๓. ขัมภกตวรรค
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๑
ถาม : พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรงเห็น ทรงบัญญัติทุกกฏแก่ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อเดินเท้าสะเอวไปในละแวกบ้าน ฯลฯ ในสิกขาบทที่ ๑ นั้น มี ๑ พระบัญญัติ ฯลฯ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๑ สมุฏฐานคือ เกิดทางกายกับจิต มิใช่เกิดทางวาจา ฯลฯ สิกขาบทที่ ๒ ถาม : ทรงบัญญัติทุกกฏแก่ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ นั่งเท้าสะเอวในละแวกบ้าน ฯลฯ ในสิกขาบทที่ ๒ นั้น มี ๑ พระบัญญัติ ฯลฯ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๑ สมุฏฐานคือ เกิดทางกายกับจิต มิใช่เกิดทางวาจา ฯลฯ สิกขาบทที่ ๓ ถาม : ทรงบัญญัติทุกกฏแก่ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อเดินคลุมศีรษะไปในละแวกบ้าน ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๑๐๕}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๑. กัตถปัญญัตติวาร ๗. เสขิยกัณฑ์ ๓. ขัมภกตวรรค ตอบ : เพราะเรื่องที่พวกภิกษุฉัพพัคคีย์เดินคลุมศีรษะไปในละแวกบ้าน ในสิกขาบทที่ ๓ นั้น มี ๑ พระบัญญัติ ฯลฯ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๑ สมุฏฐานคือ เกิดทางกายกับจิต มิใช่เกิดทางวาจา ฯลฯ สิกขาบทที่ ๔ ถาม : ทรงบัญญัติทุกกฏแก่ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อนั่งคลุมศีรษะในละแวกบ้าน ฯลฯ ในสิกขาบทที่ ๔ นั้น มี ๑ พระบัญญัติ ฯลฯ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๑ สมุฏฐานคือ เกิดทางกายกับจิต มิใช่เกิดทางวาจา ฯลฯ สิกขาบทที่ ๕ ถาม : ทรงบัญญัติทุกกฏแก่ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อเดินกระโหย่งไปในละแวกบ้าน ฯลฯ ในสิกขาบทที่ ๕ นั้น มี ๑ พระบัญญัติ ฯลฯ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๑ สมุฏฐานคือ เกิดทางกายกับจิต มิใช่เกิดทางวาจา ฯลฯ สิกขาบทที่ ๖ ถาม : ทรงบัญญัติทุกกฏแก่ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อนั่งรัดเข่าในละแวกบ้าน ณ ที่ไหน ฯลฯ ในสิกขาบทที่ ๖ นั้น มี ๑ พระบัญญัติ ฯลฯ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๑ สมุฏฐานคือ เกิดทางกายกับจิต มิใช่เกิดทางวาจา ฯลฯ สิกขาบทที่ ๗ ถาม : ทรงบัญญัติทุกกฏแก่ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อรับบิณฑบาตโดยไม่เคารพ ฯลฯ ในสิกขาบทที่ ๗ นั้น มี ๑ พระบัญญัติ ฯลฯ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๑ สมุฏฐานคือ เกิดทางกายกับจิต มิใช่เกิดทางวาจา ฯลฯ สิกขาบทที่ ๘ ถาม : ทรงบัญญัติทุกกฏแก่ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อรับบิณฑบาตมองดูที่นั้นๆ ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๑๐๖}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๑. กัตถปัญญัตติวาร ๗. เสขิยกัณฑ์ ๔. ปิณฑปาตวรรค ในสิกขาบทที่ ๘ นั้น มี ๑ พระบัญญัติ ฯลฯ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๑ สมุฏฐานคือ เกิดทางกายกับจิต มิใช่เกิดทางวาจา ฯลฯ สิกขาบทที่ ๙ ถาม : ทรงบัญญัติทุกกฏแก่ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อเลือกรับเฉพาะแกงมาก ฯลฯ ในสิกขาบทที่ ๙ นั้น มี ๑ พระบัญญัติ ฯลฯ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๑ สมุฏฐานคือ เกิดทางกายกับจิต มิใช่เกิดทางวาจา ฯลฯ สิกขาบทที่ ๑๐ ถาม : ทรงบัญญัติทุกกฏแก่ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อรับบิณฑบาตล้นขอบปากบาตร ฯลฯ ในสิกขาบทที่ ๑๐ นั้น มี ๑ พระบัญญัติ ฯลฯ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๑ สมุฏฐานคือ เกิดทางกายกับจิต มิใช่เกิดทางวาจา ฯลฯ ขัมภกตวรรคที่ ๓ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร คำถามและคำตอบในขัมภกตวรรคที่ ๓
อนาทริยํ ปฏิจฺจ ขมฺภกเตน อนฺตรฆเร คจฺฉนฺตสฺส ทุกฺกฏํ ฯเปฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯเปฯ เอเกน สมุฏฺฐาเนน สมุฏฺฐาติ (ปฐมปาราชิเก) ฯ
ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติทุกกฏแก่ภิกษุผู้อาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เดินค้ำกายไปในละแวกบ้าน ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภพระฉัพพัคคีย์. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่พระฉัพพัคคีย์เดินค้ำกายไปในละแวกบ้าน. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง(เหมือนปฐมปาราชิกสิกขาบท)
อนาทริยํ ปฏิจฺจ ขมฺภกเตน อนฺตรฆเร นิสีทนฺตสฺส ทุกฺกฏํ ฯเปฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯเปฯ เอเกน สมุฏฺฐาเนน สมุฏฺฐาติ (ปฐมปาราชิเก) ฯ
ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติทุกกฏแก่ภิกษุผู้อาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ นั่งค้ำกายในละแวกบ้าน ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภพระฉัพพัคคีย์. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่พระฉัพพัคคีย์นั่งค้ำกายในละแวกบ้าน. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง(เหมือนปฐมปาราชิกสิกขาบท)
อนาทริยํ ปฏิจฺจ โอคุณฺฐิเตน อนฺตรฆเร คจฺฉนฺตสฺส ทุกฺกฏํ ฯเปฯ ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู สสีสกํ ปารุปิตฺวา อนฺตรฆเร คจฺฉึสุ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ เอเกน สมุฏฺฐาเนน สมุฏฺฐาติ (ปฐมปาราชิเก) ฯ
ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติทุกกฏแก่ภิกษุผู้อาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เดินคลุมศีรษะไปในละแวกบ้าน ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภพระฉัพพัคคีย์. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่พระฉัพพัคคีย์ เดินคลุมกายตลอดศีรษะไปในละแวกบ้าน. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง(เหมือนปฐมปาราชิกสิกขาบท)
อนาทริยํ ปฏิจฺจ โอคุณฺฐิเตน อนฺตรฆเร นิสีทนฺตสฺส ทุกฺกฏํ ฯเปฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯเปฯ เอเกน สมุฏฺฐาเนน สมุฏฺฐาติ (ปฐมปาราชิเก) ฯ
ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติทุกกฏแก่ภิกษุผู้อาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ นั่งคลุมศีรษะในละแวกบ้าน ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภพระฉัพพัคคีย์. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่พระฉัพพัคคีย์นั่งคลุมกายตลอดศีรษะ ในละแวกบ้าน. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง(เหมือนปฐมปาราชิกสิกขาบท)
อนาทริยํ ปฏิจฺจ อุกฺกุฏิกาย อนฺตรฆเร คจฺฉนฺตสฺส ทุกฺกฏํ ฯเปฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯเปฯ เอเกน สมุฏฺฐาเนน สมุฏฺฐาติ (ปฐมปาราชิเก) ฯ
ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติทุกกฏแก่ภิกษุผู้อาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เดินกระโหย่งเท้าไปในละแวกบ้าน ณที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภพระฉัพพัคคีย์. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่พระฉัพพัคคีย์เดินกระโหย่งเท้าไปในละแวกบ้าน. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง(เหมือนปฐมปาราชิกสิกขาบท)
อนาทริยํ ปฏิจฺจ ปลฺลตฺถิกาย อนฺตรฆเร นิสีทนฺตสฺส ทุกฺกฏํ ฯเปฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯเปฯ เอเกน สมุฏฺฐาเนน สมุฏฺฐาติ (ปฐมปาราชิเก) ฯ
ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติทุกกฏแก่ภิกษุผู้อาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ นั่งรัดเข่าในละแวกบ้าน ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภพระฉัพพัคคีย์. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่พระฉัพพัคคีย์นั่งรัดเข่าในละแวกบ้าน. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง(เหมือนปฐมปาราชิกสิกขาบท)
อนาทริยํ ปฏิจฺจ อสกฺกจฺจํ ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคณฺหนฺตสฺส ทุกฺกฏํ ฯเปฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯเปฯ เอเกน สมุฏฺฐาเนน สมุฏฺฐาติ (ปฐมปาราชิเก) ฯ
ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติทุกกฏแก่ภิกษุผู้อาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ รับบิณฑบาตโดยไม่เคารพ ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภพระฉัพพัคคีย์. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่พระฉัพพัคคีย์รับบิณฑบาตโดยไม่เคารพ. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง(เหมือนปฐมปาราชิกสิกขาบท)
อนาทริยํ ปฏิจฺจ ตหํ ตหํ โอโลเกนฺเตน ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคณฺหนฺตสฺส ทุกฺกฏํ ฯเปฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯเปฯ เอเกน สมุฏฺฐาเนน สมุฏฺฐาติ (ปฐมปาราชิเก) ฯ
ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติทุกกฏแก่ภิกษุผู้อาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ แลดูในที่นั้นๆ รับบิณฑบาต ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภพระฉัพพัคคีย์. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่พระฉัพพัคคีย์แลดูในที่นั้นๆ รับบิณฑบาต. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง(เหมือนปฐมปาราชิกสิกขาบท)
อนาทริยํ ปฏิจฺจ สูปญฺเญว พหุํ ปฏิคฺคณฺหนฺตสฺส ทุกฺกฏํ ฯเปฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯเปฯ เอเกน สมุฏฺฐาเนน สมุฏฺฐาติ (ปฐมปาราชิเก) ฯ
ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติทุกกฏแก่ภิกษุผู้อาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ รับแต่แกงมาก ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภพระฉัพพัคคีย์. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่พระฉัพพัคคีย์รับแต่แกงมาก. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง(เหมือนปฐมปาราชิกสิกขาบท)
อนาทริยํ ปฏิจฺจ ถูปีกตํ ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคณฺหนฺตสฺส ทุกฺกฏํ ฯเปฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯเปฯ เอเกน สมุฏฺฐาเนน สมุฏฺฐาติ (ปฐมปาราชิเก) ฯ ขมฺภกตวคฺโค ตติโย ฯ
ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติทุกกฏแก่ภิกษุผู้อาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ รับบิณฑบาตจนพูนบาตร ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภพระฉัพพัคคีย์. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่พระฉัพพัคคีย์รับบิณฑบาตจนพูนบาตร. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง(เหมือนปฐมปาราชิกสิกขาบท) ขัมภกตวรรคที่ ๓ จบ. -----------------------------------------------------