อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · บาลี (อักษรไทย) · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๕๕

ปริหานสูตร

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๕1 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


ตตฺร โข อายสฺมา สารีปุตฺโต ภิกฺขู อามนฺเตสิ อาวุโส ภิกฺขโวติ ฯ อาวุโสติ โข เต ภิกฺขู อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส ปจฺจสฺโสสุํ ฯ อายสฺมา สารีปุตฺโต เอตทโวจ ปริหานธมฺโม ปุคฺคโล ปริหานธมฺโม ปุคฺคโลติ อาวุโส วุจฺจติ กิตฺตาวตา นุ โข อาวุโส ปริหานธมฺโม ปุคฺคโล วุตฺโต ภควตา กิตฺตาวตา จปน อปริหานธมฺโม ปุคฺคโล วุตฺโต ภควตาติ ฯ ทูรโตปิ โข มยํ อาวุโส อาคจฺเฉยฺยาม อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส สนฺติเก เอตสฺส ภาสิตสฺส อตฺถมญฺญาตุํ สาธุ วตายสฺมนฺตํ เยว สารีปุตฺตํ ปฏิภาตุ เอตสฺส ภาสิตสฺส อตฺโถ อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส สุตฺวา ภิกฺขู ธาเรสฺสนฺตีติ ฯ เตนหาวุโส สุณาถ สาธุกํ มนสิกโรถ ภาสิสฺสามีติ ฯ เอวมาวุโสติ โข เต ภิกฺขู อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส ปจฺจสฺโสสุํ ฯ {๕๕.๑} อายสฺมา สารีปุตฺโต เอตทโวจ กิตฺตาวตา นุ โข อาวุโส ปริหานธมฺโม ปุคฺคโล วุตฺโต ภควตา อิธาวุโส ภิกฺขุ อสฺสุตญฺเจว ธมฺมํ น สุณาติ สุตา จสฺส ธมฺมา สมฺโมหํ คจฺฉนฺติ เย จสฺส ธมฺมา ปุพฺเพ เจตโส สมฺผุฏฺฐปุพฺพา เต จสฺส น สมุทาจรนฺติ อวิญฺญาตญฺจ น วิชานาติ เอตฺตาวตา โข อาวุโส ปริหานธมฺโม ปุคฺคโล วุตฺโต ภควตา ฯ กิตฺตาวตา จ ปนาวุโส อปริหานธมฺโม ปุคฺคโล วุตฺโต ภควตา อิธาวุโส ภิกฺขุ อสฺสุตญฺเจว ธมฺมํ สุณาติ สุตา จสฺส ธมฺมา น สมฺโมหํ คจฺฉนฺติ เย จสฺส ธมฺมา ปุพฺเพ เจตโส สมฺผุฏฺฐปุพฺพา เต จสฺส สมุทาจรนฺติ อวิญฺญาตญฺจ วิชานาติ เอตฺตาวตา โข อาวุโส อปริหานธมฺโม ปุคฺคโล วุตฺโต ภควตา ฯ โน เจ อาวุโส ภิกฺขุ ปรจิตฺตปริยายกุสโล โหติ อถ สจิตฺตปริยายกุสลา ภวิสฺสามาติ เอวญฺหิ โว อาวุโส สิกฺขิตพฺพํ ฯ {๕๕.๒} กถญฺจาวุโส ภิกฺขุ สจิตฺตปริยายกุสโล โหติ เสยฺยถาปิ อาวุโส อิตฺถี วา ปุริโส วา ทหโร ยุวา มณฺฑนกชาติโก อาทาเส วา ปริสุทฺเธ ปริโยทาเต อจฺเฉ วา อุทกปตฺเต สกํ มุขนิมิตฺตํ ปจฺจเวกฺขมาโน สเจ ตตฺถ ปสฺสติ รชํ วา องฺคณํ วา ตสฺเสว รชสฺส วา องฺคณสฺส วา ปหานาย วายมติ โน เจ ตตฺถ ปสฺสติ รชํ วา องฺคณํ วา เตเนวตฺตมโน โหติ ปริปุณฺณสงฺกปฺโป ลาภา วต เม ปริสุทฺธํ วต เมติ เอวเมว โข อาวุโส ภิกฺขุโน ปจฺจเวกฺขณา พหุการา โหติ กุสเลสุ ธมฺเมสุ อนภิชฺฌาลุ นุ โข พหุลํ วิหรามิ สํวิชฺชติ นุ โข เม เอโส ธมฺโม อุทาหุ โนติ อพฺยาปนฺนจิตฺโต นุ โข พหุลํ วิหรามิ สํวิชฺชติ นุ โข เม เอโส ธมฺโม อุทาหุ โนติ วิคตถีนมิทฺโธ นุ โข พหุลํ วิหรามิ สํวิชฺชติ นุ โข เม เอโส ธมฺโม อุทาหุ โนติ อนุทฺธโต นุ โข พหุลํ วิหรามิ สํวิชฺชติ นุ โข เม เอโส ธมฺโม อุทาหุ โนติ ติณฺณวิจิกิจฺโฉ นุ โข พหุลํ วิหรามิ สํวิชฺชติ นุ โข เม เอโส ธมฺโม อุทาหุ โนติ อกฺโกธโน นุ โข พหุลํ วิหรามิ สํวิชฺชติ นุ โข เม เอโส ธมฺโม อุทาหุ โนติ อสงฺกิลิฏฺฐจิตฺโต นุ โข พหุลํ วิหรามิ สํวิชฺชติ นุ โข เม เอโส ธมฺโม อุทาหุ โนติ ลาภี นุ โขมฺหิ อชฺฌตฺตํ ธมฺมปามุชฺชสฺส สํวิชฺชติ นุ โข เม เอโส ธมฺโม อุทาหุ โนติ ลาภี นุ โขมฺหิ อชฺฌตฺตํ เจโตสมถสฺส สํวิชฺชติ นุ โข เม เอโส ธมฺโม อุทาหุ โนติ ลาภี นุ โขมฺหิ อธิปญฺญาธมฺมวิปสฺสนาย สํวิชฺชติ นุ โข เม เอโส ธมฺโม อุทาหุ โนติ ฯ {๕๕.๓} สเจ ปนาวุโส ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน สพฺเพปีเม กุสเล ธมฺเม อตฺตนิ น สมนุปสฺสติ เตนาวุโส ภิกฺขุนา สพฺเพสํเยว อิเมสํ กุสลานํ ธมฺมานํ ปฏิลาภาย อธิมตฺโต ฉนฺโท จ วายาโม จ อุสฺสาโห อุสฺโสฬฺหิ จ อปฺปฏิวานี จ สติ จ สมฺปชญฺญญฺจ กรณียํ เสยฺยถาปิ อาวุโส อาทิตฺตเจโล วา อาทิตฺตสีโส วา ตสฺเสว เจลสฺส วา สีสสฺส วา นิพฺพาปนาย อธิมตฺตํ ฉนฺทญฺจ วายามญฺจ อุสฺสาหญฺจ อุสฺโสฬฺหิญฺจ อปฺปฏิวานิญฺจ สติญฺจ สมฺปชญฺญญฺจ กเรยฺย เอวเมว โข อาวุโส เตน ภิกฺขุนา สพฺเพสํเยว อิเมสํ กุสลานํ ธมฺมานํ ปฏิลาภาย อธิมตฺโต ฉนฺโท จ วายาโม จ อุสฺสาโห จ อุสฺโสฬฺหิ จ อปฺปฏิวานี จ สติ จ สมฺปชญฺญญฺจ กรณียํ ฯ {๕๕.๔} สเจ ปนาวุโส ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอกจฺเจ กุสเล ธมฺเม อตฺตนิ สมนุปสฺสติ เอกจฺเจ กุสเล ธมฺเม อตฺตนิ น สมนุปสฺสติ เตนาวุโส ภิกฺขุนา เย กุสเล ธมฺเม อตฺตนิ สมนุปสฺสติ เตสุ กุสเลสุ ธมฺเมสุ ปติฏฺฐาย เย กุสเล ธมฺเม อตฺตนิ น สมนุปสฺสติ เตสํ กุสลานํ ธมฺมานํ ปฏิลาภาย อธิมตฺโต ฉนฺโท จ วายาโม จ อุสฺสาโห จ อุสฺโสฬฺหิ จ อปฺปฏิวานี จ สติ จ สมฺปชญฺญญฺจ กรณียํ เสยฺยถาปิ อาวุโส อาทิตฺตเจโล วา อาทิตฺตสีโส วา ตสฺเสว เจลสฺส วา สีสสฺส วา นิพฺพาปนาย อธิมตฺตํ ฉนฺทญฺจ วายามญฺจ อุสฺสาหญฺจ อุสฺโสฬฺหิญฺจ อปฺปฏิวานิญฺจ สติญฺจ สมฺปชญฺญญฺจ กเรยฺย เอวเมว โข อาวุโส เตน ภิกฺขุนา เย กุสเล ธมฺเม อตฺตนิ สมนุปสฺสติ เตสุ กุสเลสุ ธมฺเมสุ ปติฏฺฐาย เย กุสเล ธมฺเม อตฺตนิ น สมนุปสฺสติ เตสํ กุสลานํ ธมฺมานํ ปฏิลาภาย อธิมตฺโต ฉนฺโท จ วายาโม จ อุสฺสาโห จ อุสฺโสฬฺหิ จ อปฺปฏิวานี จ สติ จ สมฺปชญฺญญฺจ กรณียํ ฯ สเจ ปนาวุโส ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน สพฺเพปีเม กุสเล ธมฺเม อตฺตนิ สมนุปสฺสติ เตนาวุโส ภิกฺขุนา สพฺเพเสฺวว อิเมสุ กุสเลสุ ธมฺเมสุ ปติฏฺฐาย อุตฺตรึ อาสวานํ ขยาย โยโค กรณีโยติ ฯ

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๑. สจิตตวรรค ๕. ปริหานสูตร ๕. ปริหานสูตร ว่าด้วยบุคคลผู้มีธรรมที่เสื่อมไป

ข้อ ๕๕

ณ ที่นั้นแล ท่านพระสารีบุตรได้เรียกภิกษุทั้งหลายมากล่าวว่า ภิกษุ ผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นกล่าวรับคำแล้ว ท่านพระสารีบุตรจึงได้กล่าวเรื่องนี้ว่า “ผู้มีอายุทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ‘บุคคลผู้มีธรรมที่เสื่อมไป บุคคลผู้มีธรรมที่เสื่อมไป’ และตรัสว่า ‘บุคคลผู้มีธรรมที่ไม่เสื่อม บุคคลผู้มีธรรมที่ไม่เสื่อม’ ผู้มีอายุทั้งหลาย บุคคลผู้มีธรรมที่เสื่อมไป พระผู้มีพระภาคตรัสด้วยเหตุเท่าไรหนอและบุคคลผู้มีธรรมที่ไม่เสื่อม พระผู้มีพระภาคตรัสด้วยเหตุเท่าไร” ภิกษุเหล่านั้นเรียนว่า “ผู้มีอายุ กระผมทั้งหลายมาแต่ที่ไกลเพื่อทราบเนื้อความแห่งภาษิตนี้ในสำนักของท่านสารีบุตร ดีละ เฉพาะท่านสารีบุตรเท่านั้นที่จะอธิบายเนื้อความแห่งภาษิตนั้นให้แจ่มแจ้งได้ ภิกษุทั้งหลายฟังต่อจากท่านสารีบุตรแล้วจักทรงจำไว้” ท่านพระสารีบุตรกล่าวว่า “ผู้มีอายุทั้งหลาย ถ้าเช่นนั้น ท่านทั้งหลายจงฟังจงใส่ใจให้ดี ผมจักกล่าว” ภิกษุเหล่านั้นรับคำแล้ว ท่านพระสารีบุตรจึงได้กล่าวเรื่องนี้ว่า ผู้มีอายุทั้งหลาย บุคคลผู้มีธรรมที่เสื่อมไป พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ด้วยเหตุเท่าไร คือ ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ ๑. ไม่ได้ฟังธรรมที่ยังไม่เคยฟัง ๒. ธรรมที่ภิกษุนั้นเคยฟังแล้ว ถึงความเลอะเลือน ๓. ธรรมที่ภิกษุนั้นเคยสัมผัสด้วยใจมาก่อน ไม่ปรากฏแก่เธอ ๔. ภิกษุนั้นย่อมไม่รู้ธรรมที่ยังไม่เคยรู้ บุคคลผู้มีธรรมที่เสื่อมไป พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ด้วยเหตุเท่านี้แล

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๔ หน้า : ๑๒๐}

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๑. สจิตตวรรค ๕. ปริหานสูตร บุคคลผู้มีธรรมที่ไม่เสื่อม บุคคลผู้มีธรรมที่ไม่เสื่อม พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ด้วยเหตุเท่าไร คือ ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ ๑. ได้ฟังธรรมที่ยังไม่เคยฟัง ๒. ธรรมที่ภิกษุนั้นเคยฟังแล้ว ไม่ถึงความเลอะเลือน ๓. ธรรมที่ภิกษุนั้นเคยสัมผัสด้วยใจมาก่อน ปรากฏแก่เธอ ๔. ภิกษุนั้นย่อมรู้ธรรมที่ยังไม่เคยรู้ บุคคลผู้มีธรรมที่ไม่เสื่อม พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ด้วยเหตุเท่านี้แล หากภิกษุไม่ฉลาดในวาระจิตของผู้อื่น เมื่อเป็นเช่นนั้น ภิกษุนั้นพึงสำเหนียกว่า“เราจักเป็นผู้ฉลาดในวาระจิตของตน” ผู้มีอายุทั้งหลาย ท่านทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้แล ภิกษุผู้ฉลาดในวาระจิตของตน ภิกษุฉลาดในวาระจิตของตน เป็นอย่างไร คือ ภิกษุมีการพิจารณาที่เป็นอุปการะมากในกุศลธรรมทั้งหลายว่า ‘เราไม่มีอภิชฌาอยู่โดยมากหรือหนอ ธรรมนี้มีอยู่พร้อมแก่เราหรือไม่หนอ เรามีจิตไม่พยาบาทอยู่โดยมากหรือหนอ ธรรมนี้มีอยู่พร้อมแก่เราหรือไม่หนอ เราปราศจากถีนมิทธะอยู่โดยมากหรือหนอ ธรรมนี้มีอยู่พร้อมแก่เราหรือไม่หนอ เรามีจิตไม่ฟุ้งซ่านอยู่โดยมากหรือหนอ ธรรมนี้มีอยู่พร้อมแก่เราหรือไม่หนอ เราข้ามพ้นความสงสัยแล้วอยู่โดยมากหรือหนอ ธรรมนี้มีอยู่พร้อมแก่เราหรือไม่หนอ เราไม่มักโกรธอยู่โดยมากหรือหนอ ธรรมนี้มีอยู่พร้อมแก่เราหรือไม่หนอ เรามีจิตไม่เศร้าหมองอยู่โดยมากหรือหนอ ธรรมนี้มีอยู่พร้อมแก่เราหรือไม่หนอ เราได้ปราโมทย์ในธรรมภายในหรือหนอ ธรรมนี้มีอยู่พร้อมแก่เราหรือไม่หนอ เราได้ความสงบแห่งจิตภายในหรือหนอ ธรรมนี้มีอยู่พร้อมแก่เราหรือไม่หนอ เราได้ความเห็นแจ้งธรรมด้วยปัญญาอันยิ่งหรือหนอ ธรรมนี้มีอยู่พร้อมแก่เราหรือไม่หนอ’ เปรียบเหมือนสตรี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๔ หน้า : ๑๒๑}

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๑. สจิตตวรรค ๕. ปริหานสูตร หรือบุรุษที่ยังหนุ่มสาวมีปกติชอบแต่งตัว ส่องดูเงาหน้าของตนในกระจกเงาอันบริสุทธิ์ผุดผ่อง หรือในภาชนะน้ำที่ใส ถ้าเห็นธุลีหรือจุดดำที่หน้านั้น ก็พยายามขจัดธุลีหรือจุดดำนั้นเสีย หากไม่เห็นธุลีหรือจุดดำที่หน้านั้น ก็ดีใจ ภูมิใจ ด้วยเหตุนั้นเองว่า ‘เป็นลาภของเราหนอ หน้าของเราบริสุทธิ์แล้วหนอ’ ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ ไม่พิจารณาเห็นกุศลธรรมเหล่านี้แม้ทั้งหมดในตน ภิกษุนั้นก็ควรทำความพอใจ ความพยายาม ความอุตสาหะ ความขะมักเขม้น ความไม่ท้อถอย สติและสัมปชัญญะให้มีประมาณยิ่งเพื่อได้กุศลธรรมเหล่านี้ทั้งหมด ภิกษุนั้นก็ควรทำความพอใจ ความพยายาม ความอุตสาหะ ความขะมักเขม้นความไม่ท้อถอย สติและสัมปชัญญะให้มีประมาณยิ่งเพื่อได้กุศลธรรมทั้งหลายเหล่านี้เปรียบเหมือนบุคคลผู้มีผ้าที่ถูกไฟไหม้หรือมีศีรษะที่ถูกไฟไหม้ ควรทำความพอใจความพยายาม ความอุตสาหะ ความขะมักเขม้น ความไม่ท้อถอย สติและสัมปชัญญะให้มีประมาณยิ่งเพื่อดับไฟที่ไหม้ผ้าหรือไฟที่ไหม้ศีรษะนั้น ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ พิจารณาเห็นกุศลธรรมบางเหล่าว่ามีในตน พิจารณาเห็นกุศลธรรมบางเหล่าว่าไม่มีในตน ภิกษุนั้นก็ควรตั้งมั่นอยู่ในกุศลธรรมทั้งหลายที่พิจารณาเห็นว่ามีในตนแล้ว ทำความพอใจ ความพยายาม ความอุตสาหะ ความขะมักเขม้น ความไม่ท้อถอย สติและสัมปชัญญะให้มีประมาณยิ่งเพื่อได้กุศลธรรมที่พิจารณาเห็นว่าไม่มีในตนเหล่านั้น ภิกษุนั้นควรตั้งมั่นอยู่ในกุศลธรรมทั้งหลายที่พิจารณาเห็นในตนแล้ว ทำความพอใจ ความพยายาม ความอุตสาหะ ความขะมักเขม้น ความไม่ท้อถอย สติและสัมปชัญญะให้มีประมาณยิ่งเพื่อได้กุศลธรรมทั้งหลายที่พิจารณาเห็นว่าไม่มีในตนเปรียบเหมือนบุคคลผู้มีผ้าที่ถูกไฟไหม้หรือมีศีรษะที่ถูกไฟไหม้ ทำความพอใจความพยายาม ความอุตสาหะ ความขะมักเขม้น ความไม่ท้อถอย สติและสัมปชัญญะให้มีประมาณยิ่งเพื่อดับไฟที่ไหม้ผ้าหรือไฟที่ไหม้ศีรษะนั้น ผู้มีอายุทั้งหลาย ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ พิจารณาเห็นกุศลธรรมเหล่านี้แม้ ทั้งหมดว่ามีในตน ภิกษุนั้นก็ควรตั้งมั่นอยู่ในกุศลธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเลยแล้วทำความเพียรเพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลายให้ยิ่งขึ้นไป ปริหานสูตรที่ ๕ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๔ หน้า : ๑๒๒}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสูตรที่ ๕-๖-๗ ไม่มีเนื้อความอรรถกถา. อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สจิตตวรรคที่ ๑ ๔. สมถสูตร

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา