พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551
这是哪个版本
This text has been consolidated by the Office of the Council of State: later amendments are already merged in, so it is not the wording of any single Royal Gazette issue. Repealed sections are absent entirely and inserted sections carry ทวิ/ตรี suffixes — the date this consolidation was last updated has not been verified.
本法目录
Preamble
พระราชบัญญัติ ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๕๑ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณวันที่ ๒๗มกราคมพ.ศ. ๒๕๕๑ เป็นปีที่ ๖๓ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์และกฎหมายว่า ด้วยการประกอบธุ กิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ รวมเข้าเป็ฉบับเดียวกัน พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของ บุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ประกอบกับมาตรา ๓๑มาตรา ๓๓มาตรา ๓๖มาตรา ๓๙มาตรา ๔๑และ มาตรา ๔๓ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตาม บทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้
本章条文
以列表显示- หมวด ๓ การกำกับสถาบันการเงิน
- ส่วนที่ ๑ การดำรงเงินกองทุนและสินทรัพย์4 条
- Section ๒๙
สถาบัการเงินต้องดำรงเงินกองทุนตามหลัเกณฑ์ที่ธนาคารแห่ ประเทศไทยประกาศกำหนด ให้ธนาคารแห่ ประเทศไทยมีอำนาจประกาศกำหนดประเภทและชนิดของ เงินกองทุนรวมทั้งหลักเกณฑ์ในการคำนวณเงินกองทุนของสถาบันการเงิน
- Section ๓๐
สถาบันการเงินต้องดำรงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์ หนี้สิน ภาระผูกพัน หรือตัวแปรและความเสี่ยงอื่นใดตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศ กำหนด การประกาศกำหนดตามวรรคหนึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจประกาศกำหนด เป็นการทั่วไปให้ ถาบันการเงินดำรงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์ หนี้สิน ภาระผูกพัน หรือ ตัวแปรและความเสี่ยงอื่นใด ตามขนาดหรือประเภทของสินทรัพย์ หนี้สิน ภาระผูกพัน หรือตัวแปร และความเสี่ยงรวมทุ ประเภทหรือแต่ละประเภทได้หรือในกรณีที่ปรากฏว่าสถาบันการเงินใดมีความ - - เสี่ยงสูง ธนาคารแห่ ประเทศไทยจะสั่ งการให้สถาบันการเงินนั้นดำเนินการใด ๆที่เกี่ยวข้องตามที่ เห็นสมควรก็ได้
- Section ๓๑
ให้สถาบันการเงินเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำรงเงินกองทุนและข้อมูล เกี่ยวกับความเสี่ยงของสถาบันการเงิ หรือกลุ่ ธุรกิจทางการเงินตามหลัเกณฑ์ที่ธนาคารแห่ ประเทศไทยประกาศกำหนด
- Section ๓๒
สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบ ธุรกิจตามความในพระราชบัญญัตินี้ ต้องดำรงสินทรัพย์ไว้ในประเทศไทยหรือมีหลักทรัพย์ใน ต่างประเทศตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนดและให้ถือว่าสินทรัพย์หรือ หลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นเงินกองทุนตามพระราชบัญญัตินี้ สินทรัพย์หรือหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง ประกอบด้วย (๑) เงินที่นำเข้ามาจากสำนักงานใหญ่หรือสาขาอื่นของสถาบันการเงินต่างประเทศ ซึ่งตั้งอยู่นอกประเทศไทย (๒) เงินสำรองต่าง ๆแต่ไม่รวมถึงเงินสำรองสำหรับการลดค่าของสินทรัพย์และเงิน สำรองเพื่อการชำระหนี้ หรือ (๓) เงินกำไรสุทธิแต่ละรอบปีบัญชีของสาขาหลังจากหักผลขาดทุนที่เกิดขึ้นในทุก รอบปีบัญชีแล้ว และให้รวมถึงเงินกำไรที่ได้โอนไปเป็นส่วนของสำนักงานใหญ่ในทางบัญชีแล้วแต่ยัง ไม่ได้จำหน่ายออกนอกราชอาณาจักร
- ส่วนที่ ๒ การลงทุนของสถาบันการเงิน3 条
- Section ๓๓
ภายใต้บังคับมาตรา ๓๔และมาตรา ๓๕ให้สถาบันการเงินลงทุนใน หลักทรัพย์เพื่อเป็นกรรมสิทธิ์ของตนได้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
- Section ๓๔
ห้ามมิให้สถาบันการเงินถือหรือมีหุ้นโดยทางตรงหรือทางอ้อมในบริษัท ใดเกินอัตราดังต่อไปนี้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่ ประเทศไทยประกาศกำหนด (๑) ร้อยละยี่สิบของเงินกองทุนทั้งหมดของสถาบันการเงินนั้น สำหรับการถือหรือมี หุ้นในทุกบริษัทรวมกัน (๒) ร้อยละห้าของเงินกองทุนทั้งหมดของสถาบันการเงินนั้น สำหรับการถือหรือมี หุ้นในบริษัทแต่ละราย หรือ (๓) ร้อยละสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทนั้น ในกรณีที่มีเหตุจำเป็น ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจประกาศกำหนดอัตราขั้นสูง ในการถือหรือมีหุ้ นให้ต่ำกว่าที่กำหนดตามวรรคหนึ่งได้ แต่ต้องประกาศล่วงหน้าก่อนวันใช้บังคับไม่ น้อยกว่าสิบห้าวัน - - ในกรณีที่สถาบันการเงิ จำเป็ต้องถือหรือมีหุ้นในบริษัทใดอัเนื่องจากการ ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ การชำระหนี้ การบังคับชำระหนี้ การประกันการให้สินเชื่อ หรือเพื่อดำเนิน ธุรกิจอันเป็นการสนับสนุนกิจการของสถาบันการเงิน ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจผ่อนผันการ ถือหรือมีหุ้นเกินกว่าอัตราที่กำหนดตามวรรคหนึ่งได้ โดยจะกำหนดหลักเกณฑ์ในการผ่อนผันไว้ด้วยก็ได้ ให้นำหุ้นที่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินถืออยู่นับรวมเป็นหุ้นที่สถาบันการเงินถือ หรือมีหุ้นตามบทบัญญัตินี้ด้วย ความในมาตรานี้มิให้ใช้บังคับกับกรณีตามมาตรา ๕๘วรรคสาม
- Section ๓๕
ห้ามมิให้สถาบันการเงินถือหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ ดังต่อไปนี้ (๑) หุ้นหรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับหุ้นของสถาบันการเงินอื่นที่ประกอบธุรกิจ ประเภทเดียวกัน เว้นแต่เป็นการได้าจากการชำระหนี้หรือการประกันการให้สิ เชื่อซึ่งต้องจำหน่าย ภายในเวลาหกเดือนนับแต่วันที่ได้มา หรือเป็นการซื้อหรือได้มาโดยได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแห่ง ประเทศไทย ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดหลัเกณฑ์ในการผ่อนผันไว้ด้วยก็ได้ (๒) หลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับหุ้นของสถาบันการเงินนั้นตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
- ส่วนที่ ๓ การประกอบธุรกิจ12 条
- Section ๓๖
ให้ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ประกอบ ธุรกิจได้เฉพาะธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจเงินทุน หรือธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ แล้วแต่กรณี และธุรกิจ ที่เกี่ยวเนื่อง หรือจำเป็นต่อการประกอบธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจเงินทุน หรือธุรกิจ เครดิตฟองซิเอร์ตามที่ธนาคารแห่ ประเทศไทยประกาศกำหนด ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะ ประกาศกำหนดธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องหรือจำเป็นโดยแยกตามประเภทสถาบันการเงินและธนาคาร พาณิชย์แต่ละชนิดก็ได้ และจะกำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องหรือจำเป็นนั้น ด้วยก็ได้
- Section ๓๗
ให้สถาบันการเงินเปิดทำการ ณสำนักงานของสถาบันการเงินนั้นอย่าง น้อยตามวันและเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติเป็น ประการอื่นจากธนาคารแห่งประเทศไทยในการอนุญาตดังกล่าวธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนด หลักเกณฑ์ให้ปฏิบัติด้วยก็ได้ ในปีหนึ่ง ๆให้สถาบันการเงินมีวันหยุดตามประเพณีตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศกำหนด ให้ ถาบัการเงิ ประกาศวันและเวลาเปิดและหยุดทำการไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงานของสถาบันการเงินนั้น - -
- Section ๓๘
ให้สถาบันการเงินประกาศข้อมูลในเรื่องอัตราดอกเบี้ย อัตราส่วนลด และค่าบริการต่าง ๆไม่ว่าจะเรียกชื่อเป็นอย่างอื่น รวมทั้งข้อมูลอื่นใดเกี่ยวกับสถาบันการเงินนั้นไว้ใน ที่เปิดเผย ณ กงานของสถาบันการเงิ เพื่อให้ประชาชนและลูกค้าที่มาติดต่อหรือใช้บริการใน สถานที่นั้นทราบข้อมูลดังกล่าว และให้รายงานพร้อมส่งสำเนาประกาศหรือข้อมูลนั้นให้แก่ธนาคาร แห่งประเทศไทยด้วย ทั้งนี้ ตามหลัเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด ให้สถาบันการเงินประกาศข้อมูลตามวรรคหนึ่งในสื่อใด ๆตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
- Section ๓๙
เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองผู้บริโภค ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมี อำนาจประกาศกำหนดให้สถาบันการเงินประเภทหนึ่งประเภทใดถือปฏิบัติในเรื่องดังต่อไปนี้ (๑) การรับฝากเงิน การรับเงินจากประชาชน การกู้ยืมเงิน การลงทุนการให้สินเชื่อ การก่อภาระผูกพัน และการประกอบธุ กิจอื่นที่สถาบันการเงินนั้นดำเนินการได้ (๒) การทำนิติกรรมหรือสัญญากับประชาชน ผู้บริโภค หรือลูกค้ารายย่อยในการ ประกอบธุรกิจของสถาบันการเงิน ซึ่งมีทุนทรัพย์หรือมูลค่ ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไม่ ว่าจะเป็นในเนื้อหาสาระ วิธีการคำนวณผลประโยชน์หรือแบบสัญญา (๓) การทำสัญญาค้ ประกันด้วยบุคคล โดยให้มีการระบุวงเงิ ของต้นเงินในสัญญา หรือมิให้มีการทำข้อตกลงให้ผู้ค้ำประกันทำสัญญาค้ำประกันแบบไม่จำกัดจำนวน ในกรณีที่เป็นการค้ำประกันหนี้อันจะต้องชำระ เวลาที่มีกำหนดแน่นอน และ สถาบันการเงินยอมผ่อนเวลาให้แก่ลูกหนี้ชั้นต้น แต่ไม่สามารถจะตกลงกันได้ภายในเวลาหกเดือน ให้ สถาบันการเงินแจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบ (๔) ข้อที่ต้องปฏิบัติหากนิติกรรมหรือสัญญาที่ทำขึ้นนั้นให้สิทธิแก่สถาบันการเงินที่ จะเปลี่ยนแปลงสัญญาได้ฝ่ายเดียว (๕) การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสถาบันการเงิน
- Section ๔๐
ให้สถาบันการเงินแจ้งและแสดงวิธีการและรายละเอียดในการคำนวณ อัตราค่าบริการรายปีให้ประชาชนและลูกค้าผู้มาขอสินเชื่อทราบ อัตราค่าบริการรายปีตามวรรคหนึ่ง ได้แก่ ค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นที่สถาบัการเงินเรียกเก็บ จากประชาชนและลูกค้าต่อปีในการให้สินเชื่อ ซึ่งรวมถึงดอกเบี้ย ส่วนลดและค่าบริการ ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจประกาศกำหนดวิธีการคำนวณอัตราค่าบริการราย ปีให้สถาบันการเงินถือปฏิบัติได้
- Section ๔๑
ในการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการรับฝากเงิน รับเงินจากประชาชน ให้ สินเชื่อ กู้ยืมเงิน ลงทุน ก่อภาระผูกพัน ซื้อขายตั๋วแลกเงินหรือตราสารเปลี่ยนมืออื่นใด หรือซื้อขาย เงินปริวรรตต่างประเทศ ให้สถาบันการเงินปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศ กำหนด การกำหนดตามวรรคหนึ่ จะกำหนดตามประเภทของเงินฝากหรือเงินกู้ยืมประเภท ของบุคคลประเภทของเอกสารการรับฝากเงินหรือการกู้ยืม หรือประเภทของตราสารก็ได้ - - ในกรณีที่มีเหตุจำเป็เพื่อความมั่นคงของสถาบันการเงินและเพื่อการตรวจสอบของ ผู้ตรวจการสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจกำหนดให้สถาบันการเงินถือปฏิบัติใน เรื่องดังต่อไปนี้ได้ (๑) การทำนิติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงิน (๒) การตรวจสอบและการควบคุมภายในสถาบันการเงิน (๓) การบริหารและการจัดการของสถาบันการเงิน
- Section ๔๒
เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขภาวะเศรษฐกิจ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทย มีอำนาจประกาศกำหนดในเรื่องดังต่อไปนี้ (๑) กำหนดวงเงินที่สถาบันการเงินจะให้สินเชื่อ ทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้ สินเชื่อ รับรอง หรือรับอาวัลตั๋วเงินสำหรับกิจการประเภทหนึ่งประเภทใด ทั้งนี้ จะกำหนดเป็น อัตราส่วนกับยอดเงิ ทั้งหมดที่สถาบัการเงินให้สินเชื่อ ทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ รับรอง รับอาวัลตั๋วเงิน หรือเป็นอัตราส่วนกับเงินกองทุนของสถาบันการเงินหรือยอดเงินที่ได้กู้ยืมและ รับจากประชาชน ขณะหนึ่งขณะใดก็ได้ (๒) ห้ามมิให้สถาบันการเงินให้สินเชื่อ หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้ สินเชื่อในกิจการประเภทใด ๆเพิ่มขึ้นหรือสูงกว่าอัตราที่กำหนด ทั้งนี้ จะกำหนดเป็นอัตราส่วนกับ ยอดเงินทั้งหมดที่สถาบันการเงินให้สินเชื่อ หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อในแต่ละ กิจการ ณขณะหนึ่งขณะใดก็ได้
- Section ๔๓
การดำเนินการต่อไปนี้ สถาบันการเงินจะต้องได้รับความเห็นชอบจาก ธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน (๑) ขายหรือโอนกิจการของสถาบันการเงินทั้งหมดหรือบางส่วนที่สำคัญให้แก่บุคคล อื่นตามมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นซึ่งมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือ หุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน (๒) ซื้อหรือรับโอนกิจการบริษัทอื่นทั้งหมดหรือบางส่วนที่สำคัญมาเป็นของสถาบัน การเงินตามมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นซึ่งมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของ ผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน (๓) ทำสัญญา ยินยอม หรือมอบหมายให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่กรรมการ ผู้จัดการ หรือ พนักงานของสถาบัการเงิน มีอำนาจทั้งหมดหรือบางส่วนในการบริหารงานของสถาบันการเงิน หรือ รวมกิจการกับบุคคลอื่น โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะแบ่งกำไรขาดทุนกัน การให้ความเห็นชอบตามวรรคหนึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดหลักเกณฑ์ ให้สถาบันการเงินปฏิบัติด้วยก็ได้ และให้รายงานต่อรัฐมนตรีทราบโดยไม่ชักช้า
- Section ๔๔
สถาบันการเงินนอกจากบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ จะรับฝากเงินที่ต้องจ่าย เมื่อสิ้นระยะเวลาอันกำหนดไว้โดยวิธีออกบัตรเงินฝากก็ได้ บัตรเงินฝากต้องมีรายการดังต่อไปนี้ (๑) คำบอกชื่อว่าเป็นบัตรเงินฝาก (๒) ชื่อสถาบันการเงิ ผู้ออกบัตรเงินฝาก - - (๓) จังหวัดที่ตั้งของผู้ออกบัตรเงินฝาก (๔) วันที่ออกบัตรเงินฝาก (๕) ข้อตกลงอันปราศจากเงื่ อนไขว่าจะจ่ายเงินเป็นจำนวนที่แน่ อนพร้อมด้วย ดอกเบี้ย (ถ้ามี) (๖) วันถึงกำหนดจ่ ยเงิ (๗) สถานที่จ่ายเงิน (๘) ชื่อของผู้ฝากเงิน หรือคำจดแจ้งว่าให้จ่ายเงินแก่ผู้ถือ (๙) ลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนามแทนสถาบันการเงินผู้ออกบัตรเงินฝาก
- Section ๔๕
ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๖๔ ถึงมาตรา ๗๖๖มาตรา ๘๙๙ถึงมาตรา ๙๐๗มาตรา ๙๑๑มาตรา ๙๑๓(๑) และ(๒) มาตรา ๙๑๔ ถึงมาตรา ๙๑๖มาตรา ๙๑๗วรรคหนึ่งและวรรคสาม มาตรา ๙๑๘ถึงมาตรา ๙๒๒มาตรา ๙๒๕ มาตรา ๙๒๖มาตรา ๙๓๘ถึงมาตรา ๙๔๒มาตรา ๙๔๕มาตรา ๙๔๖มาตรา ๙๔๘มาตรา ๙๔๙ มาตรา ๙๕๙มาตรา ๙๖๗มาตรา ๙๗๑มาตรา ๙๗๓มาตรา ๙๘๖มาตรา ๙๙๔ถึ มาตรา ๑๐๐๐ มาตรา ๑๐๐๖ถึงมาตรา ๑๐๐๘มาตรา ๑๐๑๐และมาตรา ๑๐๑๑มาใช้บังคับกับบัตรเงินฝากโดย อนุโลม
- Section ๔๖
ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ธนาคารแห่ ประเทศไทยอาจประกาศ กำหนดให้สถาบันการเงินปฏิบัติในเรื่องดังต่อไปนี้ (๑) ดอกเบี้ยหรือส่วนลดที่อาจเรียกได้ (๒) ดอกเบี้ยหรือส่วนลดที่อาจจ่ายได้ (๓) ค่าบริการที่อาจเรียกได้ (๔) เงินมัดจำที่อาจเรียกได้ (๕) หลักประกันเป็นทรัพย์สินที่ต้องเรียก (๖) ผลประโยชน์ที่อาจเรียกได้จากการทำธุ กรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ (๗) เบี้ยปรับที่อาจเรียกได้ บรรดาเงินทรัพย์ิน หรือสิ่งอื่นที่อาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน ซึ่งผู้ฝากเงินหรือบุคคล ใดได้รับจากสถาบันการเงิน พนักงานหรือลูกจ้างของสถาบันการเงิน เนื่องจากการรับฝากเงิน กู้ยืมเงิน หรือรับเงินหรือที่สถาบันการเงิน พนักงานหรือลูกจ้างของสถาบันการเงินนั้นได้รับเนื่องจากการ ประกอบธุรกิจของสถาบันการเงิน ให้ถือว่าเป็นดอกเบี้ย ส่วนลด หรือค่าบริการ แล้วแต่กรณี เว้นแต่ ค่าบริการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดตาม (๓) มิให้ถือว่าเป็นดอกเบี้ยหรือส่วนลดที่สถาบัน การเงินอาจเรียกได้ตาม(๑) การกำหนดตามวรรคหนึ่งอาจกำหนดตามประเภทของธุรกิจ การกู้ยืมเงิน การรับ เงินจากประชาชน หรือกิจการที่สถาบันการเงินอาจจ่ายหรือเรียกหรือกำหนดวิธีการคำนวณและ ระยะเวลาการจ่ายหรือเรียกเก็บก็ได้
- Section ๔๗
สถาบันการเงินอาจใช้บริการจากบุคคลภายนอกในการประกอบธุรกิจ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด - -
- ส่วนที่ ๔ ข้อห้ามในการให้สิ เชื่อ5 条
- Section ๔๘
ภายใต้บังคับมาตรา ๕๙ห้ามมิให้สถาบันการเงินไม่ว่าโดยทางตรงหรือ ทางอ้อม (๑) ให้สินเชื่อ ทำธุรกรรมที่ มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่ อ หรือประกันหนี้แก่ กรรมการผู้จัดการ รองผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการ หรือผู้ซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น ผู้มี อำนาจในการจัดการของสถาบันการเงินหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว เว้นแต่การให้สินเชื่อในรูป ของบัตรเครดิตตามอัตราขั้นสูงที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดหรือการให้สินเชื่อเพื่อเป็น สวัสดิการแก่บุคคลดักล่าวตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่ ประเทศไทยประกาศกำหนด (๒) รับรอง รับอาวัล หรือสอดเข้าแก้หน้าในตั๋วเงินที่กรรมการ ผู้จัดการ รอง ผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัด หรือผู้ซึ่งมีตำแหน่ เทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น ผู้มีอำนาจในการจัดการของ สถาบันการเงินหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว เป็นผู้สั่งจ่าย ผู้ออกตั๋ว หรือผู้สลักหลัง (๓) จ่ายเงินหรือทรัพย์สินอื่นแก่กรรมการ ผู้จัดการ รองผู้จด ผู้ช่วยผู้จัดการ หรือผู้ซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น ผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงินหรือผู้ที่ เกี่ยวข้องกับบุ คลดังกล่าว เป็นค่าตอบแทนสำหรับหรือเนื่องจากการกระทำหรือการประกอบธุรกิจ ใด ๆของสถาบันการเงินนั้น ซึ่งมิใช่บำเหน็จ เงินเดือน รางวัล และเงินเพิ่มอย่างอื่นบรรดาที่พึงจ่าย ตามปกติ (๔) ขายให้ หรือให้เช่าทรัพย์สินใด ๆแก่กรรมการ ผู้จัดการ รองผู้จัดการ ผู้ช่วย ผู้จัดการ ผู้ซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น ผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงิน ผู้ถือ หุ้นรายใหญ่หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว หรือรับซื้อ หรือเช่าทรัพย์สินใด ๆจากบุคคลดังกล่าว มีมูลค่ารวมกันสูงกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากธนาคาร แห่งประเทศไทย (๕) ให้ผลประโยชน์อื่นใดแก่กรรมการ ผู้จัดการ รองผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการ หรือผู้ ซึ่ มีตำแหน่ เทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่ งอื่ ผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบัการเงิ หรือผู้ที่ เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
- Section ๔๙
ภายใต้บังคับมาตรา ๕๙ห้ามมิให้สถาบันการเงินให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อ ภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือแก่กิจการที่มี ผลประโยชน์เกี่ยวข้องอย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกันเมื่อสิ้นวันหนึ่ง ๆในแต่ละรายเกินร้อยละห้าของ เงินกองทุนชนิดหนึ่งชนิดใดของสถาบันการเงินนั้น หรือเกินร้อยละยี่สิบห้าของหนี้สินทั้งหมดของผู้ถือ หุ้นรายใหญ่ หรือของกิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องนั้น แล้วแต่จำนวนใดจะต่ำกว่า ทั้งนี้ ให้นับการ ให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ ถือหุ้นรายใหญ่ เป็นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่นั้ ด้วย ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจกำหนดอัตราขั้นสูงใน การให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัหรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้ิ เชื่อแก่ผู้ถือหุ้นราย - - ใหญ่หรือแก่กิจการที่ มีผลประโยชน์เกี่ ยวข้องให้สูงกว่าอัตราที่ กำหนดในวรรคหนึ่ งได้ ทั้ นี้ ตาม หลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด การให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลัษณะคล้ ยการให้สินเชื่อ ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด กิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องตามวรรคหนึ่งและวรรคสองหมายความว่ บริษัท ที่สถาบันการเงิน กรรมการของสถาบันการเงิน ผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงิน หรือผู้ที่ เกี่ยวข้องกับบุคคลเหล่านี้ ถือหุ้นรวมกันเกินร้อยละสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ บริษัทนั้น
- Section ๕๐
ห้ามมิให้สถาบันการเงินให้สิ นเชื่อ ลงทุนก่อภาระผูกพันหรือทำ ธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด หรือแก่บุคคลหลายคนรวมกันใน โครงการหนึ่งโครงการใด หรือเพื่อใช้ในวัตถุประสงค์อย่างเดียวกันเมื่อสิ้นวันหนึ่ ๆเกินร้อยละยี่สิบ ห้าของเงินกองทุนชนิดหนึ่งชนิดใด ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด การกำหนดตามวรรคหนึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกำหนดเป็นจำนวนเงินหรือ อัตราส่วนต่ำกว่าอัตราที่กำหนดไว้ก็ได้ ในกรณีที่สถาบันการเงินใดควบรวมกิจการ ปรับปรุงโครงสร้ งหนี้ หรือจำหน่าย จ่ายโอนสินทรัพย์ให้แก่บริษัทบริหารสินทรัพย์ หรือกรณีมีเหตุอันสมควรอื่นใด ธนาคารแห่งประเทศ ไทยอาจผ่อนผัให้สถาบันการเงินนั้นไม่ต้องปฏิบัติตามวรรคหนึ่งเป็นการชั่วคราวได้ ในกรณีที่บุคคลตามวรรคหนึ่งเป็นบริษัท จำนวนเงินที่ให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระ ผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ ต้องไม่เกินอัตราส่วนกับทุน หรือเงินกองทุน ของบริษัทนั้นตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดเว้นแต่ได้รับผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศ ไทย ในกรณีที่มีการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพันหรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้าย การให้สินเชื่อแก่นิติบุคคลใด ให้นับรวมการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มี ลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่บริษัทแม่ บริษัทลูก และบริัทร่วม เป็นของนิติบุคคลนั้นด้วย ในกรณีที่มีการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้าย การให้สินเชื่อแก่บุคคลใด ให้นับรวมการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุ กรรมที่มีลักษณะ คล้ายการให้สินเชื่อแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลนั้น เป็นของบุคคลนั้นด้วย การให้สินเชื่อโดยรับซื้อ ซื้อลด หรือรับช่วงซื้อลดตั๋วเงินตามวรรคหนึ่ง ให้ถือเป็นการ ให้สินเชื่อแก่ผู้ทรงซึ่งขายตั๋วเงินและบุคคลซึ่งต้องรับผิดตามตั๋วเงินทุกทอดด้วย เว้นแต่เป็นตั๋วเงินตาม หลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด ในกรณีที่สถาบันการเงินใดได้รับการประกันความเสี่ยงในการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อ ภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อจากสถาบันการเงินหรือบริษัทอื่นตาม หลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนดให้ถือว่าสถาบันการเงินนั้นให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อ ภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่สถาบันการเงินหรือบริษัทผู้ประกัน ความเสี่ยงดังกล่ วตามวรรคหนึ่งด้วย - -
- Section ๕๑
ห้ามมิให้ ถาบัการเงินให้สิ เชื่อ ลงทุนก่อภาระผูกพัหรือทำ ธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่ธุรกิจแต่ละประเภทเกินอัตราส่วนกับเงินกองทุนหรือ สินทรัพย์ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
- Section ๕๒
มิให้าความในมาตรา ๕๐และมาตรา ๕๑มาใช้บังคับกับสถาบัน การเงินในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) ให้สินเชื่อหรือก่อภาระผูกพันที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย ทั้งนี้ เท่าที่ไม่เกินจำนวนที่ได้รับการค้ำประกัน (๒) ให้สินเชื่อหรือก่อภาระผูกพันแก่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบัน การเงินหรือธนาคารแห่งประเทศไทย (๓) ลงทุนโดยการซื้อหลักทรัพย์รัฐบาลไทย หลักทรัพย์ธนาคารแห่งประเทศไทย หลักทรัพย์ องทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิ หรือหลักทรัพย์ ถาบันคุ้มครองเงิน ฝากหลักทรัพย์ที่ออกโดยรัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น หรือหลักทรัพย์ที่ค้ำประกันต้นเงิน และดอกเบี้ยโดยกระทรวงการคลัธนาคารแห่งประเทศไทย หรือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนา ระบบสถาบันการเงินหรือสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ทั้งนี้ เท่าที่ไม่เกินราคาที่ตราไว้ (๔) ให้สินเชื่อโดยมีเงิ ฝากของสถาบัการเงินนั้น หลัทรัพย์รัฐบาลไทย หลักทรัพย์ธนาคารแห่งประเทศไทย หลักทรัพย์กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน หรือหลักทรัพย์ ถาบันคุ้มครองเงินฝาก หลักทรัพย์ที่ออกโดยรัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น หรือหลักทรัพย์ที่ค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยโดยกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือ กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน หรือสถาบันคุ้มครองเงินฝาก เป็นประกัน ทั้งนี้ เท่าที่ไม่เกินจำนวนเงินฝากที่เป็นประกันหรือราคาหลักทรัพย์ที่ตราไว้ (๕) ค้ำประกันการขายหลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศ กำหนด (๖) ให้กู้ยืมระหว่างสถาบันการเงินตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศกำหนด (๗) ให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ ที่มีความเสี่ยงน้อยหรือมีความเสี่ยงเทียบเท่าหลักทรัพย์รัฐบาล ทั้งนี้ ตามหลัเกณฑ์ที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยประกาศกำหนด (๘) ออกเล็ตเตอร์ออฟเครดิตเพื่อการค้า
- ส่วนที่ ๕ กลุ่มธุรกิจทางการเงิน7 条
- Section ๕๓
กลุ่มธุรกิจทางการเงิน ประกอบด้วยสถาบันการเงินและบริษัทอื่นที่ ประกอบธุรกิจทางการเงิน หรือธุรกิจที่เป็นการสนับสนุนธุ กิจทางการเงินที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ (๑) กลุ่มธุรกิจทางการเงินที่ประกอบด้วยสถาบันการเงินเป็นบริษัทแม่และมีบริษัท อื่นเป็นบริษัทลูกบริษัทเดียวหรือหลายบริษัท หรือ - - (๒) กลุ่มธุรกิจทางการเงิ ที่ประกอบด้วยบริษัทแม่ที่ไม่ใช่ ถาบัการเงิ แต่มี สถาบันการเงินเป็นบริษัทลูก โดยจะมีบริษัทลูกเพียงบริษัทเดียวหรือหลายบริษัทเป็นบริษัทร่วมก็ได้
- Section ๕๔
ห้ามมิให้จัดตั้งกลุ่มธุรกิจทางการเงิน เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากธนาคาร แห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
- Section ๕๕
ให้นำความในมาตรา ๑๖ถึงมาตรา ๒๒มาใช้บังคับกับการถือหุ้นหรือ มีไว้ซึ่งหุ้นในบริษัทแม่ของสถาบันการเงินโดยอนุโลม ให้นำความในมาตรา ๒๕มาใช้บังคับกับการแต่งตั้งกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจใน การจัดการ หรือที่ปรึกษาของบริษัทแม่ของสถาบันการเงินและบริษัทลูกที่ประกอบธุรกิจทางการเงิน ของสถาบันการเงิน โดยอนุโลม มิให้นำความในวรรคหนึ่งและวรรคสองมาใช้บังคับกับบริษัทแม่หรือบริษัทลูกของ สถาบันการเงินในกรณีที่มีกฎหมายที่ควบคุมการประกอบธุรกิจของบริษัทแม่หรือบริษัทลูกของ สถาบันการเงินกำหนดหลักเกณฑ์ในเรื่องนั้นไว้เป็นการเฉพาะแล้ว
- Section ๕๖
บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินจะประกอบธุรกิจได้แต่เฉพาะธุ กิจทาง การเงินหรือธุรกิจที่เป็นการสนับสนุนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนดเท่านั้นแต่จะ ประกอบการค้ หรือธุรกิจอื่นมิได้ ในการประกอบธุรกิจทางการเงินหรือธุรกิจที่เป็นการสนับสนุนตามวรรคหนึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจดังกล่าวไว้ด้วยก็ได้ เว้นแต่ กฎหมายที่ควบคุมการประกอบธุรกิจนั้นจะได้กำหนดหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจในเรื่องนั้นไว้เป็น การเฉพาะแล้ว
- Section ๕๗
เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบความมั่นคงของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ให้ธนาคารแห่ ประเทศไทยมีอำนาจกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงิ บริษัทแม่ บริษัทลูก และ บริษัทร่วมของสถาบันการเงินนั้นในลักษณะเหมือนกับเป็นนิติบุคคลเดียวกัน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนดเว้นแต่กฎหมายที่ควบคุมการประกอบธุ กิจนั้นจะได้ กำหนดหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจในเรื่องนั้นไว้เป็นการเฉพาะแล้ว ในการดำเนิ การตามวรรคหนึ่ ง ให้ธนาคารแห่ ประเทศไทยมีอำนาจกำหนด อัตราส่วนเงินกองทุนหรือทุนของกลุ่มธุรกิจทางการเงินของสถาบันการเงินนั้นเป็นอัตราส่วนกับ สินทรัพย์ หนี้สิน ภาระผูกพัน หรือตัวแปรและความเสี่ยงอื่นใด หรือกำหนดอัตราส่วนอื่น ๆของกลุ่ม ธุรกิจทางการเงินของสถาบันการเงินนั้นได้ รวมทั้งมีอำนาจกำหนดให้กลุ่มธุรกิจทางการเงินเปิดเผย ข้อมูลระหว่างกันได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
- Section ๕๘
ห้ามมิให้สถาบันการเงินจัดตั้งหรือมีบริษัทลูก เว้นแต่ได้รับอนุญาตจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย การอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดเงื่อนไขอื่นใดให้ สถาบันการเงินหรือบริษัทลูกต้องปฏิบัติด้วยก็ได้ - - ห้ามมิให้สถาบันการเงินซื้อหรือมีหุ้นในบริษัทลูกโดยมีมูลค่ ของหุ้นรวมกันทั้งสิ้น เกินอัตราส่วนกับเงินกองทุนทั้งหมดหรือเงินกองทุนชนิดหนึ่งชนิดใด ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
- Section ๕๙
สถาบัการเงินอาจให้สินเชื่อหรือทำธุรกรรมกับบริษัทแม่ บริษัทลูก หรือบริษัทร่วมของสถาบันการเงินได้ แต่จะให้สินเชื่อหรือทำธุรกรรมเกินกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศ ไทยประกาศกำหนดมิได้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย การทำธุรกรรมตามวรรคหนึ่ง หมายความรวมถึง (๑) การซื้อหรือขายสินทรัพย์ และรวมถึงสินทรัพย์ที่มีสัญญาซื้อคืนจากบริษัทแม่ บริษัทลูก หรือบริษัทร่วม (๒) การรับหลักทรัพย์ที่ออกโดยบริษัทแม่ บริษัทลูก หรือบริษัทร่วมเป็นหลักประกัน การให้สินเชื่อ หรือการออกหนังสือค้ำประกัน หรือเล็ตเตอร์ออฟเครดิตเพื่อบริ ทแม่ บริษัทลู หรือ บริษัทร่วม (๓) การทำธุ กรรมใด ๆ ที่เป็นผลให้บริัทแม่ บริษัทลูก หรือบริษัทร่วมได้รับ ประโยชน์ การให้สินเชื่อหรือการทำธุรกรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทแม่ บริัทลูก หรือบริษัท ร่วม ให้ถือว่าเป็นการให้สินเชื่อหรือการทำธุรกรรมกับบริษัทดังกล่าวด้วย
- ส่วนที่ ๖ การจัดชั้นสินทรัพย์และการกันเงินสำรอง3 条
- Section ๖๐
ให้สถาบันการเงินจัดชั้นสินทรัพย์และภาระผูกพันที่เสียหายหรืออาจ เสียหายและให้ตัดออกจากบัญชีหรือกันเงินสำรองไว้สำหรับสินทรัพย์และภาระผูกพันดังกล่าวตาม หลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด ในกรณีที่ปรากฏว่า เมื่อนำสินทรัพย์จัดชั้นหรือภาระผูกพันในส่วนที่ยังมิได้ตัดออก จากบัญชีหรือกันเงินารองไว้มาหักออกจากเงินกองทุนแล้ว เงินกองทุนมีจำนวนต่ กว่าที่ต้องดำรงไว้ ตามมาตรา ๓๐ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจกำหนดมาตรการที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สถาบัน การเงินนั้นถือปฏิบัติจนกว่าจะได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ตามวรรคหนึ่ง หากหลักเกณฑ์ที่ประกาศกำหนดตามวรรคหนึ่งมีผลให้สถาบันการเงินต้องเพิ่มการ ตัดสินทรัพย์ออกจากบัญชีหรือเพิ่มการกันเงินสำรอง จะต้องประกาศล่วงหน้าก่อนวันใช้บังคับไม่น้อย กว่าสามสิบวัน
- Section ๖๑
ให้สถาบันการเงินกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์และภาระผูกพันอื่นที่ ไม่เสียหายตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด แต่ทั้งนี้จะกำหนดอัตราเกินร้อย ละห้าของสินทรัพย์และภาระผูกพันอื่นที่ไม่เสียหายมิได้ - -
- Section ๖๒
ให้สถาบันการเงินระงับการรับรู้และยกเลิกรายการดอกเบี้ยค้างรับที่ เคยรับรู้เป็นรายได้สำหรับสินทรัพย์ที่ถูกจัดชั้นตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศ กำหนด
- ส่วนที่ ๗ การบริหารสินทรัพย์และการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่อง3 条
- Section ๖๓
ให้สถาบันการเงินบริหารสินทรัพย์ หนี้สินและภาระผูกพันให้มี ความสัมพันธ์กับการรับฝากเงิน การกู้ยืมเงินหรือการรับเงินจากประชาชนตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
- Section ๖๔
ให้สถาบันการเงินดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องเป็นอัตราส่วนกับยอดเงิน รับฝากหรือยอดเงิ กู้ยืมทั้งหมดหรือแต่ละประเภทในอัตราที่ไม่ต่ำกว่าอัตราที่ธนาคารแห่งประเทศ ไทยประกาศกำหนด ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจประกาศกำหนดให้สถาบันการเงิ ดำรงสินทรัพย์สภาพ คล่องแต่เพียงบางประเภทหรือทุกประเภท หรือประกาศกำหนดอัตราส่วนของแต่ละประเภทในอัตรา ใดเป็นการทั่วไป หรือในกรณีที่มีเหตุอันสมควรจะกำหนดเป็นการเฉพาะรายก็ได้ การประกาศกำหนดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง หากมีผลให้สถาบันการเงินต้อง เพิ่มอัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่อง จะต้องประกาศล่วงหน้าก่อนวันใช้บังคับไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน
- Section ๖๕
สินทรัพย์สภาพคล่อง ได้แก่ (๑) เงินสด (๒) เงินฝากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (๓) เงินฝากสุทธิที่สถาบันการเงินอื่น (๔) บัตรเงินฝากที่ปราศจากภาระผูกพัน (๕) หลักทรัพย์รัฐบาลไทยหลักทรัพย์ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือหลักทรัพย์ กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ที่ปราศจากภาระผูกพัน (๖) หุ้นกู้หรือพันธบัตรที่กระทรวงการคลัธนาคารแห่งประเทศไทย หรือกองทุน เพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ค้ำประกันเฉพาะต้นเงินหรือรวมทั้งดอกเบี้ย และ ปราศจากภาระผูกพัน (๗) สินทรัพย์อื่นใดที่กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือกองทุนเพื่อ การฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน รับภาระสุดท้ายที่จะชดใช้ความเสียหาย ทั้งนี้ ตามที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด (๘) สินทรัพย์อื่นที่มีสภาพคล่องและความน่าเชื่อถือตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยประกาศกำหนด สินทรัพย์สภาพคล่องตาม (๔) (๕) (๖) และ(๘) ต้องสามารถโอนเปลี่ยนมือได้ - -
- ส่วนที่ ๘ การจัดทำบัญชี การรายงานและผู้สอบบัญชี6 条
- Section ๖๖
ให้สถาบัการเงินจัดทำบัญชีเพื่อแสดงผลการดำเนินงานและฐานะ การเงินที่เป็นอยู่ตามความเป็นจริง โดยถือปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีที่กำหนดโดยสถาบันวิชาชีพ ที่หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องให้ความเห็นชอบและตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศ กำหนด
- Section ๖๗
ให้สถาบันการเงินจัดทำงบการเงินทุกรอบระยะเวลาหกเดือนและรอบ ระยะเวลาสิบสองเดือนอันเป็นรอบปีบัญชีของสถาบันการเงินนั้น ตามแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศกำหนดและต้องมีการตรวจสอบและแสดงความเห็โดยผู้สอบบัญชีที่ธนาคารแห่งประเทศ ไทยให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในรอบปีบัญชีนั้นด้วย ให้สถาบันการเงินประกาศงบการเงินที่จัดทำขึ้ ตามวรรคหนึ่ง ที่ผ่านการตรวจสอบ ของผู้สอบบัญชีและรับรองความถูกต้องโดยกรรมการของสถาบันการเงินไว้ในที่เปิดเผย ณสำนักงาน ใหญ่และสำนักงานสาขาของสถาบัการเงินนั้น รวมทั้งในสื่อใด ๆตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยประกาศกำหนดและให้เสนอต่อธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย การจัดทำงบการเงินสำหรับงวดบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปีบัญชีตาม วรรคหนึ่ง การตรวจสอบและการแสดงความเห็นตามวรรคหนึ่ง และการประกาศและการเสนอต่อ ธนาคารแห่งประเทศไทยตามวรรคสอง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสามเดือนนับแต่วันสิ้นงวด บัญชี การจัดทำงบการเงินสำหรับงวดประจำปีบัญชีตามวรรคหนึ่ง การตรวจสอบและการ แสดงความเห็นตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนเสนอที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น และการ ประกาศและการเสนอต่อธนาคารแห่งประเทศไทยตามวรรคสอง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ยี่สิบเอ็ดวันนับแต่วัที่ที่ประชุ ใหญ่ผู้ถือหุ้นอนุมัติงบการเงิ แล้ว ทั้ นี้ ระยะเวลาที่ ใช้ในการ ดำเนินการทั้งหมดต้องไม่เกินสี่เดือนนับแต่วันสิ้นปีบัญชีนั้น บทบัญญัติตามมาตรานี้มิให้ใช้บังคับกับสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ
- Section ๖๘
ให้าขาของธนาคารพาณิชย์ต่ งประเทศประกาศงบการเงินของ ธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศประกาศงบ การเงินไว้ในที่เปิดเผย ณสำนักงานสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศนั้นด้วย ให้สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศจัดทำงบการเงินทุกรอบระยะเวลาสิบสอง เดือนอันเป็นรอบปีบัญชีของสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศนั้นตามแบบที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยประกาศกำหนด ให้สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศประกาศงบการเงินที่จัดทำขึ้นตามวรรค สองที่ผ่านการตรวจสอบและแสดงความเห็นของผู้สอบบัญชีไว้ในที่เปิดเผย กงานสาขาของ ธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศนั้น รวมทั้งในสื่อใด ๆตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศ กำหนดและให้เสนอต่อธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย - -
- Section ๖๙
ผู้สอบบัญชีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๖๗ ต้องรักษามารยาทและปฏิบัติงานสอบบัญชีเพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชี รวมทั้งข้อกำหนดเพิ่มเติมตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศกำหนดและให้แสดงความเห็ในงบการเงินให้แล้วเสร็จในระยะเวลาที่สถาบันการเงินนั้น สามารถที่จะปฏิบัติตามกำหนดระยะเวลาตามมาตรา ๖๗ได้ ในกรณีที่สถาบันการเงินได้ทำเอกสารประกอบการลงบัญชีหรือลงบัญชีไม่ตรงกับ ความเป็นจริงให้ผู้สอบบัญชีเปิดเผยข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญของบัญชีที่ มี ผลกระทบต่องบ การเงินไว้ในรายงานการสอบบัญชีที่ตนจะต้องลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็น รวมทั้งรายงาน พฤติการณ์นั้นให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบ ผู้สอบบัญชีผู้ใดไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจ เพิกถอนการให้ความเห็นชอบเป็นผู้ อบบัญชีตามมาตรา ๖๗ได้
- Section ๗๐
ในกรณีที่ผู้สอบบัญชีมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นในสถาบัน การเงินใด ให้ผู้สอบบัญชีแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบ พร้อมทั้งส่งเอกสารหรือ พยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยในทันที
- Section ๗๑
ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกำหนดให้สถาบันการเงิน บริษัทแม่ บริษัทลูก บริษัทร่วม หรือบริษัทที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของสถาบันการเงินนั้น ส่งรายงานหรือ ข้อมูลไม่ว่าในรูปสื่อใด ๆหรือแสดงเอกสารใดตามระยะเวลาหรือเป็นครั้งคราวตามที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยกำหนดรวมทั้งให้ชี้แจงเพื่ออธิบายหรือขยายความรายงานหรือข้อมูล หรือเอกสารนั้น ด้วยก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจมีคำสั่งให้สถาบันการเงินต้องจัดให้กรรมการผู้จัดการ พนักงาน ลูกจ้าง ผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงิน หรือผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงิน มา ให้ถ้อยคำ แสดงข้อมูล บัญชี เอกสารและหลักฐานอื่นอัเกี่ ยวกับกิจการของสถาบัการเงินภายใน ระยะเวลาที่กำหนดได้ งบการเงินรายงานข้อมูล เอกสาร หรือคำชี้แจงที่ส่งหรือแสดงตามวรรคหนึ่งและ วรรคสองสถาบันการเงินต้องทำให้ครบถ้วนและตรงต่อความเป็นจริง ในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศ ไทยเห็นว่างบการเงิ รายงาน ข้อมูล เอกสารหรือคำชี้แจงที่สถาบันการเงินส่งหรือแสดงตามวรรค หนึ่ง มีข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือมีข้อความคลุมเครือไม่ชัดเจน หรือในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย เห็นว่าจำเป็นหรือสมควร ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจแต่งตั้งผู้สอบบัญชีหรือผู้ชำนาญการ เฉพาะด้านเพื่อดำเนินการตรวจสอบและรายงานผลให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบโดยให้สถาบัน การเงินนั้นเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่าย
- ส่วนที่ ๙ การควบโอนและเลิ กิจ - -8 条
- Section ๗๒
ในกรณีที่สถาบันการเงินใดควบกิจการเข้ากับสถาบัการเงินอื่นให้มีผล เป็นการยกเลิกใบอนุญาตของสถาบันการเงินนั้น
- Section ๗๓
ในกรณีที่สถาบันการเงินใดประสงค์จะควบกิจการกับสถาบันการเงินอื่น หรือโอนหรือรับโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนที่สำคัญให้แก่หรือจากสถาบันการเงินอื่น หรือในกรณี ที่สถาบันการเงินใดหรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของสถาบันการเงินใดประสงค์จะซื้อหรือมีไว้ซึ่งหุ้นในสถาบัน การเงินอื่น ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการเงินประเภทเดียวกันหรือต่างประเภท เพื่อควบหรือโอนหรือรับ โอนกิจการอันจะเป็นผลให้สถาบันการเงินมีฐานะหรือดำเนินกิจการมั่นคงยิ่งขึ้น ให้สถาบันการเงิน หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของสถาบันการเงิน แล้วแต่กรณี ยื่นโครงการแสดงรายละเอียดการดำเนินงาน เสนอต่อธนาคารแห่งประเทศไทยถ้าธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นชอบให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศการให้ความเห็นชอบดังกล่าว ทั้งนี้ จะกำหนดระยะเวลาดำเนินการและหลักเกณฑ์ใด ๆไว้ ด้วยก็ได้ ในการดำเนินการตามโครงการที่ได้รับความเห็นชอบตามวรรคหนึ่ง ถ้าสถาบัน การเงินที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับบทบัญญัติดังต่อไปนี้ ให้ได้รับยกเว้นมิให้นำ บทบัญญัติดังกล่าวมาใช้บังคับ แล้วแต่กรณี (๑) มาตรา ๒๓๗มาตรา ๑๑๑๗มาตรา ๑๑๑๙มาตรา ๑๑๔๕มาตรา ๑๑๘๕ มาตรา ๑๒๒๐มาตรา ๑๒๒๒มาตรา ๑๒๒๔มาตรา ๑๒๒๕มาตรา ๑๒๒๖มาตรา ๑๒๓๘และ มาตรา ๑๒๔๐แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (๒) มาตรา ๓๑มาตรา ๓๓วรรคสองมาตรา ๕๒มาตรา ๕๔วรรคสองมาตรา ๑๐๒มาตรา ๑๐๗มาตรา ๑๓๖(๒) มาตรา ๑๓๗มาตรา ๑๓๙มาตรา ๑๔๐มาตรา ๑๔๑มาตรา ๑๔๖มาตรา ๑๔๗และมาตรา ๑๔๘แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕ (๓) มาตรา ๑๑๔และมาตรา ๑๑๕แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ ทั้งนี้ เฉพาะที่เกี่ยวกับการโอนทรัพย์สินหรือการกระทำใด ๆเกี่ยวกับทรัพย์สิน เนื่องจากการ ควบหรือรับโอนกิจการ ในการดำเนิ การตามวรรคสอง ถ้ามี วามเสียหายเกิดขึ้นแก่บุ คลใด สถาบัน การเงินที่ควบกันหรือที่รับโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนต้องร่วมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น
- Section ๗๔
เมื่อได้มีประกาศการให้ความเห็นชอบของธนาคารแห่งประเทศไทยตาม มาตรา ๗๓แล้วให้สถาบันการเงินที่จะควบ โอนหรือรับโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนจัดให้มีการ ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาการควบ โอนหรือรับโอนกิจการ ในการนี้ มิให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการ ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อการควบ โอนหรือรับโอนกิจการ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือ กฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด แล้วแต่กรณีมาใช้บังคับ การประชุมผู้ถือหุ้นตามวรรคหนึ่ง ให้สถาบันการเงินงดรับลงทะเบียนการโอนหุ้น เมื่อพ้นเจ็ดวันนับแต่วันที่มีประกาศการให้ความเห็นชอบของธนาคารแห่งประเทศไทยตามมาตรา ๗๓ จนถึงวันประชุมผู้ถือหุ้นและเรียกประชุมผู้ถือหุ้น โดยจัดส่งหนังสือนัดให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าไม่น้อย กว่าเจ็ดวันแต่ต้องไม่เกินสิบสี่วัน ทั้งนี้ ให้โฆษณาคำบอกกล่าวนัดประชุ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยประกาศกำหนด - - ในการประชุม ถ้ามีะแนนเสียงเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียง ของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุม ให้ถือว่าการควบ โอนหรือรับโอนกิจการนั้นเป็นการชอบด้วยกฎหมาย ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจมีหุ้นในสถาบันการเงินใดตั้งแต่ร้อยละเก้า สิบขึ้นไป เมื่อได้มีประกาศการให้ความเห็นชอบของธนาคารแห่งประเทศไทยตามมาตรา ๗๓แล้ว ให้ ถือว่าการให้ความเห็ชอบของธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นมติของที่ประชุมผู้ ถือหุ้ และการควบ โอนหรือรับโอนกิจการนั้นเป็นการชอบด้วยกฎหมายโดยไม่ต้องจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นตามวรรค หนึ่ง ห้ามมิให้บุคคลใดฟ้องสถาบันการเงินตามมาตรา ๗๓เป็นคดีล้มละลายในระหว่าง การดำเนินการเพื่อควบ โอนหรือรับโอนกิจการตามที่ได้มีประกาศการให้ความเห็นชอบของธนาคาร แห่งประเทศไทยตามมาตรา ๗๓
- Section ๗๕
สถาบัการเงินที่ดำเนินการตามมาตรา ๗๓วรรคหนึ่ง หากมีการโอน สินทรัพย์ที่มีหลักประกันอย่างอื่นที่มิใช่สิทธิจำนอง สิทธิจำนำ หรือสิทธิอันเกิดขึ้นแต่การค้ำประกันซึ่ง ย่อมตกไปได้แก่ผู้รับโอนตามมาตรา ๓๐๕แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้วให้หลักประกัน อย่างอื่นนั้นตกแก่สถาบันการเงินที่ควบกันหรือที่รับโอนกิจการ แล้วแต่กรณี
- Section ๗๖
สถาบันการเงินที่ดำเนินการตามมาตรา ๗๓วรรคหนึ่ง ถ้ามีการ ฟ้องร้องบังคับสิทธิเรียกร้องเป็นคดีอยู่ในศาล ให้สถาบันการเงินที่ควบกันหรือที่รับโอนกิจการ แล้วแต่ กรณีเข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทนในคดีดังกล่าว และอาจนำพยานหลักฐานใหม่มาแสดงคัดค้าน เอกสารที่ได้ยื่นไว้แล้ว ถามค้านพยานที่สืบมาแล้ว และคัดค้านพยานหลักฐานที่ได้สืบไปแล้วได้ และใน กรณีที่ศาลได้มีคำพิพากษาบังคับตามสิทธิเรียกร้องนั้นแล้วก็ให้เข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้หรือลูกหนี้ตาม คำพิพากษานั้น
- Section ๗๗
ในการโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนซึ่งได้รับความเห็นชอบจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ดำเนินการได้ตามที่บัญญัติ ไว้ในส่วนนี้ และการโอนสิทธิเรียกร้องที่ เกี่ยวเนื่องกับการโอนกิจการดังกล่าว ไม่จำต้องบอกกล่าวการโอนไปยังลูกหนี้ตามมาตรา ๓๐๖แห่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่ไม่ตัดสิทธิของลูกหนี้ที่จะยกข้อต่อสู้ตามมาตรา ๓๐๘วรรค สองแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
- Section ๗๘
สถาบันการเงินใดประสงค์จะเลิกประกอบกิจการ หรือหยุดประกอบ กิจการเป็นการชั่วคราว สถาบันการเงินนั้นต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
- Section ๗๙
เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบตามที่บัญญัติไว้ในส่วนนี้ แล้วให้รายงานต่อรัฐมนตรีทราบโดยไม่ชักช้า
- ส่วนที่ ๑๐ การกำกับทั่วไป - -4 条
- Section ๘๐
ห้ามมิให้สถาบันการเงินกระทำการดังต่อไปนี้ (๑) ลดทุนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ในการอนุญาต ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกำหนดหลักเกณฑ์ในการลดทุนไว้ด้วยก็ได้ และมิให้ำมาตรา ๑๑๑๗ มาตรา ๑๒๒๕และมาตรา ๑๒๒๖แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และมาตรา ๑๓๙วรรค หนึ่ง และมาตรา ๑๔๑แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕แล้วแต่กรณี มาใช้บังคับ (๒) ซื้อหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ เว้นแต่ (ก) เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับการประกอบธุรกิจ หรือเป็นที่พัก หรือเพื่อ สวัสดิการของพนักงานและลูกจ้างของสถาบันการเงินนั้นตามสมควรโดยได้รับอนุญาตจากธนาคาร แห่งประเทศไทยในการอนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ด้วยก็ได้ (ข) เป็นการได้าจากการชำระหนี้ การประกันการให้สิ เชื่อ การซื้อ อสังหาริมทรัพย์ที่สถาบันการเงินนั้นรับจำนองไว้จากการขายทอดตลาดโดยคำสั่งศาลหรือเจ้า พนักงานพิทักษ์ทรัพย์ แต่ต้องจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่ วภายในห้าปีนับแต่วันที่อสังหาริมทรัพย์ นั้นตกเป็นของสถาบันการเงิน ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นธนาคารแห่งประเทศไทยจะขยายเวลาการ จำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว โดยธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ด้วยก็ได้ (ค) เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทเงินทุนที่ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการเคหะ หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ซื้อหรือมีไว้เพื่อประกอบธุรกิจ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย กำหนด (๓) รับหุ้นของสถาบันการเงินนั้นเป็นประกัน หรือรับหุ้นของสถาบันการเงินประเภท เดียวกันจากสถาบันการเงินอื่นที่เป็นสถาบันการเงินประเภทเดียวกันเป็นประกัน
- Section ๘๑
ในกรณีที่มีการดำเนินการดังต่อไปนี้ ให้สถาบันการเงินแจ้งเป็นหนังสือ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการดำเนินการดังกล่าว (๑) แก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิ หรือข้อบังคับของสถาบันการเงิน (๒) เปลี่ยนแปลงกรรมการ กรรมการบริหาร ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจในการ จัดการของสถาบันการเงิน
- Section ๘๒
เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบสถาบันการเงินของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ให้สถาบันการเงินจัดเก็บข้อมูล บัญชี เอกสาร ดวงตรา หรือหลักฐานอื่นอันเกี่ยวกับกิจการ สินทรัพย์และหนี้สิน ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
- Section ๘๓
สถาบันการเงินใดไม่ประกอบธุรกิจสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตใน ปริมาณที่สถาบันการเงินพึงประกอบตามปกติตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศ กำหนดธนาคารแห่งประเทศไทยอาจสั่งให้สถาบันการเงินนั้นประกอบกิจการตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว ได้ ในการนี้ จะกำหนดหลักเกณฑ์และระยะเวลาไว้ด้วยก็ได้ และหากสถาบันการเงินไม่ดำเนินการ ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่งการ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจสั่งปิดกิจการสถาบันการเงินนั้นก็ได้ - - เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการตามวรรคหนึ่งแล้วให้เสนอรัฐมนตรี เพิกถอนใบอนุญาตของสถาบันการเงินและให้ชำระบัญชีสถาบันการเงินนั้น
Where this text comes from
- File published by
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)主管机构网站
- 机构发布页面
- https://www.fpo.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
- Source file
- https://www.fpo.go.th/main/getattachment/The-law-in-charge-of-FPO/Financial-Institutions-and-Financial-Benefits-Prot/704/CNT0008963-1.pdf.aspx46 pp.
- File checksum
- sha256:07bde558bd0dadacdb75b1da0cd100fdbe248f7d6c055448b389d44da5da470cPulled at 2026-08-24T07:53:27.641Z
- Text extraction
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)通过 ai-law 检查:ToUnicode 修复 · 还原 ำ · 条文连续 · OCR 见证