อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับหลวงจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดง
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๙๖๐

๙. นวกนิทเทส

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๙๖๐–๙๖๕6 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๙. นวกนิทเทส

ข้อ ๙๖๐

บรรดานวกมาติกาเหล่านั้น อาฆาตวัตถุ ๙ เป็นไฉน อาฆาตวัตถุ ๙ คือ ๑. ความอาฆาตเกิดขึ้นว่า ผู้นี้ได้ทำความเสื่อมเสียแก่เรา ๒. ความอาฆาตเกิดขึ้นว่า ผู้นี้กำลังทำความเสื่อมเสียแก่เรา ๓. ความอาฆาตเกิดขึ้นว่า ผู้นี้จักทำความเสื่อมเสียแก่เรา ๔. ความอาฆาตเกิดขึ้นว่า ผู้นี้ได้ทำความเสื่อมเสียแก่คนผู้เป็นที่รักที่ ชอบพอของเรา ๕. ความอาฆาตเกิดขึ้นว่า ผู้นี้กำลังทำความเสื่อมเสียแก่คนผู้เป็นที่รัก ที่ชอบพอของเรา ๖. ความอาฆาตเกิดขึ้นว่า ผู้นี้จักทำความเสื่อมเสียแก่คนผู้เป็นที่รักที่ ชอบพอของเรา ๗. ความอาฆาตเกิดขึ้นว่า ผู้นี้ได้ทำประโยชน์แก่คนผู้ไม่เป็นที่รักไม่ เป็นที่ชอบพอของเรา

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๖๑๕}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๗. ขุททกวัตถุวิภังค์] ๙. นวกนิทเทส ๘. ความอาฆาตเกิดขึ้นว่า ผู้นี้กำลังทำประโยชน์แก่คนผู้ไม่เป็นที่รักไม่ เป็นที่ชอบพอของเรา ๙. ความอาฆาตเกิดขึ้นว่า ผู้นี้จักทำประโยชน์แก่คนผู้ไม่เป็นที่รักไม่เป็น ที่ชอบพอของเรา เหล่านี้ชื่อว่าอาฆาตวัตถุ ๙

ข้อ ๙๖๑

ปุริสมละ ๙ เป็นไฉน ปุริสมละ ๙ คือ ๑. โกธะ (ความโกรธ) ๒. มักขะ (ความลบหลู่คุณท่าน) ๓. อิสสา (ความริษยา) ๔. มัจฉริยะ (ความตระหนี่) ๕. มายา (ความเจ้าเล่ห์) ๖. สาเถยยะ (ความโอ้อวด) ๗. มุสาวาท (การพูดเท็จ) ๘. ปาปิจฉตา (ความปรารถนาลามก) ๙. มิจฉาทิฏฐิ (ความเห็นผิด) เหล่านี้ชื่อว่าปุริสมละ ๙

ข้อ ๙๖๒

มานะ ๙ เป็นไฉน มานะ ๙ คือ ๑. เป็นผู้เลิศกว่าเขา ถือตัวว่าเลิศกว่าเขา ๒. เป็นผู้เลิศกว่าเขา ถือตัวว่าเสมอเขา ๓. เป็นผู้เลิศกว่าเขา ถือตัวว่าด้อยกว่าเขา ๔. เป็นผู้เสมอเขา ถือตัวว่าเลิศกว่าเขา ๕. เป็นผู้เสมอเขา ถือตัวว่าเสมอเขา ๖. เป็นผู้เสมอเขา ถือตัวว่าด้อยกว่าเขา ๗. เป็นผู้ด้อยกว่าเขา ถือตัวว่าเลิศกว่าเขา

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๖๑๖}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๗. ขุททกวัตถุวิภังค์] ๙. นวกนิทเทส ๘. เป็นผู้ด้อยกว่าเขา ถือตัวว่าเสมอเขา ๙. เป็นผู้ด้อยกว่าเขา ถือตัวว่าด้อยกว่าเขา เหล่านี้ชื่อว่ามานะ ๙

ข้อ ๙๖๓

ตัณหามูลกธรรม ๙ เป็นไฉน ตัณหามูลกธรรม ๙ คือ ๑. เพราะอาศัยตัณหา การแสวงหาจึงเกิดขึ้น ๒. เพราะอาศัยการแสวงหา การได้จึงเกิดขึ้น ๓. เพราะอาศัยการได้ การวินิจฉัยจึงเกิดขึ้น ๔. เพราะอาศัยการวินิจฉัย ฉันทราคะจึงเกิดขึ้น ๕. เพราะอาศัยฉันทราคะ ความหลงใหลจึงเกิดขึ้น ๖. เพราะอาศัยความหลงใหล ความหวงแหนจึงเกิดขึ้น ๗. เพราะอาศัยความหวงแหน ความตระหนี่จึงเกิดขึ้น ๘. เพราะอาศัยความตระหนี่ การรักษาจึงเกิดขึ้น ๙. เพราะอาศัยการรักษา สภาวธรรมที่เป็นบาปเป็นอกุศลหลายประการ คือ การถือท่อนไม้ การถือศัสตรา การทะเลาะ การแก่งแย่ง การวิวาท การพูดขึ้นมึงกู การพูดส่อเสียด การพูดเท็จจึงเกิดขึ้น เหล่านี้ชื่อว่าตัณหามูลกธรรม ๙

ข้อ ๙๖๔

อิญชิตะ ๙ เป็นไฉน อิญชิตะ ๙ คือ ๑. ความหวั่นไหวว่า เรามี ๒. ความหวั่นไหวว่า เราเป็น ๓. ความหวั่นไหวว่า เราเป็นสิ่งนี้ ๔. ความหวั่นไหวว่า เราจักมี ๕. ความหวั่นไหวว่า เราจักเป็นสัตว์มีรูป ๖. ความหวั่นไหวว่า เราจักเป็นสัตว์ไม่มีรูป ๗. ความหวั่นไหวว่า เราจักเป็นสัตว์มีสัญญา

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๖๑๗}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๑๗. ขุททกวัตถุวิภังค์] ๑๐. ทสกนิทเทส ๘. ความหวั่นไหวว่า เราจักเป็นสัตว์ไม่มีสัญญา ๙. ความหวั่นไหวว่า เราจักเป็นสัตว์มีสัญญาก็มิใช่ ไม่มีสัญญาก็มิใช่ เหล่านี้ชื่อว่าอิญชิตะ ๙

ข้อ ๙๖๕

มัญญิตะ ๙ ฯลฯ ผันทิตะ ๙ ฯลฯ ปปัญจิตะ ๙ ฯลฯ สังขตะ ๙ เป็นไฉน สังขตะ ๙ คือ ๑. ความปรุงแต่งว่า เรามี ๒. ความปรุงแต่งว่า เราเป็น ๓. ความปรุงแต่งว่า เราเป็นสิ่งนี้ ๔. ความปรุงแต่งว่า เราจักมี ๕. ความปรุงแต่งว่า เราจักเป็นสัตว์มีรูป ๖. ความปรุงแต่งว่า เราจักเป็นสัตว์ไม่มีรูป ๗. ความปรุงแต่งว่า เราจักเป็นสัตว์มีสัญญา ๘. ความปรุงแต่งว่า เราจักเป็นสัตว์ไม่มีสัญญา ๙. ความปรุงแต่งว่า เราจักเป็นสัตว์มีสัญญาก็มิใช่ ไม่มีสัญญาก็มิใช่ เหล่านี้ชื่อว่าสังขตะ ๙ นวกนิทเทส จบ

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๕ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๒ วิภังคปกรณ์ นวกนิเทศ

ข้อ ๑๐๒๐

ตตฺถ กตมานิ นว อาฆาตวตฺถูนิ อนตฺถํ เม อจรีติ อาฆาโต ชายติ อนตฺถํ เม จรตีติ อาฆาโต ชายติ อนตฺถํ เม จริสฺสตีติ อาฆาโต ชายติ ปิยสฺส เม มนาปสฺส อนตฺถํ อจริ อนตฺถํ จรติ อนตฺถํ จริสฺสตีติ อาฆาโต ชายติ อปฺปิยสฺส เม อมนาปสฺส อตฺถํ อจริ อตฺถํ จรติ อตฺถํ จริสฺสตีติ อาฆาโต ชายติ อิมานิ นว อาฆาตวตฺถูนิ ฯ

ในนวกมาติกาเหล่านั้น อาฆาตวัตถุ ๙ เป็นไฉน อาฆาตวัตถุ ๙ คือ ๑. ความอาฆาตย่อมเกิดขึ้นด้วยคิดว่า ผู้นี้ได้กระทำความเสื่อมเสียแก่เราแล้ว ๒. ความอาฆาตย่อมเกิดขึ้นด้วยคิดว่า ผู้นี้กำลังทำความเสื่อมเสียแก่เรา ๓. ความอาฆาตย่อมเกิดขึ้นด้วยคิดว่า ผู้นี้จักกระทำความเสื่อมเสียแก่เรา ๔. ความอาฆาตย่อมเกิดขึ้นด้วยคิดว่า ผู้นี้ได้กระทำความเสื่อมเสียแก่คนเป็นที่รักที่ชอบพอของเราแล้ว ๕. ความอาฆาตย่อมเกิดขึ้นด้วยคิดว่า ผู้นี้กำลังทำความเสื่อมเสียแก่คนผู้เป็นที่รักที่ชอบพอของเรา ๖. ความอาฆาตย่อมเกิดขึ้นด้วยคิดว่า ผู้นี้จักกระทำความเสื่อมเสียแก่คนผู้เป็นที่รักที่ชอบพอของเราแล้ว ๗. ความอาฆาตย่อมเกิดขึ้นด้วยคิดว่า ผู้นี้ได้กระทำประโยชน์แก่คนผู้ไม่เป็นที่รักไม่เป็นที่ชอบพอของเราแล้ว ๘. ความอาฆาตย่อมเกิดขึ้นด้วยคิดว่า ผู้นี้กำลังทำประโยชน์แก่คนผู้ไม่เป็นที่รักไม่เป็นที่ชอบพอของเรา ๙. ความอาฆาตย่อมเกิดขึ้นด้วยคิดว่า ผู้นี้จักทำประโยชน์แก่คนผู้ไม่เป็นที่รักไม่เป็นที่ชอบพอของเรา เหล่านี้เรียกว่า อาฆาตวัตถุ ๙

ข้อ ๑๐๒๑

ตตฺถ กตมานิ นว ปุริสมลานิ โกโธ มกฺโข อิสฺสา มจฺฉริยํ มายา สาเถยฺยํ มุสาวาโท ปาปิจฺฉา มิจฺฉาทิฏฺฐิ อิมานิ นว ปุริสมลานิ ฯ

ปุริสมละ ๙ เป็นไฉน ปุริสมละ ๙ คือ ๑. โกธะ ความโกรธ ๒. มักขะ ความลบหลู่คุณท่าน ๓. อิสสา ความริษยา ๔. มัจฉริยะ ความตระหนี่ ๕. มายา ความเจ้าเล่ห์ ๖. สาเถยยะ ความโอ้อวด ๗. มุสาวาท พูดเท็จ ๘. ปาปิจฉา ความปรารถนาลามก ๙. มิจฉาทิฏฐิ ความเห็นผิด เหล่านี้เรียกว่า ปุริสมละ ๙

ข้อ ๑๐๒๒

ตตฺถ กตเม นววิธา มานา เสยฺยสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ มาโน เสยฺยสฺส สทิโสหมสฺมีติ มาโน เสยฺยสฺส หีโนหมสฺมีติ มาโน สทิสสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ มาโน สทิสสฺส สทิโสหมสฺมีติ มาโน สทิสสฺส หีโนหมสฺมีติ มาโน หีนสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ มาโน หีนสฺส สทิโสหมสฺมีติ มาโน หีนสฺส หีโนหมสฺมีติ มาโน อิเม นววิธา มานา ฯ

มานะ ๙ เป็นไฉน มานะ ๙ คือ ๑. ผู้เลิศกว่าเขา สำคัญตนว่าเลิศกว่าเขา ๒. ผู้เลิศกว่าเขา สำคัญตนว่าเสมอเขา ๓. ผู้เลิศกว่าเขา สำคัญตนว่าเลวกว่าเขา ๔. ผู้เสมอเขา สำคัญตนว่าเลิศกว่าเขา ๕. ผู้เสมอเขา สำคัญตนว่าเสมอเขา ๖. ผู้เสมอเขา สำคัญตนว่าเลวกว่าเขา ๗. ผู้เลวกว่าเขา สำคัญตนว่าเลิศกว่าเขา ๘. ผู้เลวกว่าเขา สำคัญตนว่าเสมอเขา ๙. ผู้เลวกว่าเขา สำคัญตนว่าเลวกว่าเขา เหล่านี้เรียกว่า มานะ ๙

ข้อ ๑๐๒๓

ตตฺถ กตเม นว ตณฺหามูลกา ธมฺมา ตณฺหํ ปฏิจฺจ ปริเยสนา ปริเยสนํ ปฏิจฺจ ลาโภ ลาภํ ปฏิจฺจ วินิจฺฉโย วินิจฺฉยํ ปฏิจฺจ ฉนฺทราโค ฉนฺทราคํ ปฏิจฺจ อชฺโฌสานํ อชฺโฌสานํ ปฏิจฺจ ปริคฺคโห ปริคฺคหํ ปฏิจฺจ มจฺฉริยํ มจฺฉริยํ ปฏิจฺจ อารกฺโข อารกฺขาธิกรณํ ทณฺฑาทานํ สตฺถาทานํ กลโห วิคฺคโห วิวาโท ตุวํตุวํ เปสุญฺญํ มุสาวาโท อเนเก ปาปกา อกุสลา ธมฺมา สมฺภวนฺติ อิเม นว ตณฺหามูลกา ธมฺมา ฯ

ตัณหามูลกธรรม ๙ เป็นไฉน ตัณหามูลกธรรม ๙ คือ ๑. เพราะอาศัยตัณหา จึงเกิดการแสวงหา ๒. เพราะอาศัยการแสวงหา จึงเกิดการได้ ๓. เพราะอาศัยการได้ จึงเกิดการวินิจฉัย ๔. เพราะอาศัยการวินิจฉัย จึงเกิดฉันทราคะ ๕. เพราะอาศัยฉันทราคะ จึงเกิดความยึดถือ ๖. เพราะอาศัยความยึดถือ จึงเกิดการหวงแหน ๗. เพราะอาศัยการหวงแหน จึงเกิดความตระหนี่ ๘. เพราะอาศัยความตระหนี่ จึงเกิดการรักษา ๙. เพราะอาศัยการรักษา จึงเกิดบาปอกุศลธรรม หลายประการ คือการจับท่อนไม้ การจับศาสตรา การทะเลาะ การเกี่ยงแย้ง การวิวาท การพูดขึ้นมึงกูการพูดส่อเสียด การพูดเท็จ เหล่านี้เรียกว่า ตัณหามูลกธรรม ๙

ข้อ ๑๐๒๔

ตตฺถ กตมานิ นว อิญฺชิตานิ อสฺมีติ อิญฺชิตเมตํ อหมสฺมีติ อิญฺชิตเมตํ อยมหมสฺมีติ อิญฺชิตเมตํ ภวิสฺสนฺติ อิญฺชิตเมตํ รูปี ภวิสฺสนฺติ อิญฺชิตเมตํ อรูปี ภวิสฺสนฺติ อิญฺชิตเมตํ สญฺญี ภวิสฺสนฺติ อิญฺชิตเมตํ อสญฺญี ภวิสฺสนฺติ อิญฺชิตเมตํ เนวสญฺญีนาสญฺญี ภวิสฺสนฺติ อิญฺชิตเมตํ อิมานิ นว อิญฺชิตานิ ฯ

อิญชิตะ ๙ เป็นไฉน อิญชิตะ ๙ คือ ๑. ความหวั่นไหวว่า มีเรา ๒. ความหวั่นไหวว่า เป็นเรา ๓. ความหวั่นไหวว่า นี้เป็นเรา ๔. ความหวั่นไหวว่า เราจักมี ๕. ความหวั่นไหวว่า เราจักเป็นสัตว์มีรูป ๖. ความหวั่นไหวว่า เราจักเป็นสัตว์ไม่มีรูป ๗. ความหวั่นไหวว่า เราจักเป็นสัตว์มีสัญญา ๘. ความหวั่นไหวว่า เราจักเป็นสัตว์ไม่มีสัญญา ๙. ความหวั่นไหวว่า เราจักเป็นสัตว์มีสัญญาก็ไม่ใช่ ไม่มีสัญญาก็ไม่ใช่ เหล่านี้เรียกว่า อิญชิตะ ๙

ข้อ ๑๐๒๕

ตตฺถ กตมานิ นว มญฺญิตานิ นว ผนฺทิตานิ นว ปปญฺจิตานิ นว สงฺขตานิ อสฺมีติ สงฺขตเมตํ อหมสฺมีติ สงฺขตเมตํ อยมหมสฺมีติ สงฺขตเมตํ ภวิสฺสนฺติ สงฺขตเมตํ รูปี ภวิสฺสนฺติ สงฺขตเมตํ อรูปี ภวิสฺสนฺติ สงฺขตเมตํ สญฺญี ภวิสฺสนฺติ สงฺขตเมตํ อสญฺญี ภวิสฺสนฺติ สงฺขตเมตํ เนวสญฺญีนาสญฺญี ภวิสฺสนฺติ สงฺขตเมตํ อิมานิ นว สงฺขตานิ ฯ นวกํ ฯ

มัญญิตะ ๙ ผันทิตะ ๙ ปปัญจิตะ ๙ สังขตะ ๙ เป็นไฉน สังขตะ ๙ คือ ๑. ความปรุงแต่งว่า เรามี ๒. ความปรุงแต่งว่า เป็นเรา ๓. ความปรุงแต่งว่า นี้เป็นเรา ๔. ความปรุงแต่งว่า เราจักมี ๕. ความปรุงแต่งว่า เราจักเป็นสัตว์มีรูป ๖. ความปรุงแต่งว่า เราจักเป็นสัตว์ไม่มีรูป ๗. ความปรุงแต่งว่า เราจักเป็นสัตว์มีสัญญา ๘. ความปรุงแต่งว่า เราจักเป็นสัตว์ไม่มีสัญญา ๙. ความปรุงแต่งว่า เราจักเป็นสัตว์มีสัญญาก็ไม่ใช่ ไม่มีสัญญาก็ไม่ใช่ เหล่านี้เรียกว่า สังขตะ ๙

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/