พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551
这是哪个版本
This text has been consolidated by the Office of the Council of State: later amendments are already merged in, so it is not the wording of any single Royal Gazette issue. Repealed sections are absent entirely and inserted sections carry ทวิ/ตรี suffixes — the date this consolidation was last updated has not been verified.
本法目录
Preamble
พระราชบัญญัติ ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๕๑ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณวันที่ ๒๗มกราคมพ.ศ. ๒๕๕๑ เป็นปีที่ ๖๓ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์และกฎหมายว่า ด้วยการประกอบธุ กิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ รวมเข้าเป็ฉบับเดียวกัน พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของ บุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ประกอบกับมาตรา ๓๑มาตรา ๓๓มาตรา ๓๖มาตรา ๓๙มาตรา ๔๑และ มาตรา ๔๓ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตาม บทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้
本章条文
以列表显示- ส่วนที่ ๓ การประกอบธุรกิจ12 条
- Section ๓๖
ให้ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ประกอบ ธุรกิจได้เฉพาะธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจเงินทุน หรือธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ แล้วแต่กรณี และธุรกิจ ที่เกี่ยวเนื่อง หรือจำเป็นต่อการประกอบธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจเงินทุน หรือธุรกิจ เครดิตฟองซิเอร์ตามที่ธนาคารแห่ ประเทศไทยประกาศกำหนด ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะ ประกาศกำหนดธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องหรือจำเป็นโดยแยกตามประเภทสถาบันการเงินและธนาคาร พาณิชย์แต่ละชนิดก็ได้ และจะกำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องหรือจำเป็นนั้น ด้วยก็ได้
- Section ๓๗
ให้สถาบันการเงินเปิดทำการ ณสำนักงานของสถาบันการเงินนั้นอย่าง น้อยตามวันและเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติเป็น ประการอื่นจากธนาคารแห่งประเทศไทยในการอนุญาตดังกล่าวธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนด หลักเกณฑ์ให้ปฏิบัติด้วยก็ได้ ในปีหนึ่ง ๆให้สถาบันการเงินมีวันหยุดตามประเพณีตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศกำหนด ให้ ถาบัการเงิ ประกาศวันและเวลาเปิดและหยุดทำการไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงานของสถาบันการเงินนั้น - -
- Section ๓๘
ให้สถาบันการเงินประกาศข้อมูลในเรื่องอัตราดอกเบี้ย อัตราส่วนลด และค่าบริการต่าง ๆไม่ว่าจะเรียกชื่อเป็นอย่างอื่น รวมทั้งข้อมูลอื่นใดเกี่ยวกับสถาบันการเงินนั้นไว้ใน ที่เปิดเผย ณ กงานของสถาบันการเงิ เพื่อให้ประชาชนและลูกค้าที่มาติดต่อหรือใช้บริการใน สถานที่นั้นทราบข้อมูลดังกล่าว และให้รายงานพร้อมส่งสำเนาประกาศหรือข้อมูลนั้นให้แก่ธนาคาร แห่งประเทศไทยด้วย ทั้งนี้ ตามหลัเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด ให้สถาบันการเงินประกาศข้อมูลตามวรรคหนึ่งในสื่อใด ๆตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
- Section ๓๙
เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองผู้บริโภค ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมี อำนาจประกาศกำหนดให้สถาบันการเงินประเภทหนึ่งประเภทใดถือปฏิบัติในเรื่องดังต่อไปนี้ (๑) การรับฝากเงิน การรับเงินจากประชาชน การกู้ยืมเงิน การลงทุนการให้สินเชื่อ การก่อภาระผูกพัน และการประกอบธุ กิจอื่นที่สถาบันการเงินนั้นดำเนินการได้ (๒) การทำนิติกรรมหรือสัญญากับประชาชน ผู้บริโภค หรือลูกค้ารายย่อยในการ ประกอบธุรกิจของสถาบันการเงิน ซึ่งมีทุนทรัพย์หรือมูลค่ ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไม่ ว่าจะเป็นในเนื้อหาสาระ วิธีการคำนวณผลประโยชน์หรือแบบสัญญา (๓) การทำสัญญาค้ ประกันด้วยบุคคล โดยให้มีการระบุวงเงิ ของต้นเงินในสัญญา หรือมิให้มีการทำข้อตกลงให้ผู้ค้ำประกันทำสัญญาค้ำประกันแบบไม่จำกัดจำนวน ในกรณีที่เป็นการค้ำประกันหนี้อันจะต้องชำระ เวลาที่มีกำหนดแน่นอน และ สถาบันการเงินยอมผ่อนเวลาให้แก่ลูกหนี้ชั้นต้น แต่ไม่สามารถจะตกลงกันได้ภายในเวลาหกเดือน ให้ สถาบันการเงินแจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบ (๔) ข้อที่ต้องปฏิบัติหากนิติกรรมหรือสัญญาที่ทำขึ้นนั้นให้สิทธิแก่สถาบันการเงินที่ จะเปลี่ยนแปลงสัญญาได้ฝ่ายเดียว (๕) การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสถาบันการเงิน
- Section ๔๐
ให้สถาบันการเงินแจ้งและแสดงวิธีการและรายละเอียดในการคำนวณ อัตราค่าบริการรายปีให้ประชาชนและลูกค้าผู้มาขอสินเชื่อทราบ อัตราค่าบริการรายปีตามวรรคหนึ่ง ได้แก่ ค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นที่สถาบัการเงินเรียกเก็บ จากประชาชนและลูกค้าต่อปีในการให้สินเชื่อ ซึ่งรวมถึงดอกเบี้ย ส่วนลดและค่าบริการ ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจประกาศกำหนดวิธีการคำนวณอัตราค่าบริการราย ปีให้สถาบันการเงินถือปฏิบัติได้
- Section ๔๑
ในการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการรับฝากเงิน รับเงินจากประชาชน ให้ สินเชื่อ กู้ยืมเงิน ลงทุน ก่อภาระผูกพัน ซื้อขายตั๋วแลกเงินหรือตราสารเปลี่ยนมืออื่นใด หรือซื้อขาย เงินปริวรรตต่างประเทศ ให้สถาบันการเงินปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศ กำหนด การกำหนดตามวรรคหนึ่ จะกำหนดตามประเภทของเงินฝากหรือเงินกู้ยืมประเภท ของบุคคลประเภทของเอกสารการรับฝากเงินหรือการกู้ยืม หรือประเภทของตราสารก็ได้ - - ในกรณีที่มีเหตุจำเป็เพื่อความมั่นคงของสถาบันการเงินและเพื่อการตรวจสอบของ ผู้ตรวจการสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจกำหนดให้สถาบันการเงินถือปฏิบัติใน เรื่องดังต่อไปนี้ได้ (๑) การทำนิติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงิน (๒) การตรวจสอบและการควบคุมภายในสถาบันการเงิน (๓) การบริหารและการจัดการของสถาบันการเงิน
- Section ๔๒
เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขภาวะเศรษฐกิจ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทย มีอำนาจประกาศกำหนดในเรื่องดังต่อไปนี้ (๑) กำหนดวงเงินที่สถาบันการเงินจะให้สินเชื่อ ทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้ สินเชื่อ รับรอง หรือรับอาวัลตั๋วเงินสำหรับกิจการประเภทหนึ่งประเภทใด ทั้งนี้ จะกำหนดเป็น อัตราส่วนกับยอดเงิ ทั้งหมดที่สถาบัการเงินให้สินเชื่อ ทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ รับรอง รับอาวัลตั๋วเงิน หรือเป็นอัตราส่วนกับเงินกองทุนของสถาบันการเงินหรือยอดเงินที่ได้กู้ยืมและ รับจากประชาชน ขณะหนึ่งขณะใดก็ได้ (๒) ห้ามมิให้สถาบันการเงินให้สินเชื่อ หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้ สินเชื่อในกิจการประเภทใด ๆเพิ่มขึ้นหรือสูงกว่าอัตราที่กำหนด ทั้งนี้ จะกำหนดเป็นอัตราส่วนกับ ยอดเงินทั้งหมดที่สถาบันการเงินให้สินเชื่อ หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อในแต่ละ กิจการ ณขณะหนึ่งขณะใดก็ได้
- Section ๔๓
การดำเนินการต่อไปนี้ สถาบันการเงินจะต้องได้รับความเห็นชอบจาก ธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน (๑) ขายหรือโอนกิจการของสถาบันการเงินทั้งหมดหรือบางส่วนที่สำคัญให้แก่บุคคล อื่นตามมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นซึ่งมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือ หุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน (๒) ซื้อหรือรับโอนกิจการบริษัทอื่นทั้งหมดหรือบางส่วนที่สำคัญมาเป็นของสถาบัน การเงินตามมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นซึ่งมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของ ผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน (๓) ทำสัญญา ยินยอม หรือมอบหมายให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่กรรมการ ผู้จัดการ หรือ พนักงานของสถาบัการเงิน มีอำนาจทั้งหมดหรือบางส่วนในการบริหารงานของสถาบันการเงิน หรือ รวมกิจการกับบุคคลอื่น โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะแบ่งกำไรขาดทุนกัน การให้ความเห็นชอบตามวรรคหนึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดหลักเกณฑ์ ให้สถาบันการเงินปฏิบัติด้วยก็ได้ และให้รายงานต่อรัฐมนตรีทราบโดยไม่ชักช้า
- Section ๔๔
สถาบันการเงินนอกจากบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ จะรับฝากเงินที่ต้องจ่าย เมื่อสิ้นระยะเวลาอันกำหนดไว้โดยวิธีออกบัตรเงินฝากก็ได้ บัตรเงินฝากต้องมีรายการดังต่อไปนี้ (๑) คำบอกชื่อว่าเป็นบัตรเงินฝาก (๒) ชื่อสถาบันการเงิ ผู้ออกบัตรเงินฝาก - - (๓) จังหวัดที่ตั้งของผู้ออกบัตรเงินฝาก (๔) วันที่ออกบัตรเงินฝาก (๕) ข้อตกลงอันปราศจากเงื่ อนไขว่าจะจ่ายเงินเป็นจำนวนที่แน่ อนพร้อมด้วย ดอกเบี้ย (ถ้ามี) (๖) วันถึงกำหนดจ่ ยเงิ (๗) สถานที่จ่ายเงิน (๘) ชื่อของผู้ฝากเงิน หรือคำจดแจ้งว่าให้จ่ายเงินแก่ผู้ถือ (๙) ลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนามแทนสถาบันการเงินผู้ออกบัตรเงินฝาก
- Section ๔๕
ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๖๔ ถึงมาตรา ๗๖๖มาตรา ๘๙๙ถึงมาตรา ๙๐๗มาตรา ๙๑๑มาตรา ๙๑๓(๑) และ(๒) มาตรา ๙๑๔ ถึงมาตรา ๙๑๖มาตรา ๙๑๗วรรคหนึ่งและวรรคสาม มาตรา ๙๑๘ถึงมาตรา ๙๒๒มาตรา ๙๒๕ มาตรา ๙๒๖มาตรา ๙๓๘ถึงมาตรา ๙๔๒มาตรา ๙๔๕มาตรา ๙๔๖มาตรา ๙๔๘มาตรา ๙๔๙ มาตรา ๙๕๙มาตรา ๙๖๗มาตรา ๙๗๑มาตรา ๙๗๓มาตรา ๙๘๖มาตรา ๙๙๔ถึ มาตรา ๑๐๐๐ มาตรา ๑๐๐๖ถึงมาตรา ๑๐๐๘มาตรา ๑๐๑๐และมาตรา ๑๐๑๑มาใช้บังคับกับบัตรเงินฝากโดย อนุโลม
- Section ๔๖
ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ธนาคารแห่ ประเทศไทยอาจประกาศ กำหนดให้สถาบันการเงินปฏิบัติในเรื่องดังต่อไปนี้ (๑) ดอกเบี้ยหรือส่วนลดที่อาจเรียกได้ (๒) ดอกเบี้ยหรือส่วนลดที่อาจจ่ายได้ (๓) ค่าบริการที่อาจเรียกได้ (๔) เงินมัดจำที่อาจเรียกได้ (๕) หลักประกันเป็นทรัพย์สินที่ต้องเรียก (๖) ผลประโยชน์ที่อาจเรียกได้จากการทำธุ กรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ (๗) เบี้ยปรับที่อาจเรียกได้ บรรดาเงินทรัพย์ิน หรือสิ่งอื่นที่อาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน ซึ่งผู้ฝากเงินหรือบุคคล ใดได้รับจากสถาบันการเงิน พนักงานหรือลูกจ้างของสถาบันการเงิน เนื่องจากการรับฝากเงิน กู้ยืมเงิน หรือรับเงินหรือที่สถาบันการเงิน พนักงานหรือลูกจ้างของสถาบันการเงินนั้นได้รับเนื่องจากการ ประกอบธุรกิจของสถาบันการเงิน ให้ถือว่าเป็นดอกเบี้ย ส่วนลด หรือค่าบริการ แล้วแต่กรณี เว้นแต่ ค่าบริการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดตาม (๓) มิให้ถือว่าเป็นดอกเบี้ยหรือส่วนลดที่สถาบัน การเงินอาจเรียกได้ตาม(๑) การกำหนดตามวรรคหนึ่งอาจกำหนดตามประเภทของธุรกิจ การกู้ยืมเงิน การรับ เงินจากประชาชน หรือกิจการที่สถาบันการเงินอาจจ่ายหรือเรียกหรือกำหนดวิธีการคำนวณและ ระยะเวลาการจ่ายหรือเรียกเก็บก็ได้
- Section ๔๗
สถาบันการเงินอาจใช้บริการจากบุคคลภายนอกในการประกอบธุรกิจ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด - -
Where this text comes from
- File published by
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)主管机构网站
- 机构发布页面
- https://www.fpo.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
- Source file
- https://www.fpo.go.th/main/getattachment/The-law-in-charge-of-FPO/Financial-Institutions-and-Financial-Benefits-Prot/704/CNT0008963-1.pdf.aspx46 pp.
- File checksum
- sha256:07bde558bd0dadacdb75b1da0cd100fdbe248f7d6c055448b389d44da5da470cPulled at 2026-08-24T07:53:27.641Z
- Text extraction
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)通过 ai-law 检查:ToUnicode 修复 · 还原 ำ · 条文连续 · OCR 见证