัจจกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค โพชฌงคกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค เมตตากถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค ๕. วิราคกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค ปฏิสัมภิทากถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค ๗. ธรรมจักรกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค ๘. โลกุตรกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค พลกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค สุญญกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค มหาปัญญากถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค อิทธิกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค ๓. อภิสมยกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค วิเวกกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค ๕. จริยากถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค ๖. ปาฏิหาริยกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค ๗. สมสีสกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค ๘. สติปัฏฐานกถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค ๙. วิปัสสนากถาขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค ๑๐. มาติกากถา

ศาสนา

ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา วิวัฏฏญาณฉักกนิทเทส

อรรถกถาแปลไทย

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๕๔ บรรทัด๑ ฉบับ

อรรถกถาแปลไทย · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๔๔-๔๙. อรรถกถาวิวัฏฏญาณฉักกนิทเทส

[๒๔๖-๒๕๒] พึงทราบวินิจฉัยในวิวัฏฏญาณฉักกนิทเทสดังต่อไปนี้.

บทว่า เนกฺขมฺมาธิปตตฺตา ปญฺญา - ปัญญาในความมีเนกขัมมะเป็นอธิบดี คือปัญญาที่เป็นไปด้วยความยิ่งในเนกขัมมะ ทำเนกขัมมะให้ยวดยิ่ง.

บทว่า กามจฺฉนฺทโต สญฺญาย วิวฏฺฏติ - ย่อมหลีกออกจากกามฉันทะด้วยปัญญาเครื่องรู้ดี คือย่อมหลีก หมุนกลับจากกามฉันทะอันเป็นเหตุเป็นการณะแห่งสัญญาสัมปยุตด้วยปัญญา ทำเนกขัมมะให้ยิ่งใหญ่. อธิบายว่า หันหลังให้กามฉันทะ.

ในบทที่เหลือก็มีนัยนี้.

บทว่า กามจฺฉนฺโท นานตฺตํ - กามฉันทะเป็นความเป็นต่างๆ คือกามฉันทะมิได้มีสภาพเป็นอันเดียวกัน เพราะไม่มีความประพฤติสงบ.

บทว่า เนกฺขมฺมํ เอกตฺตํ - เนกขัมมะเป็นธรรมอย่างเดียว คือเนกขัมมะมีสภาพอย่างเดียวกัน เพราะมีความประพฤติสงบ.

บทว่า เนกฺขมฺเมกตฺตํ เจตยโต - เมื่อพระโยคาวจรคิดถึงความที่เนกขัมมะเป็นธรรมอย่างเดียวกัน คือยังเนกขัมมะให้เป็นไปด้วยการเห็นโทษในกามฉันทะ.

บทว่า กามจฺฉนฺทโต จิตฺตํ วิวฏฺฏติ - จิตย่อมหลีกจากกามฉันทะ คือจิตย่อมหลีกจากกามฉันทะโดยความเป็นโทษที่เห็นแล้ว ในขณะแห่งเนกขัมมะ.

ในบทที่เหลือมีนัยนี้.

บทว่า กามจฺฉนฺทํ ปชหนฺโต - พระโยคาวจรละกามฉันทะ คือละกามฉันทะในขณะปฏิบัติเนกขัมมะด้วยวิกขัมภนปหานะ.

บทว่า เนกฺขมฺมวเสน จิตฺตํ อธิฏฺฐาติ - พระโยคาวจรย่อมอธิฏฐานจิตด้วยสามารถแห่งเนกขัมมะ ได้แก่ตั้งจิตสัมปยุตด้วยเนกขัมมะนั้นด้วยสามารถแห่งเนกขัมมะที่ได้แล้ว คือทำให้ยวดยิ่งดำรงอยู่. อธิบายว่า ให้เป็นไป.

ในบทที่เหลือก็มีนัยนี้.

บทว่า จกฺขุ สุญฺญํ อตฺเตน วา - จักษุว่างเปล่าจากตน คือจักษุว่างเปล่าจากตน เพราะไม่มีตน กล่าวคือผู้ทำผู้เสวยที่คนพาลกำหนดไว้. เพราะจักษุชื่อว่าสูญ โดยที่จักษุไม่มีในตน.

บทว่า อตฺตนิเยน วา - จากสิ่งที่เนื่องด้วยตน คือสูญจากของของตน เพราะไม่มีแม้ของของตนโดยไม่มีตน.

ท่านกล่าวความไม่มีตน และความไม่มีสิ่งที่เนื่องด้วยตน เพื่อปฏิเสธการถือทั้งสองอย่าง เพราะมีการยึดถือโดยอาการทั้งสองของชาวโลกว่า ตัวตนและสิ่งที่เนื่องด้วยตน.

บทว่า นิจฺเจน วา - จากความเที่ยง คือชื่อว่าสูญจากความเที่ยง เพราะไม่มีใครๆ ที่จะล่วงเลยการทำลายแล้วตั้งอยู่ได้.

บทว่า ธุเวน วา - จากความยั่งยืน คือชื่อว่าจากความยั่งยืน เพราะไม่มีใคร ๆ ที่จะมั่นคงอยู่ได้ แม้ในขณะที่เป็นไปอยู่.

บทว่า สสฺสเตน วา - จากความคงที่ คือชื่อว่าสูญจากความคงที่ เพราะไม่มีใครๆ ที่จะอยู่ได้ตลอดไป.

บทว่า อวิปริณามธมฺเมน วา - จากความไม่แปรปรวนเป็นธรรมดา คือชื่อว่าสูญจากความไม่แปรปรวนเป็นธรรมดา เพราะไม่มีใครๆ ที่จะเป็นปกติไม่เปลี่ยนแปลงด้วยเหตุ ๒ ประการ คือ ชรา-ความแก่ และภังคะ-ความสลายไป.

อีกอย่างหนึ่ง มีอธิบายว่า สูญจากความเที่ยง จากความยั่งยืน จากความมั่นคงและจากความไม่แปรปรวนเป็นธรรมดา.

บทว่า ยถาภูตํ ชานโต ปสฺสโต - พระโยคาวจรรู้เห็นตามความเป็นจริง คือรู้ตามสภาวะด้วยอนัตตานุปัสนาญาณอย่างนี้ และเห็นดุจเห็นด้วยจักษุ.

บทว่า จกฺขาภินิเวสโต ญาณํ วิวฏฺฏติ - ญาณย่อมหลีกออกจากความยึดถือในจักษุ คือญาณย่อมหลีกออกจากความยึดถือที่เห็นแล้วอันเป็นไปว่า จักษุเป็นตัวตน หรือเป็นสิ่งที่เนื่องด้วยตน.

ในบทที่เหลือมีนัยนี้.

บทว่า เนกฺขมฺเมน กามจฺฉนฺทํ โวสฺสชฺชติ - พระโยคาวจรสละกามฉันทะด้วยเนกขัมมะ คือบุคคลผู้ได้เนกขัมมะย่อมสละกามฉันทะอันเป็นปฏิปักษ์ต่อเนกขัมมะนั้นด้วยเนกขัมมะ.

บทว่า โวสฺสคฺเค ปญฺญา - ปัญญาในความสลัดออก คือปัญญาสัมปยุตด้วยเนกขัมมะนั้น ในเนกขัมมะอันเป็นความสลัดออกแห่งกามฉันทะ.

บทว่า ปีฬนฏฺฐา - ความบีบคั้นเป็นต้น มีอรรถดังได้กล่าวแล้วในหนหลัง.

บทว่า ปริชานนฺโต วิวฏฺฏติ - เมื่อกำหนดรู้ย่อมหลีกไป เป็นเทศนาบุคลาธิฏฐาน ท่านกล่าวว่า บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยมรรคกำหนดรู้อรรถ ๔ อย่างแห่งทุกข์ด้วยสามารถแห่งกิจ ย่อมหลีกไปด้วยการออกจากทุกข์. บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยญาณ ย่อมหลีกไปแม้ในญาณวิวัฏฏะ.

บทว่า ตถฏฺเฐ ปญฺญา - ปัญญาในความว่าธรรมจริง คือวิวัฏฏนาปัญญา - ปัญญาคือการหลีกไปในความว่าธรรมจริงของบุคคลนั้น.

ในบทที่เหลือก็มีนัยนี้.

บัดนี้ พระสารีบุตรเถระเมื่อจะแสดงวิวัฏฏญาณ ๖ โดยต่างกันแห่งอาการด้วยสามารถกิจ ในขณะแห่งมรรคนั่นเองตั้งมาติกา มีอาทิว่า สญฺญา วิวฏฺโฏ แล้วเมื่อจะจำแนกมาติกานั้นโดยอรรถ จึงกล่าวบทมีอาทิว่า สญฺชานนฺโต วิวฏฺฏติ - พระโยคาวจร เมื่อรู้พร้อมย่อมหลีกไป.

ในบทเหล่านั้นบทว่า สญฺชานนฺโต วิวฏฺฏตีติ สญฺญาวิวฏฺโฏ - พระโยคาวจรเมื่อรู้พร้อม ย่อมหลีกไป เพราะเหตุนั้นจึงเป็นสัญญาวิวัฏฏะ.

ความว่า เพราะพระโยคาวจรเมื่อรู้พร้อมเนกขัมมะเป็นต้น ในส่วนเบื้องต้นโดยความเป็นอธิบดี ภายหลังย่อมหลีกไปจากกามฉันทะเป็นต้น ด้วยญาณสัมปยุตด้วยเนกขัมมะ. ฉะนั้น ญาณนั้นจึงชื่อว่าสัญญาวิวัฏฏะ.

บทว่า เจตยนฺโต วิวฏฺฏตีติ เจโตวิวฏฺโฏ - พระโยคาวจรเมื่อคิดย่อมหลีกไป เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่าเจโตวิวัฏฏะ.

ความว่า เพราะพระโยคาวจร เมื่อคิดธรรมอย่างเดียวกันมีเนกขัมมะเป็นต้น ย่อมหลีกไปจากกามฉันทะเป็นต้น ด้วยญาณอันสัมปยุตด้วยเนกขัมมะนั้น. ฉะนั้น ญาณนั้นจึงชื่อว่าเจโตวิวัฏฏะ.

บทว่า วิชานนฺโต วิวฏฺฏตีติ จิตฺตวิวฏฺโฏ - พระโยคาวจรเมื่อรู้แจ้งย่อมหลีก เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่าจิตตวิวัฏฏะ.

ความว่า เพราะพระโยคาวจรเมื่อรู้แจ้งด้วยจิตอธิฏฐาน ด้วยสามารถเนกขัมมะเป็นต้น ย่อมหลีกไปจากกามฉันทะเป็นต้น ด้วยญาณอันสัมปยุตด้วยเนกขัมมะนั้น. ฉะนั้น ญาณนั้นจึงชื่อว่าจิตตวิวัฏฏะ.

บทว่า ญาณํ กโรนฺโต วิวฏฺฏตีติ ญาณวิวฏฺโฏ - เมื่อทำญาณหลีกไป เพราะเหตุนั้นจึงเป็นญาณวิวัฏฏะ.

ความว่า เพราะพระโยคาวจรเมื่อทำอายตนะภายใน ๖ อย่างให้รู้แจ้งโดยความเป็นของสูญด้วยอนัตตานุปัสสนาญาณ ย่อมหลีกไปจากความยึดมั่นด้วยความเห็นด้วยญาณนั่นเอง. ฉะนั้น ญาณนั้นจึงชื่อว่าญาณวิวัฏฏะ.

บทว่า โวสฺสชฺชนฺโต วิวฏฺฏตีติ วิโมกฺขวิวฏฺโฏ - เมื่อสลัดออกย่อมหลีกไป เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่าวิโมกขวิวัฏฏะ.

ความว่า เพราะพระโยคาวจรเมื่อสลัดกามฉันทะเป็นต้น ด้วยเนกขัมมะเป็นต้น ย่อมหลีกไปจากกามฉันทะเป็นต้น ด้วยญาณอันสัมปยุตด้วยเนกขัมมะนั้น. ฉะนั้น ญาณนั้นจึงชื่อว่าวิโมกขวิวัฏฏะ.

บทว่า ตถฏฺเฐ วิวฏฺฏตีติ สจฺจวิวฏฺโฏ - ย่อมหลีกไปในความว่า ธรรมจริง เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่าสัจวิวัฏฏะ.

ความว่า เพราะพระโยคาวจรย่อมหลีกไปจากทุกข์ในความว่า ธรรมจริง ๔ อย่าง ด้วยสามารถการออก. ฉะนั้น มรรคญาณจึงชื่อว่าสัจวิวัฏฏะ. หรือว่า มรรคญาณนั่นแหละย่อมหลีกไปจากทุกข์ในความว่า ธรรมจริง ด้วยความออกไป เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่าสัจวิวัฏฏะ.

บทมีอาทิว่า ยตฺถ สญฺญาวิวฏฺโฏ - ในขณะแห่งมรรคใดมีสัญญาวิวัฏฏะ ท่านกล่าวหมายถึงขณะแห่งสัจวิวัฏฏะ เพราะท่านกล่าวไว้แล้วในสัจวิวัฏฏญาณนิทเทส. เพราะญาณทั้งหมดย่อมประกอบอยู่ในมรรคญาณนั่นเอง.

ถามว่า อย่างไร?

ตอบว่า เพราะอริยมรรคมาแล้วโดยสรุปในญาณที่เหลือ เว้นญาณในวิวัฏฏะ. แม้ญาณในญาณวิวัฏฏะย่อมประกอบในขณะแห่งมรรค ด้วยสามารถสำเร็จกิจแห่งวิปัสสนา เพราะวิปัสสนากิจสำเร็จด้วยมรรคนั่นเอง. หรือว่า การกล่าวถึงญาณนั้นในมรรคญาณว่า บทมีอาทิว่า จกฺขุ สุญฺญํ - จักษุว่างเปล่า เป็นอันแทงตลอดด้วยสามารถแห่งกิจดังนี้ ย่อมควรในขณะมรรคนั่นเอง.

อนึ่ง ในบทนี้มีการประกอบความดังต่อไปนี้

ควรทำการประกอบในการเทียบเคียงทั้งหมด โดยนัยมีอาทิว่าในขณะแห่งมรรคใด มีสัญญาวิวัฏฏะ ในขณะแห่งมรรคนั้น ย่อมมีเจโตวิวัฏฏะ.

ในขณะแห่งมรรคใดมีเจโตวิวัฏฏะ ในขณะแห่งมรรคนั้นมีสัญญาวิวัฏฏะ.

อีกอย่างหนึ่ง สัจวิวัฏฏะมาแล้ว เพราะอริยมรรค ๔ มาถึงแล้ว ในสัญญาวิวัฏฏะ เจโตวิวัฏฏะ จิตตวิวัฏฏะและวิโมกขวิวัฏฏะ.

อนึ่ง ญาณวิวัฏฏะเป็นอันสำเร็จด้วยสามารถแห่งกิจด้วยสัจวิวัฏฏะนั่นเอง.

เมื่อกล่าวไปยาลให้พิสดารในสัญญาวิวัฏฏะ เจโตวิวัฏฏะ จิตตวิวัฏฏะและวิโมกขวิวัฏฏะ แม้ญาณในญาณวิวัฏฏะก็มาแล้วในญาณเหล่านั้น เพราะมีปาฐะว่า ปัญญามีอนัตตานุปัสสนาเป็นอธิบดี ย่อมหลีกไปจากความถือมั่นด้วยสัญญา เพราะเหตุนั้นปัญญาเป็นอธิบดีจึงชื่อว่าสัญญาวิวัฏฏญาณ. ความยึดมั่นเป็นความเป็นต่างๆ อนัตตานุปัสสนาเป็นธรรมอย่างเดียว. เมื่อคิดถึงความเป็นอย่างเดียวของอนัตตานุปัสสนา จิตย่อมหลีกไปจากความยึดมั่น เพราะเหตุนั้นปัญญาในความเป็นต่างๆ จึงเป็นเจโตวิวัฏฏญาณ. เมื่อละความยึดมั่นจิต ย่อมตั้งมั่นด้วยสามารถแห่งอนัตตานุปัสสนา เพราะเหตุนั้น ปัญญาในการอธิฏฐานจึงชื่อว่าจิตตวิวัฏฏญาณ. และสลัดความยึดมั่นด้วยอนัตตานุปัสสนา เพราะเหตุนั้น ปัญญาในความสลัดออกจึงชื่อว่าวิโมกขวิวัฏฏญาณ.

อนึ่ง ในญาณวิวัฏฏะย่อมได้สัจวิวัฏฏะด้วย เพราะประกอบบทมีอาทิว่า จักษุว่างเปล่าจากตนหรือจากสิ่งที่เนื่องด้วยตน ด้วยสามารถกิจของผู้ออกจากอนัตตานุปัสสนาแล้วได้อริยมรรค. เพราะฉะนั้น ในวิวัฏฏะหนึ่งๆ ย่อมได้วิวัฏฏะอย่างละ ๕ ที่เหลือ. เพราะฉะนั้น พึงทราบว่า ท่านกล่าวเทียบเคียงไว้มีอาทิว่า ในขณะแห่งมรรคใดมีสัญญาวิวัฏฏะ. ในขณะแห่งมรรคนั้นย่อมมีเจโตวิวัฏฏะ ด้วยประการฉะนี้.

จบอรรถกถาวิวัฏฏญาณฉักกนิทเทส -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร