วิธีทำอุโบสถ ๓ อย่าง
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๔ มหาวรรค ภาค ๑ วิธีทำอุโบสถ ๓ อย่าง ๑. สวดปาติโมกข์
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺมึ อาวาเส ตทหุโปสเถ จตฺตาโร ภิกฺขู วิหรนฺติ ฯ อถโข เตสํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ ภควตา ปญฺญตฺตํ อุโปสโถ กาตพฺโพติ มยญฺจมฺห จตฺตาโร ชนา กถํ นุ โข อเมฺหหิ อุโปสโถ กาตพฺโพติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว จตุนฺนํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตุนฺติ ฯ เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺมึ อาวาเส ตทหุโปสเถ ตโย ภิกฺขู วิหรนฺติ ฯ อถโข เตสํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ ภควตา อนุญฺญาตํ จตุนฺนํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตุํ มยญฺจมฺห ตโย ชนา กถํ นุ โข อเมฺหหิ อุโปสโถ กาตพฺโพติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ติณฺณนฺนํ อญฺญมญฺญํ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กาตุํ ฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว กาตพฺโพ ฯ พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน เต ภิกฺขู ญาเปตพฺพา สุณนฺตุ เม อายสฺมนฺตา อชฺชุโปสโถ ปณฺณรโส ยทายสฺมนฺตานํ ปตฺตกลฺลํ มยํ อญฺญมญฺญํ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กเรยฺยามาติ ฯ {๑๘๕.๑} เถเรน ภิกฺขุนา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เต ภิกฺขู เอวมสฺสุ วจนียา ปริสุทฺโธ อหํ อาวุโส ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถ ปริสุทฺโธ อหํ อาวุโส ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถ ปริสุทฺโธ อหํ อาวุโส ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถาติ ฯ นวเกน ภิกฺขุนา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เต ภิกฺขู เอวมสฺสุ วจนียา ปริสุทฺโธ อหํ ภนฺเต ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถ ปริสุทฺโธ อหํ ภนฺเต ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถ ปริสุทฺโธ อหํ ภนฺเต ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถาติ ฯ {๑๘๕.๒} เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺมึ อาวาเส ตทหุโปสเถ เทฺว ภิกฺขู วิหรนฺติ ฯ อถโข เตสํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ ภควตา อนุญฺญาตํ จตุนฺนํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตุํ ติณฺณนฺนํ อญฺญมญฺญํ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กาตุํ มยญฺจมฺห เทฺว ชนา กถํ นุ โข อเมฺหหิ อุโปสโถ กาตพฺโพติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ทฺวินฺนํ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กาตุํ ฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว กาตพฺโพ ฯ เถเรน ภิกฺขุนา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา นโว ภิกฺขุ เอวมสฺส วจนีโย ปริสุทฺโธ อหํ อาวุโส ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรหิ ปริสุทฺโธ อหํ อาวุโส ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรหิ ปริสุทฺโธ อหํ อาวุโส ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรหีติ ฯ นวเกน ภิกฺขุนา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เถโร ภิกฺขุ เอวมสฺส วจนีโย ปริสุทฺโธ อหํ ภนฺเต ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถ ปริสุทฺโธ อหํ ภนฺเต ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถ ปริสุทฺโธ อหํ ภนฺเต ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถาติ ฯ {๑๘๕.๓} เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺมึ อาวาเส ตทหุโปสเถ เอโก ภิกฺขุ วิหรติ ฯ อถโข ตสฺส ภิกฺขุโน เอตทโหสิ ภควตา อนุญฺญาตํ จตุนฺนํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตุํ ติณฺณนฺนํ อญฺญมญฺญํ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กาตุํ ทฺวินฺนํ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กาตุํ อหญฺจมฺหิ เอกโก กถํ นุ โข มยา อุโปสโถ กาตพฺโพติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อิธ ปน ภิกฺขเว อญฺญตรสฺมึ อาวาเส ตทหุโปสเถ เอโก ภิกฺขุ วิหรติ ฯ เตน ภิกฺขเว ภิกฺขุนา ยตฺถ ภิกฺขู ปฏิกฺกมนฺติ อุปฏฺฐานสาลาย วา มณฺฑเป วา รุกฺขมูเล วา โส เทโส สมฺมชฺชิตฺวา ปานียํ ปริโภชนียํ อุปฏฺฐาเปตฺวา อาสนํ ปญฺญาเปตฺวา ปทีปํ กตฺวา นิสีทิตพฺพํ ฯ สเจ อญฺเญ ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ เตหิ สทฺธึ อุโปสโถ กาตพฺโพ โน เจ อาคจฺฉนฺติ อชฺช เม อุโปสโถติ อธิฏฺฐาตพฺโพ โน เจ อธิฏฺฐเหยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ตตฺร ภิกฺขเว ยตฺถ จตฺตาโร ภิกฺขู วิหรนฺติ น เอกสฺส ปาริสุทฺธึ อาหริตฺวา ตีหิ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตพฺพํ อุทฺทิเสยฺยุญฺเจ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ตตฺร ภิกฺขเว ยตฺถ ตโย ภิกฺขู วิหรนฺติ น เอกสฺส ปาริสุทฺธึ อาหริตฺวา ทฺวีหิ ปาริสุทฺธิอุโปสโถ กาตพฺโพ กเรยฺยุญฺเจ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ตตฺร ภิกฺขเว ยตฺถ เทฺว ภิกฺขู วิหรนฺติ น เอกสฺส ปาริสุทฺธึ อาหริตฺวา เอเกน อธิฏฺฐาตพฺโพ อธิฏฺฐเหยฺย เจ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ
ก็โดยสมัยนั้นแล ในอาวาสแห่งหนึ่งถึงวันอุโบสถ มีภิกษุอยู่ด้วยกัน ๔ รูป จึงภิกษุเหล่านั้นได้มีความปริวิตกว่า พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติไว้ว่า ภิกษุต้องทำอุโบสถ ดังนี้ก็พวกเรามีอยู่เพียง ๔ รูป จะพึงทำอุโบสถอย่างไรหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุ ๔ รูป สวดปาติโมกข์. ๒. ทำปาริสุทธิอุโบสถ สมัยต่อมา ในอาวาสแห่งหนึ่งถึงวันอุโบสถ มีภิกษุอยู่ด้วยกัน ๓ รูป จึงภิกษุเหล่านั้นได้มีความปริวิตกว่า พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้ภิกษุ ๔ รูป สวดปาติโมกข์ ก็พวกเรามีอยู่เพียง ๓ รูป จะพึงทำอุโบสถอย่างไรหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแต่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุ ๓ รูป ทำปาริสุทธิอุโบสถแก่กัน. วิธีทำปาริสุทธิอุโบสถสำหรับภิกษุ ๓ รูป ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล พึงทำปาริสุทธิอุโบสถ อย่างนี้. ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้ภิกษุเหล่านั้นทราบด้วยญัตติกรรมวาจา ว่าดังนี้:-ญัตติกรรมวาจา ท่านทั้งหลายเจ้าข้า ขอจงฟังข้าพเจ้า อุโบสถวันนี้ที่ ๑๕ ถ้าความพร้อมพรั่งของท่านทั้งหลายถึงที่แล้ว เราทั้งหลายพึงทำปาริสุทธิอุโบสถแก่กันเถิด. ภิกษุผู้เถระพึงห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระโหย่ง ประคองอัญชลี แล้วบอกความบริสุทธิ์ของตน ต่อภิกษุเหล่านั้นอย่างนี้ว่า:- คำบอกความบริสุทธิ์ ฉันบริสุทธิ์แล้ว เธอ ขอเธอจำฉันว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว ฉันบริสุทธิ์แล้ว เธอ ขอเธอจำฉันว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว ฉันบริสุทธิ์แล้ว เธอ ขอเธอจำฉันว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว. ภิกษุผู้นวกะพึงห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระโหย่ง ประคองอัญชลีแล้วบอกความบริสุทธิ์ของตน ต่อภิกษุเหล่านั้นอย่างนี้ว่า:- ผมบริสุทธิ์แล้ว ขอรับ ขอท่านทั้งหลายจำผมว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว ผมบริสุทธิ์แล้ว ขอรับ ขอท่านทั้งหลายจำผมว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว ผมบริสุทธิ์แล้ว ขอรับ ขอท่านทั้งหลายจำผมว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว. สมัยต่อมา ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันอุโบสถ มีภิกษุอยู่ด้วยกัน ๒ รูป จึงภิกษุเหล่านั้นได้มีความปริวิตกว่า พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้ภิกษุ ๔ รูปสวดปาติโมกข์ ให้ภิกษุ ๓ รูปทำปาริสุทธิอุโบสถแก่กัน ก็พวกเรามีเพียง ๒ รูป จะพึงทำอุโบสถอย่างไรหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุ ๒ รูป ทำปาริสุทธิอุโบสถ. วิธีทำปาริสุทธิอุโบสถสำหรับภิกษุ ๒ รูป ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล พึงทำปาริสุทธิอุโบสถอย่างนี้:- ภิกษุผู้เถระพึงห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระโหย่ง ประคองอัญชลีแล้ว บอกความบริสุทธิ์ของตน ต่อภิกษุผู้นวกะอย่างนี้ว่า:- คำบอกความบริสุทธิ์ ฉันบริสุทธิ์แล้ว เธอ ขอเธอจำฉันว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว ฉันบริสุทธิ์แล้ว เธอ ขอเธอจำฉันว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว ฉันบริสุทธิ์แล้ว เธอ ขอเธอจำฉันว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว. ภิกษุผู้นวกะพึงห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระโหย่ง ประคองอัญชลีแล้ว บอกความบริสุทธิ์ของตน ต่อภิกษุผู้เถระอย่างนี้ว่า:- คำบอกความบริสุทธิ์ ผมบริสุทธิ์แล้ว ขอรับ ขอท่านจำผมว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว ผมบริสุทธิ์แล้ว ขอรับ ขอท่านจำผมว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว ผมบริสุทธิ์แล้ว ขอรับ ขอท่านจำผมว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว. ๓. อธิษฐานอุโบสถ สมัยต่อมา ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันอุโบสถ มีภิกษุอยู่รูปเดียว จึงภิกษุนั้นได้มีความปริวิตกว่า พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้ภิกษุ ๔ รูป สวดปาติโมกข์ ให้ภิกษุ ๓ รูปทำปาริสุทธิ-*อุโบสถแก่กัน ให้ภิกษุ ๒ รูป ทำปาริสุทธิอุโบสถ ก็เรามีอยู่เพียงรูปเดียว จะพึงทำอุโบสถอย่างไรหนอ. ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันอุโบสถ มีภิกษุในศาสนานี้อยู่รูปเดียว. ภิกษุนั้นพึงกวาดสถานที่เป็นที่ไปมาแห่งภิกษุทั้งหลาย คือจะเป็นโรงฉัน มณฑป หรือโคนต้นไม้ก็ตาม แล้วตั้งน้ำฉัน น้ำใช้ ปูอาสนะ ตามประทีปไว้ แล้วนั่งรออยู่. ถ้ามีภิกษุเหล่าอื่นมาพึงทำอุโบสถร่วมกับพวกเธอ ถ้าไม่มีมา พึงอธิษฐานว่า วันนี้เป็นวันอุโบสถของเรา ถ้าไม่อธิษฐาน ต้องอาบัติทุกกฏ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสที่มีภิกษุอยู่ด้วยกัน ๔ รูป จะนำปาริสุทธิของภิกษุรูปหนึ่งมา แล้ว ๓ รูปสวดปาติโมกข์ไม่ได้ ถ้าขืนสวด ต้องอาบัติทุกกฏ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสที่มีภิกษุอยู่ด้วยกัน ๓ รูป จะนำปาริสุทธิของภิกษุรูปหนึ่งมา แล้ว ๒ รูปทำปาริสุทธิอุโบสถไม่ได้ ถ้าขืนทำ ต้องอาบัติทุกกฏ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสที่มีภิกษุอยู่ด้วยกัน ๒ รูป จะนำปาริสุทธิของภิกษุรูปหนึ่งมา แล้วอีกรูปหนึ่งอธิษฐานไม่ได้ ถ้าขืนอธิษฐาน ต้องอาบัติทุกกฏ.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙๑. สังฆุโปสถาทิปเภท ว่าด้วยประเภทแห่งอุโบสถมีอุโบสถเป็นการสงฆ์เป็นต้น เรื่องภิกษุ ๔ รูป ๓ รูป ๒ รูป และ ๑ รูป ทำอุโบสถ ๓ อย่าง ตามลำดับ เรื่องภิกษุ ๔ รูป ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดง
สมัยนั้น ในอาวาสแห่งหนึ่ง ในวันอุโบสถนั้น มีภิกษุอยู่ด้วยกัน ๔ รูป ภิกษุเหล่านั้นได้มีการสนทนากันดังนี้ว่า “พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติไว้ว่า ‘ภิกษุพึง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๒๕๒}
พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๒. อุโปสถขันธกะ] ๙๑. สังฆุโปสถาทิปเภท ทำอุโบสถ’ ดังนี้ ก็พวกเรามีเพียง ๔ รูป จะพึงทำอุโบสถอย่างไรหนอ” จึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุ ๔ รูป ยก ปาติโมกข์ขึ้นแสดง” เรื่องภิกษุ ๓ รูป ทำปาริสุทธิอุโบสถ สมัยนั้น ในอาวาสแห่งหนึ่ง ในวันอุโบสถนั้น มีภิกษุอยู่ด้วยกัน ๓ รูป ภิกษุเหล่านั้นได้มีการสนทนากันดังนี้ว่า “พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้ภิกษุ๔ รูป ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดง ก็พวกเรามีเพียง ๓ รูป จะพึงทำอุโบสถอย่างไรหนอ”จึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุ ๓ รูป ทำ ปาริสุทธิอุโบสถ วิธีทำปาริสุทธิอุโบสถสำหรับภิกษุ ๓ รูปและกรรมวาจา ภิกษุทั้งหลาย ก็แลพึงทำปาริสุทธิอุโบสถอย่างนี้ ภิกษุผู้ฉลาดสามารถพึงประกาศให้ภิกษุทั้งหลายทราบว่า ท่านทั้งหลายจงฟังข้าพเจ้า วันนี้เป็นวันอุโบสถ ๑๕ ค่ำ ถ้าท่านทั้งหลายพร้อมกันแล้ว เราทั้งหลายพึงทำปาริสุทธิอุโบสถแก่กันและกัน ภิกษุผู้เถระพึงห่มอุตตราสงค์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง นั่งกระโหย่ง ประนมมือ บอกภิกษุเหล่านั้นอย่างนี้ว่า คำบอกปาริสุทธิสำหรับภิกษุมีพรรษาแก่กว่า ท่านทั้งหลาย ผมเป็นผู้บริสุทธิ์ ขอท่านทั้งหลายจงจำผมว่า เป็นผู้บริสุทธิ์ ท่านทั้งหลาย ผมเป็นผู้บริสุทธิ์ ขอท่านทั้งหลายจงจำผมว่า เป็นผู้บริสุทธิ์ ท่านทั้งหลาย ผมเป็นผู้บริสุทธิ์ ขอท่านทั้งหลายจงจำผมว่า เป็นผู้บริสุทธิ์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๒๕๓}
พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๒. อุโปสถขันธกะ] ๙๑. สังฆุโปสถาทิปเภท ภิกษุผู้นวกะพึงห่มอุตตราสงค์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง นั่งกระโหย่ง ประนมมือบอกภิกษุเหล่านั้นอย่างนี้ว่า คำบอกปาริสุทธิสำหรับภิกษุมีพรรษาอ่อนกว่า ท่านผู้เจริญทั้งหลาย ผมเป็นผู้บริสุทธิ์ ขอรับ ขอท่านทั้งหลายจงจำผมว่า เป็นผู้บริสุทธิ์ ท่านผู้เจริญทั้งหลาย ผมเป็นผู้บริสุทธิ์ ขอรับ ขอท่านทั้งหลายจงจำผมว่า เป็นผู้บริสุทธิ์ ท่านผู้เจริญทั้งหลาย ผมเป็นผู้บริสุทธิ์ ขอรับ ขอท่านทั้งหลายจงจำผมว่า เป็นผู้บริสุทธิ์” สมัยนั้น ในอาวาสแห่งหนึ่ง ในวันอุโบสถนั้น มีภิกษุอยู่ด้วยกัน ๒ รูป ภิกษุเหล่านั้นได้มีการสนทนากันดังนี้ว่า “พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้ภิกษุ ๔ รูปยกปาติโมกข์ขึ้นแสดง ให้ภิกษุ ๓ รูปทำปาริสุทธิอุโบสถ ก็พวกเรามีเพียง ๒ รูปจะพึงทำอุโบสถ อย่างไรหนอ” จึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุ ๒ รูป ทำปาริสุทธิอุโบสถ” วิธีทำปาริสุทธิอุโบสถสำหรับภิกษุ ๒ รูป ภิกษุทั้งหลาย ก็แลพึงทำปาริสุทธิอุโบสถอย่างนี้ ภิกษุผู้เถระพึงห่มอุตตราสงค์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง นั่งกระโหย่ง ประนมมือบอกภิกษุผู้นวกะอย่างนี้ว่า คำบอกปาริสุทธิสำหรับภิกษุมีพรรษาแก่กว่า ท่าน ผมเป็นผู้บริสุทธิ์ ขอท่านจงจำผมว่า เป็นผู้บริสุทธิ์ ท่าน ผมเป็นผู้บริสุทธิ์ ขอท่านจงจำผมว่า เป็นผู้บริสุทธิ์ ท่าน ผมเป็นผู้บริสุทธิ์ ขอท่านจงจำผมว่า เป็นผู้บริสุทธิ์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๒๕๔}
พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๒. อุโปสถขันธกะ] ๙๑. สังฆุโปสถาทิปเภท ภิกษุผู้นวกะพึงห่มอุตตราสงค์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง นั่งกระโหย่ง ประนมมือบอกภิกษุผู้เถระอย่างนี้ว่า คำบอกปาริสุทธิสำหรับภิกษุมีพรรษาอ่อนกว่า ท่านผู้เจริญ ผมเป็นผู้บริสุทธิ์ ขอท่านจงจำผมว่า เป็นผู้บริสุทธิ์ ท่านผู้เจริญ ผมเป็นผู้บริสุทธิ์ ขอท่านจงจำผมว่า เป็นผู้บริสุทธิ์ ท่านผู้เจริญ ผมเป็นผู้บริสุทธิ์ ขอท่านจงจำผมว่า เป็นผู้บริสุทธิ์” เรื่องภิกษุรูปเดียวอธิษฐานอุโบสถ สมัยนั้น ในอาวาสแห่งหนึ่ง ในวันอุโบสถนั้น มีภิกษุอยู่รูปเดียว ภิกษุนั้นมีความคิดดังนี้ว่า “พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้ภิกษุ ๔ รูป ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงให้ภิกษุ ๓ รูปทำปาริสุทธิอุโบสถ ให้ภิกษุ ๒ รูปทำปาริสุทธิอุโบสถ ก็เราอยู่เพียงรูปเดียว จะพึงทำอุโบสถอย่างไรหนอ” ภิกษุนั้นจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสแห่งหนึ่ง ในวันอุโบสถนั้นมีภิกษุอยู่รูปเดียว ภิกษุนั้นพึงกวาดสถานที่ที่ภิกษุทั้งหลายต้องกลับมา คือโรงฉันหรือมณฑป หรือโคนไม้ก็ตาม แล้วตั้งน้ำฉันน้ำใช้ ปูอาสนะ ตามประทีป แล้วนั่งอยู่ถ้ามีภิกษุเหล่าอื่นมา พึงทำอุโบสถกับภิกษุเหล่านั้น ถ้าไม่มีมา พึงอธิษฐานว่า วันนี้เป็นวันอุโบสถของเรา ถ้าไม่อธิษฐาน ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสที่มีภิกษุอยู่ ๔ รูป ไม่พึงนำปาริสุทธิของภิกษุรูปหนึ่งมาแล้ว อีก ๓ รูปยกปาติโมกข์ขึ้นแสดง ถ้ายกขึ้นแสดง ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสที่มีภิกษุอยู่ ๓ รูป ไม่พึงนำปาริสุทธิของภิกษุรูปหนึ่งมาแล้ว อีก ๒ รูปทำปาริสุทธิอุโบสถ ถ้าทำ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสที่มีภิกษุอยู่ ๒ รูป ไม่พึงนำปาริสุทธิของภิกษุรูปหนึ่งมาแล้ว อีกรูปหนึ่งอธิษฐาน ถ้าอธิษฐาน ต้องอาบัติทุกกฏ”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๒๕๕}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
เนื้อความส่วนนี้ ศึกษาอรรถกถาได้จากข้อ ๑๘๑. -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา มหาวรรค ภาค ๑ อุโบสถขันธกะ พระพุทธานุญาตให้มอบปาริสุทธิเป็นต้น