อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา

การให้นิสสัย

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๙๖–๙๗2 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๔ มหาวรรค ภาค ๑ การให้นิสสัย

ข้อ ๙๖

เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ทสวสฺสมฺห ทสวสฺสมฺหาติ พาลา อพฺยตฺตา นิสฺสยํ เทนฺติ ฯ ทิสฺสนฺติ อาจริยา พาลา อนฺเตวาสิกา ปณฺฑิตา ทิสฺสนฺติ อาจริยา อพฺยตฺตา อนฺเตวาสิกา พฺยตฺตา ทิสฺสนฺติ อาจริยา อปฺปสฺสุตา อนฺเตวาสิกา พหุสฺสุตา ทิสฺสนฺติ อาจริยา ทุปฺปญฺญา อนฺเตวาสิกา ปญฺญวนฺโต ฯ เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม ภิกฺขู ทสวสฺสมฺห ทสวสฺสมฺหาติ พาลา อพฺยตฺตา นิสฺสยํ ทสฺสนฺติ ทิสฺสนฺติ อาจริยา พาลา อนฺเตวาสิกา ปณฺฑิตา ทิสฺสนฺติ อาจริยา อพฺยตฺตา อนฺเตวาสิกา พฺยตฺตา ทิสฺสนฺติ อาจริยา อปฺปสฺสุตา อนฺเตวาสิกา พหุสฺสุตา ทิสฺสนฺติ อาจริยา ทุปฺปญฺญา อนฺเตวาสิกา ปญฺญวนฺโตติ ฯ อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ภิกฺขู ทสวสฺสมฺห ทสวสฺสมฺหาติ พาลา อพฺยตฺตา นิสฺสยํ เทนฺติ ทิสฺสนฺติ อาจริยา พาลา ... อนฺเตวาสิกา ปญฺญวนฺโตติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ วิครหิ พุทฺโธ ภควา ... วิครหิตฺวา ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ น ภิกฺขเว พาเลน อพฺยตฺเตน นิสฺสโย ทาตพฺโพ โย ทเทยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน ทสวสฺเสน วา อติเรกทสวสฺเสน วา นิสฺสยํ ทาตุนฺติ ฯ

ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายคิดว่า เรามีพรรษาได้ ๑๐ แล้ว เรามีพรรษาได้๑๐ แล้ว ดังนี้ แต่ยังเป็นผู้เขลา ไม่เฉียบแหลม ย่อมให้นิสสัย ปรากฏว่าพวกอาจารย์เป็นผู้เขลา พวกอันเตวาสิกเป็นผู้ฉลาด ปรากฏว่าพวกอาจารย์เป็นผู้ไม่เฉียบแหลม พวกอันเตวาสิกเป็นผู้เฉียบแหลม ปรากฏว่าพวกอาจารย์เป็นผู้ได้ยินได้ฟังน้อย พวกอันเตวาสิกเป็นผู้ได้ยินได้ฟังมาก ปรากฏว่าพวกอาจารย์เป็นผู้มีปัญญาทราม พวกอันเตวาสิกเป็นผู้มีปัญญา. บรรดาภิกษุที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุทั้งหลายจึงได้อ้างว่า เรามีพรรษาได้ ๑๐ แล้ว เรามีพรรษาได้ ๑๐ แล้ว ดังนี้ แต่ยังเป็นผู้เขลา ไม่เฉียบแหลม ให้นิสสัย ปรากฏว่าพวกอาจารย์เป็นผู้เขลา พวกอันเตวาสิกเป็นผู้ฉลาด ปรากฏว่าพวกอาจารย์เป็นผู้ไม่เฉียบแหลม พวกอันเตวาสิกเป็นผู้เฉียบแหลม ปรากฏว่าพวกอาจารย์เป็นผู้ได้ยินได้ฟังน้อย พวกอันเตวาสิกเป็นผู้ได้ยินได้ฟังมาก ปรากฏว่าพวกอาจารย์เป็นผู้มีปัญญาทรามพวกอันเตวาสิกเป็นผู้มีปัญญา แล้วกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค. ทรงสอบถาม พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่าภิกษุทั้งหลายอ้างว่า เรามีพรรษาได้ ๑๐ แล้ว เรามีพรรษาได้ ๑๐ แล้ว ดังนี้ แต่ยังเป็นผู้เขลา ไม่เฉียบแหลม ให้นิสสัยปรากฏว่าพวกอาจารย์เป็นผู้เขลา ... พวกอันเตวาสิก เป็นผู้มีปัญญา จริงหรือ? ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. ทรงติเตียน พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียน ... ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้เขลา ไม่เฉียบแหลม ไม่พึงให้นิสสัย รูปใดให้ ต้องอาบัติทุกกฏ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ มีพรรษาได้ ๑๐ หรือมีพรรษาเกิน ๑๐ ให้นิสสัย. นิสสัยระงับจากอุปัชฌาย์และอาจารย์

ข้อ ๙๗

เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู อาจริยุปชฺฌาเยสุ ปกฺกนฺเตสุปิ วิพฺภนฺเตสุปิ กาลกเตสุปิ ปกฺขสงฺกนฺเตสุปิ นิสฺสยปฏิปฺปสฺสทฺธิโย น ชานนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ ปญฺจิมา ภิกฺขเว นิสฺสยปฏิปฺปสฺสทฺธิโย อุปชฺฌายมฺหา อุปชฺฌาโย ปกฺกนฺโต วา โหติ วิพฺภนฺโต วา กาลกโต วา ปกฺขสงฺกนฺโต วา อาณตฺติเยว ปญฺจมี อิมา โข ภิกฺขเว ปญฺจ นิสฺสยปฏิปฺปสฺสทฺธิโย อุปชฺฌายมฺหา ฯ ฉยิมา ภิกฺขเว นิสฺสยปฏิปฺปสฺสทฺธิโย อาจริยมฺหา อาจริโย ปกฺกนฺโต วา โหติ วิพฺภนฺโต วา กาลกโต วา ปกฺขสงฺกนฺโต วา อาณตฺติเยว ปญฺจมี อุปชฺฌาเยน วา สโมธานคโต โหติ อิมา โข ภิกฺขเว ฉ นิสฺสยปฏิปฺปสฺสทฺธิโย อาจริยมฺหา ฯ

ก็โดยสมัยนั้นแล เมื่ออาจารย์และอุปัชฌาย์หลีกไปเสียก็ดี สึกเสียก็ดี ถึงมรณภาพก็ดี ไปเข้ารีตเดียรถีย์ก็ดี ภิกษุทั้งหลายไม่รู้ว่านิสสัยระงับ. พวกเธอจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิสสัยระงับจากอุปัชฌายะ ๕ อย่างดังนี้ คือ ๑. อุปัชฌายะหลีกไป ๒. สึกเสีย ๓. ถึงมรณภาพ ๔. ไปเข้ารีตเดียรถีย์ และ ๕. สั่งบังคับ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิสสัยระงับจากอุปัชฌายะ ๕ อย่างนี้แล. ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิสสัยระงับจากอาจารย์ ๖ อย่าง ดังนี้ คือ ๑. อาจารย์หลีกไป ๒. สึกเสีย ๓. ถึงมรณภาพ ๔. ไปเข้ารีตเดียรถีย์ ๕. สั่งบังคับ และ ๖. ไปร่วมเข้ากับอุปัชฌายะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิสสัยระงับจากอาจารย์ ๖ อย่างนี้แล. การให้นิสสัย จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๑. มหาขันธกะ] ๒๑. พาลอัพยัตตวัตถุ ๒๑. พาลอัพยัตตวัตถุ ว่าด้วยภิกษุโง่ไม่ฉลาด เรื่องอาจารย์โง่เขลา

