อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา

ภาวนาวาร

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๗๘1 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ภาวนาวาโร

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๙ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ ภาวนาวาร

ข้อ ๓๗๘

โย กุสลํ ธมฺมํ ภาเวติ โส อกุสลํ ธมฺมํ ปชหตีติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน อกุสลํ ธมฺมํ ปชหติ โส กุสลํ ธมฺมํ ภาเวตีติ: อามนฺตา ฯ โย กุสลํ ธมฺมํ น ภาเวติ โส อกุสลํ ธมฺมํ นปฺปชหตีติ: อามนฺตา ฯ โย วา ปน อกุสลํ ธมฺมํ นปฺปชหติ โส กุสลํ ธมฺมํ น ภาเวตีติ: อามนฺตา ฯเปฯ ภาวนาวาโร ฯ ธมฺมยมกํ นิฏฺฐิตํ ฯ ------------

บุคคลใดเจริญกุศลธรรม บุคคลนั้นละอกุศลธรรม หรือ ถูกแล้ว หรือว่า บุคคลใดละอกุศลธรรม บุคคลนั้นเจริญกุศลธรรม ถูกแล้ว บุคคลใดไม่เจริญกุศลธรรม บุคคลนั้นไม่ละอกุศลธรรมหรือ ถูกแล้ว หรือว่า บุคคลใดไม่ละอกุศลธรรม บุคคลนั้นไม่เจริญกุศลธรรม ถูกแล้ว ฯลฯ ภาวนาวาร จบ ธรรมยมก จบ

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๓. ภาวนาวาร

ข้อ ๒๒๙

อนุ. บุคคลใดกำลังเจริญสภาวธรรมที่เป็นกุศล บุคคลนั้นก็กำลังละ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดกำลังละสภาวธรรมที่เป็นอกุศล บุคคลนั้นก็กำลังเจริญสภาว-ธรรมที่เป็นกุศลใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังเจริญสภาวธรรมที่เป็นกุศล บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังละสภาวธรรมที่เป็นอกุศลใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังละสภาวธรรมที่เป็นอกุศล บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง เจริญสภาวธรรมที่เป็นกุศลใช่ไหม วิ. ใช่ ฯลฯ ภาวนาวาร จบ ธัมมยมก จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๖๒}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎก

อรรถกถายึดที่ข้อ ๗๘ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาธัมมยมก

บัดนี้ เป็นวรรณนาธัมมยมก ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตั้งมาติกาแห่งธรรมทั้งหลาย มีกุศลเป็นต้นเหล่านั้นนั่นแหละที่แสดงไว้ในมูลยมกแล้วแสดงต่อจากจิตตยมก.

ในธัมมยมกนั้น พึงทราบการกำหนดพระบาลีตามนัยที่กล่าวไว้ในขันธยมก ก็ในขันธยมกนั้น มี ๓ มหาวาระ มีปัณณัตติวาระเป็นต้น และมีอันตรวาระที่เหลือ มีอยู่โดยประการใด ในธรรมยมกก็มีโดยประการนั้น.

แต่ในธรรมยมกนี้ พึงทราบว่าท่านเรียกปริญญาวาระว่า ภาวนาวาระ เพราะพระบาลีอาคตสถานว่า โย กุสลธมฺมํ ภาเวติ โส อกุสลธมฺมํ ปชหติ - บุคคลใดเจริญกุศลธรรม บุคคลนั้นชื่อว่าละอกุศลธรรมหรือ?

ในภาวนาวาระนั้น อัพยากตธรรมเป็นธรรมที่บุคคลไม่ควรเจริญด้วย ไม่ควรละด้วย เพราะเหตุนั้นท่านจึงไม่ยกบทนั้นขึ้นแสดง.

ก็ในปัณณัตติวาระในธรรมยมกนี้ พึงทราบการนับยมกในวาระ ๔ เหล่านี้ คือปทโสธนวาระ ปทโสธนมูลจักกวาระ สุทธธัมมวาระ สุทธธัมมมูลจักกวาระ ด้วยอำนาจแห่งธรรมทั้งหลายมีกุศลธรรมเป็นต้น.

ส่วนในปัณณัตติวาระนิทเทส พระองค์ตรัสว่า อามนฺตา เพราะความที่แห่งกุศลทั้งหลายเป็นกุศลธรรมโดยแน่นอนในปัญหาที่ว่า กุศลชื่อว่ากุศลธรรมหรือ? ดังนี้ แม้ในคำวิสัชนาที่เหลือก็นัยนี้ คำวิสัชนาที่ว่า ธรรมทั้งหลายที่เหลือ ไม่ชื่อว่าอกุศล แต่ชื่อว่าธรรม. อธิบายว่า ธรรมทั้งหลายที่เหลือไม่เป็นอกุศล แต่เป็นธรรม. พึงทราบคำวิสัชนาทั้งหมดโดยนัยนี้.

ก็ในอนุโลมนัยแห่งบุคคลวาระ ปัจจุบันกาลในปวัตติวาระนี้ ยมก ๓ อย่าง คือยมกที่มีกุศลธรรมเป็นมูล ๒ อย่าง มีอกุศลธรรมเป็นมูล ๑ อย่าง ย่อมมีในปัญหาว่า กุศลธรรมย่อมเกิดแก่บุคคลใดอกุศลธรรมก็ย่อมเกิดแก่บุคคลนั้นใช่ไหม? ก็หรือว่า อกุศลธรรมย่อมเกิดแก่บุคคลใด กุศลธรรมก็ย่อมเกิดแก่บุคคลนั้นใช่ไหม? ดังนี้.

ในปฏิโลมนัยก็ดี ในวาระทั้งหลายมีโอกาสวาระเป็นต้นก็ดี ก็นัยนี้ บัณฑิตพึงทราบการนับยมก ด้วยอำนาจแห่งยมกทั้งหลาย ๓ อย่าง ในวาระทั้งปวง ในปวัตติวาระนี้อย่างนี้.

ก็ในการวินิจฉัยเนื้อความในปวัตติวาระพึงทราบลักษณะนี้ ดังต่อไปนี้.

ในปวัตติวาระแห่งธรรมยมกนี้ คำว่า อุปฺปชฺชนฺติ-ย่อมเกิด นิรุชฺฌนฺติ-ย่อมดับ ในอุปปาทะและนิโรธวาระเหล่านี้ ย่อมได้กุศลธรรมและอกุศลธรรมในปวัตติกาลเท่านั้นโดยแน่นอน ย่อมไม่ได้จุติและปฏิสนธิกาล แต่ว่าอัพยากตธรรมย่อมได้ในกาลทั้ง ๓ คือปวัตติ จุติและปฏิสนธิ.

ลักษณะโดยย่อมได้ในที่ใดๆ พึงทราบคำวินิจฉัยของลักษณะนั้น ในที่นั้นๆ อย่างนี้.

พึงทราบนัยมุขในการวินิจฉัยนั้นดังนี้ :-

คำปฏิเสธว่า โน - ไม่ใช่ พระองค์ทรงกระทำแล้วเพราะความไม่บังเกิดขึ้น ในขณะเดียวกันของกุศลและอกุศล.

คำว่า อพฺยากโต จ ท่านกล่าวแล้วด้วยอำนาจแห่งรูปที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน.

ปัญหาว่า กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด นี้ ท่านกล่าวหมายเอาอสัญญีภพ เหตุนั้นในปัญหานี้ท่านจึงทำคำวิสัชนาว่า อามนฺตา - ใช่แม้ในคำว่า ย่อมเกิดขึ้น นี้ท่านก็กล่าวหมายเอาอสัญญีภพนั่นแหละ แต่กระทำการห้ามว่า ไม่มี เพราะความไม่มีแห่งที่อันไม่บังเกิดขึ้นแห่งอัพยากตธรรมทั้งหลายหมายความว่า อัพยากตธรรมเกิดได้ในทุกภูมิ.

คำว่า ทุติเย อกุสเล - ครั้นเมื่ออกุศลดวงที่สอง ได้แก่ชวนะจิตดวงที่สองในนิกันติชวนะที่บังเกิดขึ้นแล้ว เพราะยินดีซึ่งภพ.

คำว่า ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน - ครั้นเมื่อจิตดวงที่สองเป็นไปอยู่ ได้แก่ครั้นเมื่อภวังคจิตอันเป็นจิตดวงที่สอง แต่ปฏิสนธิจิตเป็นไปอยู่

อีกอย่างหนึ่ง คำว่า ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน ได้แก่ ครั้นเมื่ออาวัชชนจิตในภวนิกันติชวนะ ได้แก่เป็นไปอยู่ เพราะกระทำซึ่งภวังค์กับปฏิสนธิให้เป็นอย่างเดียวกันด้วยอำนาจของวิบากจิต.

จริงอยู่ อาวัชชนะจิตนั้นชื่อว่า ทุติยจิต - จิตดวงที่สอง นับแต่วิบากจิต เพราะความที่แห่งอาวัชชนะจิตนั้นเป็นกิริยาจิตในอัพยากตชาติ หมายความว่า อาวัชชนะจิตเป็นจิตคนละชาติกับวิบาก.

คำว่า ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ท่านกล่าวหมายเอาโวทานจิต.

คำว่า กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ท่านกล่าวหมายเอาธรรมทั้งหลาย คือมัคคอันเลิศเหล่านั้น.

ปัญหาว่า ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณท่านกล่าวด้วยอำนาจของการเกิดขึ้นแห่งโวทานจิตนี้ ก็ลักษณะนี้ย่อมได้แม้ในอุปปาทขณะแห่งโอริมจิต ได้แก่จิตดวงก่อนแต่โวทานจิตนั้น อันเกิดขึ้นแล้วด้วยอาวัชชนะจิตเดียวกันแห่งการเกิดของโวทานจิตนั้น.

แม้ในนิโรธวาระ ท่านกล่าวแล้วว่า โน - ไม่ใช่ เพราะความที่กุศลและอกุศลไม่ดับพร้อมกัน พึงทราบคำวินิจฉัยในที่ทั้งปวงโดยนัยมุขนี้ ด้วยประการฉะนี้.

อรรถกถาธรรมยมก จบบริบูรณ์. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา