法律数据集

พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551

Consolidated edition — not the text as first promulgated2551163 条21 章สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)原始 PDF · 46 页
这是哪个版本

This text has been consolidated by the Office of the Council of State: later amendments are already merged in, so it is not the wording of any single Royal Gazette issue. Repealed sections are absent entirely and inserted sections carry ทวิ/ตรี suffixes — the date this consolidation was last updated has not been verified.

本法目录

Preamble

พระราชบัญญัติ ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๕๑ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณวันที่ ๒๗มกราคมพ.ศ. ๒๕๕๑ เป็นปีที่ ๖๓ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์และกฎหมายว่า ด้วยการประกอบธุ กิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ รวมเข้าเป็ฉบับเดียวกัน พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของ บุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ประกอบกับมาตรา ๓๑มาตรา ๓๓มาตรา ๓๖มาตรา ๓๙มาตรา ๔๑และ มาตรา ๔๓ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตาม บทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้

本章条文

以列表显示
  1. หมวด ๘ บทกำหนดโทษ36 条
  2. Section ๑๒๑

    ผู้ใดประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจเงินทุน หรือธุรกิจ เครดิตฟองซิเอร์โดยมิได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองแสน บาทถึงหนึ่งล้านบาท

  3. Section ๑๒๒

    สถาบันการเงินใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๑ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท และปรับอี ไม่เกินวันละหนึ่งพันบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

  4. Section ๑๒๓

    ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๒ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน หนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับและปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งพันบาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

  5. Section ๑๒๔

    สถาบันการเงินใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๓มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๗มาตรา ๘๑หรือมาตรา ๘๒หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศ ข้อกำหนด หรือหลักเกณฑ์ที่กำหนดตามมาตรา ๑๕วรรคสอง มาตรา ๒๖วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๗หรือมาตรา ๘๒ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาทและปรับอีกไม่เกินวันละสามพับาทตลอดเวลาที่ยังฝ่า ฝืนอยู่หรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง - -

  6. Section ๑๒๕

    สถาบันการเงินใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๐มาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๒มาตรา ๓๘มาตรา ๔๐วรรคหนึ่ง มาตรา ๔๑มาตรา ๔๔มาตรา ๔๗หรือ มาตรา ๘๔หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศข้อกำหนดหรือหลักเกณฑ์ที่กำหนดตามมาตรา ๓๘ มาตรา ๓๙มาตรา ๔๐วรรคสองมาตรา ๔๑มาตรา ๔๖มาตรา ๔๗หรือมาตรา ๘๔ต้องระวาง โทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท และปรับอี ไม่เกินวันละห้าพันบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่ ฝืนอยู่หรือจนกว่า จะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

  7. Section ๑๒๖

    ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๔มาตรา ๕๔หรือมาตรา ๕๖ หรือบริษัทแม่ของสถาบันการเงินที่ปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา ๕๕ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสาม ปี หรือปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละสามพัน บาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ แล้วแต่กรณี

  8. Section ๑๒๗

    ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๖วรรคสอง ต้องระวางโทษ ปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสามแสนบาทและปรับอีกไม่เกินวัละสามพันบาทจนกว่าจะได้มีการปฏิบัติ ให้ถูกต้อง

  9. Section ๑๒๘

    สถาบันการเงินใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๖มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๙มาตรา ๓๐มาตรา ๓๑มาตรา ๓๒มาตรา ๓๔มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖มาตรา ๔๓มาตรา ๔๘มาตรา ๔๙มาตรา ๕๐มาตรา ๕๑มาตรา ๕๘มาตรา ๕๙ มาตรา ๖๐มาตรา ๖๑มาตรา ๖๒มาตรา ๖๓มาตรา ๖๔มาตรา ๖๖มาตรา ๖๗มาตรา ๖๘ มาตรา ๗๑มาตรา ๗๓วรรคหนึ่ง มาตรา ๗๔มาตรา ๗๘มาตรา ๘๐มาตรา ๙๓มาตรา ๙๔หรือ มาตรา ๙๕หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศ ข้อกำหนด หลักเกณฑ์ เงื่อนไข หรือคำสั่งที่กำหนด ตามมาตรา ๙มาตรา ๑๐วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๖มาตรา ๒๙มาตรา ๓๐มาตรา ๓๑มาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๓มาตรา ๓๔มาตรา ๓๕มาตรา ๓๖มาตรา ๔๒มาตรา ๔๓มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙มาตรา ๕๐มาตรา ๕๑มาตรา ๕๘มาตรา ๕๙มาตรา ๖๐มาตรา ๖๑มาตรา ๖๒ มาตรา ๖๓มาตรา ๖๔มาตรา ๖๖มาตรา ๖๗มาตรา ๗๑มาตรา ๗๓วรรคหนึ่ง มาตรา ๗๔วรรค สองมาตรา ๗๘มาตรา ๘๐มาตรา ๘๙มาตรา ๙๐(๑) (๓) และ(๔) มาตรา ๙๕หรือมาตรา ๙๖ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน อยู่หรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

  10. Section ๑๒๙

    ในกรณีที่มีการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๒๐มาตรา ๒๑มาตรา ๒๒มาตรา ๓๔มาตรา ๔๘มาตรา ๔๙มาตรา ๕๐หรือมาตรา ๕๙แล้วแต่กรณี โดยที่สถาบัน การเงินสามารถพิสูจน์ได้ว่าได้ใช้ความระมัดระวังด้วยความรอบคอบในการตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ไม่สามารถทราบและป้องกันมิให้เกิดการฝ่าฝืนดังกล่าวได้ ให้ถือว่าสถาบันการเงินมิได้กระทำ ความผิดตามมาตราดังกล่าว - -

  11. Section ๑๓๐

    ผู้ใดฝ่ ฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลัเกณฑ์ที่กำหนดตามมาตรา ๕๖หรือ มาตรา ๕๗ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลา ที่ยังฝ่าฝืนอยู่หรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

  12. Section ๑๓๑

    ผู้ใดฝ่ ฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๐๔หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินหรือพนักงานควบคุมสถาบันการเงินตามมาตรา ๑๑๔ต้อง ระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวัน ละสามพันบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

  13. Section ๑๓๒

    ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๑๒๑หรือมาตรา ๑๒๓เป็น นิติบุคคล กรรมการผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของนิติบุคคลนั้น ต้องรับโทษตามที่บัญญัติ ไว้สำหรับความผิดนั้น ๆด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้มีส่วนในการกระทำความผิดนั้น ภายใต้บังคับมาตรา ๑๓๙ในกรณีที่สถาบันการเงินกระทำความผิดตามมาตรา ๑๒๒มาตรา ๑๒๔มาตรา ๑๒๕หรือมาตรา ๑๒๘ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ ของสถาบันการเงินนั้น ต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่า ตนมิได้มีส่วนในการกระทำความผิด้น

  14. Section ๑๓๓

    ความผิดตามมาตรา ๑๒๒มาตรา ๑๒๔มาตรา ๑๒๕มาตรา ๑๒๘ และมาตรา ๑๓๒วรรคสองถ้ามิได้ฟ้องต่อศาลหรือมิได้มีการเปรียบเทียบตามมาตรา ๑๕๖ภายใน สองปีนับแต่วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบการกระทำความผิด หรือภายในห้าปีนับแต่วัน กระทำความผิดเป็นอันขาดอายุความ

  15. Section ๑๓๔

    ผู้ ใดให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จต่อผู้ตรวจการสถาบันการเงินหรือ คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงิน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหกหมื่ บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

  16. Section ๑๓๕

    ผู้ใดขัดขวางหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ตรวจการสถาบันการเงิน คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงิน หรือพนักงานควบคุมสถาบันการเงิน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตาม พระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  17. Section ๑๓๖

    ผู้ใดไม่อำนวยความสะดวกแก่ผู้ตรวจการสถาบันการเงิน บุคคลตาม มาตรา ๘๕วรรคสามคณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินหรือพนักงานควบคุมสถาบันการเงิน ซึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  18. Section ๑๓๗

    ผู้ใดถอน ทำให้เสียหาย ทำลายหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งตราหรือ เครื่องหมายซึ่งผู้ตรวจการสถาบันการเงิน คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินหรือพนักงานควบคุม - - สถาบันการเงินได้ประทับหรือหมายไว้ที่สิ่งนั้น ๆต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกิน สามแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

  19. Section ๑๓๘

    ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือ ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สินหรือเอกสารใด ๆอันผู้ตรวจการสถาบันการเงินคณะกรรมการควบคุ สถาบันการเงิน หรือพนักงานควบคุมสถาบันการเงินได้ยึด อายัด รักษาไว้ หรือสั่งให้ส่งเพื่อเป็น พยานหลักฐานหรือเพื่อบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย ไม่ว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะรักษาทรัพย์สิน หรือเอกสารนั้นไว้เอง หรือสั่งให้ผู้นั้นหรือผู้อื่นส่งหรือรักษาไว้ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หก เดือนถึงสามปี หรือปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  20. Section ๑๓๙

    ในกรณีที่สถาบันการเงินใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๖ มาตรา ๕๐มาตรา ๖๖มาตรา ๘๐มาตรา ๙๓มาตรา ๙๔หรือมาตรา ๙๕หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ ตามประกาศข้อกำหนด หลักเกณฑ์ หรือคำสั่งที่กำหนดตามมาตรา ๙วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๐วรรค หนึ่ง มาตรา ๓๓มาตรา ๓๖มาตรา ๕๐มาตรา ๖๖มาตรา ๗๑มาตรา ๘๐มาตรา ๙๐หรือมาตรา ๙๕ ผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงินนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่ เกินหนึ่งปี หรือปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้ มีส่วนในการกระทำความผิดนั้น

  21. Section ๑๔๐

    ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงิน ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จแก่ประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริง ซึ่งควรบอกให้แก่ประชาชนทราบและโดยการหลอกลวงดังกล่าวนั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากประชาชนผู้ ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ประชาชนผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอนหรือ ทำลายเอกสารสิทธิ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงหนึ่งล้าน บาท

  22. Section ๑๔๑

    ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงิน ผู้ใดซึ่งได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของสถาบันการเงินหรือทรัพย์สินที่สถาบันการเงินเป็น เจ้าของรวมอยู่ด้วย กระทำผิดหน้าที่ของตนด้วยประการใด ๆโดยทุจริตจนเป็นเหตุให้เกิดความ เสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของสถาบัการเงิ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึง สิบปี และปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท

  23. Section ๑๔๒

    ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงิน ผู้ใดครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของสถาบันการเงินหรือซึ่งสถาบันการเงินเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยเบียดบัง เอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่ สามโดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และ ปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท

  24. Section ๑๔๓

    ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงิน ผู้ใดเอาไปเสียทำให้เสียหาย ทำลายทำให้เสื่อมค่ หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สินอันสถาบัน - - การเงินมีหน้าที่ดูแลหรือที่อยู่ในความครอบครองของสถาบัการเงิน ถ้าได้กระทำเพื่อให้เกิดความ เสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินห้าแสนบาท

  25. Section ๑๔๔

    ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงิน ผู้ใดกระทำการดังต่อไปนี้ โดยรู้ว่าเจ้ หนี้ของสถาบันการเงินหรือเจ้าหนี้ของบุ คลอื่น ซึ่งจะใช้สิทธิ ของเจ้าหนี้สถาบันการเงินบังคับการชำระหนี้จากสถาบันการเงิน หรือใช้หรือน่าจะใช้สิทธิเรียกร้อง ทางศาลให้ชำระหนี้ เพื่อมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือบางส่วน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้า ปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท (๑) ย้ายไปเสีย ซ่อนเร้น หรือโอนไปให้แก่ผู้อื่นซึ่งทรัพย์สินของสถาบันการเงิน หรือ (๒) ลงบัญชีหรือกระทำการอื่นใดซึ่งทำให้ปรากฏว่าสถาบันการเงินเป็นหนี้ซึ่งไม่เป็น ความจริง

  26. Section ๑๔๕

    ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงิน ผู้ใดกระทำการหรือไม่กระทำการเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่ิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายเพื่อตนเอง หรือผู้อื่นอันเป็นการเสียหายแก่สถาบันการเงิน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่ ห้าแสนบาทถึงหนึ่งล้ นบาท

  27. Section ๑๔๖

    ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงิน ผู้ใดกระทำหรือยินยอมให้กระทำการดังต่อไปนี้เพื่อลวงให้สถาบันการเงินหรือผู้ถือหุ้นขาดประโยชน์ อันควรได้ หรือลวงบุคคลใด ๆต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึง หนึ่งล้านบาท (๑) ทำให้เสียหาย ทำลาย เปลี่ยนแปลง ตัดทอน หรือปลอมบัญชี เอกสารหรือ หลักประกันของสถาบันการเงินหรือที่เกี่ยวกับสถาบันการเงิน (๒) ลงข้อความเท็จหรือไม่ลงข้อความสำคัญในบัญชี หรือเอกสารของสถาบัน การเงิน หรือ (๓) ทำบัญชีไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน หรือไม่ตรงต่อความเป็นจริง

  28. Section ๑๔๗

    ความผิดตามมาตรา ๑๔๐มาตรา ๑๔๑มาตรา ๑๔๒มาตรา ๑๔๓ มาตรา ๑๔๔มาตรา ๑๔๕หรือมาตรา ๑๔๖หากผู้กระทำเป็นพนักงานของสถาบันการเงินต้อง ระวางโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น

  29. Section ๑๔๘

    ผู้สอบบัญชี หรือผู้ประเมินราคา หรือผู้ชำนาญการเฉพาะด้านผู้ใด ปฏิบัติงานสอบบัญชีเพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วย ผู้สอบบัญชีหรือข้อกำหนดเพิ่มเติมตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนดหรือทำรายงาน เท็จหรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๖๙หรือมาตรา ๗๐หรือมาตรา ๗๑หรือประเมินราคา ทรัพย์สินโดยไม่สุจริต แล้วแต่กรณี ต้องระวางโทษจำคุ ไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ - -

  30. Section ๑๔๙

    ผู้ใดก่อให้กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบัการเงินหรือผู้ชำนาญการเฉพาะด้านของสถาบันการเงิน กระทำความผิดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๔๐มาตรา ๑๔๑มาตรา ๑๔๒มาตรา ๑๔๓มาตรา ๑๔๔มาตรา ๑๔๕มาตรา ๑๔๖หรือมาตรา ๑๔๘ไม่ว่าด้วยการใช้ สั่ง ขู่เข็ญจ้าง หรือด้วยวิธีอื่นใด ต้องระวางโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับ ความผิดนั้น

  31. Section ๑๕๐

    ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆอันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความ สะดวกในการที่กรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงินผู้สอบบัญชี หรือ ผู้ชำนาญการเฉพาะด้านของสถาบันการเงิน กระทำความผิดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๔๐มาตรา ๑๔๑มาตรา ๑๔๒มาตรา ๑๔๓มาตรา ๑๔๔มาตรา ๑๔๕มาตรา ๑๔๖หรือมาตรา ๑๔๘ไม่ว่า ก่อนหรือขณะกระทำความผิดต้องระวางโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆเว้นแต่ผู้นั้นมิได้รู้ ถึงการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกนั้

  32. Section ๑๕๑

    ความผิดมาตรา ๑๔๐มาตรา ๑๔๑มาตรา ๑๔๒มาตรา ๑๔๓ มาตรา ๑๔๔มาตรา ๑๔๕มาตรา ๑๔๖หรือมาตรา ๑๔๘มาตรา ๑๔๙และมาตรา ๑๕๐เมื่อ พนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีอาญาให้พ งานอัยการมีอำนาจเรียกทรัพย์สิน หรือราคาหรือค่าสินไหม ทดแทนเพื่อความเสียหายแทนผู้เสียหายด้วย และให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล

  33. Section ๑๕๒

    ในกรณีที่ปรากฏว่าบุคคลใดกระทำความผิดตามมาตรา ๑๔๐มาตรา ๑๔๑มาตรา ๑๔๒มาตรา ๑๔๓มาตรา ๑๔๔มาตรา ๑๔๕มาตรา ๑๔๖หรือมาตรา ๑๔๘มาตรา ๑๔๙และมาตรา ๑๕๐และธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นว่าหากปล่อยเนิ่นช้าไว้อาจเกิดความ เสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชน ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สิน ของบุคคลนั้นหรือทรัพย์สินซึ่งตามกฎหมายอาจถือได้ว่าเป็นของบุคคลนั้น หรือตามพฤติการณ์ที่มีเหตุ อันควรเชื่อได้ว่าเป็นของบุคคลนั้น แต่จะยึดหรืออายัดทรัพย์สินเกินกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันไม่ได้ เว้น แต่ในกรณีที่มีารฟ้องคดีต่อศาลให้คำสั่งยึดหรืออายัดดักล่าวยังคงมีผลต่อไปจนกว่าศาลจะสั่งเป็น อย่างอื่น ในกรณีมีเหตุจำเป็นทำให้ไม่สามารถฟ้องคดีภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันได้ ศาลที่มีเขตอำนาจ อาจสั่งขยายระยะเวลาออกไปอีกตามคำขอของธนาคารแห่งประเทศไทยได้ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานธนาคารแห่งประเทศไทยเป็น ผู้ดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามวรรคหนึ่ง การกำหนดวิธีการในการดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินและการกำหนดจำนวน เงินที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีพและเลี้ยงดูครอบครัวของบุคคลที่ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามวรรค หนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด ผู้ใดทำลาย ย้ายไปเสีย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย ทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ โอนให้แก่ บุคคลอื่นหรือกระทำการใดๆให้เสียหายแก่ทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัดตามวรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท - -

  34. Section ๑๕๓

    ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ บุคคลตามมาตรา ๑๕๒จะหลบหนี ออกนอกราชอาณาจักรศาลอาญาโดยคำร้องขอของธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจสั่งห้ามมิให้ บุคคลนั้นออกนอกราชอาณาจักรไว้ก่อนได้ ในกรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติโดยคำร้องขอของผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือบุคคลที่ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยมอบหมายมีอำนาจสั่งห้ามมิ ให้บุคคลตามมาตรา ๑๕๒ออกนอกราชอาณาจักรไว้ก่อนเป็นการชั่วคราวได้เป็นเวลาไม่เกินสิบห้าวัน จนกว่าศาลอาญาจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งของศาลอาญาตามวรรคหนึ่งหรือของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตามวรรคสองหรือผู้ให้ความช่วยเหลือบุคคลดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกิน หนึ่งล้านบาท

  35. Section ๑๕๔

    ผู้ใดล่วงรู้กิจการของสถาบันการเงินใดเนื่องจากการปฏิบัติตามอำนาจ หน้าที่ที่กำหนดในกฎหมายหรือเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ในการช่วยเหลือผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ ที่กำหนดในกฎหมาย อันเป็นกิจการที่ตามปกติวิสัยจะพึงสงวนไว้ไม่เปิดเผย ถ้าผู้นั้นนำไปเปิดเผยแก่ บุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่การเปิดเผยในกรณี ดังต่อไปนี้ (๑) การเปิดเผยตามหน้าที่หรือเพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนหรือการพิจารณาคดี (๒) การเปิดเผยเกี่ยวกับการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ (๓) การเปิดเผยแก่ผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงินนั้นหรือหน่วยงานในประเทศและ ต่างประเทศที่มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับสถาบันการเงินนั้น (๔) การเปิดเผยข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานในประเทศ และต่างประเทศที่มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับสถาบันการเงิน หรือธุรกิจทางการเงิน ตามข้อตกลงที่มี ระหว่างกัน (๕) การเปิดเผยเพื่อประโยชน์ในการแก้ไขฐานะการดำเนินงานของสถาบันการเงิน นั้น (๖) การเปิดเผยเพื่อประโยชน์ในการให้สินเชื่อของสถาบันการเงิน (๗) การเปิดเผยความลับของลูกค้าสถาบันการเงินที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนแล้ว (๘) การเปิดเผยความลับของลูกค้าของสถาบันการเงินซึ่งลูกค้าดังกล่าวให้ความ ยินยอมแล้ว (๙) การเปิดเผยให้แก่บริษัทที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินเดียวกัน (๑๐)การเปิดเผยเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามที่กฎหมายบัญญัติไว้

  36. Section ๑๕๕

    ผู้ใดล่วงรู้หรือได้มาซึ่งความลับของสถาบันการเงินโดยเหตุที่เป็นผู้มี อำนาจในการจัดการหรือเป็นพนักงาน และเปิดเผยความลับนั้นในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความ เสียหายแก่บุคคลอื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับการเปิดเผยตามกรณีในมาตรา ๑๕๔วรรคสอง - -

  37. Section ๑๕๖

    ความผิดตามมาตรา ๑๒๒มาตรา ๑๒๔มาตรา ๑๒๕มาตรา ๑๒๘ มาตรา ๑๓๒วรรคสองและมาตรา ๑๓๙ให้คณะกรรมการที่รัฐมนตรีแต่งตั้งมีอำนาจเปรียบเทียบได้ คณะกรรมการที่รัฐมนตรีแต่งตั้งตามวรรคหนึ่งให้มีจำนวนสามคนโดยอย่างน้อยต้อง เป็นพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหนึ่งคน เมื่อคณะกรรมการได้ทำการเปรียบเทียบ และผู้ต้องหาได้ชำระค่ ปรับตามจำนวน และภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนดแล้ว ให้ถือว่าคดีเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญา

Where this text comes from
File published by
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)主管机构网站
机构发布页面
https://www.fpo.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
Source file
https://www.fpo.go.th/main/getattachment/The-law-in-charge-of-FPO/Financial-Institutions-and-Financial-Benefits-Prot/704/CNT0008963-1.pdf.aspx46 pp.
File checksum
sha256:07bde558bd0dadacdb75b1da0cd100fdbe248f7d6c055448b389d44da5da470cPulled at 2026-08-24T07:53:27.641Z
Text extraction
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)通过 ai-law 检查:ToUnicode 修复 · 还原 ำ · 条文连续 · OCR 见证
พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551