ข้อ ๘๒

สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายคิดว่า “เรามีพรรษาครบ ๑๐ เรามีพรรษา ครบ ๑๐” แต่เป็นผู้โง่เขลา ไม่ฉลาด ให้นิสสัย ปรากฏว่า อาจารย์เป็นผู้โง่เขลาอันเตวาสิกเป็นบัณฑิตก็มี อาจารย์เป็นผู้ไม่ฉลาด อันเตวาสิกเป็นผู้ฉลาดก็มี อาจารย์มีสุตะน้อย อันเตวาสิกเป็นพหูสูตก็มี อาจารย์มีปัญญาทราม อันเตวาสิกมีปัญญาดีก็มี บรรดาภิกษุผู้มีความมักน้อย ฯลฯ พากันตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ไฉน ภิกษุทั้งหลายจึงได้อ้างว่า ‘เรามีพรรษาครบ ๑๐ เรามีพรรษาครบ ๑๐’ แต่เป็นผู้โง่เขลา ไม่ฉลาด ให้นิสสัยปรากฏว่า อาจารย์เป็นผู้โง่เขลา อันเตวาสิกเป็นบัณฑิตก็มี อาจารย์เป็นผู้ไม่ฉลาด อันเตวาสิกเป็นผู้ฉลาดก็มี อาจารย์มีสุตะน้อยอันเตวาสิกเป็นพหูสูตก็มี อาจารย์มีปัญญาทราม อันเตวาสิกมีปัญญาดีก็มี” จึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ ทรงสอบถาม พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า “ภิกษุทั้งหลาย ทราบว่าพวกภิกษุได้อ้างว่า ‘เรามีพรรษาครบ ๑๐ เรามีพรรษาครบ ๑๐’ แต่เป็นผู้โง่เขลา ไม่ฉลาดให้นิสสัย ปรากฏว่า อาจารย์เป็นผู้โง่เขลา ... อันเตวาสิกมีปัญญาดีก็มี จริงหรือ” ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงตำหนิว่า “ฯลฯ ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้โง่เขลาไม่ฉลาด ไม่พึงให้นิสสัย รูปใดให้ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุผู้ฉลาดสามารถ มีพรรษาครบ ๑๐ หรือมีพรรษาเกิน ๑๐ ให้นิสสัยได้”พาลอัพยัตตวัตถุ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๑๒๑}

พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๑. มหาขันธกะ] ๒๒. นิสสยปฏิปัสสัทธิกถา ๒๒. นิสสยปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยการระงับนิสสัย เรื่องนิสสัยระงับจากอุปัชฌาย์และอาจารย์

ข้อ ๘๓

สมัยนั้น เมื่ออุปัชฌาย์และอาจารย์หลีกไปก็ดี สึกเสียก็ดี มรณภาพ ก็ดี ไปเข้ารีตเดียรถีย์ก็ดี ภิกษุทั้งหลายไม่รู้ว่านิสสัยระงับ จึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย นิสสัยระงับจากอุปัชฌาย์ ๕ ประการเหล่านี้ คือ ๑. อุปัชฌาย์หลีกไป ๒. อุปัชฌาย์สึก ๓. อุปัชฌาย์มรณภาพ ๔. อุปัชฌาย์ไปเข้ารีตเดียรถีย์ ๕. อุปัชฌาย์สั่งบังคับ ภิกษุทั้งหลาย นิสสัยระงับจากอุปัชฌาย์ ๕ ประการเหล่านี้ ภิกษุทั้งหลาย นิสสัยระงับจากอาจารย์ ๖ ประการเหล่านี้ คือ ๑. อาจารย์หลีกไป ๒. อาจารย์สึก ๓. อาจารย์มรณภาพ ๔. อาจารย์ไปเข้ารีตเดียรถีย์ ๕. อาจารย์สั่งบังคับ ๖. สัทธิวิหาริก์ไปเข้าร่วมกับอุปัชฌาย์ ภิกษุทั้งหลาย นิสสัยระงับจากอาจารย์ ๖ ประการเหล่านี้ นิสสยปฏิปัสสัทธิกถา จบ @เชิงอรรถ : @ ไปเข้าร่วมกับอุปัชฌาย์ คือเมื่อสัทธิวิหาริกได้พบเห็นอุปัชฌาย์เที่ยวบิณฑบาต ได้ยินอุปัชฌาย์แสดง@ธรรม จำเสียงอุปัชฌาย์ได้นิสสัยระงับจากอาจารย์ (วิ.อ. ๓/๘๓/๔๗)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔ หน้า : ๑๒๒}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

เนื้อความส่วนนี้ ศึกษาอรรถกถาได้จากข้อ ๘๘. -----------------------------------------------------

อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา มหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ พระอุปเสนวังคันตบุตรอุปสมบทสัทธิวิหาริก

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา