คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก ·

เล่ม ๒๔ · อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต

ข้ออื่นในเล่มนี้

กิมัตถิยสูตรเจตนาสูตรสีลสูตรอุปนิสาสูตรอานันทสูตรสมาธิสูตรสาริปุตตสูตรสัทธาสูตรสันตสูตรวิชชยสูตรเสนาสนสูตรอังคสูตรสังโยชนสูตรขีลสูตรอัปปมาทสูตรอาหุเนยยสูตรนาถสูตร ที่ ๑นาถสูตร ที่ ๒อริยวสสูตร ที่ ๑อริยวสสูตร ที่ ๒สีหสูตรอธิมุตติสูตรกายสูตรมหาจุนทสูตรกสิณสูตรกาลีสูตรมหาปัญหาสูตร ที่ ๑มหาปัญหาสูตร ที่ ๒โกศลสูตร ที่ ๑โกศลสูตร ที่ ๒อุปาลิสูตรที่ ๑อุพพาหสูตรอุปสัมปทาสูตรนิสสยสูตรอุปาลิสังฆเภทสูตรอุปาลิสามัคคีสูตรอานันทสังฆเภทสูตรอานันทสังฆสามัคคีสูตรวิวาทสูตรวิวาทมูลสูตร ที่ ๑วิวาทมูลสูตร ที่ ๒กุสินาราสูตรปเวสนสูตรสักกสูตรมหาลิสูตรอภิณหปัจจเวกขณธรรมสูตรสรีรัฏฐธรรมสูตรภัณฑนสูตรสจิตตสูตรสาริปุตตสูตรฐิติสูตรสมถสูตรปริหานสูตรสัญญาสูตร ที่ ๑สัญญาสูตร ที่ ๒มูลสูตรปัพพชิตสูตรอาพาธสูตรอวิชชาสูตรตัณหาสูตรนิฏฐาสูตรอเวจจสูตรสุขสูตร ที่ ๑สุขสูตร ที่ ๒นฬกปานสูตร ที่ ๑นฬกปานสูตร ที่ ๒วัตถุกถาสูตร ที่ ๑วัตถุกถาสูตร ที่ ๒อากังขสูตรกัณฏกสูตรอิฏฐสูตรวัฑฒิสูตรมิคสาลาสูตรอภัพพสูตรกากสูตรนิคันถสูตรอาฆาตวัตถุสูตรอาฆาตปฏิวินยสูตรวาหุนสูตรอานันทสูตรปุณณิยสูตรพยากรณสูตรกัตถีสูตรอัญญสูตรอธิกรณสูตรพยสนสูตรโกกาลิกสูตรพลสูตรกามโภคีสูตรเวรสูตรทิฏฐิสูตรวัชชิยสูตรอุตติยสูตรโกกนุทสูตรอาหุเนยยสูตรเถรสูตรอุปาลีสูตรอภัพพสูตรสมณสัญญาสูตรโพชฌงคสูตรมิจฉัตตสูตรสัมมัตตสูตรอวิชชาวิชชาสูตรนิชชรวัตถุสูตรโธวนสูตรติกิจฉสูตรวมนสูตรนิทธมสูตรอเสขสูตรอเสขธรรมสูตรอธรรมสูตร ที่ ๑อธรรมสูตร ที่ ๒อธรรมสูตร ที่ ๓อาชินสูตรสคารวสูตรโอริมสูตรปัจโจโรหณีสูตร ที่ ๑ปัจโจโรหณีสูตร ที่ ๒ปุพพังคสูตรอาสวสูตรปริสุทธิสูตรอุปปันนสูตรมหัปผลสูตรปริโยสานสูตรเอกันตสูตรภาวิตสูตร ที่ ๑ภาวิตสูตร ที่ ๒ภาวิตสูตร ที่ ๓ภาวิตสูตร ที่ ๔มิจฉัตตสูตรสัมมัตตสูตรสาธุสูตรอริยธรรมสูตรกุสลสูตรอรรถสูตรธรรมสูตรอาสวธรรมสูตรสาวัชชธรรมสูตรตปนิยธรรมสูตรอาจยคามิธรรมสูตรทุกขทรยธรรมสูตรทุกขวิปากธรรมสูตรอริยมรรคสูตรกัณหมรรคสูตรสัทธรรมสูตรสัปปุริสธรรมสูตรอุปปาเทตัพพธรรมสูตรอาเสวิตัพพธรรมสูตรภาเวตัพพธรรมสูตรพหุลีกาตัพพธรรมสูตรอนุสสริตัพพธรรมสูตรสัจฉิกาตัพพธรรมสูตร๑. ปุคคลวรรคปัจโจโรหณีสูตร ที่ ๑ปัจโจโรหณีสูตร ที่ ๒สคารวสูตรโอริมสูตรอธรรมสูตร ที่ ๑อธรรมสูตร ที่ ๒อธรรมสูตร ที่ ๓ติวิธสูตรสปริกกมนสูตรจุนทสูตรชาณุสโสณีสูตรสาธุอสาธุสูตรอริยานริยธรรมสูตรกุสลากุสลสูตรอัตถานัตถสูตรธรรมาธรรมสูตรสาสวานาสวสูตรสาวัชชานวัชชสูตรตปนิยาตปนิยธรรมสูตรอาจยคามยาปจยคามิธรรมสูตรทุกขุนทรยสุขุนทรยธรรมสูตรทุกขวิปากสุขวิปากธรรมสูตรอริยมรรคานริยมรรคสูตรกัณหมรรคสุกกมรรคสูตรสัทธรรมาสัทธรรมสูตรสัปปุริสธรรมาสัปปุริสธรรมสูตรอุปปาเทตัพพานุปาเทตัพพธรรมสูตรอาเสวิตัพพานาเสวิตัพพธรรมสูตรภาเวตัพพาภาเวตัพพธรรมสูตรพหุลีกาตัพพาพหุลีกาตัพพธรรมสูตรอนุสสริตัพพานนุสสริตัพพธรรมสูตรสัจฉิกาตัพพาสัจฉิกาตัพพธรรมสูตร๕. เสวิตัพพาเสวิตัพพวรรคยถาภตสูตรมาตุคามสูตรอุปาสิกาสูตร ที่ ๑อุปาสิกาสูตร ที่ ๒ธรรมปริยายสูตรกรรมสูตร ที่ ๑กรรมสูตร ที่ ๒กรรมสูตร ที่ ๓พราหมณสูตร๒. ทุติยวรรค ๓. ตติยวรรคกิมัตถิยสูตรเจตนาสูตรอุปนิสาสูตร ที่ ๑อุปนิสาสูตร ที่ ๒อุปนิสาสูตร ที่ ๓พยสนสูตรสัญญาสูตรมนสิการสูตรอเสขสูตรโมรนิวาปนสูตรมหานามสูตร ที่ ๑มหานามสูตร ที่ ๒นันทิยสูตรสุภูติสูตรเมตตาสูตรทสมสูตรโคปาลกสูตรสมาธิสูตร ที่ ๑สมาธิสูตร ที่ ๒สมาธิสูตร ที่ ๓สมาธิสูตร ที่ ๔พระสูตรที่ไม่สงเคราะห์ด้วยปัณณาสก์

ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก

สัมมัตตสูตร

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๑๐๔พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๖ อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต๑ ข้อ๒ ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๖ อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต สัมมัตตสูตร

ข้อ ๑๐๔อรรถกถา

สมฺมตฺตํ ภิกฺขเว อาคมฺม อาราธนา โหติ โน วิราธนา กถญฺจ ภิกฺขเว สมฺมตฺตํ อาคมฺม อาราธนา โหติ โน วิราธนา สมฺมาทิฏฺฐิกสฺส ภิกฺขเว สมฺมาสงฺกปฺโป ปโหติ สมฺมาสงฺกปฺปสฺส สมฺมาวาจา ปโหติ สมฺมาวาจสฺส สมฺมากมฺมนฺโต ปโหติ สมฺมากมฺมนฺตสฺส สมฺมาอาชีโว ปโหติ สมฺมาอาชีวสฺส สมฺมาวายาโม ปโหติ สมฺมาวายามสฺส สมฺมาสติ ปโหติ สมฺมาสติสฺส สมฺมาสมาธิ ปโหติ สมฺมาสมาธิสฺส สมฺมาญาณํ ปโหติ สมฺมาญาณิสฺส สมฺมาวิมุตฺติ ปโหติ เอวํ โข ภิกฺขเว สมฺมตฺตํ อาคมฺม อาราธนา โหติ โน วิราธนาติ ฯ {๑๐๔.๑} มิจฺฉาทิฏฺฐิกสฺส ภิกฺขเว ปุริสปุคฺคลสฺส มิจฺฉาสงฺกปฺปสฺส มิจฺฉาวาจสฺส มิจฺฉากมฺมนฺตสฺส มิจฺฉาอาชีวสฺส มิจฺฉาวายามสฺส มิจฺฉาสติสฺส มิจฺฉาสมาธิสฺส มิจฺฉาญาณิสฺส มิจฺฉาวิมุตฺติสฺส ยญฺเจว กายกมฺมํ ยถาทิฏฺฐิสมตฺตํ สมาทินฺนํ ยญฺจ วจีกมฺมํ ... ยญฺจ มโนกมฺมํ ยถาทิฏฺฐิสมตฺตํ สมาทินฺนํ ยา จ เจตนา ยา จ ปตฺถนา โย จ ปณิธิ เย จ สงฺขารา สพฺเพ เต ธมฺมา อนิฏฺฐาย อกนฺตาย อมนาปาย อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตนฺติ ตํ กิสฺส เหตุ ทิฏฺฐิ หิ ภิกฺขเว ปาปิกา เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว นิมฺพพีชํ วา โกสาตกิพีชํ วา ติตฺตกลาพุพีชํ วา อลฺลาย ปฐวิยา นิกฺขิตฺตํ ยญฺเจว ปฐวีรสํ อุปาทิยติ ยญฺจ อาโปรสํ อุปาทิยติ สพฺพนฺตํ ติตฺตกตฺตาย กฏุกตฺตาย อสาตตฺตาย สํวตฺตติ ตํ กิสฺส เหตุ พีชมฺหิ ภิกฺขเว ปาปกํ เอวเมว โข ภิกฺขเว มิจฺฉาทิฏฺฐิกสฺส ปุริสปุคฺคลสฺส มิจฺฉาสงฺกปฺปสฺส มิจฺฉาวาจสฺส มิจฺฉากมฺมนฺตสฺส มิจฺฉาวายามสฺส มิจฺฉาสติสฺส มิจฺฉาสมาธิสฺส มิจฺฉาญาณิสฺส มิจฺฉาวิมุตฺติสฺส ยญฺเจว กายกมฺมํ ยถาทิฏฺฐิสมตฺตํ สมาทินฺนํ ยญฺจ วจีกมฺมํ ... ยญฺจ มโนกมฺมํ ยถาทิฏฺฐิสมตฺตํ สมาทินฺนํ ยา จ เจตนา ยา จ ปตฺถนา โย จ ปณิธิ เย จ สงฺขารา สพฺเพ เต ธมฺมา อนิฏฺฐาย อกนฺตาย อมนาปาย อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตนฺติ ตํ กิสฺส เหตุ ทิฏฺฐิ หิ ภิกฺขเว ปาปิกา ฯ {๑๐๔.๒} สมฺมาทิฏฺฐิกสฺส ภิกฺขเว ปุริสปุคฺคลสฺส สมฺมาสงฺกปฺปสฺส สมฺมาวาจสฺส สมฺมากมฺมนฺตสฺส สมฺมาอาชีวสฺส สมฺมาวายามสฺส สมฺมาสติสฺส สมฺมาสมาธิสฺส สมฺมาญาณิสฺส สมฺมาวิมุตฺติสฺส ยญฺเจว กายกมฺมํ ยถาทิฏฺฐิสมตฺตํ สมาทินฺนํ ยญฺจ วจีกมฺมํ ยถาทิฏฺฐิสมตฺตํ สมาทินฺนํ ... ยญฺจ มโนกมฺมํ ยถาทิฏฺฐิสมตฺตํ สมาทินฺนํ ยา จ เจตนา ยา จ ปตฺถนา โย จ ปณิธิ เย จ สงฺขารา สพฺเพ เต ธมฺมา อิฏฺฐาย กนฺตาย มนาปาย หิตาย สุขาย สํวตฺตนฺติ ตํ กิสฺส เหตุ ทิฏฺฐิ หิ ภิกฺขเว ภทฺทิกา เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว อุจฺฉุพีชํ วา สาลิพีชํ วา มุทฺทิกพีชํ วา อลฺลาย ปฐวิยา นิกฺขิตฺตํ ยญฺจ ปฐวีรสํ อุปาทิยติ ยญฺจ อาโปรสํ อุปาทิยติ สพฺพนฺตํ สาตตฺตาย มธุรตฺตาย อเสจนกตฺตาย สํวตฺตติ ตํ กิสฺส เหตุ พีชมฺหิ ภิกฺขเว ภทฺทิกํ {๑๐๔.๓} เอวเมว โข ภิกฺขเว สมฺมาทิฏฺฐิกสฺส ปุริสปุคฺคลสฺส สมฺมาสงฺกปฺปสฺส สมฺมาวาจสฺส สมฺมากมฺมนฺตสฺส สมฺมาอาชีวสฺส สมฺมาวายามสฺส สมฺมาสติสฺส สมฺมาสมาธิสฺส สมฺมาญาณิสฺส สมฺมาวิมุตฺติสฺส ยญฺเจว กายกมฺมํ ยถาทิฏฺฐิสมตฺตํ สมาทินฺนํ ยญฺจ วจีกมฺมํ ... ยญฺจ มโนกมฺมํ ยถาทิฏฺฐิสมตฺตํ สมาทินฺนํ ยา จ เจตนา ยา จ ปตฺถนา โย จ ปณิธิ เย จ สงฺขารา สพฺเพ เต ธมฺมา อิฏฺฐาย กนฺตาย มนาปาย หิตาย สุขาย สํวตฺตนฺติ ตํ กิสฺส เหตุ ทิฏฺฐิ หิ ภิกฺขเว ภทฺทิกาติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะอาศัยสัมมัตตะ จึงมีการบรรลุสวรรค์ และมรรคผล ไม่มีการพลาดจากสวรรค์และมรรคผล เพราะอาศัยสัมมัตตะ อย่างไร จึงมีการบรรลุสวรรค์และมรรคผล ไม่มีการพลาดจากสวรรค์และมรรคผล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีความเห็นชอบ ย่อมมีความดำริชอบ ผู้มีความดำริ ชอบ ย่อมมีวาจาชอบ ผู้มีวาจาชอบ ย่อมมีการงานชอบ ผู้มีการงานชอบ ย่อมมีการเลี้ยงชีพชอบ ผู้มีการเลี้ยงชีพชอบ ย่อมมีความพยายามชอบ ผู้มีความ พยายามชอบ ย่อมมีความระลึกชอบ ผู้มีความระลึกชอบ ย่อมมีความตั้งใจมั่นชอบ ผู้มีความตั้งใจมั่นชอบ ย่อมมีความรู้ชอบ ผู้มีความรู้ชอบ ย่อมมีความหลุดพ้นชอบ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะอาศัยสัมมัตตะ จึงมีการบรรลุสวรรค์และมรรคผล ไม่มีการพลาดจากสวรรค์และมรรคผล ด้วยประการอย่างนี้แล ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปุริสบุคคลผู้มีความเห็นผิด มีความดำริผิด มีวาจาผิด มีการงานผิด มีการเลี้ยงชีพผิด มีความพยายามผิด มีความระลึกผิด มีความ ตั้งใจมั่นผิด มีความรู้ผิด มีความหลุดพ้นผิด สมาทานกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ให้บริบูรณ์ตามความเห็นอย่างไรแล้ว เจตนา ความปรารถนา ความ ตั้งใจ และสังขารเหล่าใด ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด ย่อมเป็นไปเพื่อผลที่ไม่น่า ปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจ ไม่เกื้อกูล เป็นทุกข์ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะเป็นทิฐิอันชั่วช้า ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนพืชสะเดา พืชบวบขม หรือพืช น้ำเต้าขม อันบุคคลเพาะแล้วในแผ่นดินที่ชุ่มชื้น ย่อมเข้าไปจับรสดิน และรส น้ำอันใด รสดินและรสน้ำทั้งหมดนั้น ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นรสขม เป็นรส เผ็ดร้อน เป็นรสไม่น่ายินดี ข้อนั้นเป็นเพราะเหตุไร เพราะพืชเป็นของไม่ดี แม้ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปุริสบุคคลผู้มีความเห็นผิด มีความดำริผิด มีวาจา ผิด มีการงานผิด มีการเลี้ยงชีพผิด มีความพยายามผิด มีความระลึกผิด มีความ ตั้งใจมั่นผิด มีความรู้ผิด มีความหลุดพ้นผิด สมาทานกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ให้บริบูรณ์ตามความเห็นอย่างไรแล้ว เจตนา ความปรารถนา ความ ตั้งใจ และสังขารเหล่าใด ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด ย่อมเป็นไปเพื่อผลที่ไม่น่า ปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจ ไม่เกื้อกูล เป็นทุกข์ ข้อนั้นเป็นเพราะ เหตุไร เพราะเป็นทิฐิที่ชั่วช้า ฉันนั้นเหมือนกัน ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปุริสบุคคลผู้มีความเห็นชอบ มีความดำริชอบ มี วาจาชอบ มีการงานชอบ มีการเลี้ยงชีพชอบ มีความพยายามชอบ มีความ ระลึกชอบ มีความตั้งใจมั่นชอบ มีความรู้ชอบ มีความหลุดพ้นชอบ สมาทาน กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ให้บริบูรณ์ตามความเห็นอย่างไรแล้ว เจตนา ความปรารถนา ความตั้งใจ และสังขารเหล่าใด ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด ย่อมเป็น ไปเพื่อผลที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ความเกื้อกูล เป็นสุข ข้อนั้นเป็น เพราะเหตุไร เพราะเป็นทิฐิที่เจริญ ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนพืชอ้อย พืชข้าวสาลี หรือพืชองุ่น อันบุคคลเพาะลงแล้วในแผ่นดินที่ชุ่มชื้น ย่อมเข้าไปจับรสดิน และรสน้ำอันใด รสดินและรสน้ำทั้งหมดนั้น ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นรสที่น่ายินดี เป็นรสหวาน เป็นรสอันน่าชื่นใจ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะพืชเป็นของดี แม้ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปุริสบุคคลผู้มีความเห็นชอบ มีความดำริชอบ มีวาจาชอบ มีการงานชอบ มีการเลี้ยงชีพชอบ มีความพยายามชอบ มีความระลึกชอบ มีความตั้งใจมั่นชอบ มีความรู้ชอบ มีความหลุดพ้นชอบ สมาทานกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ให้บริบูรณ์ตามความเห็นอย่างไรแล้ว เจตนา ความปรารถนา ความตั้งใจ และสังขารเหล่าใด ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด ย่อมเป็นไปเพื่อผลอันน่า ปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ เกื้อกูล เป็นสุข ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะทิฐิ เป็นของเจริญ ฉันนั้นเหมือนกันแล ฯ จบสูตรที่ ๔

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย