รัฐมีอ้านาจใช้ พัฒนา บริหารจัดการ บ้ารุงรักษา ฟื้นฟู และอนุรักษ์ทรัพยากรน้า ให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างสมดุลและยั่งยืน ทังนี ตามหลักเกณฑ์ที่ก้าหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี โดยอาจเปลี่ยนแปลงรูปร่างของแหล่งน้าหรือขยายพืนที่ของแหล่งน้าก็ได้ แต่ถ้าเป็นการลดพืนที่หรือ ให้เลิกใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะต้องด้าเนินการถอนสภาพตามประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อประโยชน์ในการบริหารทรัพยากรน้าสาธารณะที่มิใช่ทางน้าชลประทานตามกฎหมาย ว่าด้วยการชลประทาน และน้าบาดาลตามกฎหมายว่าด้วยน้าบาดาล นายกรัฐมนตรีอาจประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาก้าหนดให้หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดเป็นผู้รับผิดชอบควบคุมดูแล และบ้ารุงรักษาทรัพยากรน้าสาธารณะแห่งใดก็ได้ ให้หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบตามวรรคสอง มีอ้านาจออกระเบียบ หรือข้อบัญญัติท้องถิ่น แล้วแต่กรณี เพื่อก้าหนดหลักเกณฑ์การเข้าใช้สอยทรัพยากรน้าสาธารณะนัน ตามกรอบแนวทางที่คณะกรรมการทรัพยากรน้าแห่งชาติก้าหนดโดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวต้องมิใช่หลักเกณฑ์ เกี่ยวกับการจัดสรรน้ำและการใช้น้าตามที่ก้าหนดไว้ในหมวด ๔ การจัดสรรน้าและการใช้น้า ระเบียบหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นตามวรรคสาม เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๔๘ ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๑
法律数据集 / พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 / หมวด ๑ ทรัพยากรน้า
พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 · 2561Section ๖
The citation link pins the edition with ?v=2561 — if an amended edition is ingested one day, this link keeps pointing at this one
This is the text as promulgated in the Royal Gazette in the year shown, not a consolidated edition. Sections later amended, added or repealed are not reflected — current enforcement status has not been checked.
Where this text comes from
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256:0bf7faaa436f… · 2026-08-23