อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดง
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๕๓

ปฏิจจวาร

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๕๓–๑๖๐พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 8 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 8 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 15 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

จิตฺตสมุฏฺฐานทุกํ ปฏิจฺจวาโร

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๓ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ จิตตสมุฏฐานทุกะ ปฏิจจวาร

ข้อ ๑๕๓

จิตฺตสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: จิตฺตสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... จิตฺตสมุฏฺฐานํ เอกํ มหาภูตํ ... มหาภูเต ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อุปาทารูปํ ฯ จิตฺตสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนจิตฺตสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: จิตฺตสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตํ กฏตฺตา จ รูปํ ฯ {๑๕๓.๑} จิตฺตสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐาโน จ โนจิตฺตสมุฏฺฐาโน จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: จิตฺต- สมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตญฺจ กฏตฺตา จ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ โนจิตฺต- สมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนจิตฺตสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตํ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ จิตฺตํ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ จิตฺตํ เอกํ มหาภูตํ ... มหาภูเต ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ ฯ {๑๕๓.๒} โนจิตฺตสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: จิตฺตํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานา ขนฺธา ฯ โนจิตฺตสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐาโน จ โนจิตฺตสมุฏฺฐาโน จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ จิตฺตํ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา ฯ จิตฺต- สมุฏฺฐานญฺจ โนจิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: จิตฺตสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธญฺจ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธญฺจ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ {๑๕๓.๓} จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ โนจิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนจิตฺตสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ จ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ อุปาทารูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตํ ฯ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ โนจิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐาโน จ โนจิตฺตสมุฏฺฐาโน จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธญฺจ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตญฺจ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ

จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ มหาภูตรูป ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย. ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิต อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม ในปฏิสนธิขณะ จิตและกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม. จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ และจิต และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรมขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ และจิต และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐาน-*ธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ. ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยจิต หทัยวัตถุ อาศัยจิต จิตอาศัยหทัยวัตถุมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย. จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยจิต ในปฏิสนธิขณะสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยจิต ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยหทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏ-*ฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และกฏัตตารูปอาศัยจิต ในปฏิสนธิขณะ จิตและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ. จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุเป็นจัย คือ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และจิตขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรมและธรรม ที่ไม่ใช่จิตตสมุฏ-*ฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และจิต ในปฏิสนธิขณะ อุปาทารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย ในปฏิสนธิขณะ จิต อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และหทัยวัตถุ. จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรมและธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรมและจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ จิต อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสมุฏฐานธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์๒ ฯลฯ.

ข้อ ๑๕๔

จิตฺตสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา: จิตฺตสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิ ฯ จิตฺตสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนจิตฺตสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา: จิตฺตสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตํ ปฏิสนฺธิ ฯ จิตฺตสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐาโน จ โนจิตฺตสมุฏฺฐาโน จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อารมฺมณปจฺจยา: จิตฺตสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตญฺจ เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิ ฯ {๑๕๔.๑} โนจิตฺตสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนจิตฺตสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา: ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ จิตฺตํ ฯ โนจิตฺตสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา: จิตฺตํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานา ขนฺธา ฯ โนจิตฺตสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐาโน จ โนจิตฺตสมุฏฺฐาโน จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อารมฺมณปจฺจยา: ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ จิตฺตํ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา ฯ {๑๕๔.๒} จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ โนจิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา: จิตฺตสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธญฺจ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธญฺจ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ {๑๕๔.๓} จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ โนจิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนจิตฺตสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา: ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตํ ฯ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ โนจิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐาโน จ โนจิตฺตสมุฏฺฐาโน จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อารมฺมณปจฺจยา: ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตญฺจ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ

จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ. ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ จิตอาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม ปฏิสนธิ. จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ และจิต อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ. ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ จิต อาศัยหทัยวัตถุ. จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยจิต ในปฏิสนธิขณะ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยจิต ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยหทัยวัตถุ. จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐาน-*ธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ จิตและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ. จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรมเกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์๒ ฯลฯ. ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตต-*สมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ จิต อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และหทัยวัตถุ. จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรมและธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ และจิต อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ

ข้อ ๑๕๕

เหตุยา นว อารมฺมเณ นว อธิปติยา ปญฺจ อนนฺตเร นว สมนนฺตเร นว สหชาเต นว อญฺญมญฺเญ นว นิสฺสเย นว อุปนิสฺสเย นว ปุเรชาเต ปญฺจ อาเสวเน ปญฺจ กมฺเม นว วิปาเก นว อาหาเร นว อินฺทฺริเย นว ฌาเน นว มคฺเค นว สมฺปยุตฺเต นว สพฺพตฺถ นว อวิคเต นว ฯ

ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙ ในอธิปติปัจจัย มี " ๕ ในอนันตรปัจจัย มี " ๙ ในสมนันตรปัจจัย มี " ๙ ในสหชาตปัจจัย มี " ๙ ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๙ ในนิสสยปัจจัย มี " ๙ ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙ ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๕ ในอาเสวนปัจจัย มี " ๕ ในกัมมปัจจัย มี " ๙ ในวิปากปัจจัย มี " ๙ ในอาหารปัจจัย มี " ๙ ในอินทริยปัจจัย มี " ๙ ในฌานปัจจัย มี " ๙ ในมัคคปัจจัย มี " ๙ ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยทั้งปวง มี " ๙ ในวิคตปัจจัย มี " ๙ ในอวิคตปัจจัย มี " ๙.

ข้อ ๑๕๖

จิตฺตสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: อเหตุกํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... อเหตุก- ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... จิตฺตสมุฏฺฐานํ เอกํ มหาภูตํ ... มหาภูเต ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อุปาทารูปํ วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ จิตฺตสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนจิตฺตสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: อเหตุเก จิตฺตสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตํ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตํ กฏตฺตา จ รูปํ ฯ {๑๕๖.๑} จิตฺตสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐาโน จ โนจิตฺตสมุฏฺฐาโน จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา: อเหตุกํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ โนจิตฺตสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนจิตฺตสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตํ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ จิตฺตํ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ จิตฺตํ เอกํ มหาภูตํ ยาว อสญฺญสตฺตา กาตพฺพา ฯ โนจิตฺตสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: อเหตุกํ จิตฺตํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา จิตฺต- สมุฏฺฐานญฺจ รูปํ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตํ ฯเปฯ อเหตุก- ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานา ขนฺธา วิจิกิจฺฉา- สหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ {๑๕๖.๒} โนจิตฺตสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐาโน จ โนจิตฺตสมุฏฺฐาโน จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา: อเหตุก- ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ จิตฺตํ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา ฯ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ โนจิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: อเหตุกํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธญฺจ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธญฺจ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจ- สหคโต โมโห ฯ {๑๕๖.๓} จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ โนจิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนจิตฺตสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ จ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตํ ฯ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ โนจิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐาโน จ โนจิตฺตสมุฏฺฐาโน จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา: อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธญฺจ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... อเหตุก- ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสมุฏฺฐานํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตญฺจ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ

จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ มหาภูตรูป ๑ ที่เป็นจิตสมุฏฐานธรรม ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ. ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ จิต อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ จิต และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม. จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรมเกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ และจิต และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรมซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยจิต หทัยวัตถุ อาศัยจิต จิตอาศัยหทัยวัตถุ พึงกระทำมหาภูตรูป ๑ จนถึงอสัญญสัตว์. จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยจิตซึ่งเป็นอเหตุกะ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ จิต ฯลฯ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยหทัยวัตถุ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยหทัยวัตถุ. จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตต-*สมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และกฏัตตารูปอาศัยจิต ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ จิตและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ. จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรมเกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ และจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และจิตขันธ์ ๒ ฯลฯ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และหทัยวัตถุขันธ์ ๒ ฯลฯ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และจิต. ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตต-*สมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรมและจิต ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ จิต อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และหทัยวัตถุ. จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐาน-*ธรรม และจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ และจิต อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ.

ข้อ ๑๕๗

จิตฺตสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา: จิตฺตสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ เอกํ มหาภูตํ ... มหาภูเต ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อุปาทารูปํ ฯ จิตฺตสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนจิตฺตสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา: ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ โนจิตฺตสมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนจิตฺตสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา: ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตํ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ จิตฺตํ ปฏิจฺจ วตฺถุ เอกํ มหาภูตํ ยาว อสญฺญสตฺตา ฯ โนจิตฺต- สมุฏฺฐานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา: จิตฺตํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ {๑๕๗.๑} จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ โนจิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา: จิตฺตสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ จ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ จิตฺตญฺจ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ โนจิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนจิตฺตสมุฏฺฐาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา: ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ จ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตสมุฏฺฐาเน ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ

จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ อารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม มหาภูตรูป ๑ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย. ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณ-*ปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม. ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยจิต หทัยวัตถุ อาศัยจิต มหาภูตรูป ๑ ตลอดถึงอสัญญสัตว์. จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณ-*ปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยจิต. จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรมเกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และจิตจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยจิต และมหาภูตรูปทั้งหลาย. ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตต-*สมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และจิต ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย. ฯลฯ

ข้อ ๑๕๘

นเหตุยา นว นอารมฺมเณ ฉ นอธิปติยา นว นอนนฺตเร ฉ นสมนนฺตเร ฉ นอญฺญมญฺเญ ฉ นอุปนิสฺสเย ฉ นปุเรชาเต นว นปจฺฉาชาเต นว นอาเสวเน นว นกมฺเม จตฺตาริ นวิปาเก ปญฺจ นอาหาเร เอกํ นอินฺทฺริเย เอกํ นฌาเน ฉ นมคฺเค นว นสมฺปยุตฺเต ฉ นวิปฺปยุตฺเต ฉ โนนตฺถิยา ฉ โนวิคเต ฉ ฯ

ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๖ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี " ๖ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มี " ๖ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มี " ๖ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มีวาระ ๖ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี " ๔ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี " ๖ ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี " ๖ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๖ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี " ๖ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๖.

ข้อ ๑๕๙

เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ฉ ... นอธิปติยา นว นกมฺเม ตีณิ นวิปาเก ปญฺจ นสมฺปยุตฺเต ฉ นวิปฺปยุตฺเต ปญฺจ โนนตฺถิยา ฉ โนวิคเต ฉ ฯ

ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัยกับเหตุปัจจัย มีวาระ ๖ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๖ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๖ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๖.

ข้อ ๑๖๐

นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ นว ... อนนฺตเร นว สมนนฺตเร นว ปุเรชาเต ปญฺจ อาเสวเน ปญฺจ ฌาเน ตีณิ มคฺเค ตีณิ อวิคเต นว ฯ สหชาตวาโร ปฏิจฺจวารสทิโส ฯ

ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙. สหชาตวาร เหมือนกับปฏิจจวาร

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๖๐. จิตตสมุฏฐานทุกะ ๑. ปฏิจจวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย

ข้อ ๑๘๖

สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีจิต

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๑๐๓}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๐. จิตตสมุฏฐานทุกะ ๑. ปฏิจจวาร เป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๑ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตอาศัยขันธ์ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะจิตและกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ จิตและจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะขันธ์ ๒ จิตและกฏัตตารูปทำขันธ์ ๑ ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓)

ข้อ ๑๘๗

สภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยจิตเกิดขึ้นหทัยวัตถุอาศัยจิตเกิดขึ้น จิตอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยจิตเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ สัมปยุตตขันธ์อาศัยจิตเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ สัมปยุตตขันธ์และกฏัตตารูปอาศัยจิตเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ จิตและสัมปยุตตขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๓)

ข้อ ๑๘๘

สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน และที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ และ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยจิตเกิดขึ้น ... อาศัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๑๐๔}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๐. จิตตสมุฏฐานทุกะ ๑. ปฏิจจวาร ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยจิตเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยจิตเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยขันธ์ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ จิตอาศัยขันธ์ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน และที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยจิตเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ และจิตอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓)อารัมมณปัจจัย

ข้อ ๑๘๙

สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัยได้แก่ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตอาศัยขันธ์ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ และจิตอาศัยขันธ์ ๑ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓)

ข้อ ๑๙๐

สภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็น สมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ จิตอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๑๐๕}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๐. จิตตสมุฏฐานทุกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตขันธ์อาศัยจิตเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะสัมปยุตตขันธ์อาศัยจิตเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ จิตและสัมปยุตตขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๓)

ข้อ ๑๙๑

สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยจิตเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยจิตเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ จิตอาศัยขันธ์ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ และจิตอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓) ๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร สุทธนัย

ข้อ ๑๙๒

เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๑๐๖}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๐. จิตตสมุฏฐานทุกะ ๑. ปฏิจจวาร อธิปติปัจจัย มี ๕ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๙ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๙ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๕ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๕ วาระ กัมมปัจจัย มี ๙ วาระ วิปากปัจจัย มี ๙ วาระ อาหารปัจจัย มี ๙ วาระ อินทรียปัจจัย มี ๙ วาระ ฌานปัจจัย มี ๙ วาระ มัคคปัจจัย มี ๙ วาระ สัมปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาระ) อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ อนุโลม จบ ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร นเหตุปัจจัย

ข้อ ๑๙๓

สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งมีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๑๐๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๐. จิตตสมุฏฐานทุกะ ๑. ปฏิจจวาร อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตอาศัยขันธ์ที่ไม่มีเหตุซึ่งมีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ จิตและกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ จิตและจิตต-สมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งมีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ (๓)

ข้อ ๑๙๔

สภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็น สมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ กฏัตตารูปอาศัยจิตเกิดขึ้น หทัยวัตถุอาศัยจิตเกิดขึ้น จิตอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) (๑) สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยจิตที่เป็นอเหตุกะเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ... อาศัยจิต ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะสัมปยุตตขันธ์และกฏัตตารูปอาศัยจิตเกิดขึ้น ในขณะปฏิสนธิที่เป็นอเหตุกะ จิตและสัมปยุตตขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๑๐๘}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๐. จิตตสมุฏฐานทุกะ ๑. ปฏิจจวาร

ข้อ ๑๙๕

สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งมีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยจิตเกิดขึ้น... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยจิตเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและอาศัยจิตเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยจิตเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ จิตอาศัยขันธ์ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยจิตเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะขันธ์ ๒ และจิตอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓) นอารัมมณปัจจัย

ข้อ ๑๙๖

สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน เกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๑๐๙}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๐. จิตตสมุฏฐานทุกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น (๒)

ข้อ ๑๙๗

สภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัยได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยจิตเกิดขึ้น หทัยวัตถุอาศัยจิตเกิดขึ้น ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) (๑) สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยจิตเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยจิตเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยจิตและมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยจิตเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (ย่อ) (๒)๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร สุทธนัย

ข้อ ๑๙๘

นเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๖ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ นอนันตรปัจจัย มี ๖ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๑๑๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๐. จิตตสมุฏฐานทุกะ ๑. ปฏิจจวาร นสมนันตรปัจจัย มี ๖ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย มี ๖ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย มี ๖ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๙ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๔ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๕ วาระ นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย มี ๖ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๙ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย มี ๖ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๖ วาระ โนนัตถิปัจจัย มี ๖ วาระ โนวิคตปัจจัย มี ๖ วาระ ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ

ข้อ ๑๙๙

นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๖ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๙ วาระ ฯลฯ นกัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๕ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๖ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๕ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๖ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๖ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๑๑๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๖๐. จิตตสมุฏฐานทุกะ ๓. ปัจจยวาร ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม

ข้อ ๒๐๐

อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๙ วาระ สมนันตรปัจจัย ” มี ๙ วาระ ฯลฯ ปุเรชาตปัจจัย ” มี ๕ วาระ อาเสวนปัจจัย ” มี ๕ วาระ ฯลฯ ฌานปัจจัย ” มี ๓ วาระ มัคคปัจจัย ” มี ๓ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย ” มี ๙ วาระ (สหชาตวารเหมือนกับปฏิจจวาร)

ไม่มีอรรถกถาของข้อนี้ตามบันทึกตอนนำเข้า: “ต้นทางยังไม่ได้จัดทำ”

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร