องค์ของภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ไม่มีโทษ หัวข้อประจำวรรค
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๒. ทุติยสังฆเภทกวรรค หมวดว่าด้วยภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ หมวดที่ ๒ องค์ของภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ไม่มีโทษ
ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ประกอบด้วยองค์เท่าไร หนอแล ไม่ต้องไปเกิดในอบาย ไม่ต้องไปเกิดในนรก ไม่ต้องดำรงอยู่ชั่วกัป มิใช่แก้ไขไม่ได้ พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ประกอบด้วยองค์ ๕ ไม่ต้องไปเกิดในอบาย ไม่ต้องไปเกิดในนรก ไม่ต้องดำรงอยู่ชั่วกัป มิใช่แก้ไขไม่ได้องค์ ๕ คือ ๑. แสดงอธรรมว่าเป็นธรรม ๒. แสดงธรรมว่าเป็นอธรรม ๓. แสดงสิ่งที่มิใช่วินัยว่าเป็นวินัย ๔. แสดงวินัยว่าเป็นสิ่งที่มิใช่วินัย ๕. ไม่อำพรางความเห็นด้วยกรรม อุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ไม่ต้องไปเกิดในอบายไม่ต้องไปเกิดในนรก ไม่ต้องดำรงอยู่ชั่วกัป มิใช่แก้ไขไม่ได้ อุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อีกอย่าง ไม่ต้องไปเกิดในอบาย ไม่ต้องไปเกิดในนรก ไม่ต้องดำรงอยู่ชั่วกัป มิใช่แก้ไขไม่ได้ องค์ ๕ คือ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๖๕๗}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [อุปาลิปัญจกะ] ๑๒. ทุติยสังฆเภทกวรรค ๑. แสดงอธรรมว่าเป็นธรรม ๒. แสดงธรรมว่าเป็นอธรรม ๓. แสดงสิ่งที่มิใช่วินัยว่าเป็นวินัย ๔. แสดงวินัยว่าเป็นสิ่งที่มิใช่วินัย ๕. ไม่อำพรางความเห็นด้วยอุทเทส อุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ไม่ต้องไปเกิดในอบายไม่ต้องไปเกิดในนรก ไม่ต้องดำรงอยู่ชั่วกัป มิใช่แก้ไขไม่ได้ อุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีก ไม่ต้องไปเกิดในอบายไม่ต้องไปเกิดในนรก ไม่ต้องดำรงอยู่ชั่วกัป มิใช่แก้ไขไม่ได้ องค์ ๕ คือ ๑. แสดงอธรรมว่าเป็นธรรม ๒. แสดงธรรมว่าเป็นอธรรม ๓. แสดงสิ่งที่มิใช่วินัยว่าเป็นวินัย ๔. แสดงวินัยว่าเป็นสิ่งที่มิใช่วินัย ๕. ชี้แจงไม่อำพรางความเห็น อุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ไม่ต้องไปเกิดในอบายไม่ต้องไปเกิดในนรก ไม่ต้องดำรงอยู่ชั่วกัป มิใช่แก้ไขไม่ได้ อุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีก ไม่ต้องไปเกิดในอบายไม่ต้องไปเกิดในนรก ไม่ต้องดำรงอยู่ชั่วกัป มิใช่แก้ไขไม่ได้ องค์ ๕ คือ ๑. แสดงอธรรมว่าเป็นธรรม ๒. แสดงธรรมว่าเป็นอธรรม ๓. แสดงสิ่งที่มิใช่วินัยว่าเป็นวินัย ๔. แสดงวินัยว่าเป็นสิ่งที่มิใช่วินัย ๕. ไม่อำพรางความเห็นด้วยสวดประกาศ อุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ไม่ต้องไปเกิดในอบายไม่ต้องไปเกิดในนรก ไม่ต้องดำรงอยู่ชั่วกัป มิใช่แก้ไขไม่ได้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๖๕๘}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [อุปาลิปัญจกะ] ๑๒. ทุติยสังฆเภทกวรรค อุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีก ไม่ต้องไปเกิดในอบายไม่ต้องไปเกิดในนรก ไม่ต้องดำรงอยู่ชั่วกัป มิใช่แก้ไขไม่ได้ องค์ ๕ คือ ๑. แสดงอธรรมว่าเป็นธรรม ๒. แสดงธรรมว่าเป็นอธรรม ๓. แสดงสิ่งที่มิใช่วินัยว่าเป็นวินัย ๔. แสดงวินัยว่าเป็นสิ่งที่มิใช่วินัย ๕. ไม่อำพรางความเห็นด้วยการให้จับสลาก อุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ไม่ต้องไปเกิดในอบายไม่ต้องไปเกิดในนรก ไม่ต้องดำรงอยู่ชั่วกัป มิใช่แก้ไขไม่ได้ อุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีก ไม่ต้องไปเกิดในอบายไม่ต้องไปเกิดในนรก ไม่ต้องดำรงอยู่ชั่วกัป มิใช่แก้ไขไม่ได้ องค์ ๕ คือ ๑. แสดงอธรรมว่าเป็นธรรม ๒. แสดงธรรมว่าเป็นอธรรม ๓. แสดงสิ่งที่มิใช่วินัยว่าเป็นวินัย ๔. แสดงวินัยว่าเป็นสิ่งที่มิใช่วินัย ๕. ไม่อำพรางความเห็นชอบด้วยกรรม ฯลฯ ไม่อำพรางความเห็นชอบด้วยอุทเทส ฯลฯ ไม่ชี้แจงอำพรางความเห็นชอบ ฯลฯ ไม่อำพรางความเห็นชอบด้วยสวดประกาศ ฯลฯ ไม่อำพรางความเห็นชอบด้วยการให้จับสลาก อุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ไม่ต้องไปเกิดในอบายไม่ต้องไปเกิดในนรก ไม่ต้องดำรงอยู่ชั่วกัป มิใช่แก้ไขไม่ได้ อุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีก ไม่ต้องไปเกิดในอบายไม่ต้องไปเกิดในนรก ไม่ต้องดำรงอยู่ชั่วกัป มิใช่แก้ไขไม่ได้ องค์ ๕ คือ ๑. แสดงอธรรมว่าเป็นธรรม ๒. แสดงธรรมว่าเป็นอธรรม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๖๕๙}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [อุปาลิปัญจกะ] ๑๒. ทุติยสังฆเถทกวรรค ๓. แสดงสิ่งที่มิใช่วินัยว่าเป็นวินัย ๔. แสดงวินัยว่าเป็นสิ่งที่มิใช่วินัย ๕. ไม่อำพรางความพอใจด้วยกรรม ฯลฯ ไม่อำพรางความพอใจด้วยอุทเทส ฯลฯ ไม่ชี้แจงอำพรางความพอใจฯลฯ ไม่อำพรางความพอใจด้วยสวดประกาศ ฯลฯ ไม่อำพรางความพอใจด้วยการให้จับสลาก อุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ไม่ต้องไปเกิดในอบายไม่ต้องไปเกิดในนรก ไม่ต้องดำรงอยู่ชั่วกัป มิใช่แก้ไขไม่ได้ อุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีก ไม่ต้องไปเกิดในอบายไม่ต้องไปเกิดในนรก ไม่ต้องดำรงอยู่ชั่วกัป มิใช่แก้ไขไม่ได้ องค์ ๕ คือ ๑. แสดงอธรรมว่าเป็นธรรม ๒. แสดงธรรมว่าเป็นอธรรม ๓. แสดงสิ่งที่มิใช่วินัยว่าเป็นวินัย ๔. แสดงวินัยว่าเป็นสิ่งที่มิใช่วินัย ๕. ไม่อำพรางสัญญาด้วยกรรม ฯลฯ ไม่อำพรางสัญญาด้วยอุทเทส ฯลฯ ไม่ชี้แจงไม่อำพรางสัญญา ฯลฯ ไม่อำพรางสัญญาด้วยสวดประกาศ ฯลฯ ไม่อำพรางสัญญาด้วยการให้จับสลาก อุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล ไม่ต้องไปเกิดในอบายไม่ต้องไปเกิดในนรก ไม่ต้องดำรงอยู่ชั่วกัป มิใช่แก้ไขไม่ได้” ทุติยสังฆเภทกวรรคที่ ๑๒ จบ หัวข้อประจำวรรค ภิกษุไม่อำพรางความเห็นด้วยกรรม ด้วยอุทเทส ด้วยการชี้แจง ด้วยการสวดประกาศ ด้วยการให้จับสลาก นี้รวมเป็น ๕ อิงความเห็น ความเห็นชอบ ความพอใจ และสัญญา ๓ อย่างนั้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๖๖๐}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [อุปาลิปัญจกะ] ๑๓. อาวาสิกวรรค มีนัยแยกเป็น ๕ นัยแล ขอท่านทั้งหลายจงรู้ ๒๐ วิธีถ้วน ในฝ่ายขาว เหมือน ๒๐ วิธีถ้วนในฝ่ายดำข้างหลัง เทอญ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร ทุติยสังฆเภทวรรคที่ ๑๒ ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ไม่มีโทษ
กตีหิ นุ โข ภนฺเต องฺเคหิ สมนฺนาคโต สงฺฆเภทโก น อาปายิโก น เนรยิโก น กปฺปฏฺโฐ น อเตกิจฺโฉติ ฯ ปญฺจหุปาลิ องฺเคหิ สมนฺนาคโต สงฺฆเภทโก น อาปายิโก น เนรยิโก น กปฺปฏฺโฐ น อเตกิจฺโฉ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ อิธุปาลิ ภิกฺขุ อธมฺมํ ธมฺโมติ ทีเปติ ธมฺมํ อธมฺโมติ ทีเปติ อวินยํ วินโยติ ทีเปติ วินยํ อวินโยติ ทีเปติ อวินิธาย ทิฏฺฐึ กมฺเมน ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต สงฺฆเภทโก น อาปายิโก น เนรยิโก น กปฺปฏฺโฐ น อเตกิจฺโฉ ฯ {๑๒๑๗.๑} อปเรหิปิ อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต สงฺฆเภทโก น อาปายิโก น เนรยิโก น กปฺปฏฺโฐ น อเตกิจฺโฉ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ อิธุปาลิ ภิกฺขุ อธมฺมํ ธมฺโมติ ทีเปติ ธมฺมํ อธมฺโมติ ทีเปติ อวินยํ วินโยติ ทีเปติ วินยํ อวินโยติ ทีเปติ อวินิธาย ทิฏฺฐึ อุทฺเทเสน ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต สงฺฆเภทโก น อาปายิโก น เนรยิโก น กปฺปฏฺโฐ น อเตกิจฺโฉ ฯ {๑๒๑๗.๒} อปเรหิปิ อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต สงฺฆเภทโก น อาปายิโก น เนรยิโก น กปฺปฏฺโฐ น อเตกิจฺโฉ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ อิธุปาลิ ภิกฺขุ อธมฺมํ ธมฺโมติ ทีเปติ ธมฺมํ อธมฺโมติ ทีเปติ อวินยํ วินโยติ ทีเปติ วินยํ อวินโยติ ทีเปติ อวินิธาย ทิฏฺฐึ โวหรนฺโต ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต สงฺฆเภทโก น อาปายิโก น เนรยิโก น กปฺปฏฺโฐ น อเตกิจฺโฉ ฯ {๑๒๑๗.๓} อปเรหิปิ อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต สงฺฆเภทโก น อาปายิโก น เนรยิโก น กปฺปฏฺโฐ น อเตกิจฺโฉ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ อิธุปาลิ ภิกฺขุ อธมฺมํ ธมฺโมติ ทีเปติ ธมฺมํ อธมฺโมติ ทีเปติ อวินยํ วินโยติ ทีเปติ วินยํ อวินโยติ ทีเปติ อวินิธาย ทิฏฺฐึ อนุสฺสาวเนน ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต สงฺฆเภทโก น อาปายิโก น เนรยิโก น กปฺปฏฺโฐ น อเตกิจฺโฉ ฯ {๑๒๑๗.๔} อปเรหิปิ อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต สงฺฆเภทโก น อาปายิโก น เนรยิโก น กปฺปฏฺโฐ น อเตกิจฺโฉ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ อิธุปาลิ ภิกฺขุ อธมฺมํ ธมฺโมติ ทีเปติ ธมฺมํ อธมฺโมติ ทีเปติ อวินยํ วินโยติ ทีเปติ วินยํ อวินโยติ ทีเปติ อวินิธาย ทิฏฺฐึ สลากคาเหน ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต สงฺฆเภทโก น อาปายิโก น เนรยิโก น กปฺปฏฺโฐ น อเตกิจฺโฉ ฯ {๑๒๑๗.๕} อปเรหิปิ อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต สงฺฆเภทโก น อาปายิโก น เนรยิโก น กปฺปฏฺโฐ น อเตกิจฺโฉ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ อิธุปาลิ ภิกฺขุ อธมฺมํ ธมฺโมติ ทีเปติ ธมฺมํ อธมฺโมติ ทีเปติ อวินยํ วินโยติ ทีเปติ วินยํ อวินโยติ ทีเปติ อวินิธาย ขนฺตึ กมฺเมน ฯเปฯ อวินิธาย ขนฺธึ อุทฺเทเสน ฯ อวินิธาย ขนฺตึ โวหรนฺโต ฯ อวินิธาย ขนฺตึ อนุสฺสาวเนน ฯ อวินิธาย ขนฺตึ สลากคาเหน ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต สงฺฆเภทโก น อาปายิโก น เนรยิโก น กปฺปฏฺโฐ น อเตกิจฺโฉ ฯ {๑๒๑๗.๖} อปเรหิปิ อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต สงฺฆเภทโก น อาปายิโก น เนรยิโก น กปฺปฏฺโฐ น อเตกิจฺโฉ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ อิธุปาลิ ภิกฺขุ อธมฺมํ ธมฺโมติ ทีเปติ ธมฺมํ อธมฺโมติ ทีเปติ ฯ อวินยํ วินโยติ ทีเปติ วินยํ อวินโยติ ทีเปติ อวินิธาย รุจึ กมฺเมน ฯเปฯ อวินิธาย รุจึ อุทฺเทเสน ฯ อวินิธาย รุจึ โวหรนฺโต ฯ อวินิธาย รุจึ อนุสฺสาวเนน ฯ อวินิธาย รุจึ สลากคาเหน ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต สงฺฆเภทโก น อาปายิโก น เนรยิโก น กปฺปฏฺโฐ น อเตกิจฺโฉ ฯ {๑๒๑๗.๗} อปเรหิปิ อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต สงฺฆเภทโก น อาปายิโก น เนรยิโก น กปฺปฏฺโฐ น อเตกิจฺโฉ ฯ กตเมหิ ปญฺจหิ ฯ อิธุปาลิ ภิกฺขุ อธมฺมํ ธมฺโมติ ทีเปติ ธมฺมํ อธมฺโมติ ทีเปติ อวินยํ วินโยติ ทีเปติ วินยํ อวินโยติ ทีเปติ อวินิธาย สญฺญํ กมฺเมน ฯเปฯ อวินิธาย สญฺญํ อุทฺเทเสน ฯ อวินิธาย สญฺญํ โวหรนฺโต ฯ อวินิธาย สญฺญํ อนุสฺสาวเนน ฯ อวินิธาย สญฺญํ สลากคาเหน ฯ อิเมหิ โข อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต สงฺฆเภทโก น อาปายิโก น เนรยิโก น กปฺปฏฺโฐ น อเตกิจฺโฉติ ฯ ทุติยสงฺฆเภทวคฺโค ทฺวาทสโม ฯ ตสฺสุทฺทานํ
อุ ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอแล เป็นผู้ไม่ไปอบาย ไม่ตกนรก ไม่อยู่ชั่วกัป มิใช่เยียวยาไม่ได้ พระพุทธเจ้าข้า? พ. ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ประกอบด้วยองค์ ๕ เป็นผู้ไม่ไปอบาย ไม่ตกนรกไม่อยู่ชั่วกัป มิใช่เยียวยาไม่ได้ องค์ ๕ อะไรบ้าง? ดูกรอุบาลี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ แสดงอธรรมว่าเป็นธรรม ๑ แสดงธรรมว่าเป็นอธรรม ๑ แสดงอวินัยว่าเป็นวินัย ๑ แสดงวินัยว่าเป็นอวินัย ๑ ไม่อำพรางความเห็นด้วยกรรม ๑ ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล เป็นผู้ไม่ไปอบาย ไม่ตกนรกไม่อยู่ชั่วกัป มิใช่เยียวยาไม่ได้. ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ประกอบด้วยองค์ แม้อื่นอีก ๕ ไม่เป็นผู้ไปอบาย ไม่ตกนรก ไม่อยู่ชั่วกัป มิใช่เยียวยาไม่ได้ องค์ ๕ อะไรบ้าง? ดูกรอุบาลี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ แสดงอธรรมว่าเป็นธรรม ๑ แสดงธรรมว่าเป็นอธรรม ๑แสดงอวินัยว่าเป็นวินัย ๑ แสดงวินัยว่าเป็นอวินัย ๑ ไม่อำพรางความเห็นด้วยอุเทศ ๑ ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล เป็นผู้ไม่ไปอบาย ไม่ตกนรกไม่อยู่ชั่วกัป มิใช่เยียวยาไม่ได้. ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ประกอบด้วยองค์ แม้อื่นอีก ๕ เป็นผู้ไม่ไปอบายไม่ตกนรก ไม่อยู่ชั่วกัป มิใช่เยียวยาไม่ได้ องค์ ๕ อะไรบ้าง? ดูกรอุบาลี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ แสดงอธรรมว่าเป็นธรรม ๑ แสดงธรรมว่าเป็นอธรรม๑ แสดงอวินัยว่าเป็นวินัย ๑ แสดงวินัยว่าเป็นอวินัย ๑ ชี้แจงไม่อำพรางความเห็น ๑ ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล เป็นผู้ไม่ไปอบาย ไม่ตกนรก ไม่อยู่ชั่วกัป มิใช่เยียวยามิได้ ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ประกอบด้วยองค์ แม้อื่นอีก ๕ เป็นผู้ไม่ไปอบายไม่ตกนรก ไม่อยู่ชั่วกัป มิใช่เยียวยาไม่ได้. องค์ ๕ อะไรบ้าง? ดูกรอุบาลี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ แสดงอธรรมว่าเป็นธรรม ๑ แสดงธรรมว่าเป็นอธรรม ๑ แสดงอวินัยว่าเป็นวินัย ๑ แสดงวินัยว่าเป็นอวินัย ๑ ไม่อำพรางความเห็นด้วยสวดประกาศ ๑ ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล เป็นผู้ไม่ไปอบายไม่ตกนรก ไม่อยู่ชั่วกัป มิใช่เยียวยาไม่ได้ ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ประกอบด้วยองค์ แม้อื่นอีก ๕ เป็นผู้ไม่ไปอบายไม่ตกนรก ไม่อยู่ชั่วกัป มิใช่เยียวยาไม่ได้ องค์ ๕ อะไรบ้าง ดูกรอุบาลี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ แสดงอธรรมว่าเป็นธรรม ๑ แสดงธรรมว่าเป็นอธรรม๑ แสดงอวินัยว่าเป็นวินัย ๑ แสดงวินัยว่าเป็นอวินัย ๑ ไม่อำพรางความเห็นด้วยให้จับสลาก ๑ ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล เป็นผู้ไม่ไปอบาย ไม่ตกนรก ไม่อยู่ชั่วกัป มิใช่เยียวยาไม่ได้ ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ประกอบด้วยองค์ แม้อื่นอีก ๕ เป็นผู้ไม่ไปอบายไม่ตกนรก ไม่อยู่ชั่วกัป มิใช่เยียวยาไม่ได้ องค์ ๕ อะไรบ้าง? ดูกรอุบาลี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ แสดงอธรรมว่าเป็นธรรม ๑ แสดงธรรมว่าเป็นอธรรม ๑ แสดงอวินัยว่าเป็นวินัย ๑ แสดงวินัยว่าเป็นอวินัย ๑ ไม่อำพรางความถูกใจด้วยกรรม ๑ ... ... ไม่อำพรางความถูกใจด้วยอุเทศ ... ... ชี้แจงไม่อำพรางความถูกใจ ... ... ไม่อำพรางความถูกใจด้วยสวดประกาศ ... ... ไม่อำพรางความถูกใจด้วยให้จับสลาก ... ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล เป็นผู้ไม่ไปอบาย ไม่ตกนรก ไม่อยู่ชั่วกัป มิใช่เยียวยาไม่ได้ ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ประกอบด้วยองค์ แม้อื่นอีก ๕ เป็นผู้ไม่ไปอบายไม่ตกนรก ไม่อยู่ชั่วกัป มิใช่เยียวยาไม่ได้ องค์ ๔ อะไรบ้าง? ดูกรอุบาลี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ แสดงอธรรมว่าเป็นธรรม ๑ แสดงธรรมว่าเป็นอธรรม ๑ แสดงอวินัยว่าเป็นวินัย ๑ แสดงวินัยว่าเป็นอวินัย ๑ ไม่อำพรางความชอบใจด้วยกรรม ๑ ... ... ไม่อำพรางความชอบใจด้วยอุเทศ ... ... ชี้แจงไม่อำพรางความชอบใจ ... ... ไม่อำพรางความชอบใจด้วยสวดประกาศ ... ... ไม่อำพรางความชอบใจด้วยให้จับสลาก ... ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล เป็นผู้ไม่ไปอบาย ไม่ตกนรก ไม่อยู่ชั่วกัป มิใช่เยียวยาไม่ได้. ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ประกอบด้วยองค์ แม้อื่นอีก ๕ เป็นผู้ไม่ไปอบายไม่ตกนรก ไม่อยู่ชั่วกัป มิใช่เยียวยาไม่ได้ องค์ ๕ อะไรบ้าง? ดูกรอุบาลี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ แสดงอธรรมว่าเป็นธรรม ๑ แสดงธรรมว่าเป็นอธรรม ๑ แสดงอวินัยว่าเป็นวินัย ๑ แสดงวินัยว่าเป็นอวินัย ๑ ไม่อำพรางสัญญาด้วยกรรม ๑ ... ไม่อำพรางสัญญาด้วยอุเทศ ... ... ชี้แจงไม่อำพรางสัญญา ... ... ไม่อำพรางสัญญาด้วยสวดประกาศ ... ... ไม่อำพรางสัญญาด้วยให้จับสลาก ... ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล เป็นผู้ไม่ไปอบาย ไม่ตกนรกไม่อยู่ชั่วกัป มิใช่เยียวยาไม่ได้. ทุติยสังฆเภทวรรค ที่ ๑๒ จบ ----------------------------------------------------- หัวข้อประจำวรรค
อวินิธาย ทิฏฺฐึ กมฺเมน อุทฺเทเสน โวหเรน จ อนุสฺสาวเน สลาเกน ปญฺเจเต ทิฏฺฐินิสฺสิตา ฯ ขนฺติ รุจิ จ สญฺญา จ ตโย เต ปญฺจธา นยาติ ฯ เหฏฺฐิเม กณฺหปกฺขมฺหิ สมวีสติ วิธี ยถา ตเถว สุกฺกปกฺขมฺหิ สมวีสติ ชานถาติ ฯ
ไม่อำพรางความเห็นด้วยกรรม อุเทศ ชี้แจง สวดประกาศและให้จับสลากรวม ๕ นี้อิงความเห็น ความถูกใจ ความชอบใจ และสัญญา ๓ อย่างนี้ มีนัยตามแนว ๕ อย่างนั้น ขอท่านทั้งหลาย จงรู้วิธี ๒๐ ถ้วนในฝ่ายขาว เหมือนวิธี ๒๐ ถ้วน ในฝ่ายดำข้างหลังฉะนั้นเทอญ. ฯ