อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ไทย · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๙๒๖

ข้อ ๙๒๖–๑๐๑๑

ชั้นตัวบทพุทธพจน์พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 86 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 86 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 27 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๙ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒

จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสตินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัตว์เหล่าใด เข้าถึงรูปาวจรภูมิ จักปรินิพพาน ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์และสัตว์ที่เข้าถึงอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน

จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัตว์เหล่าใด เข้าถึงรูปาวจรภูมิแล้ว จักปรินิพพาน และสัตว์เหล่าใดเป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานอิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ และสัตว์ที่เข้าถึงอรูปภูมิแล้ว จักปรินิพพาน

จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัตว์เหล่าใดเข้าถึงรูปาวจรภูมิแล้ว จักปรินิพพาน และสัตว์เหล่าใดเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพานปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ และสัตว์ที่เข้าถึงอรูปภูมิแล้ว จักปรินิพพาน

จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ สัตว์เหล่าใดเข้าถึงอรูปภูมิแล้ว จักปรินิพพาน จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ มีอุเปกขา เกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน แต่จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ และสัตว์ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิแล้ว จักปรินิพพาน

จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ สัตว์เหล่าใดเข้าถึงอรูปภูมิแล้ว จักปรินิพพาน จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิม-*ภวิกสัตว์ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน แต่จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์

จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ สัตว์เหล่าใด เข้าถึงอรูปภูมิแล้ว จักปรินิพพาน จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัตว์เหล่าใด เป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละแล้วจักปรินิพพาน อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ และสัตว์ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน

ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัตว์เหล่าใด เป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละแล้วจักปรินิพพาน ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ และสัตว์ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน

ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ สัตว์เหล่าใด เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้ว จักปรินิพพานฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่า-*นั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ สัตว์เหล่าใด เข้าถึงรูปาวจรภูมิแล้ว จักปรินิพพาน ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ และสัตว์ซึ่งเข้าถึงอรูปาวจรภูมิแล้ว จักปรินิพพาน หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งมีฆานะ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน แต่ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ และสัตว์ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิแล้ว จักปรินิพพาน

ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ สัตว์เหล่าใด เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้ว จักปรินิพพานฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ และสัตว์ซึ่งมีโสมนัส เข้าถึงรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพาน หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ซึ่งมีฆานะ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน แต่ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ และสัตว์ซึ่งไม่มีโสมนัส เข้าถึงรูปาวจรภูมิแล้ว จักปรินิพพาน

ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ สัตว์เหล่าใดเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้ว จักปรินิพพานฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ สัตว์เหล่าใด เป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละแล้วจักปรินิพพาน อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ และสัตว์ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน หรือว่า ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น สัตว์เหล่าใด เป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละแล้วจักปรินิพพาน ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ และสัตว์ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน

อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน และสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แต่ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์จัก ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพาน และสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แต่โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ และสัตว์ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน สัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละมีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพานแต่อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นและอิตถินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ สัตว์ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน และสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆก็โดยภาวะนั่นแหละ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน

อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจร-*ภูมิ แล้วจักปรินิพพาน และสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน แต่อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ และสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ไปปฏิ-*สนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ มีโสมนัสเกิดขึ้น แล้วจักปรินิพพาน หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพานแต่อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นและอิตถินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ และสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน

อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน และสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน และสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แต่ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์จัก ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพาน และสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน แต่โสมนัสสินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ และสัตว์ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นปุริสะไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพานแต่ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นและปุริสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ สัตว์ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน

ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน และสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆก็โดยภาวะนั่นแหละ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน แต่อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ และสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นปุริสะไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน แต่ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิก-*สัตว์ และสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน

ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน และสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์จัก ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยอุเบกขา จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด โสมนัส-*สินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต

ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ จักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยโสมนัส จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใดอุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือ สัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต

ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อุเปกขินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยอุเบกขา จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใดโสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยโสมนัส จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใดอุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต

โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยอุเบกขา จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ 3 ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยโสมนัส จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นคือ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

ปัญญินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ปัญญินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ถูกแล้ว

จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด โสตินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว

จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฆานินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือ รูปาวจรภูมิ แต่จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือ อสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ

จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือ รูปาวจรภูมิ แต่จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือ อสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ

จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ชีวิตินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ จักเกิดขึ้น หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ไม่มี

จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว

จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อุเปกขินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือ อรูปภูมิ แต่อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือ อสัญญสัตตภูมิ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว

จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือ อรูปภูมิ แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือ อสัญญสัตตภูมิ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว

ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว

ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ชีวิตินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ จักเกิดขึ้น หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ไม่มี

ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือ รูปาวจรภูมิ แต่โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือ อสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว

ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อุเปกขินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือ รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแต่อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือ อสัญญสัตตภูมิ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว

ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือ รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือ อสัญญสัตตภูมิ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว

อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ปุริสินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว

ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ชีวิตินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ จักเกิดขึ้น หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ไม่มี

ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือ รูปาวจรภูมิ แต่โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือ อสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว

ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อุเปกขินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือ รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแต่อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือ อสัญญสัตตภูมิ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว

ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือ รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือ อสัญญสัตตภูมิ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว

ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ไม่มี หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น จักเกิดขึ้น

ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ไม่มี หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น จักเกิดขึ้น

โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว

อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว

สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว

ปัญญินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด มนินทรีย์จักไม่ เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ปัญญินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว

จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสตินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุน-*ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจรสัตว์แต่จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ในปัญจโวการภูมิ อสัญญสัตว์ และอรูปสัตว์

จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด อิตถินทรีย์- *จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุน-*ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจรสัตว์และสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แต่จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถิน-*ทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ ในปัญจโวการภูมิ อสัญญสัตว์ และอรูปสัตว์

จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสิน- *ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุน-*ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจรสัตว์และสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละแล้วจักปรินิพ-*พาน แต่จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิม-*ภวิกสัตว์ ในปัญจโวการภูมิ อสัญญสัตว์ และอรูปสัตว์

จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิติน- *ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ อสัญญสัตว์และอรูปสัตว์ แต่ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุน-*ทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุน-*ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสม- *นัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีจักขุ มีอุเบกขาเกิดขึ้น แล้วจักปรินิพพาน แต่จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ในปัญจโวการภูมิ อสัญญสัตว์ และอรูปสัตว์

จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปก- *ขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ อรูปสัตว์ แต่อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ และอสัญญสัตว์ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุน-*ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งมีจักขุมีโสมนัสเกิดขึ้น แล้วจักปรินิพพาน แต่จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ และอสัญญสัตว์

จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธิน- *ทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ อรูปสัตว์ แต่มนิน-*ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ และอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุน-*ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถิน- *ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานิน-*ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นปุริสะไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แต่ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นและฆานินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์

ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสิน- *ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานิน-*ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถีไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แต่ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์

ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิติน- *ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์แต่ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือปัจฉิมภวิกสัตว์ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานิน-*ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสม- *นัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจรสัตว์ แต่โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในปัญจโวการภูมิ อสัญญสัตว์ และอรูปสัตว์ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งมีฆานะ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน แต่ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นและฆานินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในปัญจโวการภูมิ อสัญญ-*สัตว์ และอรูปสัตว์

ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขิน- *ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ก็หาไม่ ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ และอสัญญสัตว์ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานิน-*ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีฆานะมีโสมนัสเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน แต่ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ และอสัญญสัตว์

ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธิน- *ทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ แต่ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ และอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานิน-*ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสิน- *ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นปุริสะไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แต่ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์ หรือว่า ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถิน-*ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน แต่อิตถิน-*ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในกามาวจรภูมิ รูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์

อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิติน- *ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ และสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละแล้วจักปรินิพพาน แต่ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถิน-*ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัส- *สินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจรสัตว์ และสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แต่โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ อิตถิน-*ทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในปัญจโวการภูมิ อสัญญสัตว์ อรูปสัตว์ และสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แต่อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ โสม-*นัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในปัญจโวการภูมิ อสัญญสัตว์ อรูปสัตว์ และสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน

อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปก- *ขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ และสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน แต่อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ อสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถิน-*ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แต่อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปก-*ขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ อสัญญสัตว์ และสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆก็โดยภาวะนั่นแหละ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน

อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธิน- *ทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ และสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละแล้วจักปรินิพพาน แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่อิตถินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ และอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถิน-*ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิติน- *ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ และสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละแล้วจักปรินิพพาน แต่ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ หรือว่า ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสิน-*ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัส- *สินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจรสัตว์และสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน แต่โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในปัญจโวการภูมิ อสัญญสัตว์อรูปสัตว์ และสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละมีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้วจักปรินิพพาน แต่ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ ในปัญจโวการภูมิ อสัญญสัตว์ อรูปสัตว์และสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ มีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน

ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปก- *ขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ และสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละมีอุเบกขาเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน แต่อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ อสัญญสัตว์ และสัตว์ซึ่งเป็นอิตถีไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสิน-*ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ ไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน แต่ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปก-*ขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ อสัญญสัตว์ และสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ไปปฏิสนธิในภพไรๆก็โดยภาวะนั่นแหละ มีโสมนัสเกิดขึ้นแล้ว จักปรินิพพาน

ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัท- *ธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ รูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ และสัตว์ซึ่งเป็นอิตถีไปปฏิสนธิในภพไรๆ ก็โดยภาวะนั่นแหละแล้วจักปรินิพพาน แต่ฆานินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ปุริสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือ ปัจฉิมภวิกสัตว์ และอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสิน-*ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัส- *สินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยอุเบกขา จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด โสมนัส-*สินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ อสัญญสัตว์ แต่ชีวิติน-*ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต

ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปก- *ขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปัจฉิมจิตที่ประกอบด้วยโสมนัส จักเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด อุเปก-*ขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ อสัญญสัตว์ แต่ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นและชีวิตินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต

ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธิน- *ทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิติน-*ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ อสัญญสัตว์แต่ชีวิตินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต

โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งจักมีปัจฉิมจิต สัมปยุตด้วยอุเบกขา เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด แต่อุเปก-*ขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต และอสัญญสัตว์ หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดโสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต สัมปยุตด้วยโสมนัส เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อม-*เพรียงด้วยปัจฉิมจิต และอสัญญสัตว์

โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งจักมีปัจฉิมจิต ประกอบด้วยอุเบกขา เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นและมนินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อม-*เพรียงด้วยปัจฉิมจิต และอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัส-*สินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีปัจฉิมจิต ประกอบด้วยโสมนัส เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด แต่สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต และอสัญญสัตว์ หรือว่า สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปก-*ขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีปัจฉิมจิต ประกอบด้วยโสมนัส เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด แต่มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้น และมนิน-*ทรีย์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต และอสัญญสัตว์ หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปก-*ขินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธิน-*ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

ปัญญินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญิน-*ทรีย์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ปัจจนีกบุคคล จักขุนทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๐๘

อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด โสตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๐๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานและบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานและบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๑๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีจักขุเกิดได้และมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพานโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิม-ภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๑๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร วิ. บุคคลเหล่าใดมีจักขุเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพานอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิม-ภวิกบุคคล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ จักขุนทรียมูลกนัย จบ ฆานินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๐๙

อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภิวกบุคคลและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๑๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานินทรียมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิ และอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิก-บุคคล ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีฆานะเกิดได้มีอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน โสมนัสสิน-ทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๑๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิม-ภวิกบุคคล และบุคคลเหล่าใดมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีฆานะเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพานอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิก-บุคคลและบุคคลเหล่าใดมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิก-บุคคล ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๑๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อิตถีนทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๑๐

อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานและบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพานอิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิก-บุคคล อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานและบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้ว

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๑๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพานบุคคลเหล่าใดมีปริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพในภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและโสมนัส-สินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักไม่เกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพในภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละ มีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดแต่อิตถินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๑๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพานอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิดปัจฉิมภวิกบุคคล อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อิตถินทรียมูลกนัย จบ ปุริสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๑๑

อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่จักไม่เกิดปัจฉิมภวิกบุคคล ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๑๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานและบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานและบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๑๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร วิ. บุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดแต่ปุริสินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพานปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิก-บุคคล ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปุริสินทรียมูลกนัย จบ ชีวิตินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๑๒

อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๑๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับ แห่งจิตนั้น) โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่ง จิตนั้น) อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่จักไม่เกิดบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ชีวิตินทรียมูลกนัย จบ โสมนัสสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๑๓

อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่จักไม่เกิดบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๒๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่ง จิตนั้น) อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่จักไม่เกิดบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับ แห่งจิตนั้น) โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิดบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ โสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ อุเปกขินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๑๔

อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อุเปกขินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๒๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร สัทธินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๑๕

อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ สัทธินทรียมูลกนัย จบ ปัญญินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๑๖

อนุ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปัญญินทรียมูลกนัย จบ ปัจจนีกโอกาส จักขุนทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๑๗

อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด โสตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จัก เกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๒๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่จักไม่เกิดในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๒๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิดในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ จักขุนทรียมูลกนัย จบ ฆานินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๑๘

อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๒๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๒๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อิตถินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๑๙

อนุ. อิตถินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฯลฯ อิตถินทรียมูลกนัย จบ ปุริสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๒๐

อนุ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จัก เกิดใช่ไหม วิ. จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ มิใช่จักไม่เกิด ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๒๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปุริสินทรียมูลกนัย จบ ชีวิตินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๒๑

อนุ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ ใช่จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. จักเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. จักเกิด ชีวิตินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๒๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร โสมนัสสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๒๒

อนุ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ โสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ อุเปกขินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๒๓

อนุ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อุเปกขินทรียมูลนัย จบ สัทธินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๒๔

อนุ. สัทธินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สัทธินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ สัทธินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๒๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปัญญินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๒๕

อนุ. ปัญญินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ปัญญินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปัญญินทรียมูลกนัย จบ ปัจจนีกปุคคโลกาส จักขุนทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๒๖

อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด โสตินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๒๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือ ปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจ-โวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือ ปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจ-โวการภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๓๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีจักขุเกิดได้และมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพานโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่จักไม่เกิดปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีจักขุเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพานอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่จักไม่เกิดปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๓๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน อสัญญสัตตภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ จักขุนทรียมูลกนัย จบ ฆานินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๒๗

อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๓๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ไม่ใช่จักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีฆานะเกิดได้และมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพานโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๓๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีฆานะเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพานอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่จักไม่เกิดปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๓๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อิตถินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๒๘

อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ปุริสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลอิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๓๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิก-บุคคลในปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพานโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมี ปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๓๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ใช่จักเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อิตถินทรียมูลกนัย จบ ปุริสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๒๙

อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ชีวิตินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๓๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิม-ภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพานโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและอุเปก-ขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๓๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร วิ. บุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปุริสินทรียมูลกนัย จบ ชีวิตินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๓๐

อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด โสมนัสสินทรีย์ ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับ แห่งจิตนั้น) บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๓๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่ง จิตนั้น) บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตมนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดชีวิตินทรียมูลกนัย จบ โสมนัสสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๓๑

อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อุเปกขินทรีย์ ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๔๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่ง จิตนั้น) อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ โสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ อุเปกขินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๓๒

อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สัทธินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่ง จิตนั้น) อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๔๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่ง จิตนั้น) อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อุเปกขินทรียมูลกนัย จบ สัทธินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๓๓

อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ สัทธินทรียมูลกนัย จบ ปัญญินทรียมูลกนัย

ข้อ ๓๓๔

อนุ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มนินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๔๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปัญญินทรียมูลกนัย จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎก

อรรถกถายึดที่ข้อ ๓๗๙ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาอินทริยยมก

บัดนี้เป็นการพรรณนาอินทริยยมก ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงในลำดับต่อจากธรรมยมก เพราะทรงรวบรวมธรรมทั้งหลายมีกุศลธรรมเป็นต้น ที่พระองค์ทรงแสดงแล้วในมูลยมกเหล่านั้นให้เป็นส่วนหนึ่ง ด้วยอำนาจแห่งธรรมที่ได้อยู่ ในอินทริยยมกนั้นพึงทราบการกำหนดพระบาลี โดยนัยที่กล่าวแล้วในขันธยมกเป็นต้น.

ก็แม้ในอินทริยยมกนี้ มหาวาระ ๓ มีปัณณัตติวาระเป็นต้น และอนันตรวาระ ที่เหลือก็เป็นเช่นกับที่มาแล้วในยมกทั้งหลายมีขันธยมกเป็นต้นพร้อมด้วยประเภทแห่งกาลเป็นต้น แต่ว่ายมกทั้งหลายมีมากกว่าธาตุยมกเพราะความที่แห่งอินทรีย์ทั้งหลายมีมาก ก็ท่านไม่ประกอบ ชิวหายตนะและกายายตนะกับด้วยจักขวายตนะและจักขุธาตุ ในนัยอันมีจักขวายตนะและจักขุธาตุเป็นมูล ในปุคคลวาระเป็นต้น ในหนหลัง และไม่ถือเอายมกทั้งหลาย มีชิวหายตนะและกายายตนะเป็นมูล ฉันใดแม้ในอินทริยยมกนี้ ท่านก็ไม่ประกอบชิวหินทรีย์และกายินทรีย์ ในนัยอันมีจักขุนทรีย์เป็นมูล และไม่ถือเอายมกทั้งหลายที่มีชิวหินทรีย์และกายินทรีย์เป็นมูล ฉันนั้น

พึงทราบเหตุในการไม่ถือเอายมกทั้งหลายเหล่านั้น ตามนัยที่ท่านกล่าวไว้แล้วในยมกนั้นนั่นแหละ.

ส่วนมนินทรีย์ พึงทราบว่า ท่านประกอบแล้วด้วยมูลทั้งหลายมีจักขุนทรีย์เป็นมูลเป็นต้น ฉันใด แม้กับมูลทั้งหลายมีอิตถินทรีย์เป็นมูล ก็ฉันนั้นนั่นแหละ มนินทรีย์ย่อมถึงการประกอบ เพราะเหตุใด เพราะเหตุนั้น พึงทราบว่า ท่านไม่ประกอบแล้ว โดยลำดับ บทที่วางไว้ (แต่) ประกอบไว้ในที่สุดกับมูลทั้งหลายมีจักขนุทรีย์เป็นต้น แม้ทั้งหมด.

ท่านประกอบอิตถินทรีย์กับจักขุนทริย์, ปุริสินทรีย์กับจักขุนทรีย์, ชีวิตินทรีย์กับจักขุนทรีย์, สุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ไม่มีในปฏิสนธิ เพราะเหตุนั้นท่านจึงไม่ถือเอา.

โสมนัสสินทริย์ อุเบกขินทรีย์ ท่านถือเอาแล้วในปฏิสนธิ เพราะเกิดมีพร้อมกับการเกิดขึ้น อินทรีย์ ๕ อย่างมีสัทธินทรีย์เป็นต้นก็เหมือนอย่างนั้นอินทรีย์ที่เป็นโลกุตตร ๓ อย่าง ท่านก็ไม่ถือเอา เพราะไม่มีในปฏิสนธิ อินทรีย์เหล่าใดท่านถือเอาแล้วด้วยอำนาจแห่งอินทรีย์เหล่านั้นพึงทราบการนับยมกในนัยอันมีจักขุนทรีย์เป็นมูลในอินทริยยมกนี้ ด้วยประการฉะนี้ ก็ในที่มี้พึงทราบการนับยมกในนัยอันมีจักขุทรีย์เป็นมูลในที่นี้ฉันใด ในที่ทั้งปวงก็ฉันนั้นพึงทราบการกำหนดพระบาลีในวาระทั้งหลายอย่างนี้ก่อนว่า ก็ยมกเหล่าใดที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือเอาแล้วควรนับยมกทั้งหลายด้วยสามารถแห่งยมกเหล่านั้น.

อีกอย่างหนึ่ง เมื่อนับ พึงนับด้วยสามารถแห่งโมฆะปุจฉา.

ก็ในการวินิจฉัยเนื้อความนี้ พึงทราบนัยมุขนี้ดังต่อไปนี้.

คำว่า สจกฺขุกานํ น อิตฺถีนํ ท่านกล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งสัตว์ทั้งหลายที่มีรูป มีพรหมปาริสัชชาเป็นต้น และด้วยสามารถแห่งบุรุษเพศและผู้ไม่มีเพศ เพราะว่าอิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดแก่พรหม บุรุษเพศ และผู้ไม่มีเพศเหล่านั้น.

คำว่า สจกฺขุกานํ น ปุริสานํ ท่านกล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งรูปพรหมด้วย แห่งสตรีเพศและบุคคลผู้ไม่มีเพศด้วย เพราะว่า ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดแก่รูปพรหม สตรีและผู้ไม่มีเพศเหล่านั้น.

คำว่า อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ชีวิตินฺทริยํ อุปฺปชฺชติ ท่านกล่าวหมายเอาสัตว์ทั้งหลายในเอกโวการภพ จตุโวการภพและในกามธาตุ.

คำว่า สจกฺขุกานํ วินา โสมนสฺเสน ท่านกล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งบุคคลผู้ปฏิสนธิด้วยมหาวิบากปฏิสนธิ ๔ ที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขา.

คำว่า สจกฺขุกานํ วินา อุเปกฺขาย ท่านกล่าวด้วยสามารถแห่งบุคคลผู้ปฏิสนธิพร้อมด้วยโสมนัส.

คำว่า อุเปกฺขาย อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวด้วยสามารถแห่งอเหตุกปฏิสนธิ.

คำว่า อเหตุกานํ ท่านกล่าวแล้วเพราะความไม่มีแห่งอินทรีย์ทั้งหลายมีสัทธินทรีย์เป็นต้น กับด้วยอเหตุกปฏิสนธิ.

จริงอยู่ ในอเหตุกปฏิสนธิ ย่อมไม่มีศรัทธา สติ ปัญญาแน่นอน แต่สมาธิและวิริยะ ย่อมไม่ถึงความเป็นอินทรีย์.

คำว่า สเหตุกานํ อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวแล้วด้วยอำนาจคัพภเสยยกสัตว์ และพรหมที่ไม่มีรูป ก็พวกสเหตุกะอื่นชื่อว่า อจกฺขุโก = ไม่มีจักขุ ย่อมไม่มี.

คำว่า สจกฺขุกานํ อเหตุกานํ ท่านกล่าวหมายเอาสัตว์ในอบายด้วยสามารถแห่งโอปปาติกะ.

คำว่า สจกฺขุกานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ ท่านกล่าวหมายเอาสัตว์ที่ปฏิสนธิด้วยเหตุสอง ในกามธาตุ.

คำว่า สจกฺขุกานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ กล่าวหมายเอารูปพรหมด้วย เทวดาและมนุษย์ในกามาวจรด้วย.

คำว่า ญาณสมฺปยุตฺตานํ อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวหมายเอาอรูปพรหม และติเหตุกสัตว์ผู้เกิดในครรภ์.

ในชีวิตินทรีย์มูล คำว่า วินา โสมนสฺเสน อุปฺปชฺชนฺตานํ ท่านกล่าวหมายเอาชีวิตินทรีย์แม้ทั้งสองอย่าง.

คำว่า ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ท่านกล่าวหมายเอาอรูปชีวิตินทรีย์.

พึงทราบการประกอบ ชีวิตินทรีย์ด้วยสามารถปฏิสนธิและปวัตติ แม้ในที่ทั้งปวงโดยนัยนี้แม้ในมูลทั้งหลายมีโสมนัสสินทรีย์เป็นมูลเป็นต้น พึงถือเอาเนื้อความด้วยสามารถแห่งปฏิสนธิและปวัตตินั่นแหละแต่ในปฏิโลมนัย ในนิโรธวาระ พึงทราบการเกิด การไม่เกิด การดับและการไม่ดับ ในจุติ ปฏิสนธิและปวัตติแม้ทั้ง ๓ กาลด้วยสามารถแห่งธรรมทั้งหลายเหล่านั้นด้วย เหล่าอื่นด้วยตามที่ได้.

ในอนาคตวาระ คำว่า เอเตเนว ภาเวน ดังนี้ อธิบายว่า ด้วยการถือเอาปุริสปฏิสนธินั่นแหละ เพราะไม่ถึงซึ่งอิตถีภาวะ ในลำดับด้วยปุริสภาวะนั้นนั่นแหละ.

คำวิสัชนาว่า กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ อธิบายว่า บุรุษใดถือเอาแล้วซึ่งปฏิสนธิในภพไรๆ ไม่ถึงแล้วซึ่งอิตถีภาวะ จักปรินิพพานเทียว (หมายความว่าเกิดในภพใดด้วยเพศใด จักปรินิพพานด้วยเพศนั้นในภพนั้น)

แม้ในปัญหาที่สองก็นัยนี้ ก็บทว่า มนินทรีย์ด้วยไม่เกิดในภังคขณะแห่งอุปัตติจิตของสุทธาวาสพรหม ดังนี้ในอดีตวาระด้วยปัจจุบันวาระ (ปัจจุปันนาตีตวาระ) อธิบายว่า บัณฑิตไม่ถือเอาเนื้อความด้วยอำนาจการก้าวล่วงอุปาทขณะเหมือนกับในจิตตยมกแต่ควรถือเอาด้วยอำนาจแห่งการไม่เคยเกิดขึ้นในภพนั้น พึงทราบการวินิจฉัยเนื้อความในปวัตติวาระ แม้ทั้งหมดโดยนัยมุขนี้.

ก็ในปริญญาวาระ ท่านแสดงจักขุโสตยมกอย่างเดียวเท่านั้น ในมูลทั้งหลายมีจักขุมูลเป็นต้น ก็เพราะท่านแสดงอินทรีย์ทั้งหลายที่บุคคลไม่ควรกำหนดรู้ ที่เป็นโลกิยอัพยากตะด้วย ที่เจือด้วยโลกิยอัพยากตะด้วย แม้ที่เหลือเหตุนั้นท่านจึงแสดงอินทรีย์ ที่ท่านไม่แสดงเหล่านั้น โดยนัยนี้นั่นเทียว ก็เพราะอกุศลเป็นธรรมอันบุคคลพึงละโดยส่วนเดียวกุศลพึงเจริญโดยส่วนเดียว โลกุตตระอันเป็นอัพยากตะอันบุคคลพึงทำให้แจ้ง เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ย่อมละโทมนัสสินทรีย์ ย่อมเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ย่อมกระทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ก็อัญญินทรีย์บุคคลควรเจริญก็มี ควรทำให้แจ้งก็มี อัญญินทรีย์นั้น ท่านถือเอาด้วยอำนาจการภาวนา (การทำให้เจริญ).

ในคำทั้งหลายเหล่านั้น คำว่า เทฺว ปุคฺคลา ได้แก่ ผู้พร้อมเพรียงด้วยสกทาคามี และผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ในบุคคลทั้งสองนั้น คนหนึ่งชื่อว่า ย่อมไม่ละโทมนัสสินทรีย์ เพราะไม่สามารถตัดขาดได้ คนหนึ่งชื่อว่า ย่อมไม่ละโทมนัส เพราะความที่ท่านละโทมนัสสินทรีย์แล้ว.

บทว่า จกฺขุนฺทฺริยํ น ปริชานาติ ได้แก่ย่อมไม่รู้ทั่ว เพราะความที่แห่งท่านไม่สามารถยังมรรคที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้นได้บัณฑิตพึงทราบเนื้อความในคำวิสัชนาทั้งปวงโดยนัยนี้. อรรถกถาอินทริยยมก จบ.

นิคมคาถา

ก็หญิงชายผู้ใดถึงพร้อมด้วยกิจดำรงอยู่ในโอวาทของพระศาสดาสัมมาสัมพุทธะพระองค์ใดผู้ทำกิจเสร็จแล้วหญิงชายผู้นั้น กำหนดตั้งมั่นในโอวาทของพระจอมมุนีไว้ดีแล้ว ย่อมเป็นผู้ก้าวล่วงอำนาจของพระยายม. พระสัมมาสัมพุทธะผู้ทรงเป็นเทพยิ่งกว่าเทพทั้งปวง ผู้ไม่มีมลทินอันจะนำไปสู่อำนาจของพระยายมเสด็จประทับอยู่ท่ามกลางเทวบริษัทหมู่ใหญ่ในเทวบุรี ทรงประกาศปกรณ์ชื่อว่ายมก ฉันใด ข้าพเจ้า (พระพุทธโฆษาจารย์) ปรารภอรรถกถาแห่งปกรณ์ยมกนั้น เพื่อแสดงวิธีกำหนดพระบาลีและนัยแห่งอรรถในคำปุจฉาวิสัชนา.

บัดนี้ อรรถกถาแห่งปกรณ์นี้นั้นถึงความสำเร็จแล้วด้วยแบบแผนมีประมาณ ๕ ภาณวาร โดยปราศจากอันตรายในโลกที่มีอันตรายมากฉันใด ขอสัตว์ทั้งหลายจงเป็นผู้มีความสำเร็จในหิตานุหิตประโยชน์ พรั่งพร้อมด้วยความสุข และขอมโนรถแม้ทั้งปวงของสรรพสัตว์ทั้งหลายจงถึงความสำเร็จฉันนั้น เทอญ.

อรรถกถาแห่งยมก จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา