ว่าด้วยการประณาม
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๔ มหาวรรค ภาค ๑ ว่าด้วยการประณาม
๙๕ก็โดยสมัยนั้นแล อันเตวาสิกทั้งหลายไม่ประพฤติชอบในอาจารย์ทั้งหลาย. ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลายอันเตวาสิกจะไม่ประพฤติชอบในอาจารย์ไม่ได้ รูปใดไม่ประพฤติชอบ ต้องอาบัติทุกกฏ. พวกอันเตวาสิกยังไม่ประพฤติชอบตามเดิม. ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ประณามอันเตวาสิกผู้ไม่ประพฤติชอบ. วิธีประณาม ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อาจารย์พึงประณามอันเตวาสิกอย่างนี้ว่า ฉันประณามเธอ เธออย่างเข้ามา ณ ที่นี้ เธอจงขนบาตรจีวรของเธอออกไปเสีย หรือพึงประณามว่า เธอไม่ต้องอุปฐากฉันดังนี้ ก็ได้ อาจารย์ย่อมยังอันเตวาสิกให้รู้ด้วยกายก็ได้ ให้รู้ด้วยวาจาก็ได้ ให้รู้ด้วยทั้งกายและวาจาก็ได้ อันเตวาสิกชื่อว่าเป็นอันถูกประณามแล้ว ถ้ามิให้รู้ด้วยกาย มิให้รู้ด้วยวาจา มิให้รู้ด้วยทั้งกายและวาจา อันเตวาสิกไม่ชื่อว่าถูกประณาม. สมัยต่อมา พวกอันเตวาสิกถูกประณามแล้ว ไม่ขอให้อาจารย์อดโทษ. ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้อันเตวาสิกขอให้อาจารย์อดโทษ. พวกอันเตวาสิกไม่ยอมขอให้อาจารย์อดโทษอย่างเดิม. ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลายอันเตวาสิกถูกประณามแล้ว จะไม่ขอให้อาจารย์อดโทษไม่ได้ รูปใดไม่ขอให้อาจารย์อดโทษต้องอาบัติทุกกฏ. สมัยต่อมา อาจารย์ทั้งหลายอันเหล่าอันเตวาสิกขอให้อดโทษอยู่ ก็ไม่ยอมอดโทษ. ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลายเราอนุญาตให้อาจารย์อดโทษ. อาจารย์ทั้งหลายยังไม่ยอมอดโทษอย่างเดิม. พวกอันเตวาสิกหลีกไปเสียบ้าง สึกเสียบ้างไปเข้ารีตเดียรถีย์เสียบ้าง. ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาจารย์อันพวกอันเตวาสิกขอให้อดโทษอยู่ จะไม่ยอมอดโทษไม่ได้รูปใดไม่ยอมอดโทษ ต้องอาบัติทุกกฏ. สมัยต่อมา อาจารย์ทั้งหลายประณามอันเตวาสิกผู้ประพฤติชอบ ไม่ประณามอันเตวาสิกผู้ประพฤติมิชอบ. ภิกษุทั้งหลาย กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย อันเตวาสิกผู้ประพฤติชอบ อาจารย์ไม่พึงประณาม รูปใดประณาม ต้องอาบัติทุกกฏ. แต่อันเตวาสิกผู้ประพฤติมิชอบ อาจารย์จะไม่ประณามไม่ได้ รูปใดไม่ประณามต้องอาบัติทุกกฏ. องค์แห่งการประณาม ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาจารย์พึงประณามอันเตวาสิกผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ คือ ๑. หาความรักใคร่อย่างยิ่งในอาจารย์มิได้ ๒. หาความเลื่อมใสอย่างยิ่งมิได้ ๓. หาความละอายอย่างยิ่งมิได้ ๔. หาความเคารพอย่างยิ่งมิได้ และ ๕. หาความหวังดีต่ออย่างยิ่งมิได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาจารย์พึงประณามอันเตวาสิกผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาจารย์ไม่พึงประณามอันเตวาสิก ผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ คือ ๑. มีความรักใคร่อย่างยิ่งในอาจารย์ ๒. มีความเลื่อมใสอย่างยิ่ง ๓. มีความละอายอย่างยิ่ง ๔. มีความเคารพอย่างยิ่ง และ ๕. มีความหวังดีต่ออย่างยิ่ง ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาจารย์ไม่พึงประณามอันเตวาสิก ผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อันเตวาสิกผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ ควรประณาม คือ ๑. หาความรักใคร่อย่างยิ่งในอาจารย์มิได้ ๒. หาความเลื่อมใสอย่างยิ่งมิได้ ๓. หาความละอายอย่างยิ่งมิได้ ๔. หาความเคารพอย่างยิ่งมิได้ และ ๕. หาความหวังดีต่ออย่างยิ่งมิได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อันเตวาสิกผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ควรประณาม. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อันเตวาสิกผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ ไม่ควรประณาม คือ ๑. มีความรักใคร่อย่างยิ่งในอาจารย์ ๒. มีความเลื่อมใสอย่างยิ่ง ๓. มีความละอายอย่างยิ่ง ๔. มีความเคารพอย่างยิ่ง และ ๕. มีความหวังดีต่ออย่างยิ่ง ดูกรภิกษุทั้งหลาย อันเตวาสิกผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ไม่ควรประณาม. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อันเตวาสิกผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ อาจารย์เมื่อไม่ประณาม มีโทษเมื่อประณาม ไม่มีโทษ คือ ๑. หาความรักใคร่อย่างยิ่งในอาจารย์มิได้ ๒. หาความเลื่อมใสอย่างยิ่งมิได้ ๓. หาความละอายอย่างยิ่งมิได้ ๔. หาความเคารพอย่างยิ่งมิได้ และ ๕. หาความหวังดีต่ออย่างยิ่งมิได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อันเตวาสิกผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล อาจารย์เมื่อไม่ประณาม มีโทษ เมื่อประณาม ไม่มีโทษ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อันเตวาสิกผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ อาจารย์เมื่อประณามมีโทษ เมื่อไม่ประณาม ไม่มีโทษ คือ ๑. มีความรักใคร่อย่างยิ่งในอาจารย์ ๒. มีความเลื่อมใสอย่างยิ่ง ๓. มีความละอายอย่างยิ่ง ๔. มีความเคารพอย่างยิ่ง และ ๕. มีความหวังดีต่ออย่างยิ่ง ดูกรภิกษุทั้งหลาย อันเตวาสิกผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล อาจารย์เมื่อประณาม มีโทษเมื่อไม่ประณาม ไม่มีโทษ.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๑. มหาขันธกะ] ๒๐. ปฌามนาขมาปนา ๒๐. ปณามนาขมาปนา ว่าด้วยการประณามและการขอขมา เรื่องอันเตวาสิกไม่ประพฤติชอบ
สมัยนั้น พวกอันเตวาสิกไม่ประพฤติชอบในอาจารย์ทั้งหลาย ภิกษุ ทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงตำหนิว่า “ฯลฯ ภิกษุทั้งหลาย อันเตวาสิกจะไม่ประพฤติชอบในอาจารย์ไม่ได้ รูปใดไม่ประพฤติชอบ ต้องอาบัติทุกกฏ” เรื่องทรงอนุญาตให้ประณาม อันเตวาสิกทั้งหลายก็ยังไม่ประพฤติชอบอยู่เช่นเดิม ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ประณามอันเตวาสิกผู้ไม่ประพฤติชอบ” วิธีประณาม ภิกษุทั้งหลาย ก็อาจารย์พึงประณามอันเตวาสิกอย่างนี้ว่า “ฉันประณามเธอ”หรือ “เธออย่าเข้ามาที่นี้” “เธอ จงขนบาตรและจีวรของเธอไป” หรือ “เธอไม่ต้องอุปัฏฐากฉัน” อาจารย์ให้อันเตวาสิกรู้ด้วยกาย ให้รู้ด้วยวาจา หรือให้รู้ด้วยกายและวาจาเป็นอันได้ประณามอันเตวาสิกแล้ว อาจารย์ไม่ให้อันเตวาสิกรู้ด้วยกาย ไม่ให้รู้ด้วยวาจา หรือไม่ให้รู้ด้วยกายและวาจา เป็นอันยังมิได้ประณามอันเตวาสิก”อันเตวาสิกไม่ขอขมา สมัยนั้น อันเตวาสิกทั้งหลายถูกประณามแล้ว ก็ยังไม่ยอมขอขมาอาจารย์ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๑๑๗}
พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๑. มหาขันธกะ] ๒๐. ปฌามนาขมาปนา พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้อันเตวาสิกขอขมาอาจารย์” อันเตวาสิกทั้งหลายก็ยังไม่ยอมขอขมาอาจารย์อยู่เช่นเดิม ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย อันเตวาสิกถูกประณามแล้ว จะไม่ขอขมาอาจารย์ไม่ได้ รูปใดไม่ขอขมา ต้องอาบัติทุกกฏ” อาจารย์ไม่รับการขอขมา สมัยนั้น อาจารย์ทั้งหลายถูกอันเตวาสิกขอขมา ก็ยังไม่ยอมให้ขมา ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้อาจารย์รับการขอขมา” อาจารย์ทั้งหลายก็ยังไม่ยอมให้ขมาอยู่เช่นเดิม พวกอันเตวาสิกพากันหลีกไปเสียบ้าง สึกเสียบ้าง ไปเข้ารีตเดียรถีย์เสียบ้าง ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย อาจารย์ผู้ที่อันเตวาสิกขอขมาจะไม่รับการขอขมาไม่ได้ รูปใดไม่รับการขอขมา ต้องอาบัติทุกกฏ” ทรงปรับทุกกฏเมื่อประณามไม่ถูกต้อง สมัยนั้น อาจารย์ทั้งหลายประณามอันเตวาสิกผู้ประพฤติชอบ ไม่ประณามอันเตวาสิกผู้ประพฤติมิชอบ ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย อันเตวาสิกผู้ประพฤติชอบ อาจารย์ไม่พึงประณาม รูปใดประณาม ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุทั้งหลาย อันเตวาสิกผู้ไม่ประพฤติชอบ อาจารย์จะไม่ประณามไม่ได้ รูปใดไม่ประณาม ต้องอาบัติทุกกฏ”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๑๑๘}
พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๑. มหาขันธกะ] ๒๐. ปฌามนาขมาปนา องค์แห่งการประณาม
ภิกษุทั้งหลาย อาจารย์พึงประณามอันเตวาสิกผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ คือ ๑. ไม่มีความรักอย่างยิ่งในอาจารย์ ๒. ไม่มีความเลื่อมใสอย่างยิ่งในอาจารย์ ๓. ไม่มีความละอายอย่างยิ่งในอาจารย์ ๔. ไม่มีความเคารพอย่างยิ่งในอาจารย์ ๕. ไม่มีความหวังดีอย่างยิ่งในอาจารย์ ภิกษุทั้งหลาย อาจารย์พึงประณามอันเตวาสิกผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ เหล่านี้ ภิกษุทั้งหลาย อาจารย์ไม่พึงประณามอันเตวาสิกผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ คือ ๑. มีความรักอย่างยิ่งในอาจารย์ ๒. มีความเลื่อมใสอย่างยิ่งในอาจารย์ ๓. มีความละอายอย่างยิ่งในอาจารย์ ๔. มีความเคารพอย่างยิ่งในอาจารย์ ๕. มีความหวังดีอย่างยิ่งในอาจารย์ ภิกษุทั้งหลาย อาจารย์ไม่พึงประณามอันเตวาสิกผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ เหล่านี้ ภิกษุทั้งหลาย อันเตวาสิกผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ ควรที่จะถูกประณาม คือ ๑. ไม่มีความรักอย่างยิ่งในอาจารย์ ๒. ไม่มีความเลื่อมใสอย่างยิ่งในอาจารย์ ๓. ไม่มีความละอายอย่างยิ่งในอาจารย์ ๔. ไม่มีความเคารพอย่างยิ่งในอาจารย์ ๕. ไม่มีความหวังดีอย่างยิ่งในอาจารย์ ภิกษุทั้งหลาย อันเตวาสิกผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ เหล่านี้ ควรที่จะถูกประณาม ภิกษุทั้งหลาย อันเตวาสิกผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ ไม่ควรที่จะถูกประณาม คือ ๑. มีความรักอย่างยิ่งในอาจารย์ ๒. มีความเลื่อมใสอย่างยิ่งในอาจารย์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๑๑๙}
พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๑. มหาขันธกะ] ๒๐. ปณามนาขมาปนา ๓. มีความละอายอย่างยิ่งในอาจารย์ ๔. มีความเคารพอย่างยิ่งในอาจารย์ ๕. มีความหวังดีอย่างยิ่งในอาจารย์ ภิกษุทั้งหลาย อันเตวาสิกผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ เหล่านี้ ไม่ควรที่จะถูก ประณาม ภิกษุทั้งหลาย อันเตวาสิกผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ เมื่ออาจารย์ไม่ประณามย่อมมีโทษ เมื่อประณามย่อมไม่มีโทษ คือ ๑. ไม่มีความรักอย่างยิ่งในอาจารย์ ๒. ไม่มีความเลื่อมใสอย่างยิ่งในอาจารย์ ๓. ไม่มีความละอายอย่างยิ่งในอาจารย์ ๔. ไม่มีความเคารพอย่างยิ่งในอาจารย์ ๕. ไม่มีความหวังดีอย่างยิ่งในอาจารย์ ภิกษุทั้งหลาย อันเตวาสิกผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ เหล่านี้ เมื่ออาจารย์ ไม่ประณาม ย่อมมีโทษ เมื่อประณามย่อมไม่มีโทษ ภิกษุทั้งหลาย อันเตวาสิกผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ เมื่ออาจารย์ประณาม ย่อมมีโทษ เมื่อไม่ประณาม ย่อมไม่มีโทษ คือ ๑. มีความรักอย่างยิ่งในอาจารย์ ๒. มีความเลื่อมใสอย่างยิ่งในอาจารย์ ๓. มีความละอายอย่างยิ่งในอาจารย์ ๔. มีความเคารพอย่างยิ่งในอาจารย์ ๕. มีความหวังดีอย่างยิ่งในอาจารย์ ภิกษุทั้งหลาย อันเตวาสิกผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ เหล่านี้ เมื่ออาจารย์ประณามย่อมมีโทษ เมื่อไม่ประณาม ย่อมไม่มีโทษ ปณามนาขมาปนา จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๑๒๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
เนื้อความส่วนนี้ ศึกษาอรรถกถาได้จากข้อ ๘๘. -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา มหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ พระอุปเสนวังคันตบุตรอุปสมบทสัทธิวิหาริก