经典 · พระสุตตันตปิฎก · เล่ม ๑๕ · สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability
经典 · พระสุตตันตปิฎก · เล่ม ๑๕ · สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination
巴利文与译文
สตฺตมํ ปุนพฺพสุสุตฺตํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ปุนัพพสุสูตรที่ ๗
เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยน ภควา ภิกฺขู นิพฺพานปฏิสํยุตฺตาย ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสติ สมาทเปติ สมุตฺเตเชติ สมฺปหํเสติ ฯ เต จ ภิกฺขู อฏฺฐิกตฺวา มนสิกตฺวา สพฺพเจตโส สมนฺนาหริตฺวา โอหิตโสตา ธมฺมํ สุณนฺติ ฯ
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในพระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ฯ สมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงยังภิกษุทั้งหลายให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้รื่นเริงอยู่ด้วยธรรมีกถาอันปฏิสังยุตด้วยพระนิพพาน ฯ ภิกษุเหล่านั้นตั้งใจมนสิการ ประมวลไว้ด้วยใจทั้งหมด เงี่ยโสตลงสดับ พระธรรม ฯ
อถ โข ปุนพฺพสุมาตา ยกฺขินี ปุตฺตกํ เอวํ โตเสสิ ตุณฺหี อุตฺตริเก โหหิ ตุณฺหี โหหิ ปุนพฺพสุ ยาวาหํ พุทฺธเสฏฺฐสฺส ธมฺมํ โสสฺสามิ สตฺถุโน นิพฺพานํ ภควา อาห สพฺพคนฺถปฺปโมจนํ อติเวลา จ เม โหติ อสฺมึ ธมฺเม ปิยายนา ปิโย โลเก สโก ปุตฺโต ปิโย โลเก สโก ปติ ตโต ปิยตรํ มยฺหํ อสฺส ธมฺมสฺส มคฺคนา น หิ ปุตฺโต ปติ วาปิ ปิโย ทุกฺขา ปโมจเย ยถา สทฺธมฺมสฺสวนํ ทุกฺขา โมเจติ ปาณินํ โลเก ทุกฺขปเรตสฺมึ ชรามรณสํยุเต ชรามรณโมกฺขาย ยํ ธมฺมํ อภิสมฺพุธํ ตํ ธมฺมํ โสตุมิจฺฉามิ ตุณฺหี โหหิ ปุนพฺพสูติ ฯ
ครั้งนั้นแล นางยักษิณีผู้เป็นมารดาของปุนัพพสุปลอบบุตรน้อย อย่างนี้ว่า นิ่งเสียเถิดลูกอุตรา นิ่งเสียเถิดลูกปุนัพพสุ จนกว่าแม่จะฟัง ธรรมของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ ผู้เป็นพระศาสดาจบ พระผู้ มีพระภาคตรัสนิพพานอันเป็นเครื่องเปลื้องตนเสีย จาก กิเลสเครื่องร้อยกรองทั้งปวง เวลาที่ปรารถนาในธรรมนั้น จะล่วงเลยแม่ไปเสีย ลูกของตนเป็นที่รักในโลก ผัวของตน เป็นที่รักในโลก แต่ความปรารถนาในธรรมนั้น เป็นที่รัก ของแม่ยิ่งกว่าลูกและผัวนั้น เพราะลูกหรือผัวที่รัก พึงปลด เปลื้องจากทุกข์ไม่ได้ เหมือนการฟังธรรมย่อมปลดเปลื้อง เหล่าสัตว์จากทุกข์ได้ ในเมื่อโลกอันทุกข์วงล้อมแล้ว ประกอบด้วยชราและมรณะ แม่ปรารถนาจะฟังธรรม ที่ พระพุทธเจ้าตรัสรู้ด้วยพระปัญญาอันยิ่ง เพื่อพ้นจากชราและ มรณะจงนิ่งเสียเถิดลูกปุนัพพสุ ฯ
อมฺม น พฺยาหริสฺสามิ ตุณฺหีภูตายมุตฺตรา ธมฺมเมว นิสาเมหิ สทฺธมฺมสฺสวนํ สุขํ สทฺธมฺมสฺส อนญฺญาย อมฺม ทุกฺขํ จรามเส เอส เทวมนุสฺสานํ สมฺมูฬฺหานํ ปภงฺกโร พุทฺโธ อนฺติมสารีโร ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมาติ ฯ
ปุนัพพสุพูดว่า แม่จ๋า ฉันจักไม่พูด อุตราน้องสาวของฉันก็จักเป็นผู้นิ่ง เชิญแม่ฟังธรรมอย่างเดียว การฟังพระสัทธรรมนำความสุข มาให้ แม่จ๋า เราไม่รู้พระสัทธรรมจึงได้เที่ยวไปลำบาก พระพุทธเจ้าพระองค์นี้ เป็นผู้ทำความสว่างไสวแก่เทวดาและ มนุษย์ผู้ลุ่มหลง มีพระสรีระครั้งสุดท้าย มีพระจักษุ แสดง ธรรมอยู่ ฯ
สาธุ โข ปณฺฑิโต นาม ปุตฺโต ชาโต อุเร สโย ปุตฺโต เม พุทฺธเสฏฺฐสฺส ธมฺมสุทฺธํ ปิยายติ ปุนพฺพสุ สุขี โหหิ อชฺชาหมฺหิ สมุคฺคตา ทิฏฺฐานิ อริยสจฺจานิ อุตฺตราปิ สุณาตุ เมติ ฯ
ยักษิณีพูดว่า น่าชื่นชมนัก ลูกผู้นอนบนอกของแม่เป็นคนฉลาด ลูกของแม่ ย่อมรักใคร่พระธรรมอันบริสุทธิ์ของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ ปุนัพพสุเจ้าจงมีความสุขเถิด วันนี้แม่เป็นผู้ย่างขึ้นไปในพระ ศาสนา แม่และเจ้าเห็นอริยสัจแล้ว แม้แม่อุตราก็จงฟังแม่ ฯ