อังคสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๖ อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต อังคสูตร
ปญฺจงฺควิปฺปหีโน ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปญฺจงฺคสมนฺนาคโต อิมสฺมึ ธมฺมวินเย เกวลี วุสิตวา อุตฺตมปุริโสติ วุจฺจติ กถญฺจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปญฺจงฺควิปฺปหีโน โหติ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน กามจฺฉนฺโท ปหีโน โหติ พฺยาปาโท ปหีโน โหติ ถีนมิทฺธํ ปหีนํ โหติ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ ปหีนํ โหติ วิจิกิจฺฉา ปหีนา โหติ เอวํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปญฺจงฺควิปฺปหีโน โหติ ฯ {๑๒.๑} กถญฺจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปญฺจงฺคสมนฺนาคโต โหติ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อเสเขน สีลกฺขนฺเธน สมนฺนาคโต โหติ อเสเขน สมาธิกฺขนฺเธน สมนฺนาคโต โหติ อเสเขน ปญฺญากฺขนฺเธน สมนฺนาคโต โหติ อเสเขน วิมุตฺติกฺขนฺเธน สมนฺนาคโต โหติ อเสเขน วิมุตฺติญาณทสฺสนกฺขนฺเธน สมนฺนาคโต โหติ เอวํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปญฺจงฺคสมนฺนาคโต โหติ ฯ ปญฺจงฺควิปฺปหีโน โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปญฺจงฺคสมนฺนาคโต อิมสฺมึ ธมฺมวินเย เกวลี วุสิตวา อุตฺตมปุริโสติ วุจฺจตีติ ฯ กามจฺฉนฺโท จ พฺยาปาโท ถีนมิทฺธญฺจ ภิกฺขุโน อุทฺธจฺจํ วิจิกิจฺฉา จ สพฺพโสว น วิชฺชติ อเสเขน จ สีเลน อเสเขน สมาธินา วิมุตฺติยา จ สมฺปนฺโน ญาเณน จ ตถาวิโธ ส เว ปญฺจงฺคสมฺปนฺโน ปญฺจงฺคานิ วิวชฺชยํ ส เว อิมสฺมึ ธมฺมวินเย เกวลี อิติ วุจฺจตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ละองค์ ๕ ได้แล้ว เป็นผู้ประกอบ ด้วยองค์ ๕ บัณฑิตเรียกว่า ผู้ประกอบด้วยคุณทั้งมวล ผู้อยู่จบพรหมจรรย์ เป็นอุดมบุรุษ ในธรรมวินัยนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเป็นผู้ละองค์ ๕ ได้แล้วอย่างไรภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ละกามฉันทะได้แล้ว ๑ ละพยาบาทได้แล้ว ๑ ละ-*ถีนมิทธะได้แล้ว ๑ ละอุทธัจจกุกกุจจะได้แล้ว ๑ ละวิจิกิจฉาได้แล้ว ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุละองค์ ๕ ได้แล้วอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเป็นผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ อย่างไร ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ประกอบด้วยศีลขันธ์อันเป็นของพระอเสขบุคคล ๑ ประกอบด้วยสมาธิขันธ์อันเป็นของพระอเสขบุคคล ๑ประกอบด้วยปัญญาขันธ์อันเป็นของพระอเสขบุคคล ๑ ประกอบด้วยวิมุตติขันธ์อันเป็นของพระอเสขบุคคล ๑ ประกอบด้วยวิมุตติญาณทัสสนขันธ์อันเป็นของพระอเสขบุคคล ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเป็นผู้ประกอบ ด้วยองค์ ๕ อย่างนี้แลดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ละองค์ ๕ ได้แล้ว ผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ บัณฑิตเรียกว่าผู้ประกอบด้วยคุณทั้งมวล ผู้อยู่จบพรหมจรรย์ เป็นอุดมบุรุษ ในธรรมวินัยนี้ ฯ กามฉันทะ พยาบาท ถีนมิทธะ อุทธัจจกุกกุจจะ และ วิจิกิจฉา ย่อมไม่มีแก่ภิกษุโดยประการทั้งปวงเทียว ภิกษุผู้ เช่นนั้นสมบูรณ์ด้วยศีลอันเป็นของพระอเสขะ ด้วยสมาธิ อันเป็นของพระอเสขะ ด้วยปัญญาอันเป็นของพระอเสขะ ด้วยวิมุตติอันเป็นของพระอเสขะ และด้วยวิมุตติญาณทัสสนะ อันเป็นของพระอเสขะ ภิกษุนั้นแล เป็นผู้ละองค์ ๕ สมบูรณ์ แล้วด้วยองค์ ๕ ภิกษุนั้นแล บัณฑิตเรียกว่า ผู้ประกอบ ด้วยคุณทั้งมวลในธรรมวินัยนี้ ฯ จบสูตรที่ ๒
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. ปัญจังคสูตร ว่าด้วยองค์ ๕
ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ละองค์ ๕ ประกอบด้วยองค์ ๕ บัณฑิตเรียกว่า ผู้ประกอบด้วยคุณทั้งมวล ผู้อยู่จบพรหมจรรย์ เป็นอุดมบุรุษในธรรมวินัยนี้ ภิกษุผู้ละองค์ ๕ เป็นอย่างไร คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ๑. เป็นผู้ละกามฉันทะ (ความพอใจในกาม) ๒. เป็นผู้ละพยาบาท (ความคิดร้าย) ๓. เป็นผู้ละถีนมิทธะ (ความหดหู่และเซื่องซึม) ๔. เป็นผู้ละอุทธัจจกุกกุจจะ (ความฟุ้งซ่านและร้อนใจ) ๕. เป็นผู้ละวิจิกิจฉา (ความลังเลสงสัย) ภิกษุเป็นผู้ละองค์ ๕ เป็นอย่างนี้แล @เชิงอรรถ : @ อยู่จบพรหมจรรย์ หมายถึงกิจแห่งการปฏิบัติเพื่อทำลายอาสวกิเลสจบสิ้นสมบูรณ์แล้ว ไม่มีกิจที่จะ@ต้องทำเพื่อตนเอง แต่ยังมีหน้าที่เพื่อผู้อื่นอยู่ ผู้บรรลุถึงขั้นนี้ได้ ชื่อว่าอเสขบุคคล (ที.สี.อ. ๒๔๘/๒๐๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๔ หน้า : ๑๙}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๒. นาถกรณวรรค ๒. ปัญจังคสูตร ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ เป็นอย่างไร คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ๑. เป็นผู้ประกอบด้วยสีลขันธ์(กองศีล)ที่เป็นอเสขะ ๒. เป็นผู้ประกอบด้วยสมาธิขันธ์(กองสมาธิ)ที่เป็นอเสขะ ๓. เป็นผู้ประกอบด้วยปัญญาขันธ์(กองปัญญา)ที่เป็นอเสขะ ๔. เป็นผู้ประกอบด้วยวิมุตติขันธ์(กองวิมุตติ)ที่เป็นอเสขะ ๕. เป็นผู้ประกอบด้วยวิมุตติญาณทัสสนขันธ์ (กองวิมุตติญาณทัสสนะ) ที่เป็นอเสขะ ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ เป็นอย่างนี้แล ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ละองค์ ๕ ประกอบด้วยองค์ ๕ บัณฑิตเรียกว่า ผู้ ประกอบด้วยคุณทั้งมวล ผู้อยู่จบพรหมจรรย์ เป็นอุดมบุรุษในธรรมวินัยนี้ กามฉันทะ พยาบาท ถีนมิทธะ อุทธัจจกุกกุจจะ และ วิจิกิจฉา ย่อมไม่มีแก่ภิกษุโดยประการทั้งปวง ภิกษุผู้เช่นนั้นสมบูรณ์ด้วยสีลขันธ์ที่เป็นอเสขะ สมาธิขันธ์ที่เป็นอเสขะ ปัญญาขันธ์ที่เป็นอเสขะ วิมุตติขันธ์ที่เป็นอเสขะ และวิมุตติญาณทัสสนขันธ์ที่เป็นอเสขะ ภิกษุนั้นแลผู้ละองค์ ๕ ได้ สมบูรณ์ด้วยองค์ ๕ ภิกษุนั้นแล บัณฑิตเรียกว่า ‘ผู้ประกอบด้วยคุณทั้งมวล’ ในธรรมวินัยนี้ ปัญจังคสูตรที่ ๒ จบ @เชิงอรรถ : @ อเสขะ หมายถึงธรรมระดับโลกุตตระของพระอเสขะ คือ พระอรหันตขีณาสพ (องฺ.ทสก.อ. ๓/๑๒/๓๒๐)@ วิมุตติญาณทัสสนขันธ์ ในที่นี้หมายถึงปัจจเวกขณญาณเป็นขันธ์ระดับโลกิยะ ส่วนขันธ์ที่เหลือข้างต้นเป็น@ขันธ์ระดับโลกุตตระ (องฺ.ติก.อ. ๒/๕๘/๑๖๐, องฺ.ทสก.อ. ๓/๑๒/๓๒๐)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๔ หน้า : ๒๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอังคสูตรที่ ๒
อังคสูตรที่ ๒ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้
บทว่า เกวลี ได้แก่ ผู้ประกอบด้วยคุณหมดทั้งสิ้น.
บทว่า วุสิตวา แปลว่า ผู้อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว.
บทว่า อเสกฺเขน ได้แก่ โลกุตตรธรรมที่นับเนื่องในอเสกขธรรม.
บทว่า สีลกฺขนฺเธน แปลว่า ด้วยกองศีล.
ในบทว่า วิมุตฺติกฺขนฺเธน นี้ เว้นศีลเป็นต้นเสีย ผลธรรมที่เหลือทั้ง ๓ ชื่อว่าวิมุตติ. วิมุตติญาณทัสสนะ ชื่อว่าปัจจเวกขณญาณ ปัจจเวกขณญาณนั้นเป็นโลกียะอย่างเดียว.
จบอรรถกถาอังคสูตรที่ ๒ -----------------------------------------------------