อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๒๘๘

นิทเทสวาร

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๘๘–๒๙๕8 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

นิทฺเทสวาโร

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๘ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ นิทเทสวาร ปทโสธนวาร

ข้อ ๒๘๘

จกฺขุ จกฺขายตนนฺติ: ทิพฺพจกฺขุ ปญฺญาจกฺขุ จกฺขุ น จกฺขายตนํ จกฺขายตนํ จกฺขุ เจว จกฺขายตนญฺจ ฯ จกฺขายตนํ จกฺขูติ: อามนฺตา ฯ โสตํ โสตายตนนฺติ: ทิพฺพโสตํ ตณฺหาโสตํ โสตํ น โสตายตนํ โสตายตนํ โสตญฺเจว โสตายตนญฺจ ฯ โสตายตนํ โสตนฺติ: อามนฺตา ฯ ฆานํ ฆานายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ ฆานายตนํ ฆานนฺติ: อามนฺตา ฯ ชิวฺหา ชิวฺหายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ ชิวฺหายตนํ ชิวฺหาติ: อามนฺตา ฯ กาโย กายายตนนฺติ: กายายตนํ ฐเปตฺวา อวเสโส กาโย กาโย น กายายตนํ กายายตนํ กาโย เจว กายายตนญฺจ ฯ กายายตนํ กาโยติ: อามนฺตา ฯ รูปํ รูปายตนนฺติ: รูปายตนํ ฐเปตฺวา อวเสสํ รูปํ รูปํ น รูปายตนํ รูปายตนํ รูปญฺเจว รูปายตนญฺจ ฯ รูปายตนํ รูปนฺติ: อามนฺตา ฯ สทฺโท สทฺทายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ สทฺทายตนํ สทฺโทติ: อามนฺตา ฯ คนฺโธ คนฺธายตนนฺติ: สีลคนฺโธ สมาธิคนฺโธ ปญฺญาคนฺโธ คนฺโธ น คนฺธายตนํ คนฺธายตนํ คนฺโธ เจว คนฺธายตนญฺจ ฯ คนฺธายตนํ คนฺโธติ: อามนฺตา ฯ รโส รสายตนนฺติ: อตฺถรโส ธมฺมรโส วิมุตฺติรโส รโส น รสายตนํ รสายตนํ รโส เจว รสายตนญฺจ ฯ รสายตนํ รโสติ: อามนฺตา ฯ โผฏฺฐพฺโพ โผฏฺฐพฺพายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ โผฏฺฐพฺโพติ: อามนฺตา ฯ มโน มนายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ มนายตนํ มโนติ: อามนฺตา ฯ ธมฺโม ธมฺมายตนนฺติ: ธมฺมายตนํ ฐเปตฺวา อวเสโส ธมฺโม ธมฺโม น ธมฺมายตนํ ธมฺมายตนํ ธมฺโม เจว ธมฺมายตนญฺจ ฯ ธมฺมายตนํ ธมฺโมติ: อามนฺตา ฯ

จักขุคือจักขายตนะหรือ? ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ เรียกว่าจักขุ แต่ไม่ใช่จักขายตนะ จักขายตนะเป็นจักขุด้วยเป็นจักขายตนะด้วย. จักขายตนะคือจักขุหรือ? ถูกแล้ว. โสตะคือโสตายตนะหรือ? ทิพพโสตะ ตัณหาโสตะ เรียกว่าโสตะ แต่ไม่ใช่โสตายตนะ โสตายตนะเป็นโสตะด้วย เป็นโสตายตนะด้วย. โสตายตนะคือโสตะหรือ? ถูกแล้ว. ฆานะคือฆานายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ฆานายตนะคือฆานะหรือ? ถูกแล้ว. ชิวหาคือชิวหายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ชิวหายตนะคือชิวหาหรือ? ถูกแล้ว. กายคือกายายตนะหรือ? ยกเว้นกายายตนะเสียแล้ว กายที่เหลือนอกนั้น เรียกว่ากาย แต่ไม่ใช่กายายตนะกายายตนะเป็นกายด้วย เป็นกายายตนะด้วย. กายายตนะคือกายหรือ? ถูกแล้ว. รูปคือรูปายตนะหรือ? ยกเว้นรูปายตนะเสียแล้ว รูปที่เหลือนอกนั้น เรียกว่ารูป แต่ไม่ใช่รูปายตนะ รูปายตนะเป็นรูปด้วย เป็นรูปายตนะด้วย. รูปายตนะคือรูปหรือ? ถูกแล้ว. สัททะคือสัททายตนะหรือ? ถูกแล้ว. สัททายตนะคือสัททะหรือ? ถูกแล้ว. คันธะคือคันธายตนะหรือ? สีลคันธะ (กลิ่นศีล) สมาธิคันธะ (กลิ่นสมาธิ) ปัญญาคันธะ (กลิ่นปัญญา) เรียกว่าคันธะ แต่ไม่ใช่คันธายตนะ คันธายตนะ เป็นคันธะด้วย เป็นคันธายตนะด้วย. คันธายตนะคือคันธะหรือ? ถูกแล้ว. รสะคือรสายตนะหรือ? อรรถรส ธรรมรส วิมุติรส เรียกว่ารสะ แต่ไม่ใช่รสายตนะ รสายตนะเป็นรสะด้วยเป็นรสายตนะด้วย. รสายตนะคือรสะหรือ? ถูกแล้ว. โผฏฐัพพะคือโผฏฐัพพายตนะหรือ? ถูกแล้ว. โผฏฐัพพายตนะคือโผฏฐัพพะหรือ? ถูกแล้ว. มโนคือมนายตนะหรือ? ถูกแล้ว. มนายตนะคือมโนหรือ? ถูกแล้ว. ธัมมะคือธัมมายตนะหรือ? ยกเว้นธัมมายตนะเสียแล้ว ธรรมที่เหลือนอกนั้น เรียกว่าธัมมะ แต่ไม่ใช่ธัมมายตนะธัมมายตนะ เป็นธัมมะด้วย เป็นธัมมายตนะด้วย. ธัมมายตนะคือธัมมะหรือ? ถูกแล้ว.

ข้อ ๒๘๙

น จกฺขุ น จกฺขายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ น จกฺขายตนํ น จกฺขูติ: ทิพฺพจกฺขุ ปญฺญาจกฺขุ น จกฺขายตนํ จกฺขุ จกฺขุญฺจ จกฺขายตนญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา น เจว จกฺขุ น จ จกฺขายตนํ ฯ น โสตํ น โสตายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ น โสตายตนํ น โสตนฺติ: ทิพฺพโสตํ ตณฺหาโสตํ น โสตายตนํ โสตํ โสตญฺจ โสตายตนญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา น เจว โสตํ น จ โสตายตนํ ฯ น ฆานํ น ฆานายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ น ฆานายตนํ น ฆานนฺติ: อามนฺตา ฯ น ชิวฺหา น ชิวฺหายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ น ชิวฺหายตนํ น ชิวฺหาติ: อามนฺตา ฯ น กาโย น กายายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ น กายายตนํ น กาโยติ: กายายตนํ ฐเปตฺวา อวเสโส กาโย น กายายตนํ กาโย กายญฺจ กายายตนญฺจ ฐเปตฺวา อวเสโส น เจว กาโย น จ กายายตนํ ฯ น รูปํ น รูปายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ น รูปายตนํ น รูปนฺติ: รูปายตนํ ฐเปตฺวา อวเสสํ รูปํ น รูปายตนํ รูปํ รูปญฺจ รูปายตนญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสํ น เจว รูปํ น จ รูปายตนํ ฯ {๒๘๙.๑} น สทฺโท น สทฺทายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ น สทฺทายตนํ น สทฺโทติ: อามนฺตา ฯ น คนฺโธ น คนฺธายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ น คนฺธายตนํ น คนฺโธติ: สีลคนฺโธ สมาธิคนฺโธ ปญฺญาคนฺโธ น คนฺธายตนํ คนฺโธ คนฺธญฺจ คนฺธายตนญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา น เจว คนฺโธ น จ คนฺธายตนํ ฯ น รโส น รสายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ น รสายตนํ น รโสติ: อตฺถรโส ธมฺมรโส วิมุตฺติรโส น รสายตนํ รโส รสญฺจ รสายตนญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา น เจว รโส น จ รสายตนํ ฯ น โผฏฺฐพฺโพ น โผฏฺฐพฺพายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ น โผฏฺฐพฺพายตนํ น โผฏฺฐพฺโพติ: อามนฺตา ฯ น มโน น มนายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ น มนายตนํ น มโนติ: อามนฺตา ฯ น ธมฺโม น ธมฺมายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ น ธมฺมายตนํ น ธมฺโมติ: ธมฺมายตนํ ฐเปตฺวา อวเสโส ธมฺโม น ธมฺมายตนํ ธมฺโม ธมฺมญฺจ ธมฺมายตนญฺจ ฐเปตฺวา อวเสโส น เจว ธมฺโม น จ ธมฺมายตนํ ฯ ---------

ไม่ใช่จักขุ ไม่ใช่จักขายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่จักขายตนะ ไม่ใช่จักขุหรือ? ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ ไม่ใช่จักขายตนะ เป็นแต่จักขุ ยกเว้นจักขุ และจักขายตนะเสียแล้ว จักขุที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่จักขุและ ไม่ใช่จักขายตนะ. ไม่ใช่โสตะ ไม่ใช่โสตายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่โสตายตนะ ไม่ใช่โสตะหรือ? ทิพพโสตะ ตัณหาโสตะ ไม่ใช่โสตายตนะ เป็นแต่โสตะ ยกเว้นโสตะและโสตายตนะเสียแล้ว โสตะที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่โสตะ และไม่ใช่โสตายตนะ. ไม่ใช่ฆานะ ไม่ใช่ฆานายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่ฆานายตนะ ไม่ใช่ฆานะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่ชิวหา ไม่ใช่ชิวหายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่ชิวหายตนะ ไม่ใช่ชิวหาหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่กาย ไม่ใช่กายายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่กายายตนะ ไม่ใช่กายหรือ? ยกเว้นกายายตนะเสียแล้ว กายที่เหลือไม่ใช่กายายตนะ เป็นแต่กาย ยกเว้นกายและกายายตนะเสียแล้ว กายที่เหลือไม่ใช่กาย และไม่ใช่กายายตนะ. ไม่ใช่รูป ไม่ใช่รูปายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่รูปายตนะ ไม่ใช่รูปหรือ? ยกเว้นรูปายตนะเสียแล้ว รูปที่เหลือไม่ใช่รูปายตนะ เป็นแต่รูป ยกเว้นรูปและรูปายตนะเสียแล้ว รูปที่เหลือไม่ใช่รูป และไม่ใช่รูปายตนะ. ไม่ใช่สัททะ ไม่ใช่สัททายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่สัททายตนะ ไม่ใช่สัททะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่คันธะ ไม่ใช่คันธายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่คันธายตนะ ไม่ใช่คันธะหรือ? สีลคันธะ สมาธิคันธะ ปัญญาคันธะ ไม่ใช่คันธายตนะ เป็นแต่คันธะ ยกเว้นคันธะและคันธายตนะเสียแล้ว ธรรมที่เหลือไม่ใช่คันธะ และไม่ใช่คันธายตนะ. ไม่ใช่รสะ ไม่ใช่รสายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่รสายตนะ ไม่ใช่รสะหรือ? อรรถรส ธรรมรส วิมุตติรส ไม่ใช่รสายตนะ เป็นแต่รสะ ยกเว้นรสะ และรสายตนะเสียแล้ว ธรรมที่เหลือไม่ใช่รสะ และไม่ใช่รสายตนะ. ไม่ใช่โผฏฐัพพะ ไม่ใช่โผฏฐัพพายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่โผฏฐัพพายตนะ ไม่ใช่โผฏฐัพพะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่มโน ไม่ใช่มนายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่มนายตนะ ไม่ใช่มโนหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่ธัมมะ ไม่ใช่ธัมมายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่ธัมมายตนะ ไม่ใช่ธัมมะหรือ? ยกเว้นธัมมายตนะเสียแล้ว ธรรมที่เหลือไม่ใช่ธัมมายตนะ เป็นแต่ธัมมะ ยกเว้นธัมมะและธัมมายตนะเสียแล้ว ธรรมที่เหลือไม่ใช่ธัมมะ และไม่ใช่ธัมมายตนะ. ปทโสธนมูลจักกวาร

ข้อ ๒๙๐

จกฺขุ จกฺขายตนนฺติ: ทิพฺพจกฺขุ ปญฺญาจกฺขุ จกฺขุ น จกฺขายตนํ จกฺขายตนํ จกฺขุ เจว จกฺขายตนญฺจ ฯ อายตนา โสตายตนนฺติ: โสตายตนํ อายตนญฺเจว โสตายตนญฺจ อวเสสา อายตนา อายตนา น โสตายตนํ ฯ จกฺขุ จกฺขายตนนฺติ: ทิพฺพจกฺขุ ปญฺญาจกฺขุ จกฺขุ น จกฺขายตนํ จกฺขายตนํ จกฺขุ เจว จกฺขายตนญฺจ ฯ อายตนา ฆานายตนนฺติ: ฯเปฯ อายตนา ธมฺมายตนนฺติ: ธมฺมายตนํ อายตนญฺเจว ธมฺมายตนญฺจ อวเสสา อายตนา อายตนา น ธมฺมายตนํ ฯ โสตํ ฯเปฯ ฆานํ ฯเปฯ ธมฺโม ธมฺมายตนนฺติ: ธมฺมายตนํ ฐเปตฺวา อวเสโส ธมฺโม ธมฺโม น ธมฺมายตนํ ธมฺมายตนํ ธมฺโม เจว ธมฺมายตนญฺจ ฯ อายตนา จกฺขายตนนฺติ จกฺขายตนํ อายตนญฺเจว จกฺขายตนญฺจ อวเสสา อายตนา อายตนา น จกฺขายตนํ ฯ ธมฺโม ธมฺมายตนนฺติ: ธมฺมายตนํ ฐเปตฺวา อวเสโส ธมฺโม น ธมฺมายตนํ ธมฺมายตนํ ธมฺโม เจว ธมฺมายตนญฺจ ฯ อายตนา โสตายตนนฺติ: ฯเปฯ อายตนา มนายตนนฺติ: มนายตนํ อายตนญฺเจว มนายตนญฺจ อวเสสา อายตนา อายตนา น มนายตนํ ฯ (เอเกกปทมูลกํ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ อสมฺโมหนฺเตน) ฯ

จักขุคือจักขายตนะหรือ? ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ เรียกว่าจักขุ แต่ไม่ใช่จักขายตนะ จักขายตนะ เป็นจักขุด้วยเป็นจักขายตนะด้วย. อายตนะคือโสตายตนะหรือ? โสตายตนะ เป็นอายตนะด้วย เป็นโสตายตนะด้วย อายตนะที่เหลือนอกนั้น เรียกว่าอายตนะ แต่ไม่ใช่โสตายตนะ. จักขุคือจักขายตนะหรือ? ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ เรียกว่าจักขุ แต่ไม่ใช่จักขายตนะ จักขายตนะ เป็นจักขุด้วยเป็นจักขายตนะด้วย. อายตนะคือฆานายตนะหรือ? อายตนะคือธัมมายตนะหรือ? ธัมมายตนะ เป็นอายตนะด้วย เป็นธัมมายตนะด้วย อายตนะที่เหลือนอกนั้น เรียกว่าอายตนะ แต่ไม่ใช่ธัมมายตนะ. โสตะ ฯลฯ ฆานะ ฯลฯ. ธัมมะคือธัมมายตนะหรือ? ยกเว้นธัมมายตนะเสียแล้ว ธรรมที่เหลือนอกนั้น เรียกว่าธัมมะ แต่ไม่ใช่ธัมมายตนะธัมมายตนะ เป็นธัมมะด้วย เป็นธัมมายตนะด้วย. อายตนะคือจักขายตนะหรือ? จักขายตนะ เป็นอายตนะด้วย เป็นจักขายตนะด้วย อายตนะที่เหลือนอกนั้น เรียกว่าอายตนะ แต่ไม่ใช่จักขายตนะ ธัมมะคือธัมมายตนะหรือ? ยกเว้นธัมมายตนะเสียแล้ว ธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่ธัมมายตนะ ธัมมายตนะ เป็นธัมมะด้วย เป็นธัมมายตนะด้วย. อายตนะคือโสตายตนะหรือ ฯลฯ? อายตนะคือมนายตนะหรือ? มนายตนะเป็นอายตนะด้วย เป็นมนายตนะด้วย อายตนะที่เหลือนอกนั้น เรียกว่าอายตนะ แต่ไม่ใช่มนายตนะ (ผู้มีปัญญาพึงผูกจักรนัยมีบทหนึ่งๆ เป็นมูล).

ข้อ ๒๙๑

น จกฺขุ น จกฺขายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ นายตนา น โสตายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ น จกฺขุ น จกฺขายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ นายตนา น ฆานายตนนฺติ: อามนฺตา ฯเปฯ นายตนา น ธมฺมายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ น โสตํ น โสตายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ นายตนา น จกฺขายตนํ ฯเปฯ นายตนา น ธมฺมายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ น ฆานํ น ฆานายตนํ ฯเปฯ น ธมฺโม น ธมฺมายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ นายตนา น จกฺขายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ น ธมฺโม น ธมฺมายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ นายตนา น โสตายตนํ ฯเปฯ นายตนา น มนายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ (จกฺกํ พนฺธนฺเตน สพฺพตฺถ อามนฺตาติ กาตพฺพํ) ฯ ---------

ไม่ใช่จักขุ ไม่ใช่จักขายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่อายตนะ ไม่ใช่โสตายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่จักขุ ไม่ใช่จักขายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่อายตนะ ไม่ใช่ฆานายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่อายตนะ ไม่ใช่ธัมมายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่โสตะ ไม่ใช่โสตายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่อายตนะ ไม่ใช่จักขายตนะหรือ? ไม่ใช่อายตนะ ไม่ใช่ธัมมายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่ฆานะ ไม่ใช่ฆานายตนะหรือ? ไม่ใช่ธัมมะ ไม่ใช่ธัมมายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่อายตนะ ไม่ใช่จักขายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่ธัมมะ ไม่ใช่ธัมมายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่อายตนะ ไม่ใช่โสตายตนะหรือ? ไม่ใช่อายตนะ ไม่ใช่มนายตนะหรือ? ถูกแล้ว (เมื่อผูกจักรนัย พึงเติมคำว่า อามันตา (ถูกแล้ว) ทุกบท). สุทธายตนวาร

ข้อ ๒๙๒

จกฺขุ อายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ อายตนา จกฺขายตนนฺติ: จกฺขายตนํ อายตนญฺเจว จกฺขายตนญฺจ อวเสสา อายตนา อายตนา น จกฺขายตนํ ฯ โสตํ อายตนนฺติ: อามนฺตา ฯเปฯ ฆานํ .. ชิวฺหา .. กาโย .. รูปํ .. สทฺโท .. คนฺโธ .. รโส .. โผฏฺฐพฺโพ .. มโน .. ฯ ธมฺโม อายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ อายตนา ธมฺมายตนนฺติ: ธมฺมายตนํ อายตนญฺเจว ธมฺมายตนญฺจ อวเสสา อายตนา อายตนา น ธมฺมายตนํ ฯ

จักขุ คืออายตนะหรือ? อายตนะคือจักขายตนะหรือ? จักขายตนะ เป็นอายตนะด้วย เป็นจักขายตนะด้วย อายตนะที่เหลือนอกนั้น เรียกว่าอายตนะ แต่ไม่ใช่จักขายตนะ. โสตะ คืออายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ฯลฯ ฆานะ ... ชิวหา ... กาย ... รูป ... เสียง ... กลิ่น ... รส ... โผฏฐัพพะ ... มนะ ... ธัมมะ คืออายตนะหรือ? ถูกแล้ว. อายตนะ คือธัมมายตนะหรือ? ธัมมายตนะ เป็นอายตนะด้วย เป็นธัมมายตนะด้วย อายตนะที่เหลือ นอกนั้น เรียกว่าอายตนะ แต่ไม่ใช่ธัมมายตนะ.

ข้อ ๒๙๓

น จกฺขุ นายตนนฺติ: จกฺขุํ ฐเปตฺวา อวเสสา อายตนา น จกฺขุ อายตนา จกฺขุญฺจ อายตนญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา น เจว จกฺขุ น จ อายตนา ฯ นายตนา น จกฺขายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ น โสตํ นายตนนฺติ: โสตํ ฐเปตฺวา ฯเปฯ ฆานํ ฐเปตฺวา ชิวฺหํ ฐเปตฺวา ฯเปฯ น จ อายตนา ฯ น กาโย นายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ นายตนา น กายายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ น รูปํ นายตนนฺติ: รูปํ ฐเปตฺวา ฯเปฯ สทฺทํ ฐเปตฺวา คนฺธํ ฐเปตฺวา รสํ ฐเปตฺวา โผฏฺฐพฺพํ ฐเปตฺวา ฯเปฯ น จ อายตนา ฯ น มโน นายตนนฺติ: มนํ ฐเปตฺวา อวเสสา อายตนา น มโน อายตนา มนญฺจ อายตนญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา น เจว มโน น จ อายตนา ฯ นายตนา น มนายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ น ธมฺโม นายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ นายตนา น ธมฺมายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ ---------

ไม่ใช่จักขุ ไม่ใช่อายตนะหรือ? ยกเว้นจักขุเสียแล้ว อายตนะที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่จักขุ เป็นแต่อายตนะ ยกเว้นจักขุและอายตนะเสียแล้ว ธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่จักขุ และไม่ใช่อายตนะ. ไม่ใช่อายตนะ ไม่ใช่จักขายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่โสตะ ไม่ใช่อายตนะหรือ? ยกเว้นโสตะเสียแล้ว ฯลฯ ยกเว้นฆานะเสียแล้ว ยกเว้นชิวหาเสียแล้ว ฯลฯ และไม่ใช่อายตนะ. ไม่ใช่กาย ไม่ใช่อายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่อายตนะ ไม่ใช่กายายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่รูป ไม่ใช่อายตนะหรือ? ยกเว้นรูปเสียแล้ว ฯลฯ ยกเว้นเสียงเสียแล้ว ยกเว้นกลิ่นเสียแล้ว ยกเว้นรสเสียแล้วยกเว้นโผฏฐัพพะเสียแล้ว ฯลฯ และไม่ใช่อายตนะ. ไม่ใช่มนะ ไม่ใช่อายตนะหรือ? ยกเว้นมนะเสียแล้ว อายตนะที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่มนะ เป็นแต่อายตนะ ยกเว้นมนะและอายตนะเสียแล้ว ธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่มนะ และไม่ใช่อายตนะ. ไม่ใช่อายตนะ ไม่ใช่มนายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่ธัมมะ ไม่ใช่อายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่อายตนะ ไม่ใช่ธัมมายตนะหรือ? ถูกแล้ว. สุทธายตนมูลจักกวาร

ข้อ ๒๙๔

จกฺขุ อายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ อายตนา โสตายตนนฺติ: โสตายตนํ อายตนญฺเจว โสตายตนญฺจ อวเสสา อายตนา อายตนา น โสตายตนํ ฯ จกฺขุ อายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ อายตนา ฆานายตนํ ฯเปฯ อายตนา ธมฺมายตนนฺติ: ธมฺมายตนํ อายตนญฺเจว ธมฺมายตนญฺจ อวเสสา อายตนา อายตนา น ธมฺมายตนํ ฯ โสตํ อายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ อายตนา จกฺขายตนนฺติ: ฯเปฯ น จกฺขายตนํ ฯเปฯ อายตนา ธมฺมายตนนฺติ: ฯเปฯ น ธมฺมายตนํ ฆานํ ชิวฺหา ฯเปฯ ธมฺโม อายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ อายตนา จกฺขายตนํ ฯเปฯ อายตนา มนายตนนฺติ: มนายตนํ อายตนญฺเจว มนายตนญฺจ อวเสสา อายตนา อายตนา น มนายตนํ ฯ (จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ) ฯ

จักขุ คืออายตนะหรือ? ถูกแล้ว. อายตนะคือโสตายตนะหรือ? โสตายตนะเป็นอายตนะด้วย เป็นโสตายตนะด้วย อายตนะที่เหลือนอกนั้น เรียกว่าอายตนะ แต่ไม่ใช่โสตายตนะ. จักขุ คืออายตนะหรือ? ถูกแล้ว. อายตนะ คือฆานายตนะหรือ? อายตนะ คือธัมมายตนะหรือ? ธัมมายตนะเป็นอายตนะด้วย เป็นธัมมายตนะด้วย อายตนะที่เหลือนอกนั้น เรียกว่าอายตนะ แต่ไม่ใช่ธัมมายตนะ. โสตะ คืออายตนะหรือ? ถูกแล้ว. อายตนะ คือจักขายตนะหรือ ฯลฯ ไม่ใช่จักขายตนะ. อายตนะคือธัมมายตนะหรือ ฯลฯ ไม่ใช่ธัมมายตนะ. ฆานะ ชิวหา ฯลฯ. ธัมมะคืออายตนะหรือ? ถูกแล้ว. อายตนะคือจักขายตนะหรือ? อายตนะคือมนายตนะหรือ? มนายตนะเป็นอายตนะด้วย เป็นมนายตนะด้วย อายตนะที่เหลือนอกนั้น เรียกว่าอายตนะแต่ไม่ใช่มนายตนะ (พึงผูกจักรนัย).

ข้อ ๒๙๕

น จกฺขุ นายตนนฺติ: จกฺขุํ ฐเปตฺวา อวเสสา อายตนา น จกฺขุ อายตนา จกฺขุญฺจ อายตนญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา น เจว จกฺขุ น จ อายตนา ฯ นายตนา น โสตายตนนฺติ: อามนฺตา ฯเปฯ น จกฺขุ นายตนนฺติ: จกฺขุํ ฐเปตฺวา อวเสสา อายตนา น จกฺขุ อายตนา จกฺขุญฺจ อายตนญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา น เจว จกฺขุ น จ อายตนา ฯ นายตนา น ฆานายตนํ ฯเปฯ นายตนา น ธมฺมายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ น โสตํ นายตนนฺติ: โสตํ ฐเปตฺวา ฯเปฯ ฆานํ ฐเปตฺวา ชิวฺหํ ฐเปตฺวา ฯเปฯ น จ อายตนา ฯ น กาโย นายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ นายตนา น จกฺขายตนนฺติ: อามนฺตา ฯเปฯ นายตนา น ธมฺมายตนนฺติ: อามนฺตา ฯเปฯ น ธมฺโม นายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ นายตนา น จกฺขายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ น ธมฺโม นายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ นายตนา น โสตายตนนฺติ: อามนฺตา ฯเปฯ นายตนา น มนายตนนฺติ: อามนฺตา ฯ (จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ) ฯ ปณฺณตฺติวาโร ฯ --------

ไม่ใช่จักขุ ไม่ใช่อายตนะหรือ? ยกเว้นจักขุเสียแล้ว อายตนะที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่จักขุ เป็นแต่อายตนะ ยกเว้นจักขุและอายตนะเสียแล้ว ธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่จักขุ และไม่ใช่อายตนะ. ไม่ใช่อายตนะ ไม่ใช่โสตายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่จักขุ ไม่ใช่อายตนะหรือ? ยกเว้นจักขุเสียแล้ว อายตนะที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่จักขุ เป็นแต่อายตนะ ยกเว้นจักขุและอายตนะเสียแล้ว ธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่จักขุ และไม่ใช่อายตนะ. ไม่ใช่อายตนะ ไม่ใช่ฆานายตนะหรือ? ไม่ใช่อายตนะ ไม่ใช่ธัมมายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่โสตะ ไม่ใช่อายตนะหรือ? ยกเว้นโสตะเสียแล้ว ฯลฯ ยกเว้นฆานะเสียแล้ว ยกเว้นชิวหาเสียแล้ว ฯลฯ และไม่ใช่อายตนะ. ไม่ใช่กาย ไม่ใช่อายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่อายตนะ ไม่ใช่จักขายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่อายตนะ ไม่ใช่ธัมมายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่ธัมมะ ไม่ใช่อายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่อายตนะ ไม่ใช่จักขายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่ธัมมะ ไม่ใช่อายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่อายตนะ ไม่ใช่โสตายตนะหรือ? ถูกแล้ว. ไม่ใช่อายตนะ ไม่ใช่มนายตนะหรือ? ถูกแล้ว. (พึงผูกจักรนัย). ปัณณัตติวาร จบ.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๑. ปทโสธนวาร ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๑. ปทโสธนวาร อนุโลม จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๐

อนุ. จักขุ เป็นจักขายตนะใช่ไหม วิ. ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ เป็นจักขุ แต่ไม่เป็นจักขายตนะ จักขายตนะ เป็นจักขุก็ใช่ เป็นจักขายตนะก็ใช่ ปฏิ. จักขายตนะ เป็นจักขุใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. โสตะ เป็นโสตายตนะใช่ไหม วิ. ทิพพโสตะ ตัณหาโสตะ เป็นโสตะ แต่ไม่เป็นโสตายตนะ โสตายตนะเป็นโสตะก็ใช่ เป็นโสตายตนะก็ใช่ ปฏิ. โสตายตนะ เป็นโสตะใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานะ เป็นฆานายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ฆานายตนะ เป็นฆานะใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ชิวหา เป็นชิวหายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชิวหายตนะ เป็นชิวหาใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๒๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๑. ปทโสธนวาร อนุ. กาย เป็นกายายตนะใช่ไหม วิ. เว้นกายายตนะแล้ว กายที่เหลือเป็นกาย แต่ไม่เป็นกายายตนะ กายา-ยตนะ เป็นกายก็ใช่ เป็นกายายตนะก็ใช่ ปฏิ. กายายตนะ เป็นกายใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. รูป เป็นรูปายตนะใช่ไหม วิ. เว้นรูปายตนะแล้ว รูปที่เหลือเป็นรูป แต่ไม่เป็นรูปายตนะ รูปายตนะเป็นรูปก็ใช่ เป็นรูปายตนะก็ใช่ ปฏิ. รูปายตนะ เป็นรูปใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สัททะ เป็นสัททายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สัททายตนะ เป็นสัททะใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. คันธะ เป็นคันธายตนะใช่ไหม วิ. สีลคันธะ(กลิ่นคือศีล) สมาธิคันธะ(กลิ่นคือสมาธิ) ปัญญาคันธะ(กลิ่นคือปัญญา) เป็นคันธะ แต่ไม่เป็นคันธายตนะ คันธายตนะ เป็นคันธะก็ใช่ เป็นคันธายตนะก็ใช่ ปฏิ. คันธายตนะ เป็นคันธะใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. รสะ เป็นรสายตนะใช่ไหม วิ. อรรถรส ธรรมรส วิมุตติรส เป็นรสะ แต่ไม่เป็นรสายตนะ รสายตนะเป็นรสะก็ใช่ เป็นรสายตนะก็ใช่ ปฏิ. รสายตนะ เป็นรสะใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๒๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๑. ปทโสธนวาร อนุ. โผฏฐัพพะ เป็นโผฏฐัพพายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โผฏฐัพพายตนะ เป็นโผฏฐัพพะใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. มนะ เป็นมนายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนายตนะ เป็นมนะใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ธัมมะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม วิ. เว้นธัมมายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือเป็นธัมมะ แต่ไม่เป็นธัมมายตนะธัมมายตนะ เป็นธัมมะก็ใช่ เป็นธัมมายตนะก็ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะ เป็นธัมมะใช่ไหม วิ. ใช่ ปัจจนีกะ

ข้อ ๑๑

อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขายตนะ ไม่เป็นจักขุใช่ไหม วิ. ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ ไม่เป็นจักขายตนะ แต่เป็นจักขุ เว้นจักขุและ จักขายตนะแล้ว รูปที่เหลือไม่เป็นจักขุก็ใช่ ไม่เป็นจักขายตนะก็ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตายตนะ ไม่เป็นโสตะใช่ไหม วิ. ทิพพโสตะ ตัณหาโสตะ ไม่เป็นโสตายตนะ แต่เป็นโสตะ เว้นโสตะและโสตายตนะแล้ว รูปที่เหลือไม่เป็นโสตะก็ใช่ ไม่เป็นโสตายตนะก็ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๒๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๑. ปทโสธนวาร อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานะ ไม่เป็นฆานายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานายตนะ ไม่เป็นฆานะใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นชิวหา ไม่เป็นชิวหายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นชิวหายตนะ ไม่เป็นชิวหาใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นกาย ไม่เป็นกายายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นกายายตนะ ไม่เป็นกายใช่ไหม วิ. เว้นกายายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นกายายตนะ แต่เป็นกายเว้นกายและกายายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นกายก็ใช่ ไม่เป็นกายายตนะก็ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นรูปายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปายตนะ ไม่เป็นรูปใช่ไหม วิ. เว้นรูปายตนะแล้ว รูปที่เหลือไม่เป็นรูปายตนะ แต่เป็นรูป เว้นรูปและรูปายตนะแล้ว รูปที่เหลือไม่เป็นรูปก็ใช่ ไม่เป็นรูปายตนะก็ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัททะ ไม่เป็นสัททายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัททายตนะ ไม่เป็นสัททะใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นคันธะ ไม่เป็นคันธายตนะใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๒๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๑. ปทโสธนวาร ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นคันธายตนะ ไม่เป็นคันธะใช่ไหม วิ. สีลคันธะ สมาธิคันธะ ปัญญาคันธะ ไม่เป็นคันธายตนะ แต่เป็นคันธะเว้นคันธะและคันธายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นคันธะก็ใช่ ไม่เป็นคันธา-ยตนะก็ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นรสะ ไม่เป็นรสายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นรสายตนะ ไม่เป็นรสะใช่ไหม วิ. อรรถรส ธรรมรส วิมุตติรส ไม่เป็นรสายตนะ แต่เป็นรสะ เว้นรสะและรสายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นรสะก็ใช่ ไม่เป็นรสายตนะก็ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นโผฏฐัพพะ ไม่เป็นโผฏฐัพพายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นโผฏฐัพพายตนะ ไม่เป็นโผฏฐัพพะใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นมนะ ไม่เป็นมนายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นมนายตนะ ไม่เป็นมนะใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมายตนะ ไม่เป็นธัมมะใช่ไหม วิ. เว้นธัมมายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นธัมมายตนะ แต่เป็นธัมมะเว้นธัมมะและธัมมายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นธัมมะก็ใช่ ไม่เป็นธัมมา-ยตนะก็ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๒๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร อนุโลม

ข้อ ๑๒

อนุ. จักขุ เป็นจักขายตนะใช่ไหม วิ. ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ เป็นจักขุ แต่ไม่เป็นจักขายตนะ จักขายตนะ เป็นจักขุก็ใช่ เป็นจักขายตนะก็ใช่ ปฏิ. อายตนะ เป็นโสตายตนะใช่ไหม วิ. โสตายตนะ เป็นอายตนะก็ใช่ เป็นโสตายตนะก็ใช่ สภาวธรรมที่เหลือเป็นอายตนะ แต่ไม่เป็นโสตายตนะ อนุ. จักขุ เป็นจักขายตนะใช่ไหม วิ. ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ เป็นจักขุ แต่ไม่เป็นจักขายตนะ จักขายตนะ เป็นจักขุก็ใช่ เป็นจักขายตนะก็ใช่ ปฏิ. อายตนะ เป็นฆานายตนะใช่ไหม ฯลฯ ปฏิ. อายตนะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม วิ. ธัมมายตนะ เป็นอายตนะก็ใช่ เป็นธัมมายตนะก็ใช่ สภาวธรรมที่ เหลือเป็นอายตนะ แต่ไม่เป็นธัมมายตนะ อนุ. โสตะ เป็นโสตายนะใช่ไหม ฯลฯ สภาวธรรมที่เหลือเป็นอายตนะแต่ไม่เป็นธัมมายตนะ ฯลฯ อนุ. ธัมมะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม วิ. เว้นธัมมายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือเป็นธัมมะ แต่ไม่เป็นธัมมายตนะธัมมายตนะ เป็นธัมมะก็ใช่ เป็นธัมมายตนะก็ใช่ ปฏิ. อายตนะ เป็นจักขายตนะใช่ไหม วิ. จักขายตนะ เป็นอายตนะก็ใช่ เป็นจักขายตนะก็ใช่ สภาวธรรมที่เหลือเป็นอายตนะ แต่ไม่เป็นจักขายตนะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๒๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร อนุ. ธัมมะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม วิ. เว้นธัมมายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือเป็นธัมมะ แต่ไม่เป็นธัมมายตนะธัมมายตนะ เป็นธัมมะก็ใช่ เป็นธัมมายตนะก็ใช่ ปฏิ. อายตนะ เป็นโสตายตนะใช่ไหม ฯลฯ ปฏิ. อายตนะ เป็นมนายตนะใช่ไหม วิ. มนายตนะ เป็นอายตนะก็ใช่ เป็นมนายตนะก็ใช่ สภาวธรรมที่เหลือเป็นอายตนะ แต่ไม่เป็นมนายตนะ (ผู้มีปัญญาพึงผูกเป็นจักกนัยที่มีบทแต่ละบทเป็นมูล) ปัจจนีกะ

ข้อ ๑๓

อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นฆานายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ฯลฯ อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ (๑) ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม ฯลฯ ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๒๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๓. สุทธายตนวาร ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานะ ไม่เป็นฆานายตนะใช่ไหม ฯลฯ ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ฯลฯ (๒-๑๑) อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม ฯลฯ ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นมนายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ (๑๒) (เมื่อผูกเป็นจักกนัยแล้ว พึงเพิ่มคำว่า อามนฺตา (ใช่) ทุกๆ บท) ๓. สุทธายตนวาร อนุโลม

ข้อ ๑๔

อนุ. จักขุ เป็นอายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อายตนะ เป็นจักขายตนะใช่ไหม วิ. จักขายตนะ เป็นอายตนะก็ใช่ เป็นจักขายตนะก็ใช่ สภาวธรรมที่เหลือเป็นอายตนะ แต่ไม่เป็นจักขายตนะ อนุ. โสตะ เป็นอายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ฯลฯ ฆานะ ฯลฯ ชิวหา ฯลฯ กาย ฯลฯ รูป ฯลฯ สัททะ ฯลฯ คันธะ ฯลฯ รสะ ฯลฯ โผฏฐัพพะ ฯลฯ มนะ ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๒๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๓. สุทธายตนวาร อนุ. ธัมมะ เป็นอายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อายตนะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม วิ. ธัมมายตนะ เป็นอายตนะก็ใช่ เป็นธัมมายตนะก็ใช่ สภาวธรรมที่ เหลือเป็นอายตนะ แต่ไม่เป็นธัมมายตนะ ปัจจนีกะ

ข้อ ๑๕

อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม วิ. เว้นจักขุแล้ว อายตนะที่เหลือ ไม่เป็นจักขุ แต่เป็นอายตนะ เว้นจักขุและอายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นจักขุก็ใช่ ไม่เป็นอายตนะก็ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม วิ. เว้นโสตะแล้ว ฯลฯ เว้นฆานะแล้ว ฯลฯ เว้นชิวหาแล้ว ฯลฯ ไม่ เป็นอายตนะ ฯลฯ อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นกาย ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นกายายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม วิ. เว้นรูปแล้ว ฯลฯ เว้นสัททะแล้ว เว้นคันธะแล้ว ฯลฯ เว้นรสะแล้ว ฯลฯ เว้นโผฏฐัพพะแล้ว ฯลฯ ไม่เป็นอายตนะ ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโผฏฐัพพายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นมนะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม วิ. เว้นมนะแล้ว อายตนะที่เหลือไม่เป็นมนะ แต่เป็นอายตนะ เว้นมนะและอายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นมนะก็ใช่ ไม่เป็นอายตนะก็ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๓๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๔. สุทธายตนมูลจักกวาร ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นมนายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ๔. สุทธายตนมูลจักกวาร อนุโลม

ข้อ ๑๖

อนุ. จักขุ เป็นอายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อายตนะ เป็นโสตายตนะใช่ไหม วิ. โสตายตนะ เป็นอายตนะก็ใช่ เป็นโสตายตนะก็ใช่ สภาวธรรมที่เหลือเป็นอายตนะ แต่ไม่เป็นโสตายตนะ อนุ. จักขุ เป็นอายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อายตนะ เป็นฆานายตนะใช่ไหม ฯลฯ ปฏิ. อายตนะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม วิ. ธัมมายตนะ เป็นอายตนะก็ใช่ เป็นธัมมายตนะก็ใช่ สภาวธรรมที่ เหลือเป็นอายตนะ แต่ไม่เป็นธัมมายตนะ (๑) อนุ. โสตะ เป็นอายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อายตนะ เป็นจักขายตนะใช่ไหม ฯลฯ ไม่เป็นจักขายตนะ ฯลฯ ปฏิ. อายตนะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม ฯลฯ ไม่เป็นธัมมายตนะ (๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๓๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๔. สุทธายตนมูลจักกวาร อนุ. ฆานะ เป็นอายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อายตนะ เป็นจักขายตนะใช่ไหม ฯลฯ วิ. ใช่ ปฏิ. อายตนะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม ฯลฯ ไม่เป็นธัมมายตนะ ฯลฯ (๓-๑๑) อนุ. ธัมมะ เป็นอายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อายตนะ เป็นจักขายตนะใช่ไหม ฯลฯ ปฏิ. อายตนะ เป็นมนายตนะใช่ไหม วิ. มนายตนะ เป็นอายตนะก็ใช่ เป็นมนายตนะก็ใช่ สภาวธรรมที่เหลือเป็นอายตนะ แต่ไม่เป็นมนายตนะ (๑๒) (พึงผูกเป็นจักกนัย) ปัจจนีกะ

ข้อ ๑๗

อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม วิ. เว้นจักขุแล้ว อายตนะที่เหลือไม่เป็นจักขุ แต่เป็นอายตนะ เว้นจักขุและอายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นจักขุก็ใช่ ไม่เป็นอายตนะก็ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม วิ. เว้นจักขุแล้ว อายตนะที่เหลือไม่เป็นจักขุ แต่เป็นอายตนะ เว้นจักขุและอายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นจักขุก็ใช่ ไม่เป็นอายตนะก็ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นฆานายตนะใช่ไหม ฯลฯ ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๓๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๔. สุทธายตนมูลจักกวาร อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม วิ. เว้นโสตะแล้ว ฯลฯ เว้นฆานะแล้ว ฯลฯ เว้นชิวหาแล้ว ฯลฯ ไม่ เป็นอายตนะ ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ (๔) อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นกาย ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ฯลฯ ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ฯลฯ (๕-๑๑) อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ ฯลฯ ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นมนายตนะใช่ไหม วิ. ใช่ (๑๒) (พึงผูกเป็นจักกนัย) ปัณณัตติวารนิทเทส จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๓๓}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎก

อรรถกถายึดที่ข้อ ๒๗๙ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาอายตนยมก

บัดนี้ เป็นการวรรณนาอายตนยมก ที่ท่านรวบรวมไว้แม้ด้วยอำนาจอายตนะ ในธรรมมีกุศลเป็นต้นที่แสดงไว้ในมูลยมกนั่นเทียว แล้วแสดงไว้ในลำดับแห่งขันธยมก บัณฑิตพึงทราบการกำหนดบาลี ตามนัยที่ท่านกล่าวไว้แล้วในขันธยมกนั้นนั่นแหละ.

ก็ในขันธยมกนั้น มหาวาระ ๓ อย่างคือ ปัณณัตติวาระ ปวัตติวาระ ปริญญาวาระย่อมมีฉันใด แม้ในอายตนยมกนี้ก็ย่อมมีฉันนั้น. แม้เนื้อความแห่งคำแห่งมหาวาระเหล่านั้นบัณฑิตพึงทราบตามนัยที่ท่านกล่าวไว้แล้วในขันธยมกนั้นนั่นเอง.

ก็ในอายตนยมกนี้ ปัณณัตติวาระ ท่านกำหนดไว้แล้ว ๒ อย่างด้วยอำนาจอุทเทสและนิทเทส. วาระทั้งหลายนอกนี้ ท่านกำหนดไว้แล้วด้วยอำนาจนิทเทสนั่นเทียว. เพราะฉะนั้นในวาระเหล่านั้น บัณฑิตพึงทำบทว่า ทฺวาทสายตนานิ (อายตนะ ๑๒) ให้เป็นต้นแล้วเพียงใด พึงทราบอุทเทสวาระแห่งปัณณัติวาระว่า มนายตนํ น มโน เพียงนั้น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทฺวาทสายตนานิ ความว่า นี้เป็นอุทเทสแห่งอายตนะทั้งหลายที่ควรถามด้วยอำนาจยมก.

บทว่า จกฺขฺวายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ ความว่า โดยประเภทนี้เป็นการกำหนดชื่อของอายตนะเหล่านั้นนั่นเทียว. ก็ในที่นี้ท่านกล่าวอัชฌัตตรูปายตนะ (อายตนะที่เป็นรูปภายใน) ทั้งหลายไว้แล้วตามลำดับก่อน เพื่อสะดวกแก่การถามด้วยอำนาจยมก. ภายหลังจึงกล่าวพาหิรรูปายตนะ (อายตนะที่เป็นรูปภายนอก) ทั้งหลาย. ในที่สุดจึงกล่าวมนายตนะและธัมมายตนะทั้งหลาย.

นัยวาระทั้งหลาย ๔ คือ ปทโสธนวาระ ปทโสธนมูลจักกวาระ สุทธายตนวาระ สุทธายตนมูลจักกวาระ ย่อมมีด้วยอำนาจแห่งอายตนะทั้งหลายเหล่านี้ในที่นี้ ด้วยอำนาจแห่งขันธ์นั่นเทียวในภายหลัง. ก็ในอายตนยมกนี้ วาระหนึ่งๆ ย่อมมี ๒ อย่างนั่นเทียว ด้วยอำนาจอนุโลมและปฏิโลม. เนื้อความแห่งวาระเหล่านั้น บัณฑิตพึงทราบตามนัยที่กล่าวแล้วในขันธยมกนั้นนั่นแหละ.

บัณฑิตพึงทราบอุทเทสวาระ แห่งปัณณัตติวาระที่ประกอบด้วยยมก ๕๗๖ อย่าง การถาม ๑,๑๕๒ อย่างและอรรถ ๒,๓๐๔ อย่างในอายตนยมกนี้ อย่างนี้คือ ก็ในอนุโลมวาระแห่งปทโสธนวาระ ในขันธยมก ยมก ๕ อย่างมีอาทิว่า รูปํ รูปกฺขนฺโธ รูปกฺขนฺโธ รูปํ ดังนี้ ย่อมมีฉันใดในอายตนยมกนี้ ยมก ๑๒ อย่างมีอาทิว่า จกฺขุํ จกฺขฺวายตนํ จกฺขฺวายตนํ จกฺขุํ ย่อมมีฉันนั้น.

แม้ในปฏิโลมวาระ ก็มียมก ๑๒ อย่าง มีอาทิว่า น จกฺขํ น จกฺขฺวายตนํ น จกฺขฺวายตนํ น จกฺขุํ. แต่ในอนุโลมวาระนี้แห่งปทโสธนมูลจักกวาระมียมก ๑๓๒ อย่าง เพราะทำมูลแห่งอายตนะหนึ่งๆ ให้เป็น ๑๑ อย่างๆ แม้ในปฏิโลมวาระ ก็มี ๑๓๒ อย่างนั่นเทียว. ในอนุโลมวาระ แม้แห่งสุทธายตนวาระ มียมก ๑๒ อย่าง ในปฏิโลมวาระ ก็มี ๑๒ อย่าง. ในอนุโลมแห่งสุทธายตนมูลจักกวาระ มียมก ๑๓๒ อย่าง เพราะทำมูลแห่งอายตนะหนึ่งๆ ให้เป็น ๑๑ อย่างๆ. แม้ในปฏิโลมวาระก็มี ๑๓๒ อย่างเหมือนกัน.

ก็ในนิทเทสวาระแห่งอายตนยมกนั้น บัณฑิตพึงทราบเนื้อความตามนัยที่ท่านกล่าวไว้แล้วในปัณณัติวาระนิทเทสแห่งขันธยมกในภายหลังนั่นเทียว. ในวาระอื่นย่อมมีความแปลกกัน.

ในอายตนยมกนั้น พึงทราบความแปลกกันดังต่อไปนี้.

บทว่า ทิพฺพจกฺขุ ได้แก่ ทุติยวิซชาญาณ.

บทว่า ปญฺญาจกฺขุ ได้แก่ ตติยวิชชาญาณ.

บทว่า ทิพฺพโสต ได้แก่ ทุติยอภิญญาญาณ.

ตัณหาเทียว ชื่อว่า ตัณหาโสตะ.

คำมีอาทิว่า นามกาย รูปกาย หัตถิกาย อัสสกาย ชื่อว่า อวเสโส กาโย กายที่เหลือ.

สองบทว่า อวเสสํ รูปํ ได้แก่ ภูตรูปอุปาทายรูปนั่นเทียว และปิยรูปสาตรูปที่เหลือจากรูปายตนะ.

คำว่า สีลคนฺโธ เป็นชื่อของธรรมทั้งหลายมีศีลเป็นต้นนั่นเทียว เพราะอรรถว่าฟุ้งไป แม้คำว่า อตฺถรโส เป็นต้น ก็เป็นชื่อของธรรมทั้งหลายมีอรรถเป็นต้น เพราะอรรถว่าไพเราะดี.

สองบทว่า อวเสโส ธมฺโม ได้แก่ ประเภทมิใช่หนึ่งแห่งธรรมมีปริยัติธรรมเป็นต้น นี้เป็นความแปลกกันในอายตนยมกนี้.

ก็ในอายตนยมกนี้ ในอันตรวาระ ๓ อย่างมีอุปปาทวาระเป็นต้น แห่งปวัตติวาระ มีประเภทแห่งกาล ๖ อย่างในประเภทแห่งกาลหนึ่งๆ นั่นเทียว. บรรดาประเภทแห่งกาลเหล่านั้น วาระทั้งหลายมีปุคคลวาระเป็นต้น ย่อมมีในกาลหนึ่งๆ. วาระเหล่านั้นแม้ทั้งหมดย่อมมี ๒ อย่างเทียว ด้วยอำนาจอนุโลมนัยและปฏิโลมนัย.

ในวาระเหล่านั้น ในปัจจุบันกาล ในอนุโลมนัยแห่งปุคคลวาระ ยมก ๑๐ อย่าง ย่อมมีด้วยการถือเอาแล้วไม่ถือเอาอีก คือมูลแห่งรูปขันธ์ในขันธยมก ๔มูลแห่งเวทนาขันธ์ ๓ มูลแห่งสัญญาขันธ์ ๒ มูลแห่งสังขารขันธ์ ๑ ฉันใด มูลแห่งจักขุอายตนะ ๑๑ อย่าง ก็ย่อมมีฉันนั้นอย่างนี้คือ จักขุอายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสตายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น

ก็หรือว่า โสตายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุอายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น จักขุอายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานายตนะ ชิวหายตนะ กายายตนะ รูปายตนะ สัททายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะ ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น

ก็หรือว่า ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุอายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.

โดยนัยมีอาทิว่า ยสฺส โสตายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ จึงมียมก ๖๖ อย่าง ด้วยการถือเอาแล้วไม่ถือเอาอีกคือมูลแห่งโสตายตนะ ๑๐ มูลแห่งฆานายตนะ ๙ มูลแห่งชิวหายตนะ ๘ มูลแห่งกายายตนะ ๗ มูลแห่งรูปายตนะ ๖ มูลแห่งสัททายตนะ ๕มูลแห่งคันธายตนะ ๔ มูลแห่งรสายตนะ ๓ มูลแห่งโผฏฐัพพายตนะ ๒ มูลแห่งมนายตนะ ๑ ในอายตนะ ๑๑ อย่าง อันเป็นมูลแห่งจักขุอายตนะนั้นจักขุอายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อายตนะ ๕ อย่างเหล่านี้นั่นเทียวคือ โสตายตนะ ฆานายตนะ รูปายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะ ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อันท่านวิสัชนาแล้ว.

ในอายตนะเหล่านั้น อายตนะแรกควรวิสัชนาก่อน อายตนะแรกนั้นท่านวิสัชนาแล้ว.

อายตนะ ๒ เป็นการวิสัชนาเช่นเดียวกับอายตนะแรกแม้ก็จริง ถึงอย่างนั้น อายตนะที่ ๒ ท่านก็วิสัชนาแล้วเพื่อห้ามความสงสัยว่าฆานายตนะ ไม่เป็นไรแล้ว โดยส่วนเดียวในที่ปวัตติกาลของจักขุโสตายตนะ อายตนะอย่างหนึ่ง พึงวิสัชนาอย่างไรหนอแล. ยมก ๓ อย่างกับรูปายตนะ มนายตนะและธัมมายตนะ ชื่อว่าท่านวิสัชนาแล้ว เพราะวิสัชนาไม่เหมือนกัน. ในอายตนะที่เหลือ ยมก ๒ อย่างกับชิวหายตนะและกายายตนะ เป็นการวิสัชนาเช่นเดียวกับอายตนะ ๒ อย่างเบื้องต้น.

การวิสัชนายมกนั่นเทียวกับด้วยอายตนะนั้น ย่อมไม่มีเพราะไม่เกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะแห่งสัททายตนะ. อายตนะทั้งหลาย ท่านย่อไว้แล้ว เพื่อความเบาแห่งแบบแผนว่า ยมก ๓ อย่าง แม้กับคันธายตนะ รสายตนะและโผฏฐัพพายตนะย่อมเป็นการวิสัชนาเช่นเดียวกับอายตนะ ๒ เบื้องต้นนั่นเทียว. ในมูลแห่งโสตายตนะ อายตนะแม้อย่างหนึ่ง ไม่ขึ้นสู่พระบาลีแล้วว่า อายตนะใดอันบัณฑิตย่อมได้ อายตนะนั้นย่อมเป็นการวิสัชนาเช่นเดียวกับอายตนะทั้งหลายเบื้องต้น.

ในมูลแห่งฆานายตนะทั้งหลาย ยมกอย่างหนึ่งขึ้นสู่พระบาลีแล้วกับด้วยรูปายตนะยมก ๒-๓ อย่างขึ้นสู่พระบาลีแล้วกับด้วยมนายตนะและธัมมายตนะ. ยมกทั้งหลายที่เหลือไม่ขึ้นแล้ว (สู่พระบาลี) เพราะการวิสัชนาเช่นเดียวกันกับฆานายตนยมก. มูลแห่งชิวหายตนะและกายายตนะก็อย่างนั้น.

ในมูลแห่งรูปายตนะทั้งหลาย ยมก ๒ อย่างนั่นเทียว ท่านวิสัชนาแล้ว พร้อมกับมนายตนะและธัมมายตนะ. ยมก ๓ อย่าง พร้อมกับคันธะ รสะและโผฏฐัพพะ ย่อมเป็นการวิสัชนาเช่นเดียวกันกับด้วยรูปายตนะและมานายตนะ.

คำว่า สรูปกานํ อจิตฺตกานํ เป็นต้น ท่านกล่าวแล้วในภายหลังฉันใดนั่นเทียว แม้ในอายตนยมกนี้ก็ฉันนั้น พึงทราบการรวบรวมว่า สรูปกานํ อคนฺธกานํ อรสกานํ อโผฏฺฐพฺพกานํ ดังนี้.

ก็ความเป็นแห่งอายตนะทั้งหลายมีคันธะเป็นต้นนั่นแหละ ท่านประสงค์เอาแล้วในอายตนยมกนี้ เพราะฉะนั้น บัณฑิตพึงทราบเนื้อความในอายตนยมกนี้ ด้วยอำนาจแห่งอายตนะว่า สรูปกานํ สคนฺธายตนํ. มูลแห่งสัททายตนะทั้งหลาย ไม่ขึ้นแล้วสู่พระบาลีนั่นเทียว เพราะไม่มีเนื้อความ. อายตนะอันเป็นมูลแห่งคันธะ รสะและโผฏฐัพพะ ๔, ๓ และ ๒ อย่าง ไม่ขึ้นแล้วสู่พระบาลี เพราะวิสัชนาเช่นเดียวกันกับด้วยอายตนะทั้งหลายอันมีในหนหลัง.

ยมก ๖๖ อย่างเหล่านี้ บัณฑิตพึงทราบว่า ชื่อว่าเป็นอันท่านวิสัชนาแล้ว ด้วยการวิสัชนายมก ๒-๓ อย่างนั้นเทียวในอนุโบมนัยแห่งปุคคลวาระในปัจจุบันกาล อย่างนี้ว่า มนายตนมูลกํ วิสชฺชิตเมว ดังนี้. ยมก ๑๙๘ อย่างย่อมมีในอนุโลมนัย ในวาระทั้งสาม ในปัจจุบันกาลว่า ก็ในปุคคลวาระมี ๖๖ ฉันใด แม้ในโอกาสวาระ แม้ในปุคคโลกาสวาระก็ฉันนั้น ดังนี้. ยมก ๓๙๖ อย่าง แม้ทั้งหมดย่อมมีในปัจจุบันกาลว่าก็ในอนุโลมนัย ฉันใด แม้ในปฏิโลมนัยก็ฉันนั้น ดังนี้. การถาม ๗๙๒ อย่างและเนื้อความ ๑,๕๘๔ อย่าง พึงทราบว่ามีอยู่ในยมกทั้งหลายเหล่านั้น. ยมก ๒,๓๗๖ แม้ทั้งหมดว่า ในการแยกกาล ๕ อย่างแม้ที่เหลือ ดังนี้ ย่อมมีอย่างนั้น.

นี้เป็นการกำหนดพระบาลี ในอุปปาทวาระนี้ว่า คำถามที่ทวีคูณจากยมกนั้น อรรถที่ทวีคูณจากคำถามนั้น ยมก ๒,๑๒๘ ย่อมมีในปวัตติวาระแม้ทั้งหมดว่าแม้ในนิโรธวาระและอุปปาทะนิโรธวาระ ก็มีนัยนี้. พึงทราบการถามทวีคูณจากยมกนั้น พึงทราบเนื้อความที่ทวีคูณจากคำถามนั้น. ก็พระบาลีท่านกล่าวคำเป็นต้นว่า มนายตนะและธัมมายตนะ ย่อมไม่มีความแตกต่างกันกับอายตนะหนึ่ง แต่ความสังเขปย่อมมีในวาระเบื้องบน ดังนี้แล้วจึงรวบรวมไว้ในอายตนะนั้นๆ. เพราะฉะนั้น คำใดท่านรวบรวมไว้แล้ในที่นั้นๆ คำนั้นทั้งหมดบุคคลผู้ไม่หลงลืมพึงกำหนดไว้.

ก็ในการวินิจฉัยเนื้อความ พึงทราบนัยมุขในอายตนยมกนี้ ดังต่อไปนี้.

คำว่า สจกฺขุกานํ อโสตกานํ ท่านกล่าวหมายเอาโอปปาติกะผู้หูหนวกโดยกำเนิดในอบาย. ก็ผู้มีจักขุนั้น ย่อมเป็นผู้ไม่มีโสตเกิดขึ้น. เหมือนพระธรรมสังคาหกาจารย์กล่าวแล้วว่า อายตนะ ๑๐ อย่างอื่นอีกของใครๆ ย่อมปรากฏในอุปัตติขณะแห่งกามธาตุ. อายตนะ ๑๐ ย่อมปรากฏในอุปัตติขณะของพวกเปรตผู้โอปปาติกะ ของพวกอสูรผู้โอปปาติกะ ของพวกสัตว์ดิรัจฉานผู้โอปปาติกะ ของพวกสัตว์นรกผู้โอปปาติกะ ของพวกคนหูหนวกแต่กำเนิด.

จักขุอายตนะ รูปายตนะ ฆานายตนะ คันธายตนะ ชิวหายตนะ รสายตนะ กายายตนะ โผฏฐัพพายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะ ย่อมปรากฏแก่พวกเปรตผู้โอปปาติกะ ฯลฯ แก่พวกคนหูหนวกมาแต่กำเนิด ในขณะอุบัติขึ้น.

คำว่า สจกฺขุกานํ สโสตกานํ ท่านกล่าวหมายเอาอายตนะที่บริบูรณ์ในสุคติและทุคติ. และรูปพรหมผู้โอปปาติกะก็ผู้มีจักขุเหล่านั้น ย่อมเป็นผู้มีโสตเกิดขึ้น. เหมือนพระธรรมสังคาหกาจารย์กล่าวไว้แล้วว่า อายตนะ ๑๑ อย่างของใครๆ ย่อมปรากฏในอุปัตติขณะแห่งกามธาตุ. อายตนะ ๑๑ อย่างย่อมปรากฏแก่พวกเทวดาชั้นกามาวจร พวกมนุษย์ปฐมกัป พวกเปรตผู้โอปปาติกะ พวกอสูรผู้โอปปาติกะ พวกสัตว์ดิรัจฉานผู้โอปปาติกะ พวกสัตว์นรกผู้โอปปาติกะ พวกสัตว์มีอายตนะบริบูรณ์.

อายตนะ ๕ เหล่าไหน ย่อมปรากฏในอุปัตติขณะแห่งกามธาตุ อายตนะ ๕ เหล่านี้คือจักขุอายตนะ รูปายตนะ โสตายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะ ย่อมปรากฏในอุปัตติขณะแห่งรูปธาตุ.

คำว่า อฆานกานํ ท่านกล่าวหมายเอาพรหมมีพรหมปาริสัชชาเป็นต้น.

ก็ผู้มีจักขุเหล่านั้น ย่อมเป็นผู้ไม่มีฆานะเกิดขึ้น. ก็โอปปาติกะผู้ไม่มีฆานะ ย่อมไม่มีในกามธาตุ ถ้าพึงมีแก่ใครๆ ไซร์ ก็พึงกล่าวได้ว่า อายตนะก็ย่อมปรากฏ ก็ผู้นอนในครรภ์ใด พึงเป็นผู้ไม่มีฆานะ ผู้นอนในครรภ์นั้น ท่านไม่ประสงค์เอาแล้วในอายตนยมกนี้ เพราะคำว่า สจกฺขุกานํ.

คำว่า สจกฺขุกานํ สฆานกานํ ท่านกล่าวหมายเอาโอปปาติกะสัตว์ผู้หูหนวกมาแต่กำเนิดบ้าง ผู้มีอายตนะบริบูรณ์บ้าง.

คำว่า สฆานกานํ อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวหมายเอาโอปปาติกะสัตว์ผู้ตาบอดมาแต่กำเนิดบ้าง ผู้หูหนวกมาแต่กำเนิดบ้าง.

คำว่า สจกฺขุกานํ สฆานสานํ ท่านกล่าวหมายเอาโอปปาติกะสัตว์ผู้มีอายตนะบริบูรณ์นั่นเทียว.

ผู้อื่นบ้าง ผู้นอนในครรภ์บ้าง อันบัณฑิตย่อมได้นั่นเทียว ในพวกโอปปาติกะสัตว์ผู้ตาบอดมาแต่กำเนิดและหูหนวดมาแต่กำเนิด ในคำนี้ว่า สรูปกานํ อจกฺขุกานํ. แม้ผู้ไม่มีรูปกับบุคคล ๓ จำพวกมีบุคคลผู้ตาบอดมาแต่กำเนิดเป็นต้น ที่กล่าวไว้แล้วในหนหลัง อันบัณฑิตย่อมได้ในคำนี้ว่า สจิตฺตกานํ อจกฺขุกานํ.

แม้พวกอสัญญสัตว์กับบุคคล ๔ จำพวกที่กล่าวแล้วในบทเบื้องต้น อันบัณฑิตย่อมได้ในบทแรกนี้ว่า อจกฺขุกานํ. พวกคัพภเสยยกสัตว์ พวกอสัญญสัตว์และพวกรูปพรหมที่เหลือ อันบัณฑิตย่อมได้ในคำนี้ว่า สรูปกานํ อฆานกานํ. พวกคัพภเสยยกสัตว์และพวกรูปพรหม และอรูปพรหม อันบัณฑิตย่อมได้ในคำนี้ว่า สจิตฺตกานํ อฆานกานํ. พึงทราบบุคคลวิภาคในปุคคลวาระทั้งหมด โดยนัยนี้ว่า ก็พวกเอกโวการสัตว์และจตุโวการสัตว์เทียว อันบัณฑิตย่อมได้ในบททั้งหลายว่า อจิตฺตกานํ อรูปกานํ.

ในโอกาสวาระ คำว่า ยตฺถ จกฺขฺวายตนํ ได้แก่ ย่อมถามซึ่งโลกแห่งรูปพรหม เพราะเหตุนั้นนั่นแล ท่านจึงกล่าวว่า อามนฺตา. ก็อายตนะเหล่านั้น โดยนิยมในพื้นนั้น ย่อมเกิดในปฏิสนธิ. นี้เป็นนัยมุขในอายตนยมกนี้. พึงทราบเนื้อความในปวัตติวาระแม้ทั้งสิ้นโดยนัยมุขนี้. ปริญญาวาระพึงทราบว่า เป็นนัยที่ท่านกล่าวไว้แล้วในขันธยมกนั่นแหละ.

อรรถกถาอายตนยมก จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา