๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์ จำนวนอาบัติในสังฆาทิเสสกัณฑ์ ... ๕. ปาฏิเทสนียกัณฑ์ จำนวนอาบัติในปาฏิเทสนียกัณฑ์
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์ ๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์ จำนวนอาบัติในสังฆาทิเสสกัณฑ์ สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑
เพราะภิกษุณีผู้ก่อคดีพิพาทเป็นปัจจัย ต้องอาบัติ ๓ อย่าง คือ ๑. บอกเรื่องของคนหนึ่ง ต้องอาบัติทุกกฏ ๒. บอกเรื่องของคนที่สอง ต้องอาบัติถุลลัจจัย ๓. เมื่อศาลตัดสินแล้ว ต้องอาบัติสังฆาทิเสส สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๒ เพราะบวชให้สตรีผู้เป็นโจร ต้องอาบัติ ๓ อย่าง คือ ๑. จบญัตติ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒. จบกรรมวาจา ๒ ครั้ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย ๓. จบกรรมวาจาครั้งสุดท้าย ต้องอาบัติสังฆาทิเสส สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๓ เพราะภิกษุณีเข้าไปสู่ละแวกบ้านรูปเดียว ต้องอาบัติ ๓ อย่าง คือ ๑. กำลังเดินไป ต้องอาบัติทุกกฏ ๒. ย่างเท้าก้าวที่ ๑ เข้าสู่บริเวณรั้ว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ๓. ย่างเท้าก้าวที่ ๒ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๔ เพราะภิกษุณีเรียกภิกษุณีที่สงฆ์พร้อมเพรียงกันลงอุกเขปนียกรรม โดยธรรมโดยวินัย โดยสัตถุศาสน์ให้กลับเข้าหมู่ ต้องอาบัติ ๓ อย่าง คือ ๑. จบญัตติ ต้องอาบัติทุกกฏ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๓๓๑}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์ ๒. จบกรรมวาจา ๒ ครั้ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย ๓. จบกรรมวาจาครั้งสุดท้าย ต้องอาบัติสังฆาทิเสส สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๕ เพราะภิกษุณีกำหนัด รับของเคี้ยวหรือของฉัน จากมือชายผู้กำหนัดด้วยมือ ของตนแล้วฉัน ต้องอาบัติ ๓ อย่าง คือ ๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่า “จะเคี้ยว จะฉัน” ต้องอาบัติถุลลัจจัย ๒. ฉัน ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ทุกๆ คำกลืน ๓. รับประเคนน้ำและไม้ชำระฟัน ต้องอาบัติทุกกฏ สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๖ เพราะภิกษุณีส่งเสริมกล่าวชักชวนว่า “แม่เจ้า ชายผู้นี้จะกำหนัดหรือไม่กำหนัดก็ตาม ก็ทำอะไรท่านไม่ได้ เพราะท่านไม่กำหนัด นิมนต์เถิดแม่เจ้า ชายผู้นี้จะถวายสิ่งใด จะเป็นของเคี้ยว หรือของฉันก็ดีแก่ท่าน ท่านจงรับประเคนของนั้นด้วยมือของตนแล้วเคี้ยวหรือฉันเถิด” ดังนี้ ต้องอาบัติ ๓ อย่าง คือ ๑. รับประเคนตามคำของภิกษุณีนั้นด้วยตั้งใจว่าจะเคี้ยวจะฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ ๒. ฉัน ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทุกๆ คำกลืน ๓. ฉันเสร็จแล้ว ต้องอาบัติสังฆาทิเสส สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๗ เพราะภิกษุณีผู้โกรธ ไม่ยอมสละกรรม จนกระทั่งสงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบ๓ ครั้ง ต้องอาบัติ ๓ อย่าง คือ ๑. จบญัตติ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒. จบกรรมวาจา ๒ ครั้ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย ๓. จบกรรมวาจาครั้งสุดท้าย ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๓๓๒}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์ สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๘ เพราะภิกษุณีผู้ถูกตัดสินให้แพ้คดีในอธิกรณ์บางเรื่อง โกรธ ไม่ยอมสละกรรมจนกระทั่งสงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบ ๓ ครั้ง ต้องอาบัติ ๓ อย่าง คือ ๑. จบญัตติ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒. จบกรรมวาจา ๒ ครั้ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย ๓. จบกรรมวาจาครั้งสุดท้าย ต้องอาบัติสังฆาทิเสส สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๙ เพราะภิกษุณีอยู่คลุกคลีกัน ไม่ยอมสละกรรม จนกระทั่งสงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบ ๓ ครั้ง ต้องอาบัติ ๓ อย่าง คือ ๑. จบญัตติ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒. จบกรรมวาจา ๒ ครั้ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย ๓. จบกรรมวาจาครั้งสุดท้าย ต้องอาบัติสังฆาทิเสส สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑๐ เพราะภิกษุณีส่งเสริมกล่าวชักชวนว่า “น้องหญิงทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงอยู่คลุกคลีกัน อย่าแยกกันอยู่” ไม่ยอมสละกรรม จนกระทั่งสงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบ๓ ครั้ง ต้องอาบัติ ๓ อย่าง คือ ๑. จบญัตติ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒. จบกรรมวาจา ๒ ครั้ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย ๓. จบกรรมวาจาครั้งสุดท้าย ต้องอาบัติสังฆาทิเสส สังฆาทิเสส ๑๐ สิกขาบท จบ ฯลฯ (พึงขยายความเหมือนข้างต้น ปัจจัยเท่านั้นที่เป็นเหตุให้ต่างกัน)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๓๓๓}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๓. วิปัตติวาร ๑. ปาราชิกกัณฑ์ ๕. ปาฏิเทสนียกัณฑ์ จำนวนอาบัติในปาฏิเทสนียกัณฑ์ ฯลฯ ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๘ ถาม : เพราะภิกษุณีออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน ต้องอาบัติเท่าไร ตอบ : เพราะภิกษุณีออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่า “จะฉัน” ต้องอาบัติทุกกฏ ๒. ฉัน ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ ทุกๆ คำกลืน เพราะภิกษุณีออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน ต้องอาบัติ ๒ อย่างเหล่านี้ กตาปัตติวารที่ ๒ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร สังฆาทิเสส
อุสูยวาทิกา ภิกฺขุนี อฏฺฏกรณปจฺจยา ติสฺโส อาปตฺติโย อาปชฺชติ เอกสฺส อาโรเจติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ทุติยสฺส อาโรเจติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส อฏฺฏปริโยสาเน อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ
เพราะปัจจัย คือภิกษุณีกล่าวให้ร้าย ก่อคดี ต้องอาบัติ ๓ คือ บอกแก่คนเดียว ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ บอกแก่คนที่สอง ต้องอาบัติถุลลัจจัย ๑ คดีถึงที่สุด ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๑.
โจรึ วุฏฺฐาปนปจฺจยา ติสฺโส อาปตฺติโย อาปชฺชติ ญตฺติยา ทุกฺกฏํ ทฺวีหิ กมฺมวาจาหิ ถุลฺลจฺจยา กมฺมวาจาปริโยสาเน อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ
เพราะปัจจัย คือ รับหญิงโจรให้บวช ต้องอาบัติ ๓ คือ จบญัตติ เป็น ทุกกฏ ๑ จบกรรมวาจาสองครั้ง เป็นถุลลัจจัย ๑ จบกรรมวาจาครั้งสุด ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๑.
เอกา คามนฺตรํ คมนปจฺจยา ติสฺโส อาปตฺติโย อาปชฺชติ คจฺฉติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ปฐมํ ปาทํ ปริกฺเขปํ อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ทุติยํ ปาทํ อติกฺกาเมติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ
เพราะปัจจัย คือ ภิกษุณีผู้เดียว ไปสู่ละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๓ คือ เดินไปต้องอาบัติทุกกฏ ๑ เดินล่วงที่ล้อมไปก้าวหนึ่ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย ๑ เดินล่วงที่ล้อมไป ๒ ก้าวต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๑.
สมคฺเคน สงฺเฆน อุกฺขิตฺตํ ภิกฺขุนึ ธมฺเมน วินเยน สตฺถุสาสเนน อนปโลเกตฺวา การกสงฺฆํ อนญฺญาย คณสฺส ฉนฺทํ โอสารณปจฺจยา ติสฺโส อาปตฺติโย อาปชฺชติ ญตฺติยา ทุกฺกฏํ ทฺวีหิ กมฺมวาจาหิ ถุลฺลจฺจยา กมฺมวาจาปริโยสาเน อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ
เพราะปัจจัย คือ ไม่บอกกล่าวการกสงฆ์ ไม่รู้ฉันทะของคณะ รับภิกษุณีซึ่งสงฆ์พร้อมเพรียงกันยกจากหมู่แล้วตามธรรม ตามวินัย ตามสัตถุศาสน์ให้เข้าหมู่ ต้องอาบัติ๓ คือ จบญัตติ เป็นทุกกฏ ๑ จบกรรมวาจาสองครั้ง เป็นถุลลัจจัย ๑ จบกรรมวาจาครั้งสุดต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๑.
อวสฺสุตา ภิกฺขุนี อวสฺสุตสฺส ปุริสปุคฺคลสฺส หตฺถโต ขาทนียํ วา โภชนียํ วา สหตฺถา ปฏิคฺคเหตฺวา ภุญฺชนปจฺจยา ติสฺโส อาปตฺติโย อาปชฺชติ ขาทิสฺสามิ ภุญฺชิสฺสามีติ ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส อุทกทนฺตโปณํ ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ
เพราะปัจจัย คือ ภิกษุณีพอใจรับของเคี้ยวก็ดี ของฉันก็ดี จากมือของบุรุษบุคคลผู้พอใจด้วยมือของตนแล้วฉัน ต้องอาบัติ ๓ คือ รับประเคนด้วยมุ่งจักเคี้ยวจักฉันต้องอาบัติถุลลัจจัย ๑ ต้องอาบัติสังฆาทิเสสทุกๆ คำกลืน ๑ รับประเคนน้ำและไม้ชำระฟัน ต้องอาบัติทุกกฏ ๑.
กินฺเต อยฺเย เอโส ปุริสปุคฺคโล กริสฺสติ อวสฺสุโต วา อนวสฺสุโต วา ยโต ตฺวํ อนวสฺสุตา อิงฺฆยฺเย ยนฺเต เอโส ปุริสปุคฺคโล เทติ ขาทนียํ วา โภชนียํ วา ตํ ตฺวํ สหตฺถา ปฏิคฺคเหตฺวา ขาท วา ภุญฺช วาติ อุยฺโยชนปจฺจยา ติสฺโส อาปตฺติโย อาปชฺชติ ตสฺสา วจเนน ขาทิสฺสามิ ภุญฺชิสฺสามีติ ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส โภชนปริโยสาเน อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ
เพราะปัจจัย คือ ภิกษุณีกล่าวว่า แม่เจ้า บุรุษบุคคลนั้น มีความพอใจก็ดีไม่มีความพอใจก็ดี จักทำอะไรแก่แม่เจ้าได้ เพราะแม่เจ้าไม่มีความพอใจ เชิญเถิดเจ้าข้า บุรุษบุคคลนั้น จะถวายสิ่งใด เป็นของเคี้ยวหรือของฉันก็ดี แก่แม่เจ้า ขอแม่เจ้าจงรับประเคนของสิ่งนั้นด้วยของตน แล้วเคี้ยว หรือฉันเถิด ดังนี้ แล้วส่งไป ต้องอาบัติ ๓ คือ รับประเคนด้วยมุ่งจักเคี้ยว จักฉัน ตามคำของภิกษุณีนั้น ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ต้องอาบัติถุลลัจจัยทุกๆ คำกลืน ๑ฉันเสร็จต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๑.
กุปิตา ภิกฺขุนี ยาวตติยํ สมนุภาสนาย นปฺปฏินิสฺสชฺชนปจฺจยา ติสฺโส อาปตฺติโย อาปชฺชติ ญตฺติยา ทุกฺกฏํ ทฺวีหิ กมฺมวาจาหิ ถุลฺลจฺจยา กมฺมวาจาปริโยสาเน อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ
เพราะปัจจัย คือ ภิกษุณีโกรธ ไม่สละกรรม เพราะถูกสวดสมนุภาสน์ครบ ๓ จบ ต้องอาบัติ ๓ คือ จบญัตติ เป็นทุกกฏ ๑ จบกรรมวาจาสองครั้ง เป็นถุลลัจจัย ๑จบกรรมวาจาครั้งสุด ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๑.
กิสฺมิญฺจิเทว อธิกรเณ ปจฺฉากตา กุปิตา ภิกฺขุนี ยาวตติยํ สมนุภาสนาย นปฺปฏินิสฺสชฺชนปจฺจยา ติสฺโส อาปตฺติโย อาปชฺชติ ญตฺติยา ทุกฺกฏํ ทฺวีหิ กมฺมวาจาหิ ถุลฺลจฺจยา กมฺมวาจาปริโยสาเน อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ
เพราะปัจจัย คือ ภิกษุณีถูกตัดสินให้แพ้อธิกรณ์เรื่องหนึ่ง โกรธไม่สละกรรมเพราะสวดสมนุภาสน์ครบ ๓ จบ ต้องอาบัติ ๓ คือ จบญัตติ เป็นทุกกฏ ๑ จบกรรมวาจาสองครั้งเป็นถุลลัจจัย ๑ จบกรรมวาจาครั้งสุด ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๑.
สํสฏฺฐา ภิกฺขุนี ยาวตติยํ สมนุภาสนาย นปฺปฏินิสฺสชฺชนปจฺจยา ติสฺโส อาปตฺติโย อาปชฺชติ ญตฺติยา ทุกฺกฏํ ทฺวีหิ กมฺมวาจาหิ ถุลฺลจฺจยา กมฺมวาจาปริโยสาเน อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ
เพราะปัจจัย คือ ภิกษุณีทั้งหลายคลุกคลีกัน ไม่สละกรรมเพราะสวดสมนุภาสน์ครบ ๓ จบ ต้องอาบัติ ๓ คือ จบญัตติ เป็นทุกกฏ ๑ จบกรรมวาจาสองครั้ง เป็นถุลลัจจัย ๑ จบกรรมวาจาครั้งสุด ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๑.
สํสฏฺฐา วยฺเย ตุเมฺห วิหรถ มา ตุเมฺห นานา วิหริตฺถาติ อุยฺโยเชนฺตี ยาวตติยํ สมนุภาสนาย นปฺปฏินิสฺสชฺชนปจฺจยา ติสฺโส อาปตฺติโย อาปชฺชติ ญตฺติยา ทุกฺกฏํ ทฺวีหิ กมฺมวาจาหิ ถุลฺลจฺจยา กมฺมวาจาปริโยสาเน อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ ทสสงฺฆาทิเสสา นิฏฺฐิตา ฯ ฯเปฯ
เพราะปัจจัย คือ ภิกษุณีส่งภิกษุณีไปด้วยสั่งว่า แม่เจ้าทั้งหลาย ขอท่านทั้งหลายจงอยู่คลุกคลีกันเถิด อย่าอยู่ต่างหากกันเลย ไม่สละกรรม เพราะสวดสมนุภาสน์ครบ๓ จบ ต้องอาบัติ ๓ คือ จบญัตติเป็นทุกกฏ ๑ จบกรรมวาจาสองครั้ง เป็นถุลลัจจัย ๑ จบกรรมวาจาครั้งสุด ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๑. สังฆาทิเสส จบ -----------------------------------------------------
ทธึ วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชนปจฺจยา กติ อาปตฺติโย อาปชฺชติ ฯ ทธึ วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชนปจฺจยา เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ภุญฺชิสฺสามีติ ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร อาปตฺติ ปาฏิเทสนียสฺส ทธึ วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชนปจฺจยา อิมา เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ฯ กติอาปตฺติวารํ นิฏฺฐิตํ ทุติยํ ฯ
ถามว่า เพราะปัจจัย คือ ขอนมส้มมาฉัน ต้องอาบัติเท่าไร? ตอบว่า เพราะปัจจัย คือ ขอนมส้มมาฉัน ต้องอาบัติ ๒ คือ รับประเคนด้วยมุ่งจักฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ ทุกๆ คำกลืน ๑ เพราะปัจจัย คือ ขอนมส้มมาฉัน ต้องอาบัติ ๒ เหล่านี้. กติอาปัตติวารที่ ๒ จบ -----------------------------------------------------