经典 · พระสุตตันตปิฎก · 本册其他条目เล่ม ๑๕ · สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
๕. มานัตถัทธสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination
巴利文与译文
印本前页文字
ปญฺจมํ มานตฺถทฺธสุตฺตํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค มานัตถัทธสูตรที่ ๕
สาวตฺถินิทานํ ฯ เตน โข ปน สมเยน มานตฺถทฺโธ นาม พฺราหฺมโณ สาวตฺถิยํ ปฏิวสติ ฯ โส เนว มาตรํ อภิวาเทติ น ปิตรํ อภิวาเทติ น อาจริยํ อภิวาเทติ น เชฏฺฐภาตรํ อภิวาเทติ ฯ
สาวัตถีนิทาน ฯ สมัยนั้น พราหมณ์มีนามว่ามานัตถัทธะ สำนักอยู่ในกรุงสาวัตถี เขา ไม่ไหว้มารดา บิดา อาจารย์ พี่ชาย ฯ
เตน โข ปน สมเยน ภควา มหติยา ปริสาย ปริวุโต ธมฺมํ เทเสติ ฯ อถ โข มานตฺถทฺธสฺส พฺราหฺมณสฺส เอตทโหสิ อยํ โข สมโณ โคตโม มหติยา ปริสาย ปริวุโต ธมฺมํ เทเสติ ยนฺนูนาหํ เยน สมโณ โคตโม เตนุปสงฺกเมยฺยํ สเจ มํ สมโณ โคตโม อาลปิสฺสติ อหมฺปิ ตํ อาลปิสฺสามิ โน เจ มํ สมโณ โคตโม อาลปิสฺสติ อหมฺปิ ตํ นาลปิสฺสามีติ ฯ อถ โข มานตฺถทฺโธ พฺราหฺมโณ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ ฯ อถ โข ภควา นาลปติ ฯ อถ โข มานตฺถทฺโธ พฺราหฺมโณ นายํ สมโณ โคตโม กิญฺจิ ชานาตีติ ตโตว ปุน นิวตฺติตุกาโม อโหสิ ฯ
สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคอันบริษัทหมู่ใหญ่แวดล้อมทรงแสดง ธรรมอยู่ ฯ ครั้งนั้น มานัตถัทธพราหมณ์มีความดำริว่า พระสมณโคดมนี้อัน บริษัทหมู่ใหญ่แวดล้อมแสดงธรรมอยู่ ถ้ากระไร เราจะเข้าไปเฝ้าพระสมณโคดม ยังที่ประทับ ถ้าพระสมณโคดมตรัสกะเรา เราก็จะพูดกะท่าน ถ้าพระสมณโคดม ไม่ตรัสกะเรา เราก็จะไม่พูดกะท่าน ลำดับนั้นแล มานัตถัทธพราหมณ์เข้าไปเฝ้า พระผู้มีพระภาคยังที่ประทับแล้วยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้งนั้น พระผู้มี พระภาคไม่ตรัสด้วย มานัตถัทธพราหมณ์ต้องการจะกลับจากที่นั้น ด้วยคิดว่า พระสมณโคดมนี้ไม่รู้อะไร ฯ
อถ โข ภควา มานตฺถทฺธสฺส พฺราหฺมณสฺส เจตสา เจโตปริวิตกฺกมญฺญาย มานตฺถทฺธํ พฺราหฺมณํ คาถาย อชฺฌภาสิ น มานํ พฺราหฺมณ สาธุ อตฺถิ กสฺสีธ พฺราหฺมณ เยน อตฺเถน อาคญฺฉิ ตเมวมนุพฺรูหเยติ ฯ
ทีนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทราบความปริวิตกในใจของมานัตถัทธ- *พราหมณ์ด้วยพระหฤทัยแล้ว ได้ตรัสกะมานัตถัทธพราหมณ์ด้วยพระคาถาว่า ดูกรพราหมณ์ ใครในโลกนี้มีมานะไม่ดีเลย ผู้ใดมาด้วย ประโยชน์ใด ผู้นั้นพึงเพิ่มพูนประโยชน์นั้นแล ฯ
อถ โข มานตฺถทฺโธ พฺราหฺมโณ จิตฺตํ เม สมโณ โคตโม ชานาตีติ ตตฺเถว ภควโต ปาเทสุ สิรสา นิปติตฺวา ภควโต ปาทานิ มุเขน ปริจุมฺพติ ปาณีหิ จ ปริสมฺพาหติ นามํ จ สาเวติ มานตฺถทฺธาหํ โภ โคตม มานตฺถทฺธาหํ โภ โคตมาติ ฯ อถ โข สา ปริสา อพฺภูตจิตฺตชาตา อโหสิ อจฺฉริยํ วต โภ อพฺภูตํ วต โภ อยญฺหิ มานตฺถทฺโธ พฺราหฺมโณ เนว มาตรํ อภิวาเทติ น ปิตรํ อภิวาเทติ น อาจริยํ อภิวาเทติ น เชฏฺฐภาตรํ อภิวาเทติ อถ จ ปน สมโณ โคตโม เอวรูปํ ปรมนิปจฺจการํ กโรตีติ ฯ อถ โข ภควา มานตฺถทฺธํ พฺราหฺมณํ เอตทโวจ อลํ พฺราหฺมณ อุฏฺเฐหิ สเก อาสเน นิสีท ยโต เต มยิ จิตฺตํ ปสนฺนนฺติ ฯ
ครั้งนั้น มานัตถัทธพราหมณ์คิดว่า พระสมณโคดมทราบจิตเรา จึงหมอบลงด้วยศีรษะที่ใกล้พระบาทพระผู้มีพระภาค ณ ที่นั้นเอง แล้วจูบพระบาท พระผู้มีพระภาคด้วยปากและนวดด้วยมือ ประกาศชื่อว่า ข้าแต่ท่านพระโคดม ข้าพระองค์มีนามว่า มานัตถัทธะๆ ฯ ครั้งนั้น บริษัทนั้นเกิดประหลาดใจว่า น่าอัศจรรย์จริง ไม่เคยมีหนอ มานัตถัทธพราหมณ์นี้ไม่ไหว้มารดา บิดา อาจารย์ พี่ชาย แต่พระสมณโคดม ทรงทำคนเห็นปานนี้ให้ทำนอบนบได้เป็นอย่างดียิ่ง ฯ ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสกะมานัตถัทธพราหมณ์ว่า พอละพราหมณ์ เชิญลุกขึ้นนั่งบนอาสนะของตนเถิด เพราะท่านมีจิตเลื่อมใสในเราแล้ว ฯ
อถ โข มานตฺถทฺโธ พฺราหฺมโณ สเก อาสเน นิสีทิตฺวา ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ เกสุ น มานํ กยิราถ กถํ สฺวสฺส สคารโว กฺยสฺส อปจิตา อสฺสุ กฺยสฺส สาธุ สุปูชิตาติ ฯ
ลำดับนั้น มานัตถัทธพราหมณ์นั่งบนอาสนะของตนแล้วได้กราบ ทูลพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า ไม่ควรทำมานะในใคร ควรมีความเคารพในใคร พึงยำเกรง ใคร บูชาใครด้วยดีแล้ว จึงเป็นการดี ฯ
มาตรี ปิตริ วาปิ อโถ เชฏฺฐมฺหิ ภาตริ อาจริเย จตุตฺถมฺหิ เตสุ อสฺส สคารโว ตฺยสฺส อปจิตา อสฺสุ เต จสฺสุ สาธุ ปูชิตา อรหนฺเต สีตีภูเต กตกิจฺเจ อนาสเว นิหจฺจ มานํ อตฺถทฺโธ เตน อนุสเยน อนุตฺตเรติ ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ไม่ควรทำมานะในมารดา บิดา พี่ชาย และในอาจารย์เป็น ที่ ๔ พึงมีความเคารพในบุคคลเหล่านั้น พึงยำเกรงบุคคล เหล่านั้น บูชาบุคคลเหล่านั้นด้วยดีแล้วจึงเป็นการดี บุคคล พึงทำลายมานะเสีย ไม่ควรมีความกระด้างในพระอรหันต์ผู้ เย็นสนิท ผู้ทำกิจเสร็จแล้ว หาอาสวะมิได้ ไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า เพราะอนุสัยนั้น ฯ
เอวํ วุตฺเต มานตฺถทฺโธ พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ เอตทโวจ อภิกฺกนฺตํ โภ โคตม อภิกฺกนฺตํ โภ โคตม ฯเปฯ อุปาสกํ มํ ภวํ โคตโม ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณงฺคตนฺติ ฯ
เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสเช่นนี้แล้ว มานัตถัทธพราหมณ์ได้ กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่ท่านพระโคดม ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ข้าแต่ท่านพระโคดม ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก พระองค์ทรงประกาศธรรม โดยอเนกปริยายดุจหงายภาชนะที่คว่ำ เปิดของที่ปิดไว้ บอกทางแก่คนหลงทาง ส่องประทีปในที่มืด ด้วยหวังว่า คนมีจักษุจักมองเห็นรูปได้ ข้าแต่ท่านพระโคดม ข้าพระองค์ขอถึงพระผู้มีพระภาค กับพระธรรมและพระภิกษุสงฆ์เป็นสรณะ ขอ พระองค์จงทรงจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฯ