๔. กามชาดก
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๔. กามชาดก ว่าด้วยกามและโทษของกาม
๔ กามชาตกํ
เมื่อบุคคลปรารถนากาม ถ้าสิ่งที่ปรารถนาของบุคคลนั้นย่อมสำเร็จได้ สัตว์ปรารถนาสิ่งใดได้สิ่งนั้นแล้ว ย่อมมีใจอิ่มเอิบแท้.
กามํ กามยมานสฺส ตสฺส เจ ตํ สมิชฺฌติ อทฺธา ปีติมโน โหติ ลทฺธา มจฺโจ ยทิจฺฉติ ฯ
เมื่อบุคคลปรารถนากาม ถ้าสิ่งที่ปรารถนาของบุคคลนั้นย่อมสำเร็จได้ ครั้นสิ่งที่ปรารถนานั้นสำเร็จ บุคคลยังปรารถนาต่อไปอีก ก็ย่อมได้ประ สบกามตัณหา เหมือนบุคคลที่ถูกลมแดดแผดเผาในฤดูร้อน ย่อมเกิด ความกระหายใคร่จะดื่มน้ำ ฉะนั้น.
กามํ กามยมานสฺส ตสฺส เจ ตํ สมิชฺฌติ ตโต นํ อปรํ กาเม ฆมฺเม ตณฺหํว วินฺทติ ฯ
ตัณหาก็ดี ความกระหายก็ดี ของคนพาลมีปัญญาน้อย ไม่รู้อะไร ย่อม เจริญยิ่งขึ้นทุกที เหมือนเขาโคย่อมเจริญขึ้นตามตัว ฉะนั้น.
ควํว สิงฺคิโน สิงฺคํ วฑฺฒมานสฺส วฑฺฒติ เอวํ มนฺทสฺส โปสสฺส พาลสฺส อวิชานโต ภิยฺโย ตณฺหา ปิปาสา จ วฑฺฒมานสฺส วฑฺฒติ ฯ
แม้จะให้ทรัพย์สมบัติ ข้าวสาลี ข้าวเหนียว โค ม้า ข้าทาสหญิงชาย ทั้งแผ่นดิน ก็ยังไม่พอแก่คนๆ เดียว รู้อย่างนี้แล้วพึงประพฤติธรรมสม่ำ เสมอ.
ปฐพฺยา สาลิยวกํ ควาสฺสํ ทาสโปริสํ ทตฺวาปิ นาลเมกสฺส อิติ วิทฺธา สมํ จเร ฯ
พระราชาทรงปราบปรามชนะทั่วแผ่นดิน ทรงครอบครองแผ่นดินใหญ่ มีมหาสมุทรเป็นขอบเขต ทรงครอบครองมหาสมุทรฝั่งนี้แล้ว มีพระทัย ไม่อิ่ม ยังปรารถนาแม้มหาสมุทรฝั่งโน้นต่อไปอีก.
ราชา ปสยฺห ปฐวึ วิชิตฺวา สสาครนฺตํ มหิมาวสนฺโต โอรํ สมุทฺทสฺส อติตฺตรูโป ปารํ สมุทฺทสฺสปิ ปตฺถเยว ฯ
เมื่อยังระลึกถึงกามอยู่ตราบใด ก็ไม่ได้ความอิ่มด้วยใจตราบนั้น ชนเหล่า ใดบริบูรณ์ด้วยปัญญา มีกายและใจหลีกเว้นจากกามทั้งหลาย เห็นโทษ ด้วยญาณ ชนเหล่านั้นแลชื่อว่าเป็นผู้อิ่ม.
ยาว อนุสฺสรํ กาเม มนสา ติตฺติ นาชฺฌคา ตโต นิวตฺตา ปฏิกฺกมฺม ทิสฺวา เต เว ติตฺตา เย ปญฺญาย ติตฺตา ฯ
บรรดาความอิ่มทั้งหลาย ความอิ่มด้วยปัญญาประเสริฐ เพราะผู้อิ่มด้วย ปัญญานั้น ย่อมไม่เดือดร้อนด้วยกามทั้งหลาย คนผู้อิ่มด้วยปัญญา ตัณหาย่อมกระทำให้อยู่ในอำนาจไม่ได้.
ปญฺญาย ติตฺตีนํ เสฏฺฐํ น โส กาเมหิ ตปฺปติ ปญฺญาย ติตฺตํ ปุริสํ ตณฺหา น กุรุเต วสํ ฯ
ไม่พึงสั่งสมกามทั้งหลาย พึงเป็นผู้มีความปรารถนาน้อย ไม่มีความละโมภ บุรุษผู้มีปัญญาเปรียบด้วยมหาสมุทร ย่อมไม่เดือดร้อนด้วยกามทั้งหลาย.
อปจิเนเถว กามานิ อปฺปิจฺฉสฺส อโลลุโป สมุทฺทมตฺโต ปุริโส น โส กาเมหิ ตปฺปติ ฯ
ช่างทำรองเท้าหนังเลี้ยงชีพ เมื่อประกอบรองเท้า ส่วนใดควรเว้นก็เว้น เลือกเอาแต่ส่วนที่ดีๆ มาทำรองเท้าขายได้ราคาแล้ว ย่อมมีความสุข เรา ก็ฉันนั้นเหมือนกัน พิจารณาด้วยปัญญาแล้ว ละทิ้งส่วนแห่งกามเสีย ย่อมถึงความสุข ถ้าพึงปรารถนาความสุขทั้งปวง ก็พึงละกามทั้งปวงเสีย.
รถกาโรว จมฺมสฺส ปริกนฺตํ อุปาหนํ ยํ ยํ ชหติ กามานํ ตํ ตํ สมฺปชฺชเต สุขํ สพฺพญฺเจ สุขมิจฺเฉยฺย สพฺเพ กาเม ปริจฺจเช ฯ
คาถาทั้งหมด ๘ คาถา ที่ท่านกล่าวแล้วขอท่านจงรับเอาทรัพย์ ๘ พันนี้ เถิด คำที่ท่านกล่าวนี้ เป็นคำยังประโยชน์ให้สำเร็จ.
อฏฺฐ เต ภาสิตา คาถา สพฺพา โหนฺติ สหสฺสิโย ปฏิคฺคณฺห มหาพฺรเหฺม สาเธตํ ตว ภาสิตํ ฯ
ข้าพระบาทไม่ต้องการด้วยทรัพย์ร้อย ทรัพย์พัน หรือทรัพย์หมื่น เมื่อ ข้าพระบาทกล่าวคาถาสุดท้าย ใจของข้าพระบาทไม่ยินดีในกาม.
น เม อตฺโถ สหสฺเสหิ สเตหิ นหุเตหิ วา ปจฺฉิมํ ภาสโต คาถํ กาเม เม นิรโต มโน ฯ
มาณพใดเป็นบัณฑิต กำหนดรู้ตัณหาอันยังความทุกข์ให้เกิดแล้ว นำออก ได้ มาณพนี้เป็นคนดี เป็นมุนีผู้รู้แจ้งโลกทั้งปวง. จบกามชาดกที่ ๔.
ภทฺรโก วตายํ มาณวโก สพฺพโลกวิทู มุนิ โย ตณฺหํ ทุกฺขชนนึ ปริชานาติ ปณฺฑิโตติ ฯ กามชาตกํ จตุตฺถํ ฯ ---------