ปริญญาวาร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปริญฺญาวาโร
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๘ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ ปริญญาวาร
โย รูปกฺขนฺธํ ปริชานาติ โส เวทนากฺขนฺธํ ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน เวทนากฺขนฺธํ ปริชานาติ โส รูปกฺขนฺธํ ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ โย รูปกฺขนฺธํ น ปริชานาติ โส เวทนากฺขนฺธํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน เวทนากฺขนฺธํ น ปริชานาติ โส รูปกฺขนฺธํ น ปริชานาตีติ: อามนฺตา ฯ
บุคคลใดย่อมกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นย่อมกำหนดรู้เวทนาขันธ์หรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใดย่อมกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นย่อมกำหนดรู้รูปขันธ์. ถูกแล้ว. บุคคลใดไม่กำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นย่อมไม่กำหนดรู้เวทนาขันธ์หรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใดไม่กำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นย่อมไม่กำหนดรู้รูปขันธ์. ถูกแล้ว.
โย รูปกฺขนฺธํ ปริชานิตฺถ โส เวทนากฺขนฺธํ ปริชานิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน เวทนากฺขนฺธํ ปริชานิตฺถ โส รูปกฺขนฺธํ ปริชานิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ โย รูปกฺขนฺธํ น ปริชานิตฺถ โส เวทนากฺขนฺธํ น ปริชานิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน เวทนากฺขนฺธํ น ปริชานิตฺถ โส รูปกฺขนฺธํ น ปริชานิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
บุคคลใดเคยกำหนดรู้รูปขันธ์แล้ว บุคคลนั้นเคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์แล้วหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใดเคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์แล้ว บุคคลนั้นเคยกำหนดรู้รูปขันธ์แล้ว. ถูกแล้ว. บุคคลใดไม่เคยกำหนดรู้รูปขันธ์แล้ว บุคคลนั้นไม่เคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์แล้วหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใดไม่เคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์แล้ว บุคคลนั้นไม่เคยกำหนดรู้รูปขันธ์แล้ว. ถูกแล้ว.
โย รูปกฺขนฺธํ ปริชานิสฺสติ โส เวทนากฺขนฺธํ ปริชานิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน เวทนากฺขนฺธํ ปริชานิสฺสติ โส รูปกฺขนฺธํ ปริชานิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ โย รูปกฺขนฺธํ น ปริชานิสฺสติ โส เวทนากฺขนฺธํ น ปริชานิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน เวทนากฺขนฺธํ น ปริชานิสฺสติ โส รูปกฺขนฺธํ น ปริชานิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
บุคคลใดจักกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นจักกำหนดรู้เวทนาขันธ์หรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใดจักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นจักกำหนดรู้รูปขันธ์. ถูกแล้ว. บุคคลใดจักไม่กำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นจักไม่กำหนดรู้เวทนาขันธ์หรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใดจักไม่กำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นจักไม่กำหนดรู้รูปขันธ์. ถูกแล้ว.
โย รูปกฺขนฺธํ ปริชานาติ โส เวทนากฺขนฺธํ ปริชานิตฺถาติ: โน ฯ โย วา ปน เวทนากฺขนฺธํ ปริชานิตฺถ โส รูปกฺขนฺธํ ปริชานาตีติ: โน ฯ โย รูปกฺขนฺธํ น ปริชานาติ โส เวทนากฺขนฺธํ น ปริชานิตฺถาติ: อรหา รูปกฺขนฺธํ น ปริชานาติ โน จ เวทนากฺขนฺธํ น ปริชานิตฺถ อคฺคมคฺคสมงฺคิญฺจ อรหนฺตญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา รูปกฺขนฺธญฺจ น ปริชานนฺติ เวทนากฺขนฺธญฺจ น ปริชานิตฺถ ฯ โย วา ปน เวทนากฺขนฺธํ น ปริชานิตฺถ โส รูปกฺขนฺธํ น ปริชานาตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคี เวทนากฺขนฺธํ น ปริชานิตฺถ โน จ รูปกฺขนฺธํ น ปริชานาติ อคฺคมคฺคสมงฺคิญฺจ อรหนฺตญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา เวทนากฺขนฺธญฺจ น ปริชานิตฺถ รูปกฺขนฺธญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ
บุคคลใดย่อมกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นเคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์แล้ว หรือ? หามิได้. หรือว่า บุคคลใดเคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์แล้ว บุคคลนั้นย่อมกำหนดรู้รูปขันธ์. หามิได้. บุคคลใดย่อมไม่กำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นไม่เคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์แล้วหรือ? พระอรหันต์ย่อมไม่กำหนดรู้รูปขันธ์ แต่ไม่เคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์แล้วก็หาไม่ บุคคลที่เหลือนอกนั้น ยกเว้นบุคคลที่พร้อมเพรียงด้วยมรรคเบื้องสูง และพระอรหันต์เสียแล้ว ย่อมไม่กำหนดรู้รูปขันธ์ด้วย ไม่เคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์แล้วด้วย. หรือว่า บุคคลใดไม่เคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์แล้ว บุคคลนั้นย่อมไม่กำหนดรู้รูปขันธ์. บุคคลที่พร้อมเพรียงด้วยมรรคเบื้องสูง ไม่เคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์แล้ว แต่ย่อมไม่กำหนดรู้รูปขันธ์ก็หาไม่ บุคคลที่เหลือนอกนั้น ยกเว้นบุคคลที่พร้อมเพรียงด้วยมรรคเบื้องสูงและพระอรหันต์เสียแล้ว ไม่เคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์แล้วด้วย ย่อมไม่กำหนดรู้รูปขันธ์ด้วย.
โย รูปกฺขนฺธํ ปริชานาติ โส เวทนากฺขนฺธํ ปริชานิสฺสตีติ: โน ฯ โย วา ปน เวทนากฺขนฺธํ ปริชานิสฺสติ โส รูปกฺขนฺธํ ปริชานาตีติ: โน ฯ โย รูปกฺขนฺธํ น ปริชานาติ โส เวทนากฺขนฺธํ น ปริชานิสฺสตีติ: เย มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เต รูปกฺขนฺธํ น ปริชานนฺติ โน จ เวทนากฺขนฺธํ น ปริชานิสฺสนฺติ อรหา เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เต รูปกฺขนฺธญฺจ น ปริชานนฺติ เวทนากฺขนฺธญฺจ น ปริชานิสฺสนฺติ ฯ โย วา ปน เวทนากฺขนฺธํ น ปริชานิสฺสติ โส รูปกฺขนฺธํ น ปริชานาตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคี เวทนากฺขนฺธํ น ปริชานิสฺสติ โน จ รูปกฺขนฺธํ น ปริชานาติ อรหา เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เต เวทนากฺขนฺธญฺจ น ปริชานิสฺสนฺติ รูปกฺขนฺธญฺจ น ปริชานนฺติ ฯ
บุคคลใดย่อมไม่กำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นจักกำหนดรู้เวทนาขันธ์หรือ? หามิได้. หรือว่า บุคคลใดจักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นย่อมกำหนดรู้รูปขันธ์. หามิได้. บุคคลใดย่อมไม่กำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นจักไม่กำหนดรู้เวทนาขันธ์หรือ? บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งมรรค บุคคลเหล่านั้นย่อมไม่กำหนดรู้รูปขันธ์ แต่จักไม่กำหนดรู้เวทนาขันธ์ก็หาไม่ พระอรหันต์และปุถุชนเหล่าใด จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค พระอรหันต์และปุถุชนเหล่านั้น ย่อมไม่กำหนดรู้รูปขันธ์ด้วย จักไม่กำหนดรู้เวทนาขันธ์ด้วย. หรือว่า บุคคลใดจักไม่กำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นย่อมไม่กำหนดรู้รูปขันธ์. บุคคลที่พร้อมเพรียงด้วยมรรคเบื้องสูง จักไม่กำหนดรู้เวทนาขันธ์ แต่ย่อมไม่กำหนดรู้รูปขันธ์ก็หาไม่ พระอรหันต์และปุถุชนเหล่าใด จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค พระอรหันต์และปุถุชนเหล่านั้นจักไม่กำหนดรู้เวทนาขันธ์ด้วย ย่อมไม่กำหนดรู้รูปขันธ์ด้วย.
โย รูปกฺขนฺธํ ปริชานิตฺถ โส เวทนากฺขนฺธํ ปริชานิสฺสตีติ: โน ฯ โย วา ปน เวทนากฺขนฺธํ ปริชานิสฺสติ โส รูปกฺขนฺธํ ปริชานิตฺถาติ: โน ฯ โย รูปกฺขนฺธํ น ปริชานิตฺถ โส เวทนากฺขนฺธํ น ปริชานิสฺสตีติ: เย มคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เต รูปกฺขนฺธํ น ปริชานิตฺถ โน จ เวทนากฺขนฺธํ น ปริชานิสฺสนฺติ อคฺคมคฺคสมงฺคี เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เต รูปกฺขนฺธญฺจ น ปริชานิตฺถ เวทนากฺขนฺธญฺจ น ปริชานิสฺสนฺติ ฯ โย วา ปน เวทนากฺขนฺธํ น ปริชานิสฺสติ โส รูปกฺขนฺธํ น ปริชานิตฺถาติ: อรหา เวทนากฺขนฺธํ น ปริชานิสฺสติ โน จ รูปกฺขนฺธํ น ปริชานิตฺถ อคฺคมคฺคสมงฺคี เย จ ปุถุชฺชนา มคฺคํ น ปฏิลภิสฺสนฺติ เต เวทนากฺขนฺธญฺจ น ปริชานิสฺสนฺติ รูปกฺขนฺธญฺจ น ปริชานิตฺถ ฯ ปริญฺญาวารํ นิฏฺฐิตํ ฯ ขนฺธยมกํ นิฏฺฐิตํ ฯ --------
บุคคลใดเคยกำหนดรู้รูปขันธ์แล้ว บุคคลนั้นจักกำหนดรู้เวทนาขันธ์หรือ? หามิได้. หรือว่า บุคคลใดจักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นเคยกำหนดรู้รูปขันธ์แล้ว. หามิได้. บุคคลใดไม่เคยกำหนดรู้รูปขันธ์แล้ว บุคคลนั้นจักไม่กำหนดรู้เวทนาขันธ์หรือ. บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งมรรค บุคคลเหล่านั้นไม่เคยกำหนดรู้รูปขันธ์แล้ว แต่จักไม่กำหนดรู้เวทนาขันธ์ก็หาไม่ บุคคลที่พร้อมเพรียงด้วยมรรคเบื้องสูง และปุถุชนเหล่าใด จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค บุคคลที่พร้อมเพรียงด้วยมรรคเบื้องสูง และปุถุชนเหล่านั้น ไม่เคยกำหนดรู้รูปขันธ์แล้วด้วย จักไม่กำหนดรู้เวทนาขันธ์ด้วย. หรือว่า บุคคลใดจักไม่กำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นไม่เคยกำหนดรู้รูปขันธ์แล้ว. พระอรหันต์จักไม่กำหนดรู้เวทนาขันธ์ แต่ไม่เคยกำหนดรู้รูปขันธ์แล้วก็หาไม่ บุคคลที่พร้อมเพรียงด้วยมรรคเบื้องสูงและปุถุชนเหล่าใด จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค บุคคลที่พร้อมเพรียงด้วยมรรคเบื้องสูงและปุถุชนเหล่านั้น จักไม่กำหนดรู้เวทนาขันธ์ด้วย ไม่เคยกำหนดรู้รูปขันธ์แล้วด้วย. ปริญญาวาร จบ. ขันธยมก จบ.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๓. ปริญญาวาร ๒. อตีตวาร ๓. ปริญญาวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบัน
อนุ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้เวทนาขันธ์ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้เวทนาขันธ์ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ใช่ไหม วิ. ใช่ ๒. อตีตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีต
อนุ. บุคคลใดเคยกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นก็เคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์ ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดเคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็เคยกำหนดรู้รูปขันธ์ใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๑๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๓. ปริญญาวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุ. บุคคลใดไม่เคยกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นก็ไม่เคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดไม่เคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็ไม่เคยกำหนดรู้รูปขันธ์ใช่ไหม วิ. ใช่ ๓. อนาคตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอนาคต
อนุ. บุคคลใดจักกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นก็จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดจักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็จักกำหนดรู้รูปขันธ์ใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. บุคคลใดไม่ใช่จักกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักกำหนดรู้รูปขันธ์ใช่ไหม วิ. ใช่ ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอดีต
อนุ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นก็เคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์ ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๑๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๓. ปริญญาวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. บุคคลใดเคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นก็ไม่เคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์ ใช่ไหม วิ. อรหันตบุคคลไม่ใช่กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ แต่มิใช่ไม่เคยกำหนดรู้ เวทนาขันธ์ เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคลแล้วบุคคลที่เหลือไม่ใช่กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์และก็ไม่เคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์ ปฏิ. บุคคลใดไม่เคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ รูปขันธ์ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคไม่เคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์ แต่มิใช่ไม่กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันต-บุคคลแล้ว บุคคลที่เหลือไม่เคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์และก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอนาคต
อนุ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นก็จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. บุคคลใดจักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักได้มรรค บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ แต่มิใช่จักไม่กำหนดรู้เวทนาขันธ์ อรหันตบุคคลและบุคคลผู้เป็นปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้มรรค อรหันตบุคคลและบุคคลผู้เป็นปุถุชนเหล่านั้นไม่ใช่กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์และก็ไม่ใช่จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๑๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๓. ปริญญาวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ รูปขันธ์ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคไม่ใช่จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ แต่มิใช่ไม่กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ อรหันตบุคคลและบุคคลผู้เป็นปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้มรรค อรหันตบุคคลและบุคคลผู้เป็นปุถุชนเหล่านั้นไม่ใช่จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์และก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ ๖. อตีตานาคตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีตและที่เป็นอนาคต
อนุ. บุคคลใดเคยกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นก็จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. บุคคลใดจักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็เคยกำหนดรู้รูปขันธ์ใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. บุคคลใดไม่เคยกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นไม่ใช่จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักได้มรรค บุคคลเหล่านั้นไม่เคยกำหนดรู้รูปขันธ์ แต่มิใช่จักไม่กำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและบุคคลผู้เป็นปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้มรรค บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและบุคคลผู้เป็นปุถุชนเหล่านั้นไม่เคยกำหนดรู้รูปขันธ์และก็ไม่ใช่จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็ไม่เคยกำหนดรู้รูปขันธ์ใช่ไหม วิ. อรหันตบุคคลไม่ใช่จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ แต่มิใช่ไม่เคยกำหนดรู้ รูปขันธ์ บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและบุคคลผู้เป็นปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้มรรค บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและบุคคลผู้เป็นปุถุชนเหล่านั้นไม่ใช่จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์และก็ไม่เคยกำหนดรู้รูปขันธ์ ปริญญาวาร จบ ขันธยมก จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๑๔}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปริญญาวาระ
แม้ในปริญญาวาระ อันมีในลำดับต่อจากปวัตติมหาวาระนั้น มีประเภทแห่งกาล ๖ อย่างเท่านั้น มีนัย ๒ อย่างโดยอนุโลมและปฏิโลม แต่ในวาระทั้ง ๓ คือปุคคลวาระ โอกาสวาระ ปุคคโลกาสวาระ ย่อมได้บุคคลวาระเท่านั้น ไม่ได้วาระนอกนี้.
ถามว่า เพราะเหตุไร?
ตอบว่า เพราะมีคำวิสัชชนาอย่างเดียวกัน.
ก็ถ้าบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ย่อมรอบรู้รูปขันธ์ในที่ใดที่หนึ่งไซร์ ก็ย่อมรอบรู้แม้เวทนาขันธ์ ถ้าว่าย่อมรอบรู้เวทนาขันธ์ไซร์ ก็ย่อมรอบรู้แม้รูปขันธ์ถ้าว่าบุคคลใดไม่รอบรู้รูปขันธ์ไซร์ ก็ย่อมไม่รอบรู้แม้เวทนาขันธ์ ถ้าว่าไม่รอบรู้ซึ่งเวทนาขันธ์ ก็ย่อมไม่รอบรู้แม้รูปขันธ์เพราะฉะนั้น ในวาระแม้เหล่านั้น พึงทราบว่า ย่อมไม่ได้วาระ ๒ เหล่านั้น ในปริญญาวาระนี้ เพราะมีคำวิสัชชนาเหมือนกันว่า บุคคลพึงทำการถามด้วยอำนาจคำถามเป็นต้นว่า ยตฺถ รูปกฺขนฺธํ ปริชานาติ ตตฺถ เวทนากฺขนฺธํ ปริชานาติ ดังนี้แล้ว พึงกระทำการวิสัชชนาว่า อามนฺตา - ใช่ นั่นแหละ.
อีกอย่างหนึ่ง ปุคคลวาระ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงแล้วในปริญญาวาระนี้ว่า ชื่อว่าปริญญากิจ ย่อมมีแก่บุคคลเท่านั้นไม่มีแก่โอกาสะบุคคลเท่านั้นสามารถเพื่อการรอบรู้ ไม่ใช่โอกาสะ เพราะเหตุนั้น จึงไม่ทรงถือเอาโอกาสวาระ ก็เพราะพระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงถือเอาโอกาสวาระนั้นปุคคโลกาสวาระที่มีในลำดับแห่งโอกาสวาระนั้น แม้ได้อยู่ ก็ไม่ทรงถือเอา ก็บุคคลวาระนี้ใดทรงถือเอาแล้วในปัจจุบันกาลยมกะ ๑๐ อย่าง ด้วยการถือเอาอีกในอนุโลมโดยนัยที่กล่าวแล้วในหนหลังว่า ยมกที่มีรูปขันธ์เป็นมูล ๔ เวทนาขันธ์เป็นมูล ๓ สัญญาขันธ์เป็นมูล ๒ สังขารขันธ์เป็นมูล ๑ ในปฏิโลมนัยอีก ๑๐จึงรวมเป็นยมก ๒๐ แม้ในการที่เหลือก็อย่างเดียวกัน เพราะฉะนั้น พึงทราบการกำหนดพระบาลีในปริญญาวาระนี้ว่ายมก ๑๒๐ ปุจฉา ๒๔๐ อรรถ ๔๘๐ ย่อมมีในกาลทั้ง ๖ เพราะกระทำกาลหนึ่งๆ ให้เป็น ๒๐.
ก็ในการวินิจฉัยเนื้อความในปริญญาวาระนี้ อัทธา ๓ คืออดีต อนาคต ปัจจุบัน ย่อมไม่ได้ด้วยอำนาจจุติและปฏิสนธิเหมือนกันกับปวัตติวาระ แต่ย่อมได้ด้วยอำนาจขณะแห่งจิตในปวัตติเท่านั้น เพราะเหตุนั้น ในปริญญาวาระนี้ ท่านจึงกระทำการวิสัชชนาว่า ใช่ในคำถามทั้งหลาย เป็นต้นว่า บุคคลใดกำลังรอบรู้ซึ่งรูปขันธ์ บุคคลนั้นกำลังรอบรู้ซึ่งเวทนาขันธ์หรือ บุคคลรู้อยู่ซึ่งขันธ์ใดขันธ์หนึ่งในขันธ์ ๕เพราะยังปริญญากิจให้สำเร็จด้วยกิจอันมีนิพพานเป็นอารมณ์ในโลกุตรมรรค ย่อมกล่าวได้ว่า ย่อมรอบรู้แม้ขันธ์นอกนี้.
คำว่า ปริชานาติ = ย่อมรอบรู้ ในปริญญาวาระนี้ พึงทราบว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ใช่ เพราะทรงหมายเอาความพร้อมเพรียงแห่งมรรคอันเลิศ (อรหัตมรรค)อันถือซึ่งที่สุดแห่งปริญญากิจ ในปัญหาทั้งหลายในอนุโลมนัย แต่ว่าในปฏิโลมนัย คำว่า น ปริชานาติ = ไม่ใช่กำลังรอบรู้ในปัญหาทั้งหลายพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ใช่ เพราะทรงหมายเอาบุคคลทั้งหลายมีปุถุชนเป็นต้น.
ส่วนในคำนี้ว่า ปริชานิตฺถ = เคยรอบรู้ ในอดีตกาล ได้แก่ บุคคลแม้ดำรงอยู่ในผลอันเลิศในลำดับแห่งมรรค ชื่อว่ารอบรู้แล้วนั่นเทียว เพราะสำเร็จปริญญากิจแล้วพระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมตรัสถามซึ่งความพร้อมเพรียงแห่งมรรคอันเลิศด้วยปัญหาว่า บุคคลใดกำลังรอบรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นเคยรอบรู้ซึ่งเวทนาขันธ์หรือก็เพราะบุคคลนี้ชื่อว่ารู้อยู่ (คือกำลังรู้) ซึ่งขันธ์ ๕ เท่านั้น (ยังไม่เคยรอบรู้) เพราะปริญญากิจที่ตนยังไม่สำเร็จแล้วก่อนเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงกระทำการปฏิเสธว่า โน = ไม่ใช่ (หามิได้).
ส่วนปัญหาที่ ๒ พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมตรัสถามซึ่งพระอรหัตต์ว่า ปริชานิตฺถ = รอบรู้แล้วหรือ ก็เพราะปริญญากิจที่ท่านกระทำสำเร็จแล้วไม่มีอยู่เหตุนั้นชื่อว่ากิจที่ควรกำหนดรู้จึงไม่มีแก่พระอรหัตต์นั้น ฉะนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงกระทำการปฏิเสธว่า โน = ไม่ใช่ ในการวิสัชนาแห่งปฏิโลมนัยในทุติยปัญหานี้ว่า อรหา รูปกฺขนฺธํ น ปริชานาติ = พระอรหันต์ไม่ใช่กำลังรอบรู้ซึ่งรูปขันธ์ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้ว เพราะความไม่มีเพื่อการรอบรู้ของพระอรหันต์ หลายบทว่า บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคอันเลิศ (อรหัตตมรรค) ไม่รอบรู้แล้วซึ่งเวทนาขันธ์พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้ว เพราะบุคคลผู้ดำรงอยู่ในอรหัตตมรรค ยังไม่สำเร็จปริญญากิจ อรหัตตมรรคบุคคลนั้นย่อม (ยัง) ไม่เคยรู้ซึ่งเวทนาขันธ์อย่างเดียวเท่านั้นก็หามิได้ แม้ธรรมอย่างหนึ่งก็ไม่เคยรอบรู้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสคำนี้ไว้ด้วยอำนาจคำถาม แม้คำนี้ว่า โน จ รูปกฺขนฺธํ พระองค์ก็ตรัสแล้วด้วยอำนาจคำถามนั่นแหละ ก็อรหัตตมรรคบุคคลนั้นย่อมไม่รอบรู้ซึ่งขันธ์แม้อื่น.
ปัญหาว่า บุคคลใดกำลังรอบรู้ซึ่งรูปขันธ์ บุคคลนั้นก็จักรอบรู้ซึ่งเวทนาขันธ์หรือ อธิบายว่า เพราะบุคคลผู้ดำรงอยู่ในมรรค เป็นผู้มีขณะจิตเดียว (คือมรรคจิตเกิดขณะเดียว) ฉะนั้น บุคคลนั้นย่อมไม่ถึงซึ่งความนับว่า จักรอบรู้ เพราะเหตุนั้น พระองค์จึงตรัสว่า โน = ไม่ใช่.
หลายบทว่า เต รูปกฺขนฺธญฺจ น ปริชานิตฺถ = บุคคลเหล่านั้นไม่เคยรอบรู้ซึ่งรูปขันธ์ด้วย พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วด้วยคำถามที่เสมอกัน อธิบายในปัญหานี้ว่า บุคคลทั้งหลายไม่รู้แล้ว (คือยังไม่รู้) บัณฑิตพึงทราบการวินิจฉัยเนื้อความในที่ทั้งปวงโดยอุบายนี้.
ปริญญาวาระ จบ. ขันธยมกะ จบ. -----------------------------------------------------